ในโลกใบนี้มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า"แวมไพร์"พวกมันซ่อนตัวในฝูงชนเพื่ิอที่จะดื่มเืสดๆของมนุษย์ในทุกๆคืนพวกมันจะออกตามหาและล่าเหยื่อ แต่ถึงอย่างนั้นในหมู่หมนุษย์ก็ได้มีกลุ่มคนที่ออกมากำจัดแวมไพร์พวกเขาคือ"นักล่า"หน้าที่ของพวกเขามีเพียงการตามล่าและสังหารพวกมันให้หมดสิ้น เพื่อการนั้นองค์กรของเหล่านักล่าก้ได้ถูกจัดตั้งขึ้นตามบัญชาขององค์าาและการต่อสู้ของมนุษย์และแวมไพร์นั้นได้ดำเนินมาถึง20,000ปี
ไลท์ชายหนุ่มจากหมู่บ้านชาวประมงเล็กมีความฝันที่อยากเป็นักดนตรีจึงได้ออกเดินทางไปเมืองหลวงเพื่อไปสอบเป็นักดนตรี
ณ บ้านของไลท์ ในเช้าวันนี่ช่างสดใสสายลมอ่อนๆจากทะเลได้พัดผ่านหน้าต่างของไลท์แสงรุ่งอรุณยามเช้าสาดส่องไปที่ใบหน้า เสียงกระทะร้อนๆที่กำลังทอดเนื้อสดใหม่และได้้มีเสียงฝีเทาเบาๆใกล้เข้ามา ก๊อกๆ ก๊อกๆ ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูเบาทำให้ไลท์ที่กำลังนอนอยู่นั้นค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาและทำกิจวัตรประจําวัน
“พี่พี่ ตื่นได้แล้ว” เสียงเรียกเบาๆอันนุ่มนวลและแผ่เบาได้ลอดผ่านประตูบานนั้น
“อืม เดี๋ยวพี่ลงไปน่ะ” เสียงตอบกลับอันแสนละมุลและสบายได้ตอบกลับเสียงของน้องสาว
สายลงอ่อนๆได้เสียดสีกับใบไม้เบาๆทำให้เกิดท่วงทำนองอันแสนไพเราะหลังจากนั้นไม่นานไลท์ก็ได้อาบน้ำล้างหน้าแปลงฟันและแต่งตัวเสร็จแล้วเปิดประตูลงบันไดไปหาครอบครับที่รออยู่ข้างล่าง
“ลูกตื่นแล้วหรอ” เสียงที่ไพเราะรากกับธรรมชาติที่ชวนให้ผ่อนคลาย
“ลูกรีบลงมานั่งตรงนี่สิ” เสียงที่หนักแน่นแต่กลับเป็เสียงที่อบอุ่น
“ครับพ่อแม่”
“นี่ๆพี่ชายมาเล่นกันเถอะ”
“พี่มาเล่นกับพวกเรากันนะ”
เสียงเรียกร้องของน้องๆฝาแฝดทั้ง2ของไลท์ที่อ่อนหนุ่มและเต็มเปรียมไปได้พลัง
“พี่ค่ะ ข้าวเสร็จแล้วนะรีบๆมานั่งได้แล้วและก็เดล เดน อย่าไปรบกวนพี่เขาสิโธ่”
“อะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า” ไลท์หัวเราะออกมาเบาๆ
นี่คือ่เวลาที่อบอุ่นและสงบสุขที่สุดของไลท์ ไลท์ได้ทานอาหารร่วมกันกับครอบครับยิ้มและหัวเราะอย่างมีความสุขก่อนก่อนออกเดินทางไปเมืองหลวง ความฝันที่จะเป็นักดนตรีนั้นอยู่ไม่ไกลแล้ว
หลังจากทานอาหารเสร็จก็ได้มีรถม้ามาจอดรอที่หน้าบ้านพร้อมกับเสียงเรียกของลุงเพื่อนบ้าน
“ไลท์ เสร็จหรือยัง?”
“อะ ครับ”
ไลท์ได้เก็บของที่เตรียมไว้และเปิดประตูออกจากบ้านพร้อมกับเสียงอวยพร
“ไปดีมาดีนะลูกแม่”
“ลูกต้องเป็นักดนตรีชื่อดังได้แน่ ฮ่าฮ่า”
“พี่ค่ะหนูทำถุงเครื่องรางมาให้ค่ะ โชคดีกับการสอบนะ”
“พี่ชายไปดีมาดีนะ”
“พี่อย่าลืมของฝากที่เมืองหลวงมาด้วยนะ”
“พี่ได้ลืมแน่ เดียวผมกลับมานะครับ”
ครอบครับสงเสียงเชียงและยืนส่งไลท์ ไลท์ได้ขี้นรถมาของลุงเพื่อนบ้านและมุ่งหน้าไปเหมืองหลวง
ณ เมืองหลวง
“นี่เป็ศพที่เท่าไหร่แล้ว”
“ศพที่21แล้วครับ”
“ให้ตายสิไอพวกแวมไพร์”
ตำรวจได้ควบคุมสถานะการณ์ในตรอกซอยแคบๆที่มีคนรายงานว่าพอเจอศพ สภาพศพนั้นแห้งและไม่รีเืสักหยดในพื้นที่บริเวรใกล้เคียง
แม้ว่าจะสืบสวนไปมากเท่าไหร่ก็ไม่เจอร่องรอยใดๆเหลือทิ้งเอาไวเลย
เสียงฝีเท้าดังก้องจากมุมตรอกที่มีศพอยู่
“ที่นี่สภาพไม่ต่างกันเลยนะ”
“เอาเถอะเ้าพวกนั้นเท้าไว้กันอยู่แล้ว”
เสีงที่เย็นเฉียบและไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆดังก้องในตรอกและจ้องมองไปที่ศพและพบเข้ากับความผิดปกติ
“หือ นี่มัน”
“มีอไร”
“ที่ศพนี่ไม่มีเขี้ยว”
“พวกนั้นสินะ”
“น่าจะใช่”
นักล่า2คนได้ค้นพบบ้างอย่างที่ผิดปกติ
“พวกคุณคือ"นักล่า"สินะครับ"
“ใช่แล้ว”
“ศพที่21แล้วใช่มั้ย”
“ใช่ครับ”
“มีบันทึกสถานที่และเวลามั้ย”
“มมีครับ”
“นำทางให้ที”
“ทราบแล้วครับ”
นักล่าทั้ง2และตำรวจกลุ่มหนึ่งได้เดินทางไปที่สำนักงานกรมตำรวจและเข้าไปที่ห้องประชุมพร้อมทั้งแสดงสถานที่พอเจอศพนักล่าคนหนึ่งได้สังเกตุเห็นความผิดปกติ สถานที่และเวลาที่แตกต่างกันนั้นใกล้เคียงกัน
หาดลากเส้นทั้งสถานที่และเวลาทั้งหมดเข้าด้วยกันก็จะแสดงให้เห็นถึงสัญลักษณ์แปลกๆบางอย่าง
“นี่มัน”
“มีอะไรงั้นหรอครับ?”
“ฉันคิดว่าเ้าพวกนั้นน่าจะตั้งใจทำอะไรบางอย่างแน่นอน”
“หึหึหึ นี่มันต้องเป็ฝีมือเ้าพวกนั้นแน่”
“เ้าพวกนั้นคืออะไรงั้นหรอครับ?”
“แวมไฟร์บริสุทธิ์”
เ้าหน้าที่ในบริเวณนั้นได้หน้าซีดเมื่อได้ยินเช่นนั้น แวมไพร์บริสุทธิ์นั้นต้องใช้หน้ากากนักล่าในการกำจัดสักตัวแต่ไม่มีว่าหน้ากากนักล่านั้นมีเพียง10คนเท่านั้นไม่มีทางที่มนุษย์ธรรมดาจะต่อกรด้วยได้
ด้วยการสันนิษฐานจากสถานที่ที่พบศพทำให้นักล่าทั้ง2คาดเดาว่านี่คือพีธีกรรมบางอย่าง
“แต่เอาเถอะฉันไม่รู้หรอกนะว่าพวกนั้นคิดจะทำอะไร แต่ถ้าทำให้พวกเราเคลื่อนไหวได้ขนาดนี่ล่ะก็เป็เื่ใหญ่แน่”
“ใช่ จากการที่ศพแรกจนถึงศพล่าสุดนั่นทำให้เห็นชัดเลยว่าพวกมันตั้งใจจะทำากัน”
เ้าหน้าที่ในบริเวณนั้นได้เหงื่อแต่พลั่กพร้อมกับกลืนน้ำลายแม้ว่าพีธีเล็กๆของแวมไพร์นั้นจะสร้างความเสียหายให้กับมนุษย์และนักล่าแต่ก็ไม่เคยมีการทำพีธีขนาดใหญ่มาก่อน
การที่พศเจอศพ21ติดต่อกันนั้นทำให้มีแนวโน้มว่าจะมีเหยื่อเพิ่มมากอีกไม่น้อย
“ถ้างั้นพวกเราจะไปรายงานเื่นี่กับท่านหน้ากาก”
“คุณจะรายงานท่านหน้ากากจริงๆหรอครับ?”
นักล่าหนุ่มได้ส่งสายตาอันแหลมคนและจ้องมองไปที่หัวหน้าหมวด
“เื่นี่มันใหญ่เกินกว่าที่พวกเรา2คนจะรับมือได้”
นักล่าเด็กที่มีอายุเพียง10ขวบได้กว่ากับเ้าหน้าที่คนนั้นด้วยเสียงที่แข็งและหนักแน่นพร้อมกับสายตาที่จ้องมองราวกับ้าที่จะ"ฆ่า" จากนั้นนักล่าทั้ง2ก็ได้เดินอออกมาจากห้องเพื่อที่จะเอาเื่นี่ไปรายงานให้หน้ากากได้รับรู้ละเตรียมแผนรับมือ
1ชั่วโมงผ่านไป ณ ที่ตั้งองค์กรนักล่า
ทั้ง2คนได้มุ่งหน้าไปที่ห้องทำงานของนักล่าระดับสูง จากนั้นไม่นานก็ได้เดินมาถึงหน้าห้องทำงานก๊อกๆ ทันใดนั่นผู้ช่วยนักล่าระดับสูงได้เดินมาเปิดประตูหลังจากได้ยินเสียง
ทั้ง2คนนั่นได้เดินเข้าไปและยื่นเอกสารไปให้ผู้ช่วยเพื่อส่งมอบให้กับนักล่าระดับสูง นักล่าระดับสูงได้ตรวจสอบรายงานและพอว่ามีความผิดปกติที่รุนแรง
“พวกนายได้ไปตรวจสอบแล้วสินะ”
“ใช่ครับ”
นักล่าระดับสูงมองไปที่ทั้ง2คนด้วยสายตาที่คมกริบ
“ฉันเข้าใจแล้ว-ฉันจะเอาไปรายงานให้ท่านหน้ากากทราบในการประชุมที่จะถึงนี่ พวกนายไปได้แล้ว”
“ทราบแล้วครับ” พูดพร้อมกัน
แม้ว่าจะมีผู้คนพบศพจำนวนมากขนาดนี่แต่กลับไม่มีใครรู้ว่าใครคือคนร้ายแม้ว่านักล่าจะมีหน้าที่ในการกำจัดแวมไพร์ก็ตามแต่ก็เป็เื่ยากที่จะสู้ได้ด้วยตัวคนเดียวต่อให้เป็หน้ากากทั้ง10ก็ไม่สามารถสู้กับแวมไพร์ระดับสูงตัวต่อตัวโดยไร้ซึ่าแ
แวมไพร์นั้นมีพลังกายที่สูงกว่ามนุษย์หลายเท่าตัวแต่มนุษย์ก็มีสิ่งหนึ่งที่สามารถเอาไวใช้ต่อกรกับแวมไพร์นั่นก็คือ"อีเทอร์"พลังงายที่อยู่ภายในตัวนั้นจะมีพลังที่แตกต่างกันไปตามแต่ละคน อีเทอร์นั่นจะแบ่งออกเป็15สาย
1:สายโจมตี 2:สายสนับสนุน 3:สายรักษา 4:สายป้องกัน 5:สายเวทย์ 6:สายเรนเจอร์ 7:สายเขตแดน 8:สายพยากรณ์ 9:สายพลังจิต 10:สายคาถา 11:สายควบคุม 12:สายแทรกแซง 13:สายศักดิ์สิทธิ์ 14:สายชำระ 15:สายสรรค์สร้าง
แต่ละสายจะมีระดับทั้งหมด12ระดับจากต่ำไปสูงและหน้ากากทั้ง10นั้นอย่างต่ำอยู่ในระดับที่6-7ของแต่ละสาย ก็ยังไม่เพียงพอต่อการกำจัดแวมไพร์ได้อยู่ดี
ณ รถม้าที่กำลังมุ่งหน้าไปเมืองหลวง
การวิ่งของม้าทำให้เกิดลมพัดอ่อนๆผมสีเงินพริ้วไหวไปตามสายลมตามข้างซ้ายมีสีแดงทับทิมอ่อนๆและตาขวามมีสีฟ้าอ่อนๆราวกับเ้าชายในเทพนิยาย พร้อมทั้งเครื่องดนตรีประจำตัวของไลท์"ไวโอลีน"ไลท์ได้สีไวโอลีนบนรถม้าเสียงที่บรรเลงนั่นช่างไพรเราะร้าวกับว่าไลท์นั้นเป็เทพแห่งไวโอลีน
ตลอดการเดินทางไลท์ได้ซ้อมแล้วซ้อมอีกเพื่อที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยดนตรีระดับโลกตามที่ใฝฝันเอาไว้แม้ว่าหมู่บ้านชาวประมงเล็กจะอยู่ห่างไกลกับเมืองหลวงไม่น้อยแต่ก็ใช่เวลาเดินทางเพียง5ชั่วโมงเท่านั้น
ละแล้วไลท์และลุงเพื่อนบ้านได้มาถึงหน้าทางเข้าเมืองหลวง ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้ไลท์ตกตะลึงกับเมืองหลวงราวกับว่าได้อยู่ในเทพนิยายที่พักอาศัยนั้นตกแต่งอย่างปรานีตและสีสันที่สวยงาม
ผู้คนคนพลุกพล่านมีชีวิตชีวาไลท์ได้ลงจากรถมาพร้อมกับกลืนน้ำลายตัวเองละก้าวเท้าไปข้างหน้าและเดินผ่านประตูเข้าไปในเมื่องและพูดขึ้นมาในใจว่า
(นี่จะเป็จุดเริ่มต้นของการเป็นักดนตรีมืออาชีพของฉัน)
จากนั้นไลท์ได้เดินทางตามหาที่พักจนถึงเย็น เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนไปสอบไลท์ได้หยิบไวโอลินขึ้นมาซ้อมอีกครั้งการบรรเลงไวโอลีนนั้นแตกต่างจามตอนกลางวันการบรรเลงในตอนนี่มีความหนักแน่นและนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน
สีหน้าของไลท์ที่จับไวโอลีนนั่นเต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุกความสุขพร้อมทั้งท่วงทำนองที่หลากหลายเสียงไวโอลีนได้ดังก้องไปทั้วที่พักผู้คนที่อยู่ด้านล่างต่างก็ได้ยินเสียงดนตรีที่บรรเลงสีหน้าของผุ้คนที่ได้ยินต่างก่อนผ่อนคลายลง
ความเครียด ความเศร้า ความทุกข์ ความกังวน ได้มลายหายไปสิ้นการบรรเลงนั้นได้ต่อเนื่องจนถึงค่ำแม้ว่า่เวลานี่จะเป็่เวลาออกล่าของเหล่าแวมไพร์แต่ว่าในเมื่องหลวงนั่นกลับมีผู้คนเดินไปมาโดยไร้ซึ้งความกลัวละความกังวนแต่อย่างใด
ณ ใต้ดินเมืองหลวง
ใต้ดินที่เต็มไปด้วยเหล่าแวมไพร์จำนวนหลายพันตนได้เตรียมพีธีกรรมบางอย่าง บนพื้นเต็มไปด้วยเืที่มีลวดลายดาวแปดแฉกและได้มีแวมไพร์ตนหนึ่งได้เดินมาที่หน้าผาที่มีเหล่าแวมไพร์นักพันรวมตัวกันและกล่าวว่า
“บัดนี้ถึงเวลาที่พวกเราสายเืแวมไพร์ลำดับที่4แวมไพร์โลหิตจะหวนกลับคืนสู่ตำแหน่งอีกครั้ง”
พูดจบแวมไพร์ทั้งหมดได้โห่ร้องด้วยความดีใจ
“พวกเ้าจงไปสังหารพวกมนุษย์ที่น่ารังเกียจให้หมดสิ้นซะ!”
“หีหีหี อีกไม่นานนายของเราจะกลับมาอีกครั้ง”
“พวกเราจะกลับคืนสู่72ลำดับสายโลหิตอีกครั้ง”
ในเวลาเดียวกันนั้นนักล่าระดับสูงที่ได้รับรายงานที่ผิดปกติได้ยื่นคำขอเข้าพบหน้ากากทั้ง10
“โปรดรอสักครู่ท่านไดน่า”
“เข้าใจแล้ว”
ไดน่านักล่าหญิงระดับสูงอีเทอร์สายเวทย์ระดับ3 ได้เข้าสู่โถงตัดสิน
“เธอสินะที่ได้รับหน้าที่ในการตรวจสอบคดีครั้งนี่นะ?”
“ค่ะ ท่าน”
แม้ว่าโถงตัดสินนั้นจะกว้างใหญ่และมีห้องตัดสินทั้ง10ห้องพร้อมทั้งตกแต่งอย่างสวยงายเพียงใดแต่บรรยากาศในโถงตัดสินนั้นตรงกันข้ามกับการตกแต่งในห้อง บรรยากาศที่น่าอึกอัดและแรงกดดันที่หนักราวกับูเาทั้งลูกนั่นคือความรู้สึกและแรงกดดันที่ไดน่าได้รับรู้
หน้ากากทั้ง10กำลังพูคุยหารือกันว่าจะทำยังไงกับเื่ในครั้งนี้และใช้เวลาไม่นานก็ได้สรุปออกมาว่า
“ให้นักล่าทุกคนขยายขอบเขตในการตรวจค้นทันที”
“ไม่แน่พีธีกรรมในครั้งนี่อาจจะมีผู้เคราะห์ร้ายเพิ่มขึ้นมาอีกก็ได้”
“ส่งนักล่า2-3กระจายไปที่หมู่บ้านโดยรอบ”
“พวกเราต้องกำจัดแวมไพร์ให้หมด”
“จงไปขัดขวางพีธีกรรมของพวกมันซะ”
นั้นคือข้อสรุปของหน้ากากทั้ง10
“ค่ะ ฉันจะดำเนินการทันที่ค่ะ”
ไดน่าได้ตอบรับภารกิจในครั้งนี้และได้เดินออกมาจากโถงตัดสินและไม่นานหลังจากนั้นไม่นานก็ได้เดินทางไปถึงองค์กรนักล่าและประกาศกับทุกคนที่อยู่ในองค์กรทั้งหมด
“ทุกคนฟังทางนี่ ท่านหน้ากากทั้ง10ได้ให้นักล่าขยายขอบเขตการสำรวจและ้าให้กลุ่มนักล่า2-3กลุ่มไปตรวจสอบที่หมู่บ้านใกล้เคียงเพื่อลดผู้เคราะห์ร้ายให้ได้มากที่สุด”
“ภารกิจจากท่านหน้ากากงั้นหรอ??”
“สุดยอด!!!”
หลังจากประกาศได้ไม่นานเหล่านักล่าได้ออกไปทำภารกิจของหน้ากากทั้ง10ทันที
เช้าวันรุ่งขึ้นเป็วันสอบเข้ามหาวิทยาลัยหลวงสถานที่ที่รวบรวมเหล่าผู้ที่มีความสามารถที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็วิชาดาบ วิชายินธนู วิชาศิลปะ วิชาศิลปะการต่อสู้ และอื่นๆอีกมากมายไม่ว่าจะขุนนางหรือสามัญชนก็เข้าไปเรียงได้ตราบใดที่มีความสามารถ
ผู้คนมากมายได้ไปรวมตัวกันที่นั้นพร้อมกัน ไลท์ก็ได้ตื่นขึ้นมาและทำกิจวัตรประจำวันเหมือนกับทุกทีและได้หยิบไวโอลีนคู่ใจละเปิดประตูออกเดินไปตามทางลงบันไดไป
“คุณเ้าของครับผมขอขนมปังแผ่นหนึ่งครับ”
“ได้เลย นี่จ๊ะวันนี่เธอจะไปสอบสินะ”
ไลท์ได้หยิบขนมปันแผ่นนั้นขึ้นมาและเดินไปที่ประตูพร้อมออกเดินทางไปมหาวิทยาลัยหลวงพร้อมพูดคุยกับเ้าของโรมเตี้ยมด้วยสีหน้าที่สดใสว่า
“ใช่แล้วครับ ผมจะไปสอบเป็นักดนตรี”
“งั้นหรอ ของให้โชคดีนะ”
เ้าของโรงเตี้ยมพูดจบไลท์ก็ได้ยิ้มกลับละหัดหน้าออกไปนอกประตูพร้อมทั้งโบกมือให้ก่อนจะวิ่งออกไป
หลังจากนั้นไลท์ก็ได้วิ่งมาถึงมหาวิทยาลัยหลวงโดยใช่เวลา15นาที
___
เดียวมาต่อนะ
___