จื่อยวนลุกขึ้นจะเดินไปหาคนตัวเล็ก แต่ก็ถูกมือของฟานอวี้ดึงไว้
" อย่าพึ่ง ข้าอยากให้เจ้าอยู่เฉยๆ ก่อน "
" หมายความว่ายังไง นี้เจ้าก็รู้หรือว่าว่านชิงยังไม่ตาย "
" ถ้าเจ้าเข้าไปตอนนี้ แผนทั้งหมดของว่านชิงจะเสียเปล่า "
จื่อยวนเมื่อได้ฟังสหายเอ่ยเช่นนั้นก็สงบลง เพราะหันไปสบกับสายตาของคนตัวเล็กที่หันมาส่งสัญญาณว่าอย่าเข้าไป
ว่านชิงเดินไปนั่งข้างบิดา ทำให้หลายๆ คนในงานต่างก็เข้าใจได้ทันที ว่านี้คือบุตรสาวของมหาเสนา
" ไม่คิดว่าท่านมหาเสนาจะมีบุตรสาวอีกคนที่งดงามราวกับเทพธิดาเช่นนี้ "
" นั้นสิ "
ขุนนางที่นั่งไม่ไกลจากมหาเสนาเอ่ยขึ้น
" ข้าอยากรู้ว่าบุตรสาวของท่านมีคู่หมายหรือยัง ข้าอยากได้บุตรสาวท่านมาเป็นสะใภ้ในจวนข้า ท่านจะว่าอย่างไร "
จื่อยวนเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็นั่งไม่ติด ฟานอวี้จึงต้องรั้งไว้อีกครั้ง
" ใจเย็นๆได้หรือไม่ "
" เจ้าจะให้ข้าใจเย็นได้อย่างไร ในเมื่อว่านชิงกำลังจะถูกยกให้ผู้อื่นเช่นนี้ "
จื่อยวนที่ใจร้อนจนไม่สามารถจะควบคุมอารมณ์ได้กำลังจะลุกขึ้น แต่เสียงของฮ่องเต้ก็ดึงสติกลับมาเสียก่อน
" ใจเย็นเถอะท่านเสนาซ้าย ข้าเห็นสมควรว่าจะให้บุตรตรีมหาเสนาแต่งกับหมอหลวงจื่อยวน เพราะเท่าที่รู้มาเด็กสองคนนี้รักกันมาก่อน ใช่หรือไม่จื่อยวน "
" พะยะค่ะฝ่าบาท ขอบพระทัยพะยะค่ะ "
จื่อยวนรีบตอบรับทันที ว่านชิงนั่งยิ้มกับท่าทีของคนตัวโต แต่ก็กลับมานั่งนิ่งอีกครั้งเมื่อเห็นท่าทีไม่พอใจของบิดาตน
" ฝ่าบาทไปได้ยินเรื่องนี้มาจากไหนกันพะยะค่ะ บุตรสาวของหม่อมฉันพึ่งกลับมาจากต่างเมือง จะมีโอกาสใดได้พบกับท่านหมอจื่อยวนกัน "
มหาเสนาเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นท่าไม่ดี เพราะตนตั้งใจที่จะเอาบุตรสาวมาต่อรองเพื่อให้จื่อยวนยอมทำตามที่ตนต้องการ แต่ดูเหมือนว่าจะทำให้แผนของตนนั้นล่มเพราะรับสั่งของฮ่องเต้
จึงหันไปหาบุตรสาวที่นั่งนิ่งอยู่ หวังว่าบุตรสาวจะตอบปฎิเสธเพราะยังมีมารดาที่ถูกจับอยู่ในจวน
แต่ทันทีที่ว่านชิงเห็นฝูหรงกลับมาในงานเลี้ยงอีกครั้ง ว่านชิงก็เดินออกไปนั่งคุกเข่าลง
" หม่อมฉันยินดีจะเป็นฮูหยินของท่านหมอจื่อยวนเพคะ "
จื่อยวนเมื่อเห็นเช่นนั้นก็รีบออกไปนั่งคุกเข่ากับคนรักทันที จื่อยวนมองหน้าคนรัก อยากดึงเข้ามากอดเหลือเกิน แต่เพราะอยู่ท่ามกลางผู้คนจำนวนมากจึงต้องข่มใจไว้
" ถ้าเช่นนั้นข้าอนุญาตให้เจ้ารับฮูหยินเจ้ากลับเรือนด้วยเลย เพราะก่อนนี้ข้าได้ยินว่าเจ้าทั้งสองเข้าพิธีแต่งงานกันแล้วนี่ ข้าก็แค่ช่วยให้เจ้าทั้งคู่สมหวัง ท่านมหาเสนาคงจะไม่คัดค้านอะไรใช่หรือไม่ "
" หม่อมฉันไม่มีอะไรคัดค้านพะยะค่ะ "
มหาเสนากัดฟันเอ่ยออกไปทั้งที่ภายในใจนั้นร้อนเป็นไฟเพราะความโกรธ จ้องมองบุตรสาวอย่างขุ่นเคือง แต่เพราะทำอะไรไม่ได้ จึงทำเพียงแค่ส่งสายตาเกรี้ยวกราดส่งไปเท่านั้น
" ท่านพ่อข้าเตือนท่านแล้วว่านังลูกคนใช้ไม่มีทางจะทำตามคำสั่งของท่านแน่ "
" แล้วจะได้เห็นดีกัน มันอยากให้แม่ของมันตายข้าก็จะส่งศพไปที่จวนราชครูให้เป็นของขวัญก็แล้วกัน "
มหาเสนาเอ่ยขึ้นก่อนจะส่งยิ้มให้กับบุตรสาวคนเล็ก แต่กลับได้รับรอยยิ้มตอบกลับมาจนมหาเสนานึกเอะใจ ว่าเหตุใดจึงดูท่าทีไม่เกรงกลัวว่าตนจะทำเช่นไรกับมารดาเช่นนี้
"เจ้ารีบกลับไปดูที่จวนเดียวนี้ "
มหาเสนาเอ่ยกับคนสนิทของตน จวบจนงานเลี้ยงเลิกลา มหาเสนาก็เดินเข้าไปหาบุตรสาวที่อยู่ทามกลางสกุลหลานและสกุลหยาง มหาเสนาเอ่ยกับบุตรสาว
" เจ้าคิดดีแล้วสินะว่านชิง รอรับผลที่ตามมาก็แล้วกัน "
" ขอบคุณท่านพ่อที่แนะนำ ท่านอย่าได้กังวลเลยข้าจะมีความสุขเป็นแน่เมื่ออยู่ในสกุลหลาน "
มหาเสนามองหน้าบุตรสาวด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะกระซิบให้ได้ยินเพียงสองคน
" เจ้าอย่าลืมว่าแม่ของเจ้าอยู่ในกำมือข้า "
มหาเสนาเอ่ยจบก็ถอยออกมาพร้อมรอยยิ้ม จนคนสนิทของตนมารายงาน
" อะไรนะ พวกเจ้าทำงานกันยังไง หึ "
มหาเสนาสบัดแขนเสื้อเดินหนีออกจากงานไปด้วยท่าทีไม่พอใจเป็นอย่างมาก
"พวกเจ้ามันไร้ฝีมือถึงเพียงนี้เชียวหรือ ถึงได้คุ้มกันคนเพียงคนเดียวไม่ได้ "
" ขออภัยท่านมหาเสนา ทั้งที่ตอนที่พาคุณหนูว่านชิงเข้าไปก็ปิดตาแล้วแท้ๆ แต่ไม่คิดว่าจะมีคนที่รู้ว่าที่คุมขังอยู่ที่ใดได้ "
" อย่าเอ่ยชื่อลูกเนรคุณนี่ให้ข้าได้ยินอีก ต่อไปพบมันที่ใดสังหารได้เลย ไม่ต้องละเว้น "
มหาเสนาเอ่ยออกมาอย่างเกรี้ยวกราด
ภายในจวนแม่ทัพต่างกำลังหารือกันว่าจะทำเช่นไรต่อไปดี ว่านชิงที่นั่งอยู่ข้างมารดาที่ฝูหรงลอบเข้าไปช่วยมา
" ท่านแม่ข้าดีใจที่ท่านปลอดภัย "
" แม่ไม่เป็นอะไร คุณหนูบอกว่าจะส่งแม่ให้ไปอยู่กับคุณหนูหมิงเฟยที่แคว้นซางกวู เจ้าอยู่ที่นี่ต้องระวังตัวให้มาก "
" ขอบคุณคุณหนูเจ้าค่ะที่ช่วยท่านแม่ข้าออกมา "
"มารดาเจ้าก็เปรียบเสมือนมารดาข้า เจ้าอย่าได้กังวลเลย สิ่งที่ต้องห่วงตอนนี้คือคนที่นั่งจ้องเจ้าอยู่ต่างหากล่ะ "
ฝูหรงเอ่ยแล้วก็หันไปมองพี่ชายตนที่จองมองคนรักนิ่ง
" ก่อนนี้เราต่างก็เข้าใจว่าเจ้าตายไปแล้ว แล้วเรื่องราวเป็นเช่นไรกันแน่ "
ราชครูเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย
" คนที่ตายไปเป็นหญิงชาวบ้านที่หน้าตาคล้ายข้าน้อยเจ้าค่ะ ข้าน้อยถูกวางยาหลังจากนั้นจึงไม่รู้ว่าคนพวกนั้นทำเช่นไรต่อ ตื่นมาอีกทีข้าน้อยก็อยู่ที่จวนท่านพ่อแล้ว และที่ต้องทนอยู่ที่นั้นเพราะท่านแม่ถูกขังไว้ ข้าน้อยจึงจำเป็นต้องเก็บตัวเงียบ "
ว่านชิงเอ่ยบอกถึงเรื่องราวที่ตนรู้
" แล้วเหตุใดพวกเจ้าวางแผนเรื่องพวกนี้ขึ้นมาได้ "
แม่ทัพหยางอดถามไม่ได้
" นั้นเป็นเพราะความฉลาดของคุณหนูฝูหรงเจ้าค่ะ คุณหนูคิดว่าหญิงผู้นั้นไม่ใช่ข้าน้อย และคุณหนูเป็นคนเดียวที่รู้ว่าข้าน้อยคือบุตรของมหาเสนา จึงไม่คิดว่ามหาเสนาจะให้คนสังหารข้าน้อย จึงได้แอบลอบเข้าไปในจวนมหาเสนา จนเราวางแผนที่จะช่วยท่านแม่ออกมาเจ้าค่ะ "
" อืม เป็นเช่นนี้เองหรอกหรือ เจ้านี่ชั่งร้ายกาจเสียจริงนะฝูหรง "
" ลูกก็แค่เป็นคนชั่งสังเกตเท่านั้นท่านพ่อ "
ฟานอวี้ยิ้มให้กับฮูหยินของตน เมื่อพูดคุยกันเข้าใจต่างก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
" เจ้าและว่านชิงก็พักอยู่ที่นี่ก่อนก็แล้วกัน จะได้ช่วยกันวางแผนรับมือมหาเสนาในวันรุ่งขึ้น "
" ขอรับ ท่านแม่ทัพ "
จื่อยวนรับคำก่อนจะรีบจูงมือว่านชิงเดินกลั
บเข้าห้องไปทันที เมื่อปิดประตูลงว่านชิงก็คิดจะเอ่ยขอโทษคนตัวโต
" คุณชายข้า อื้ออ "