ตอนที่ 3
บุญคุณย่อมต้องทดแทน
ชวี่ฮุ่ยิมองร่างบอบบางตรงหน้า ที่คราแรกดูใจกล้าพริบตาต่อมากลับดูไม่มั่นใจ ใน่เวลานั้นเขาจึงลอบมอบดรุณีน้อยอย่างพิจารณา
ใน่เวลาชีวิตที่ผ่านมาของชวี่ฮุ่ยิ ในสายตาผู้อื่นช่างดูโดดเด่นเพียบพร้อมไปทุกสิ่ง ไม่ว่าจะสิ่งใด เขาดูไร้ข้อบกพร่องทั้งชีวิตเขาที่ผ่านมรสุมมามากหลาย มีบุคคลประเภทใดบ้างทีเขาไม่เคยเจอความเ้าเล่ห์แบบใดบ้างที่ไม่เคยพบเห็น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเหล่าคุณหนูในห้องหอที่เขาคร้านอยากทำความเข้าใจแม้พวกนางดูคล้ายจะไร้เดียงสาทว่ามารยาภายในเรียกได้ว่าอาจแปรผันตามความงดงามของแต่ละนาง
แม้จะไม่ใช่ทุกคนที่พบเจอ เมื่อย้อนกลับไปผู้ที่เขาพบเจอส่วนใหญ่นั้นเรียกได้ว่าไม่อาจทราบได้ว่าเหตุใดล้วนเหมือนจะเจอกับผู้ไม่ประสงด์ดีเสมอมา
นี่ไม่ใช่การใส่ร้ายแต่คุณหนูตระกูลเฉินผู้นี้รอบตัวนางเต็มไปด้วยความไม่น่าไว้วางใจเป็ความงดงามที่ชวี่ฮุ่ยิอยากมองข้ามและไม่้าที่จะเสวนาต่อด้วยแม้เพียงเสี้ยวยามเมื่อริมฝีปากบางอวบอิ่มเปิดปากกล่าววาจา คงไม่พ้นประโยคที่เต็มไปด้วยคำโป้ปด
“คุณหนูเฉินเป็ผู้ทำแผลให้ข้าด้วยหรือไม่?” อาจเพราะเห็นว่าอวี้เยี่ยนดูไม่มีทีท่าว่าจะเริ่มบทสนทนาก่อนชวี่ฮุ่ยิจึงฉวยโอกาสถามสิ่งที่ตนขับข้องใจมันเป็ความขับข้องใจที่เกิดขึ้นตลอดการเดินทางมาที่จวนแม่ทัพเพื่อแสดงความจริงใจต่อ‘ผู้มีพระคุณ’
อวี้เยี่ยนกวาดตากลมโตมองผู้สอบถามชายตรงหน้าพูดด้วยเสียงทุ้มติดจะเ็า คาดว่าในใจคงมีคำตอบให้ตนเองอยู่แล้ว
อดไม่ได้ที่จะแอบเบ้หน้าใส่ ถ้ารู้เช่นนี้ในกาลก่อนนางก็คงไม่หน้าด้านโป้ปดไปอย่างไร้ยางอายเช่นนั้นหรอกอาจเพราะไม่มีหลักฐานชี้แน่ชัดว่านางไม่ได้ช่วย จึงไม่สามารถเอ่ยค้านอะไรได้จวบจนหลักฐานตัวจริงนามเฉินชิงเหลียนโผล่หน้ามานั่นแหละ
นางพ่นลมหายใจใส่อย่างหงุดหงิดหน้ากากความไร้เดียงสาถูกกะเทาะออกมาอย่างไม่คิดที่จะเก็บสีหน้าใดๆดวงตางดงามเชิดขึ้นมองร่างที่สูงกว่า ยึดถือคติเ้าสูงกว่าแล้วอย่างไรข้าสามารถทำให้หน้าเ้าทิ่มลงพื้นได้เช่นกัน
“หน้าข้าเหมือนผู้ทำแผลเป็หรือ?”
“...อะไรนะ?” กล่าวตามตรงคือการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเร็วเกินไปจนชายหนุ่มตามไม่ทัน
ใบหน้าดรุณีน้อยตรงหน้าสลัดความสดใสไร้เดียงสาออกไปเรียบร้อยเด็กสาวดูไม่คิดจะเก็บความคิดซ่อนเร้นใดๆ ต่อไปอีก ดวงหน้างดงามค้อนใส่เขาวงนึงช่างทำให้มีรู้ความสึกคันยิบๆ อย่างรู้สึกพูดไม่ถูก
อวี้เยี่ยนก้าวถอยหลังออกมาก้าวหนึ่งปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นตามชายเสื้อตนเอว ริมฝีปากบางก็เอ่ยเสียงแจ้ว “วันๆนึงแค่เรียนพิณกับเขียนพู่กันข้าก็แทบจะไม่มีเวลาไปทำอะไรแล้วชวี่ซื่อจื่อคิดว่าข้าจะเอาเวลาใดไปร่ำเรียนการแพทย์อีก” นางกล่าวเรียบเรื่อยไม่อยากจะกล่าวว่าถึงจะได้เรียนการแพทย์จริงๆ นางก็เรียนไม่เข้าหัวหรอก“หากข้าทำแผลให้ท่านจริงๆ แขนท่านน่าจะเน่าจนต้องตัดมันทิ้งไปแล้วล่ะ”
ว่ากันว่าหาก้าที่จะตัดบางสิ่ง ก็จงตัดมันให้ขาดในพริบตาเดียวในตอนนี้นางไม่คิดแม้แต่โอกาสที่ทั้งสองจะได้เป็สหายกัน
เอาล่ะ ต่อไปนี้นางจะตั้งใจร่ำเรียนวิชาที่มารดากวดขันยิ่งขึ้นเร่งออกห่างจากรัศมีแห่งการเกี่ยวข้องกับเฉินชิงเหลียนและเหล่าบุรุษของนางหาสามีผู้เพียบพร้อมสักคนที่ไม่เสน่หาต่อเฉินชิงเหลียนจบด้วยการวิวาห์ออกไปเพื่อให้พ้นมือมารดา ตัดความเกี่ยวข้องกับน้องสาวคนงามออกไปอยู่ให้ห่างไกลกับคนพวกนี้ให้มากที่สุด
ชวี่ฮุ่ยิรู้สึกไร้คำพูดไปชั่วขณะเขาคาดไม่ถึงว่าจะได้รับคำตอบอันเถรตรงเช่นนี้กลับมา
เห็นใบหน้าหล่อเหลาแข็งทื่อไปริมฝีปากหยักลึกคล้ายอยากพูดบางสิ่งแต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรพูดออกมานางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ กล่าวต่อด้วยประโยคที่นางอัดอั้นตันใจมาั้แ่กาลก่อน“แท้จริงแล้ว หากท่านแต่งตัวธรรมดากว่านี้อีกนิด ข้าก็ไม่คิดจะช่วยท่านหรอก”
“...” ในคราวนี้เขาพูดไม่ออกของจริง
คุณหนูตระกูลเฉิน...ช่างให้ความรู้สึกอันยากจะบรรยายั้แ่ในคราแรกที่ได้พบเจอกันไม่สิ ต้องกล่าวว่าเป็การพบเจอครั้งที่สองไม่ใช่เขาไม่เคยเจอผู้ที่มีนิสัยตรงไปตรงมามาก่อน
อันนี้ดูจะตรงไปตรงมาเสียไปสักหน่อย
“...หมายความว่าท่านเลือกช่วยเพียงแค่ผู้ที่แต่งตัวที่ไม่ธรรมดาหรือ?”ชวี่ฮุ่ยิถามอย่างขับข้องใจ
“แน่นอนอยู่แล้ว”อวี้เยี่ยนตอบกลับอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจกับคำตอบที่แสนไร้มโนธรรมของตนเองแม้แต่น้อย
อวี้เยี่ยนกระแอมไอ มองใบหน้าหล่อเหลาที่ทำสีหน้าไม่ถูกความงงงันแปะชัดอยู่บนใบหน้า ดูท่าจะไม่เคยเจอความไร้ยางอายเกินทนแบบนี้มาก่อน
นางค่อยๆ กล่าวอีกครั้ง น้ำเสียงไม่แข็งกร้าว กลับอ่อนลงอยู่หลายส่วนความอ่อนหวานดั่งดรุณีน้อยที่สะบัดทิ้งไปเมื่อสักครู่ตอนนี้ได้กลับมาอีกครั้ง“ฉะนั้นบุญคุณพวกนี้ ชวี่ซื่อจื่อไม่จำเป็ต้องเคร่งครัดแท้จริงพวกเราไม่มีอะไรต้องติดค้างกันเลย”
เมื่อเห็นร่างสูงที่สวมชุดสิ่งดำสนิทนิ่งงันไปความสงสัยปรากฏอยู่เต็มใบหน้า กระนั้นก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงที่ว่าชวี่ฮุ่ยิผู้นี้ยินดีที่จะไม่เป็หนี้บุญคุณของนาง
อวี้เยี่ยนพนักหน้าให้กับตัวเอง เท่านี้คงเพียงพอแล้วนี่เป็ความ้าของเขาั้แ่กาลก่อน เท่านี้ก็รอเพียงแค่เขาเจอกับเฉินชิงเหลียนผู้มีบุญคุณที่แท้จริงนางสาบานว่าในตอนนั้นนางจะเป็เพียงชาวบ้านข้างจวนที่มองเหล่าบุรุษต่อสู้่ชิงบุปผางาม
อีกแค่ไม่กี่เดือนนับจากนี้คาดว่าคงมีละครหลายองก์ให้นางได้เลือกดูชม
เห็นร่างสูงยังคงไม่ปริปากพูด ประหยัดถ้อยคำเหลือแสนราวกับกลัวว่าถ้ากล่าวกับนางเพิ่มก็ดูจะเปลืองประโยคทองคำพันชั่งของเขานางเหลือบมองเถียนเถียนด้านข้างที่พยายามทำตัวให้เล็กที่สุดน้ำชาที่สาวใช้ตัวดีถืออยู่เย็นชืดจืดสนิทไปเรียบร้อยั้แ่ที่ชวี่ฮุ่ยิมานั้น นอกจากจะยังไม่ได้นั่งลงแม้เพียงสักชั่วยามน้ำชาก็ดูจะไม่ได้ถูกแตะตามไปด้วย
“ชวี่ซื่อจื่อคงไม่ได้มีธุระอื่นนอกจากนี้แล้วกระมั้ง?”ไม่เห็นแก่คนที่กำลังาเ็แม้แต่น้อยอวี้เยี่ยนเริ่มเอ่ยปากไล่แขก
นางโคลงศรีษะลอบมองร่างสูง พลางถอนหายใจเสียดายหากชายงามผู้นี้ไม่ได้มีใจให้กับเฉินชิงเหลียน นางก็ไม่แคล้วอยากได้เขามาเป็สามีคนผู้นี้จะอะไรก็ดีหมด เว้นเสียแต่ดวงใจของเขามีเ้าของแล้ว ดูเสียสิวาสนาของชวี่ฮุ่ยิและเฉินชิงเหลียนถูกผูกกันไว้ั้แ่อยู่บนเทือกเขานั่นครั้นจะตั้งใจแยกกันออกมาก็น่ากลัวจะยิ่งเพิ่มให้ตัวนางตายเร็วมากยิ่งขึ้นเสียมากกว่า
ฉะนั้นบุรุษใดที่เกี่ยวข้องกับเฉินชิงเหลียนในชาติอวี้เยี่ยนไม่มีความคิดที่จะแตะต้องแม้แต่น้อยให้นางเป็เพียงชาวบ้านข้างจวนที่มองดูบุรุษรูงามทั้งหลาย่ชิงสาวงามดีกว่า
ทุกคนล้วนมีวาสนาเป็ของตัวเองนางก็คิดว่าตัวนางจะต้องได้พบเจอกับวาสนาที่ว่านี้เช่นเดียวกัน
เมื่อดูท่าจะไม่มีอันใดกล่าวกันต่อเหมือนครั้งนี้จะแตกต่างกับกาลก่อนที่ชวี่ฮุ่นิไม่เข้ามาเพื่อพูดอย่างขับข้องใจและเดินจากไปอย่างเ็า มีเพียงทำสีหน้างงงันครั้งแล้วครั้งเล่า
“เถียนเถียน ส่งแขก”กล่าวจบพร้อมเดินผ่านหน้าชวี่ฮุ่ยิไป กลิ่นหอมกลุ่นอ่อนจางสายหนึ่งคล้ายมีคล้ายไม่มีลอยพัดผ่านกระทบจมูกของเขาตามการเดินผ่านของร่างงามอาภรณ์สีม่วงชมพูทำให้ช่วยไม่ได้ที่ชวี่ฮุ่ยิจะเผลอสูดกลิ่นหอมอ่อนจางนั้นเข้าไปลึกๆ ครานึง
ยาวเมื่อคุณหนูเฉินกล่าวจบ นางไม่รั้งรอสักนิดมั่นใจอย่างยิ่งยวดว่าเขาไม่มีธุระอื่นใดที่จะกล่าว ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดท่าทางไม่แยแสนั่นพลันทำให้เขารู้สึกอึดอัดขึ้นไม่ได้ไปชั่ววูบและนั่นทำให้เขาหันไปเอ่ยอย่างรวดเร็ว
“ข้ายังไม่ได้คารวะท่านแม่ทัพ”ชวี่ฮุ่ยิกล่าวติดจะร้อนรนอย่างไม่รู้ตัว
“ท่านพ่อไม่อยู่จวน ท่านมาวันอื่นเถิด”อวี้เยี่ยนไม่หันกลับไปมอง เชิดหน้าก้าวขาเดินกลับเรือนพร้อมตอบกลับเสียงแ่
กาลนี้เขาไม่ตอแยเกินไปหรอกหรือ อวี้เยี่ยนขมวดคิ้ว นางเร่งฝีเท้าไม่อยากเกี่ยวข้องไปมากกว่านี้ แม้แต่บทสนทนาก็เริ่มประหยัดถ้อยคำ
“เช่นนั้นคุณหนูเฉิน”ชั่วพริบตาร่างที่สูงกว่าก็ก้าวเท้าเข้ามาประชิดข้างตัวอวี่เยี่ยนอย่างรวดเร็วทำให้นางผละไป ดวงตาของดรุณีน้อยไล่ตามองคนตรงหน้า กวาดไล่ั้แ่อกกว้างไล่ขึ้นไปยังใบหน้าคมคายขาวซีดที่กลับดูหล่อเหลาสง่างามอย่างยิ่งยามเมื่อสวมด้วยชุดสีดำปราณีต“ข้ายังไม่ได้คารวะฮูหยินรอง ข้าเป็ผู้มาเยือน หากเ้าของเรือนไม่อยู่ อย่างไรก็ต้องคารวะฮูหยินขอคุณหนูเฉินนำทางให้ข้า”
น่ารำคาญ!
หากชวี่ฮุ่ยิ้าสิ่งใดนั่นคือเื่น่ารำคาญไม่รู้ว่าจะมีสักกี่คนที่ได้ยลความจริงข้อนี้เมื่อกาลก่อนสิ่งนี้คือไม่กี่เื่ที่อวี้เยี่ยนรับรู้จากชวี่ฮุ่ยิแท้จริงภายใต้ความสง่างามของบัณฑิตผู้เ็าเขาช่างน่ารำคาญเมื่อเกิดความกระตือรืนร้นต่อบางสิ่ง
อย่างเช่นในตอนนี้น่ากลัวว่านางได้ไปสะกิดต่อมบ้าอันใดไม่รู้ของเขาเข้าไปแล้ว
อวี้เยี่ยนหยุดเดินแล้ว มองร่างสูงสง่าอย่างเบื่อหน่ายอ้าปากกล่าวประโยคนึงที่แน่นอนว่าทำให้ร่างสูงที่ขยันเดินตามอยู่ในครานี้ถึงกับหยุดกึกทันควัน
“ถ้าท่านอยากถูกมารดาข้าร่อนเทียบเชิญทั้งเช้าและเย็นเพื่อให้มาเจอกับข้าอีกครั้งหรือถ้าท่านอยากถูกเหตุการณ์บางอย่างทำให้ตัวเองดิ้นไม่หลุดและสุดท้ายต้องมาหมั้นกับข้า ท่านก็สามารถไปหามารดาและคารวะนางในตอนนี้ได้เลย”
ชวี่ฮุยิชิงชังการจับคู่คลุมถุงอย่างถึงที่สุดยิ่งพูดถึงการมีแผนการชั่วร้ายมาเกี่ยวข้อง เขายิ่งรังเกียจ
เขาชิงชังสตรีที่เต็มไปด้วยความคิดเ้าเล่ห์มากแผนการ
และตอนนี้นางน่าจะเป็สตรีผู้นั้นในใจของเขาไม่มากก็น้อย
ไอ้หยา นางกำลังมองดูละครองก์ใดอยู่หนอ เถียนเถียนยืนอยู่ข้างๆอย่างเงียบเชียบจนตัวนางแทบจะกลายเป็ส่วนนึงของต้นไม้อยู่ร่อมร่อ
เหลือบดูคุณหนูที่มองซื่อจื่ออย่างเคร่งเครียดครานึงก่อนจะเหลือบมองซื่อจื่อยืนนิ่งตระหง่าน ดูไม่คิดแม้แต่จะขยับให้พ้นทาง ทั้งๆที่เคยเจอกันเพียงสองครั้ง กลับเหมือนรู้จักกันมานานมากอย่างไรอย่างนั้นนางพำพึมเสียงเบา เมื่อคิดอันใดบางอย่างขึ้นมาได้ก็รีบเอ่ยเพื่อให้อวี้เยี่ยนพ้นจากสถานการณ์ประหลาดนี้
“ฮูหยินรองก็ไม่อยู่จวนเช่นกันเ้าค่ะก่อนที่ซื่อจื่อจะเดินทางมา นางก็เพิ่งจะออกไปไหว้พระที่วัดซิ่นเจี้ยนเ้าค่ะ”พูดจบก็ก้าวถอยหลังไปเป็ส่วนหนึ่งของต้นไม้ต่อ
อวี้เยี่ยนเลิกคิ้ว เอ่ยกับชวี่ฮุ่ยิอย่างไม่เกรงใจ“ตอนนี้ผู้าุโที่สามารถรับรองได้ชวี่ซื่อจื่อล้วนไม่มีใครอยู่จวนหากท่านมีความจริงใจในการคารวะผู้าุโล่ะก็ ค่อยมาวันอื่นเถิด”
เมื่อถูกกล่าวไล่สองครั้งสองคราต่อให้เป็ชวี่ฮุ่ยิที่เยือกเย็นอยู่เป็นิจก็เริ่มไปไม่ถูกบ้างแล้วตัดสินใจบางอย่างชั่วครู่ปากหยักลึกพันชั่งของเขาจึงกล่าวประโยคเรียบเฉยอย่างที่อวี้เยี่ยนแทบอยากเอาไม้กวาดที่เรือนเล็กมาฟาดไล่ประโยคนึงออกมา
“ไม่สามารถพูดได้ว่าไม่ใช่ผู้มีพระคุณถึงอย่างไรคุณหนูเฉินก็ได้ช่วยข้าขึ้นมาจากธารน้ำนั่น หากไม่ได้คุณหนูน่ากลัวว่าข้าอาจจะาเ็หนักยิ่งกว่านี้ และอาจทำให้ถึงกับไม่รอดชีวิตไปด้วยซ้ำแม้เหตุผลการช่วยชีวิตผู้อื่นของคุณหนูจะดูไร้มโนธรรมไปสักหน่อยแต่บิดาข้ากล่าวไว้เสมอ บุญคุณที่ได้ถูกช่วยเหลือ อย่างไรก็ต้องทดแทนเมินเฉยไม่ได้เป็อันขาด”
“โอ้หากเป็แผนการร้ายที่จงใจทำขึ้นเพื่อให้ท่านติดหนี้บุญคุณท่านก็เต็มใจทดแทนงั้นหรือ”
ชวี่ฮุ่ยิสบกับดวงตาที่มองสะท้อนใบหน้าของเขาออกมาเป็ดวงตากลมโตสีเข้มอัดแน่นไปด้วยความเย่อหยิ่ง ไม่ยอมแพ้กระนั้นช่างใกล้เคียงกับแมวตัวน้อยผู้หวงถิ่น ไม่ยอมคนไม่้าให้ใครเข้าเท้าเข้ามาในถิ่นตน
เป็ความหวงถิ่นที่ถึงจะอย่างไรเขาก็้าจับต้องเ้าแมวน้อยตัวนั้นออกมาเพื่อปลอบประโลม
“เช่นนั้น…”ชวี่ฮุ่ยิถึงกับครุ่นคิดชั่วครู่ แต่วินาทีต่อมาเมื่อเขาเงยหน้ามาพบกับร่างบางที่ทำสีหน้าเคร่งเครียดรอฟังคำตอบไม่รู้เพราะเหตุใด ประโยคนี้จึงเอ่ยหลุดออกมา “ก็ต้องดูแล้วว่าผู้พูดเป็ใคร”
“...” อวี้เยี่ยนอดไม่ได้ที่จะปิดปากที่กำลังอ้าค้างไว้อยู่เหตุใดคนผู้นี้จึงดื้อดึงแตกต่างกับใบหน้าเ็านั่นเสียจริง!
ชั่วพริบตา อวี้เยี่ยนก็ตระหนักออกถึงบางสิ่งมองร่างสูงที่ไม่รู้เกิดอันใดขึ้นจึงอยากตอบแทนบุญคุณจอมปลอมเสียปานนั้นนางพลันหรี่ตาพร้อมหัวเราะเบาๆ ใช่แล้ว หากจำไม่ผิดไม่ใช่่เวลาอันใกล้นี้หรอกหรือที่เื่ราวทุกอย่างได้เริ่มต้นขึ้น
เช่นนั้นนางขอนึกใจดี เร่งเวลาให้พวกเขาทั้งสามคนเจอกันเร็วกว่ากำหนดไปเลยก็แล้วกัน
“เดือนหน้าคนที่จวนน่าจะอยู่กันครบ”อวี้เยี่ยนพูดพลางสบกับดวงตาคมที่หากเป็ดรุณีคนอื่นคงไม่แคล้วรู้สึกเขินอายจนยากที่จะจ้องมองกลับโดยตรงด้วย
“ท่านพ่อและท่านพี่มีกำหนดกลับเต๋อหวางฉายในเร็วๆนี้ หากชวี่ซื่อจื่อมุ่งมั่นที่จะคารวะผู้าุโอย่างพบพร้อมเช่นนั้นอวี้เยี่ยนจะขอส่งเทียบเชิญชวี่ซื่อจื่อมาที่จวนอีกครั้งนะเ้าคะหวังว่าใน่นั้นท่านจะไม่ติดภารกิจใดอยู่”
เต๋อหวางฉาย คือเมืองหลวงอันรุ่งเรืองคือเมืองที่เฉินชิงเหลียนจะทำให้บุรุษในเมืองแห่งนี้ถึงกับต้องใช้กลยุทธ์ทั้งชั่วช้าทั้งสูงส่ง วางแผนดีแผนร้ายอย่างบ้าคลั่งเพื่อที่จะดวงใจของหญิงสาว
บางคนถึงกับเคยรำพึงรำพัน เพียงเสี้ยวที่เ้าชายตามองชาตินี้ถึงตายข้าก็ไม่เสียดายชีวิต
กล่าวตามตรง นางไม่สามารถเข้าใจได้จริงๆว่าเหตุใดผู้คนจึงคลั่งไคล้เฉินชิงเหลียนถึงเพียงนั้นอาจเพราะในกาลก่อนนางนึกริษยาน้องสาวต่างมารดาผู้นี้จนเกินไปดังนั้นจึงคิดแต่มองความดีงามแปรเปลี่ยนเป็ความน่ารังเกียจมองความสดใสโยงเข้าไปกับความเสแสร้งแกล้งทำมาตรว่ามั่นใจที่ตนเองนั้นงดงามจนเกินไป จึงมองข้ามความงดงามของผู้อื่นและเห็นเป็เพียงความจืดชืดที่ยากจะทำให้ผู้คนชมชอบ
และความจริงที่กลับตาลปัตรเหลือแสนที่นางได้เผชิญพบเจอมาในกาลก่อนนั้นก็ทำให้อวี้เยี่ยนตาสว่างขึ้นไม่น้อย
“ข้าสะดวก” ชวี่ฮุ่ยิประมือน้อมรับคำเชิญภาพร่างสูงที่โค้งน้อมตัวเล็กน้อยให้เด็กหญิงที่ร่างเตี้ยกว่า ดูอย่างไรก็แปลกประหลาดอวี้เยี่ยนยืนหลบการคำนับอย่างอึดอัด คนที่เขาสมควรคารวะคำนับไม่ใช่คนเช่นนางแต่ควรเป็ขุนนางในท้องพระโรงพวกนั้นต่างหาก
และเฉินชิงเหลียน ในกาลก่อน อวี้เยี่ยนลอบมองเห็นบ่อยยิ่งที่เขาชอบเสนอหน้าไปคารวะทักทายน้องสาวต่างมารดา ทำทุกอย่างเพื่อให้มี่เวลาที่ได้ใกล้ชิดกับหญิงสาวในดวงใจไม่สนแม้แต่ชินอ๋องที่สีหน้าดำคล้ำข้างกายร่างงาม
มาในกาลนี้เพียงครั้งแรกที่ได้เจอหน้ากันอย่างที่ไม่นับตอนชายหนุ่มสลบไสลอยู่เขาก็ค้อมคำนับใส่นางไปแล้วสองครั้ง
ตำแหน่งซื่อจื่อจวนเสนาบดีอย่างไรก็สูงส่งเหตุใดหลังของชายผู้นี้จึงขยันค้อมคารวะต่อผู้อื่นได้อย่างเป็ธรรมชาติถึงขนาดนี้กันหนอยิ่งกับดรุณีในห้องหอเช่นนาง ไม่นับเฉินชิงเหลียนที่เติบใหญ่จากบนูเาลึกถูกเลี้ยงมาโดยชาวยุทธ์ นางชมชอบการคารวะทักและคารวะตอบรับเสียยิ่งกว่าใครนั่นอาจเป็ส่วนหนึ่งที่ทำให้ชวี่ฮุ่ยิรู้สึกดีด้วย
เมื่อเห็นว่านางไม่สะดวกใจรับการคำนับชวี่ฉุ่ยิก็เปลี่ยนกลับมายืนตัวตรง
“เช่นนั้นข้าจะรอเทียบเชิญคุณหนูเฉินอยู่ที่จวน ขอลา”
เมื่อร่างสูงหันกายจากไปจวบจนไม่เห็นเงา เถียนเถียนจึงค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ๆ อวี้เยี่ยน เอ่ยกระซิบกระซาบเสียงเบา
“ไม่รู้เพราะเหตุใด ข้าถึงรู้สึกว่าเหมือนพวกท่านกำลังเทียบเชิญจดหมายหมั้นกันเลยเ้าค่ะ...เจ็บ!”พูดยังไม่ทันจบ พัดเล่มน้อยบนมืออวี้เยี่ยนก็ฟาดใส่หน้าผากของสาวใช้ตัวน้อยในโถงใหญ่กว้าง เสียงตีนี้จึงดังก้องกังวานเป็พิเศษ
“ถ้าอยากมีปากเอาไว้กินข้าวอยู่เ้าก็ลองพูดอีกครั้งสิ”อวี้เยี่ยนถลึงตาใส่
เอาชื่อของนางไปโยงเข้ากับผู้ชายของเฉินชิงเหลียนอยากมีอายุแค่สิบแปดปีใช่หรือไม่?