ตอนที่31ความอยากรู้จนเจ็บตัว
เมื่อลิซ่าอธิบายเื่เมื่อคืนทุกระเบียบนิ้วให้โอราอุสฟังอีกฝ่ายก็ฟังอย่างตั้งใจอย่างมากๆๆเขาไม่คิดว่าปีศาจตนนั้นจะล่อลวงน้องสาวเขาออกไปนอกพื้นที่ที่มีคนเยอะได้แบบนี้เขาก็ไม่นึกว่าโฟกัสจะไปจริงๆ ถ้าน้องสาวรู้ว่าลายมือนั้นไม่ใช่ของพ่อ แต่ก็ยอมไปแปลว่าน้องสาวนั้นรู้อยู่ว่าคนที่ส่งจดหมายเป็ใคร ทำให้โอราอุสเครียดหน่อยๆเลยว่าทำไมน้องยอมทำแบบนี้กัน แต่ก็ดีที่น้องสาวไม่เป็อะไรมากเพราะลิซ่ากับโพรทาเลีย
“เฮ้อ...แต่ก็โล่งใจที่โฟกัสไม่เป็อะไรมากน่านะขอบใจเธอและโพรทาเลียด้วยนะ ที่ช่วยโฟกัสไว้นะ”
"อืม พวกข้า้าช่วยคนที่กำลังลำบากนี่นาและอีกอย่างโพรทาเลียตอนนั้นก็เดือดจนไฟลุกไปทั้งตัวจนทำให้ฉันใหน่อยๆน่านะ แต่ดีที่ไม่เป็อะไรนะ"
“เอ๊ะ ที่เธอเล่าให้ฟังสินะมันเพราะอะไรนะ?”
“จากที่ฉันฟังจากโพรทาเลียรู้สึกนั้นจะเป็พลังจากอดีตชาติของเธอนะ”
“อดีตชาติเหรอ? อันนี้ฉันไม่เคยได้ยินเลยนะนั้น”
“ก็จริงน่านะโพรทาเลียไม่ค่อยอยากบอกใครว่าเธอมีชะตากรรมหลายอย่างที่เธอต้องเจอนะ”
“งั้นเหรอ...” โอราอุสคิดหลายอย่างจนเขาคิดเลยว่าน้องสาวเขานั้นช่างเป็เด็กที่เจอแต่เื่เลวร้าย “น้องสาวฉันเจอแต่อะไรกันนะ...”
“อืม เด็กคนนั้นลำบากมากๆ มาตลอดน่านะ”
“เฮ้อ...”
ทั้งสองคนถอนหายใจพร้อมกันพอพวกเขารู้ว่าต่างฝ่ายต่างถอนหายใจพร้อมกันทำเอาหัวเราะกันทันทีพอคุยเื่เมื่อคืนจบ โอราอุสก็ชวนโฟกัสทานขนมที่เขาทำต่อ พวกเขาคุยกันจนตกดึกทำให้โอราอุสใที่ทั้งสองคนคุยกันได้อย่างเป็ปี่เป็ขลุ่ยจนลืมเวลาไปเลยเขาอาสาพาอีกฝ่ายไปส่งที่สถานพยาบาลทันที พวกเขาเดินไปก็ยังคุยกันอยู่เรื่อยๆ
“เฮ้อ...ไม่นึกว่าจะคุยกันดึกแบบนี้นะ”
“จริงด้วยนะไม่คิดว่าข้าจะคุยกับใครได้นานแบบนี้นะ” ลิซ่ารู้สึกการได้อยู่กับอีกฝ่ายนั้นมีความสุขกว่าอะไรที่ทำให้เธอมีความสุข
“เธอไม่เคยคุยกับใครในค่ายเลยเหรอ?”
“คุย แต่ก็คุยแค่เรื่อยเปื่อยเพราะไม่มีคนรู้ตัวจริงของข้า นอกจากพวกเ้า...”
“อ๊ะ จริงด้วย...” โอราอุสพึ่งนึกออกเขาลูบต้นคอเขาอย่างเขินๆ
เขาลืมไปว่าอีกฝ่ายนั้นเป็เทพี เป็ธิดาของโครนอสถ้าคนในค่ายรู้ เธอคงถูกจับตามองและเหล่าเทพีคงพาเธอไปอยู่ข้างบนเขาโอลิมปัสนั้นเขาคงไม่ได้เจอเธออีกแน่ๆ ไม่รู้ทำไมพอเขาคิดว่าถ้าไม่มีอีกฝ่ายแล้วเขาคงรู้สึกเหงามากๆ แน่ๆ เขาไม่อยากจากหญิงตรงหน้าของเขาไปเลยโอราอุสเผลอเขยิบเข้าไปใกล้อีกฝ่ายจนมือของเขาเข้าไปจับมือของเธอ ลิซ่าใหน่อยๆที่มืออีกฝ่ายมาจับมือของเธอ
“อ๊ะ!”
เมื่อได้ยินเสียงอีกฝ่าย โอราอุสหันไปมองเขามองเธอที่มองลงข้างล่าง เขาเห็นมือของเขากำลังจับมือเธอ “อ๊ะขอโทษ...คือฉัน!!”
โอราอุสกำลังจะปล่อยมืออีกฝ่ายออกแต่อีกฝ่ายกลับไม่ปล่อยมืออีกฝ่าย โอราอุสมองอย่างสงสัยทันที
“อลิ...ซ่าเบ็ธ...”
“จะผิดไหมที่ข้าอยากจับมือกับชายที่ข้ารู้สึกมีใจให้แก่เขานะ...”ลิซ่าพูดทั้งใบหน้าที่กำลังแดงระรื่น
โอราอุสที่ได้ฟังแบบนั้น ทำเอาใบหน้าของเขานั้นแดงขึ้นมา“มะ...มีใจ...”
เขาถึงกับหลบหน้าอีกฝ่ายทันทีเขาไม่นึกว่าเธอจะมีใจให้แก่เขาได้ ทั้งสองไม่พูดอะไรกันเลยระหว่างนั้นมีแต่เดินจับมือกันไปเงียบๆ พวกเขาเดินกันจนมาถึงสถานพยาบาลโอราอุสกำลังคิดว่าจะพูดอะไรกับอีกฝ่ายดี แต่ก็อยากบอกลาแบบดีๆลิซ่าเห็นว่าอีกฝ่ายยังยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าของเธอนั้นทำให้เธอคิดบางอย่างคิดในสิ่งที่เธอคิดว่านั้นน่าจะดีสำหรับการบอกลาเธอเขยิบเข้าไปใกล้ๆ อีกฝ่าย ค่อยๆ ยืดตัวเข้าหาอีกฝ่าย เธอจุมพิตข้างแก้มอีกฝ่ายนั้นทำให้โอราอุสจ้องมองจนสถานการณ์ตรงนั้นมันนิ่งเงียบ
“ข้ามีใจให้เ้าแบบนี้แล้วเ้าล่ะมีใจให้ข้าหรือไหม?”
“คะ...คือ...” โอราอุสยังยืนนิ่งอยู่เขาปรับสติตัวเองไม่ถูกเลย
ลิซ่ายกนิ้วขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากอีกฝ่าย “อย่าพึ่งตอนนี้ก็ได้...ข้านะอยากให้เ้าแสดงให้ข้าเห็นมากกว่าว่าเ้ามีใจให้ข้าไหม? ขอบคุณที่เลี้ยงขนมนะแล้วก็กลับบ้านพักดีๆ นะ”
ลิซ่ารีบเดินเข้าไปสถานพยาบาลทันทีเธอรีบเดินไปหาโพรทาเลียที่พักปล่อยให้โอราอุสมีสีหน้าที่แดงแบบแดงเป็ลูกมะเขือเทศอยู่ตรงนั้นเขาไม่นึกว่าหญิงสาวที่เขาเอาแต่จ้องมองในฐานะคนที่ดูแลน้องสาวเขาให้มาตลอดและเป็ธิดาของโครนอสจะมาสารภาพรักกับเขาว่าเธอรู้สึกมีใจให้เขา เขาควรทำไงดี
“นี่ฉัน...ควรทำยังไงดี”
โอราอุสเดินกลับไปอย่างสับสนว่าตนเองควรทำยังไงดีลิซ่าที่กำลังเดินเข้ามายังสถานพยาบาล เธอนั้นมีหน้าแดงอย่างมากเธอไม่นึกว่าตัวเองจะกล้าพูดแบบนั้นไปตอนที่ััได้ถึงมืออันเรียวใหญ่ที่กำลังััมืออันผอมบางของเธออย่างอ่อนโยนทำให้จิตใจเธออยู่ไม่เป็สุข หลายครั้งที่เธออยู่กับเขาในทุกๆ วัน ทุกๆครั้งที่มีการฝึก เธอเอาแต่มองเขาที่ทั้งเก่ง และใจดีจนสาวๆ ต่างชอบใจมากๆจนเธอก็แอบอิจฉาสาวๆพวกนั้นที่สามารถมีความรักโดยไม่ต้องกังวลใจเื่ชีวิตอันสั้นแต่ตัวเธอนั้นมีชีวิตยังยืนยาว จนเธอหวาดกลัวว่าคนรักเธอตายไปเธอจะอยู่กับใครจนโอราอุสเข้ามาหาเธอและพูดถึงเื่ชีวิตและความรัก
‘ฉันนะไม่สนหรอกว่าจะมีชีวิตยืนยาวแค่ไหนฉันสนอย่างเดียว’
‘สนอย่างเดียว?’
‘ว่าฉันจะใช้ทุกชีวิตเวลากับเธอคนนั้นมากแค่ไหนและจะได้อยู่ข้างกายเธอคนนั้นจนฉันหมดลมหายใจไหมนะ’
คำพูดอีกฝ่ายนั้นทำให้ใจของลิซ่านั้นเปิดกว้างมากขึ้นนั้นทำให้เธออยากเปิดใจกับความรักใหม่อีกฝ่ายเข้ามาทำให้เธอรู้สึกเริ่มสนใจเขามากขึ้นไปอีกจนตอนนี้เธอสารภาพความในใจออกไป เธอนึกถึงตอนนั้นใบหน้าเธอก็แดงขึ้นมาอีกพอเธอเดินไปสักพัก เธอมาถึงที่เตียงที่โพรทาเลียนอนก็ต้องใเมื่อมีคนกำลังจ้องมองเธอกลับมา
“เย้ย!” ลิซ่าใเมื่อเห็นสองสาวตัวน้อยของเธอกำลังจ้องมองเธออย่างเซ็งๆ ลิซ่าถึงกับเหงื่อตกเลยที่พวกเธอทั้งสองคนยังไม่นอนกัน “ดึกขนาดนี้แล้วพวกเ้าสองคนยังไม่นอนอีกเหรอคีย์ คาเร็นน่า”
“ก็พอคร่อมโฟกัสจนหลับไปั้แ่ 2 ทุ่ม ก็รอพี่สาวว่าจะกลับมาเมื่อไร จนตอนนี้ปานไปจะเที่ยงคืนล่ะครับ”
“พี่ขอโทษนะ!!พี่ไปคุยเื่ราวบางอย่างกับโอราอุสนะ เลยคุยเพลินไปนิดนะ!!” ลิซ่ากล่าวขอโทษทันที
“ไปไหนก็ช่วยบอกผมหน่อยเถอะ ผมก็ห่วงนะ”
“เอ๋...แล้วคาเร็นน่าไม่ได้บอกคีย์เหรอว่าพี่ไปไหนนะ?”
“เอ๋?” คาเร็นน่านึกขึ้นมาได้ว่าเธอก็อยู่ตอนที่เทพีออกไปข้างนอกนี่นา “แหะๆ”
“คาเร็นน่า...” โพรทาเลียมองลูกสาวทันที
“หนูขอโทษค่ะหนูลืมว่าพี่ลิซ่าออกไปข้างนอกกับพี่ชายคนนั้นนะคะ”
“เฮ้อ...งั้นนอนเถอะทั้งสองคนกลับบ้านพักไปนอนเถอะนะ”
“โทษทีนะจ๊ะ งั้นคาเร็นน่ากลับบ้านพักนะ” ลิซ่ายื่นมือไปหาคาเร็นน่าทันที
“ค่ะ งั้นหนูจะมาพรุ่งนี้เช้านะคะ บายๆ” คาเร็นน่าโบกมือให้แม่ของตน
โพรทาเลียโบกมือลาตอบผู้เป็ลูก พอเื่กลุ้มใจหายไปเธอก็นอนลงกลับเตียงของตนเอง เธอหันมองโฟกัสที่นอนอยู่ข้างๆไม่นึกว่าจะมีวันนี้ที่ได้เจอน้องสาวอีกครั้งแต่ก็น่าใที่น้องสาวไม่บอกพ่อแม่ว่าเธอคือใครนั้นทำให้สงสัยว่าน้องสาวกำลังจะทำอะไรกันแน่ ถ้าบอกไปพ่อแม่จะต้องเปิดการป้องกันเขตในค่ายทันทีแน่ๆแต่พอมานึกยังมีคนของนูอัสอยู่ในค่ายนี้แน่ๆ ถ้าป้องกันแล้วพวกนั้นใช้ตัวประกันล่ะนั้นทำให้โพรทาเลียคิดเยอะเลยล่ะแต่พอหัวถึงหมอนแล้วเธอรู้สึกว่าเปลือกตาเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆจนเธอเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้
่เวลาอันสงบสุขที่แสนยาวอยู่นั้นกำลังผ่านไปรวดเร็วเหมือนได้ยินเสียงดังมาจากไหนก็ไม่รู้เสียงนั้นมันดัง ดังแกร๊ก! แกร๊ก!เสียงนั้นเหมือนสิ่งบางอย่างกำลังกระทบกันจนเกิดเสียงนั้นขึ้นมาทำให้เด็กหนุ่มที่กำลังหลับสบายอย่างโพรทาเลีย เธอค่อยๆ ลุกขึ้นตื่นมาอย่างงัวเงียเธอยกมือขึ้นขยี้ตาเพื่อให้หายง่วง พอได้สติเธอก็มองดูว่าเสียงดังกล่าวอยู่ไหนแต่พอมองๆ รอบๆ ไม่มีใครลุกขึ้นมาทำอะไรในตอนนี้นั้นทำให้โพรทาเลียสงสัยว่าเสียงนั้นมาจากไหน
“เสียงแกร๊กๆ นี่มาจากไหนกันนะ?”
เธอค่อยๆ ลุกตัวขึ้นมายืดเส้นยืดสายเธอหันไปมองน้องสาวที่กำลังนอนหลับอย่างสบายใจเมื่อมองใบหน้าของน้องสาวทั้งน่ารักและดูสดใสมากๆ ทำเอาเธอสุขใจกับภาพตรงหน้าพอได้เติมพลังจากการมองน้องสาว เธอก็ตบหน้าตัวเองหนึ่งครั้งอย่างแรง
“เอาล่ะ ไปดูต้นตอของเสียงนั้นดีกว่า”
โพรทาเลียค่อยๆ เดินผ่านจุดที่ยังมีคนเฝ้ายามอยู่ทำให้สงสัยว่าต้องออกไปทางอื่นเธอเลยต้องออกไปทางด้านข้างของสถานพยาบาลแทน พอออกมาได้เธอก็ลองเดินหาทันทีว่าเสียงดังกล่าวนั้นอยู่ไหน แต่การออกมาเดินตอนที่ยังมืดๆมันช่างลำบากสำหรับคนทั่วไปจริงๆ แต่สำหรับเธอนั้นช่างง่ายดายเกินไปจริงๆโพรทาเลียเดินไปเรื่อยๆ ตามทางเธอเดินอ้อมหลังบ้านใหญ่ แล้วเดินตรงไปเรื่อยๆจนถึงสถานที่แห่งหนึ่งที่เป็ต้นตอของเสียงดังกล่าวนั้นจริงๆ
“ที่นี่มันตึกศิลปะและงานฝีมือนี่น่า?”
โพรทาเลียมองสถานที่ตรงหน้าสงสัยเลยว่าที่มีเสียงอะไรที่มันแกร๊กๆได้ด้วยเหรอ แต่พอมาคิดเสียงนั้นคล้ายๆ กับเสียงที่เธอเคยได้ยิน
“คงต้องลองเดินรอบๆว่าเสียงดังกล่าวอยู่ไหนสินะ “
พอเธอเดินไปเรื่อยๆ เสียงนั้นก็เริ่มดังมากขึ้นไปอีกเมื่อเธอเดินมาถึงด้านหลังตึกศิลปะและงานฝีมือแต่มันมีความรู้สึกถึงไอร้อนออกมาจากสถานที่ข้างหลังนี้มันเป็ตึกที่ปิดมิดชิดมากๆ จน เธอสงสัยว่าที่นี้มันอะไรแต่พอเดินตรงไปที่ประตูเพื่อจะเปิดประตูนั้นความร้อนจากกรอกประตูนั้นพุ่งตรงมาที่มีเธออย่างรวดเร็ว
“อ๊ากกกกกก!! ร้อน! ร้อน! ร้อน!” โพรทาเลียะโโลดเต้นอย่างเ็ปก่อนจะเป่ามือของตนที่โดนความร้อนจากกรอกประตูเล่นงานเอา “งื้ออออร้อนแบบนั้นคงเข้าไม่ได้แน่ๆ เลย อยากรู้ว่ามันคืออะไร แต่ร้อนแบบนั้นได้ตายแน่ๆ”
โพรทาเลียกำลังเจ็บเพราะมือตัวเองโดนเหล็กลวกอยู่นั้นก็มีเสียงดังใครบางคนพูดขึ้นมา
‘เข้ามาสิ...ไม่ร้อนหรอกนะ...’
“เอ๋!?” โพรทาเลียสะดุ้งทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น“เสียงเมื่อกี้มัน...”
เสียงของใครบางคนนั้น ช่างน่าคุ้นเคยมากๆจนโพรทาเลียสงสัยว่าเสียงใคร แต่พอมานึกๆเธอก็จำได้ว่าเสียงนั้นเป็เสียงของสาวผิวน้ำผึ้งนี่น่า
“หรือว่า เสียงของเซเรน่า...” โพรทาเลียค่อยๆลุกขึ้น พอรู้ว่าเสียงนั้นเป็เสียงของเซเรน่าก็เบาใจ แต่เธอก็จ้องมองกรอกประตูอย่างกลัวๆว่ามันจะลวกมือเธออีกแน่ๆ “เอาล่ะ!!”
พอเธอทำใจได้สักพักหนึ่ง เธอก็ยื่นมือไปจับกรอกประตูนั้นพอมือของเธอจับกรอกนั้นก็ไม่รู้สึกถึงความร้อนที่ตอนแรกเจอ
“ไม่ร้อนแล้วนี่น่า?”
โพรทาเลียงุนงงเลยว่าทำไมตอนแรกเธอถึงโดนมันลวกมือเอาแต่การจับกรอกนั้นทำให้เธอเจ็บมือที่เป็แผลอยู่ เธอต้องเปลี่ยนมือในการจับเธอเห็นมาใช้มืออีกข้างจับกรอกประตูแล้วค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปอย่างช้าๆพอเข้ามาได้นั้น เธอใช้จมูกดมฟุดฟิดๆ ว่าข้างในมีกลิ่นอะไรมั้งตอนนี้เธอได้กลิ่นอายของเหล็ก ไม้ ข้างในนี้มีไอความร้อนสีส้มอยู่ข้างใน โพรทาเลียสงสัยว่าที่นี้มีไว้ทำอะไรเธอเดินสำรวจอย่างสงสัยพอเดินเข้ามาก็เจอกับเตาหลอม แท่งเหล็กใหญ่ๆ ไว้รองบางอย่างและอุปกรณ์มากมาย โพรทาเลียสะกิดใจขึ้นมาทันที
“ที่นี่มัน!! โรงตีเหล็กนี่น่า!!”น้ำเสียงของโพรทาเลียนั้นดูดี๊ด๊าเป็อย่างมาก “แบบนี้! แบบนี้! ก็สามารถสร้างของที่อยากสร้างได้เหมือนกันสิ!!”
โพรทาเลียดูมีความสุขเหมือนนึกถึงการสร้างของมากมายสมัยเธออยู่กับแซเทิร์น เธอก็เคยเกลียดการเข้าโรงตีเหล็ก แต่พอได้ทำบ่อยๆเธอก็แก้วิธีที่ไม่ทำให้เธอมีผิวที่ไหม้และแผลพุพองจากความร้อนของเตาหลอมได้ระหว่างที่กำลังมีความสุขอยู่นั้น เสียงแกร๊กๆ ก็ดังขึ้นมาอีก โพรทาเลียหันไปตามต้นเสียงที่ดังขึ้นพอมาอยู่ในโรงตีเหล็ก เธอก็จำได้ล่ะว่าเสียงดังกล่าวคือเสียงการตีเหล็กนั้นเอง
“เวลาแบบนี้มีคนมาทำงานด้วยเหรอ?”
โพรทาเลียสงสัยเลยลองเดินไปตามเส้นทางดังกล่าวเธอพึ่งสังเกตว่าข้างในนี้มีเตาหลอมอยู่เยอะมากๆ ทำให้สงสัยว่าเด็กบ้านเฮเฟตัสมีกี่คนกันแน่ระหว่างที่เดินกันไปก็มีแสงสว่างพุ่งเข้าใส่ทางด้านข้างนั้นทำให้โพรทาเลียยกมือขึ้นมาบังสายตาของเธอเพื่อไม่ให้แสงนั้นเข้าตาพอปรับแสงนั้นไม่ให้เข้าตาได้ เธอก็มองลอดผ่านมือของตนเองก็ได้เห็นอาวุธที่ถูกตั้งอยู่ข้างๆ เตาหลอม มันคล้ายๆค้อนใหญ่ที่มีด้ามจับที่ยาวมากๆ
“นั้นมันอะไรนะ?”
โพรทาเลียลองเดินเข้าไปดูอาวุธนั้นอย่างสงสัยมันเป็ค้อนที่ประหลาดที่มีด้านจับที่ยาวมากๆแต่แสงเรืองรองที่กำลังส่องออกมาทำให้โพรทาเลียสนใจค้อนนี้มากๆ เธอค่อยๆยื่นมือไปจับด้ามค้อน พอจับด้ามนั้นความร้อนก็พุ่งออกมาจากทำเอามือของโพรทาเลียที่พุพองอยู่แล้วยิ่งเพิ่มทวีคูณเข้าไปอีก
“อ๊ากกกกกกกกก!! ทำไมฉันโชคร้ายเจอแบบของแบบนี้เนี่ย!!”
เธอะโโลดเต้นไปมาด้วยความเ็ปมือของเธอนั้นทั้งแดงและเป็แผลเต็มไปหมด แต่เธอหันไปมองค้อนนั้นเธอรู้สึกว่ามันดูจะไม่ชอบเธอแน่ๆ ไม่งั้นมันคงไม่เผามือเธอแบบนี้แน่ๆ เธอค่อยๆลุกขึ้น แล้วไปมองค้อนนั้นอีก เธอสำรวจค้อนนั้นอย่างสงสัย ก่อนจะเห็นอักษรบางอย่าง
“หือ...นี่มันอักษรกรีก...อ่านว่าอะไรนะ...ด้วยรักอันยิ่งใหญ่จากผู้เป็บิดาแก่ลูกสาวอันเป็ที่รัก เซเรน่า เอ๋?”
พออ่านจบเธอก็รู้เลยว่าสิ่งนี้เป็ของเซเรน่าเธอไม่นึกว่าของชิ้นนี้จะมาอยู่ที่แห่งนี้แต่ไม่รู้ทำไมรู้สึกว่าค้อนชิ้นนี้กำลังโศกเศร้าอยู่
“แกคงเศร้าใจที่เ้านายแกไม่อยู่โลกนี้แล้วสินะ...”โพรทาเลียลูบด้ามจับมันก็ยังร้อนอยู่ แต่โพรทาเลียก็อดทนกับความร้อนนั้น“แต่ไม่ต้องห่วงนะ...เ้านายแกอยู่กับข้า ข้าจะปกป้องเ้านายที่แกรักเองนะ”
พอหมดคำพูดของโพรทาเลียเธอก็ััได้ว่าความร้อนของค้อนนั้นหายไปแล้ว เธอลองจับมันอย่างเต็มไม้เต็มมือดูแต่ก็จริงความร้อนหายไปแล้วทำให้เธอใเลยว่าทำไม เธอยกมันขึ้นความสวยของค้อนนี้ช่างสวยมากๆ มันเหมือนจะเป็ค้อนสีดำแต่เพราะแสงข้างในนี้เลยทำให้มันเหมือนของสีส้มผสมสีดำอยู่
“ค้อนนี้ช่างสวยดีจริงๆ”
“แน่อยู่แล้วล่ะ”
เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นโพรทาเลียหันไปข้างหลังตามเสียงนั้นทันที ละอองแสงกระจายอยู่กลางอากาศก่อนจะเกิดเป็เปลวเพลิงแล้วลุกโชนเป็หญิงสาวผิวสีน้ำผึ้งอันงดงามที่เธอเคยเจอก่อนหน้า
“เ้า...เซเรน่า...”
เมื่อได้ยินนามของตนเองอีกครั้งนางก็ยิ้มให้แก่หญิงสาวตรงหน้าที่อยู่ในร่างชายหนุ่ม เธอค่อยๆ เข้าไปหาอีกฝ่ายพร้อมกับยื่นมือไปััปลายคางของอีกฝ่าย
“ข้าไม่นึกเลยว่าเ้าจะกล้าััค้อนนั้นทั้งที่มันร้อนมากๆ ร้อนกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะััมัน...”
“ฮ่าๆ ข้าแค่...”
“แค่บ้าบิ่นที่จะจับอะไรจนทำให้ตัวเองเจ็บ!”เธอยกมืออีกฝ่ายขึ้นมันทั้งแดงและมีแผลพุพอง “แต่เ้าก็ยังปลอบใจมันอาวุธนั้นมีความรู้สึกของมัน มันเศร้าใจที่ข้าจากมันไป อาวุธของข้าเลยทำให้ตัวเองมีความร้อนมากๆจนไม่มีใครสามารถแตะมันได้!”
“แบบนี้เอง มันถึง...”
“ใช่ แล้วเ้าก็...” เซเรน่าลอยตัวเข้าไปใกล้อาวุธของเธอที่อีกฝ่าย“ปลอบใจมันจนมันอ่อนใจ เก่งมากเด็กน้อย เ้าอยู่กับเ้านายใหม่เ้าดีๆล่ะ”
“งั้นการทดสอบ...” โพรทาเลียสงสัยว่าการทดสอบจะผ่านไหม
“อย่างที่ข้าพูดไปก่อนหน้าถ้าเ้าทำให้อีกสิ่งของเขายอมรับเ้า เ้าก็ผ่าน”
“ผ่านแล้ว...ทำไมรู้สึกมันเหมือนผ่านแบบแปลกๆ”
“คิกๆ แน่อยู่แล้ว อาวุธของข้านะเคยไปโผล่ในหลายๆ ที มันรอให้คนยกขึ้น แต่ว่าไม่มีใครยกขึ้น เพราะมันส่งความร้อนออกมาตลอด”
“สายเืเฮเฟตัสก็ยกได้สิ?” โพรทาเลียสงสัยเพราะว่าสายเืเฮเฟตัสมีความสามารถในการต้านไฟนะ
“ถึงจะเป็สายเืเฮเฟตัสแต่ก็ไม่สามารถต้านพลังนี้ได้หรอกนะ” เซเรน่าหันมายิ้มให้อีกฝ่าย
โพรทาเลียรู้สึกว่ายิ้มนั้นเหมือนยิ้มเ้าเล่ห์มากกว่า ว่าถึงเป็สายเืเดียวกันก็ไม่มีสิทธิ์แตะอาวุธเธอ
“แฮะๆ”
“แต่พอมาคิดเ้านะช่างกล้าจับอาวุธข้าทั้งที่ไม่รู้ว่ามันจะทำอันตรายเ้าได้เ้านี่ช่างบ้าบิ่นแบบสุดๆ แต่สมกับเป็ร่างจุติใหม่ของพวกเราทุกคนที่มีชะตากรรมจะก่อให้เกิดสิ่งอันมหัศจรรย์ได้จริงๆ หึๆ”
“ไม่ขนาดนั้นข้าก็คนธรรมดาที่ไม่สามารถสร้างความมหัศจรรย์ได้หรอกนะ...”
“ไม่! เ้านะไม่ใช่คนธรรมดาเ้าอดทนกับเทพชั่วร้ายนั้นมาตลอด เ้ากับยอมรับชะตากรรมนั้น” เซเรน่าพูดไปก็เดินวนตัวอีกฝ่ายไปเรื่อยๆ”เพียงเพราะเ้ารู้ว่าตัวเองไม่สามารถหลุดพ้นจากความเ็ปที่ไม่พรากชีวิตเ้าไปได้สักครั้ง”
“!!” โพรทาเลียหันขวับเมื่ออีกฝ่ายพูดแบบนั้นออกมาแบบนั้นนั้นทำให้เธองงเลยว่าอีกฝ่ายรู้ได้ไง “ท่าน...รู้...”
“พวกเราทุกคนรู้ จริงไหมล่ะ เฟอร์ร่า!”
คนที่ถูกเอ่ยขึ้นถึงกับสะดุ้งเมื่อหญิงอีกคนเอ่ยเรียกนามของตนเอง เธอค่อยๆ โผล่ออกมาเธอแอบมาอยู่ด้านหลังคอของโพรทาเลีย
“เ้านี่น่า อย่าเอาข้าเข้ามาเกี่ยวสิ!”
“ทำไมล่ะ ก็ข้าแค่พูดความจริงนี่น่า” เซเรน่าเอ่ยออกมาแบบนั้นทำให้เฟอร์ร่าเงยหน้ามองโพรทาเลีย โพรทาเลียใช้สายตามองลงมาทำเอาเฟอร์ร่าเกร็งไปหมด
“เฮ้อ...พวกเ้ารู้ข้าก็ไม่ขัดอะไรหรอกนะ”
“จริงเหรอ ดีจังเลยนะ!” เฟอร์ร่าลอยตัวออกมารอบๆโพรทาเลียทันที
“เธอกังวลด้วยเหรอที่เธอรู้เื่พวกนี้นะ?”
“ก็แม้...เ้าดูเป็คนเก็บเงียบข้าไม่รู้ว่าการที่ข้ารู้เ้าจะโกรธไหมนะ?”
“ทำไมข้าต้องโกรธล่ะ?”
เฟอร์ร่าและเซเรน่ามองซึ่งกันและกัน ก่อนที่ทั้งสองคนกำลังจะพูดบางอย่างออกมาเพื่อให้โพรทาเลียรับรู้สึกพลังนั้นว่ามาจากไหน
“ก็เพราะว่า-”
พอทั้งสองคนกำลังจะพูดกับโพรทาเลียก็มีเสียงฝีเท้ากำลังเดินมาทางนี้ เสียงมาจากด้านหลังของโรงตีเหล็กทำให้ทั้งสองคนใแล้วหายไปทันที ค้อนในมือของโพรทาเลียก็หายไปเช่นกันเธอใว่าพวกเขาจะหนีไปไหนกัน แต่ก็ยังสงสัยว่าทั้งสองสาวจะพูดอะไรกับเธอกันเสียงฝีเท้าเริ่มมาใกล้เข้ามา ทำเอาโพรทาเลียต้องคิดหาวิธีหนีเธอรีบจะวิ่งออกจากตรงนั้นแต่พอรีบออกมาเธอก็เจอกับชายหนุ่มสองคนกำลังเดินตรงมาใกล้เธอมากๆทำเอาเธอใจนหน้าซีดทันที สองหนุ่มเห็นก็ใที่เห็นอีกฝ่ายในสถานที่นี้
"เห้ย!! นาย...วันเดอร์เลอร์!! เข้ามาในนี้ได้ไงกัน!? "
“อ้าว...ไง...เอ่อ...เบ็น...ก็ทางประตูไง!!”
"ไม่ตลกเว้ย!!" เบ็นะโใส่คีย์ทันที"ฉันหมายถึงนายเข้ามาในนี้ได้ๆไง!!"
"เอ๋? ก็เข้ามาเฉยๆนะทำไมอ่ะ? "
"ไม่ทำไมหรอกนะ" เสียงชายอีกคนหนึ่งได้พูดขึ้นโพรทาเลียหันไปเจอชายอีกคน “เพราะในนี้มันร้อนนะนายไม่ควรเข้ามานะ”
แต่พอเธอสังเกตใบหน้าอีกฝ่ายนั้นทำให้เธอมีสีหน้าที่ซีดทันทีอีกฝ่ายมีตาดวงเดียวนั้นทำให้โพรทาเลียตื่นตระหนกและระแวงทันที
“ั์ไซคลอปส์!!”
“อ๊ะ วันเดอร์เลอร์ นายใจเย็นๆนะอลันไม่ทำร้ายใครหรอกนะ!!” เบ็นเข้ามาดักหน้าอีกฝ่ายทันที
“อลัน...” โพรทาเลียได้ยินที่อีกฝ่ายพูดถึงนามที่คล้ายๆชื่อของั์ตนนั้น เธอรู้สึกว่าชื่อนั้นช่างคุ้นยิ่งหนัก
“เราพึ่งคงได้รู้จักกันครั้งแรกน่านะ ฉันอลัน แจ็กสัน ยิ่งดีที่ได้รู้จัก”
“อลัน...แจ็กสัน?” เธอสงสัยเลยว่าอีกฝ่ายมีนามสกุลเหมือนเธออีกฝ่ายเกี่ยวข้องกับครอบครัวเธอหรือเปล่านะหรือว่าเขาเป็แค่คนนามสกุลเหมือนครอบครัวเธอ
“เขาเป็ลูกพี่ลูกน้องครอบครัวแจ็กสันนะ” เบ็นกล่าวพูดทันที
โพรทาเลียหันขวับอย่างสงสัยว่าครอบครัวเธอมีลูกพี่ลูกน้องด้วยเหรอ“ลูกพี่ลูกน้อง?”
“ง่ายๆ นะ ฉันเป็หลานของลุงเพอร์ซีย์นะพ่อฉันเป็ั์ไซคลอปส์ แม่ก็เป็ฮาร์ปี้นะ”
โพรทาเลียยืนอึ้งเธอกำลังคำนวณลำดับครอบครัวเธอจนเธอนึกถึงครอบครัวหนึ่งที่เธอจะได้เจอแค่่ร่วมญาติเธอเริ่มจำได้เลยว่าอีกฝ่ายเป็ลูกชายของอาของเธอนี่น่าดันมาเจอพี่ชายอีกคนที่เธอลืมไปได้ไงกันแต่ระหว่างที่เงียบไปทำเอาเบ็นพึ่งนึกได้ว่าชายหนุ่มผมน้ำตาลไม่ใช่คนที่จะเข้ามาในนี้ได้ง่ายๆซะหน่อย เขาล้มมองพื้นก่อนจะมองไปที่มือของอีกฝ่ายที่มีแผลแดงๆเหมือนแผลพุพองเข้ารีบเข้าไปใกล้อีกฝ่ายแล้วยกมืออีกฝ่ายขึ้นมาดูทันทีทำให้เขาใทันที
“เห้ย!!นายไปแตะอะไรมาทำไมมือมันไหม้แดงแบบนี้เนี่ย!!”
“โอ๊ย!” พออีกฝ่ายจับมือเธอเล่นจับซะเธอเจ็บทันที “อย่าจับสิฉันแค่...ลองบางอย่างนะ...เื่แค่นี้เอง เดียวก็หายน่า”
“แผลไฟไหม้ พุพอง ของพวกนี้ไม่ได้หายกันง่ายๆนะเว้ย!!” เบ็นะโใส่คีย์ทำเอาเ้าตัวงงเลยว่าจะะโอะไรนักหนา“ไปเลยไปสถานพยาบาล!!”
“ไม่ดีมั้ง! ถ้าฉันไป...”
“เตรียมโดนโอลิเวอร์บ่นนายได้เลย!!” เบ็นใช้สายตาจ้องขู่อีกฝ่าย
ทำเอาโพรทาเลียคิดเลยว่าไปถึงโดนโอลิเวอร์บ่นแน่ๆเบ็นลากอีกฝ่ายออกมาจากโรงตีเหล็ก เดินไปตามทางเรื่อยๆแต่ตามทางนั้นเป็ทางที่ขรุขระ มันเลยเดินลำบากมากๆจนเท้าเธอรู้สึกจะพันกันอยู่แล้วแต่การโดนชายหนุ่มผิวสีคนนี้ลากรู้ยังดีกว่าโดนพวกั์ลากแต่ก็ทำให้เขาเดินลำบากมากๆ
“เบ็น! ช่วยเดินช้าๆ หน่อยสิ!!”
เบ็นไม่ฟังที่อีกฝ่ายพูดเลยทำให้โพรทาเลียจ้องมองอย่างอารมณ์เสียขึ้นมาล่ะ แต่อยู่ๆ ตัวของเธอก็ลอยขึ้นทำให้เบ็นที่ลากอีกฝ่ายอยู่ก็ใว่าเกิดอะไรขึ้น พอเขาหันมามองเขาก็ปล่อยมือทันทีเพราะเพื่อนเขา อลันได้ยกตัวของคีย์ขึ้นมานั่งบนไหล่ของเขาโพรทาเลียมองอย่างใที่อีกฝ่ายอุ้มเข้ามานั่งบนไหล่
อลันได้ยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน “ฉันเห็นว่านายโดนเบ็นลากจนเดินลำบากเลยให้นายมานั่งไหล่ฉันละกัน”
“อ๊ะ...ขอบคุณนะ” โพรทาเลียรู้สึกขอบคุณพี่ชายไม่นึกว่าเขาจะช่วยเธอไม่ให้ต้องเดินลำบากแต่เธอกับรู้สึกว่าอีกฝ่ายดูตัวใหญ่ขึ้นกว่าตอนแรก ก่อนจะลองถามอีกฝ่ายดู "เอ่อ...นายตัวใหญ่ขึ้นหรือเปล่านะ"
"อ๋อ ใช่ เมื่อกี้ฉันอยู่ร่างแปลงนะพอดีข้างในโรงตีเหล็กมันแคบต้องอยู่ในร่างนั้นนะแต่ตอนนี้อยู่ที่โล่งเลยสามารถอยู่ในร่างั์ได้นะ"
“แบบนี้เอง แปลว่าสามารถเปลี่ยนร่างได้สองแบบสินะ”
“ใช่แล้ว” อลันตอบทันที
ทั้งสองคนนั้นกำลังคุยกันอยู่นั้น เบ็นก็จ้องมาที่คีย์เขามองอีกฝ่ายแล้วรู้สึกสงสัยบางอย่างขึ้นมา ก่อนที่เขาจะพูดบางอย่างออกมา
“อืม รู้สึกแปลกๆ นะ?”
“นายมีอะไรอีกล่ะ เบ็น! ?” อลันถามอย่างสงสัยว่าเพื่อนของเขามีอะไรอีก
“ก็ฉันมองคีย์ แล้วสงสัยบางอย่างนะ?”
“สงสัยอะไรเหรอ?” โพรทาเลียงุนงงว่าอีกฝ่ายสงสัยอะไรในตัวเธอ
“นายนะ เป็ผู้ชายแน่เหรอ?”
“!!” โพรทาเลียอึ้งไปเลยที่อีกฝ่ายพูดขึ้น“เดียวสิ!! ทำไมนายถึงพูดแบบนั้นนะ”
“ก็ท่าทางนาย รูปร่างตัวเล็กกว่าคนปกติถ้าพวกผู้ชายนะอายุ13 ขึ้นไปก็เริ่มมีกล้าม นายก็มีบางแต่เอวนั้นดูเล็กมากๆเลยนะ”
“เดียวเถอะๆ เบ็นนายอย่างเอาตัวเองเป็บรรทัดฐานสิ”
พวกเขาเดินไปคุยกับเรื่อยๆอลันส่ายหัวที่เพื่อนของเขาชอบเอาบรรทัดฐานของตัวเองมาเทียบกับคนอื่นๆเพราะตัวของเบ็นนั้นทั้งตัวใหญ่และดูมีความเป็ชายมากๆแต่เบ็นมองคีย์แล้วดูอ่อนแอชอบกล
“คีย์ เขาอาจจะเป็คนตัวเล็กก็ได้นะ นายนะอย่าเอามาเปรียบเทียบสิ”
“เอาเหรอ?” แต่ยังไงเบ็นก็ยังสงสัยอยู่ดีแต่ก็อย่างที่เขาคิดนั้นล่ะ คีย์ดูเป็เด็กอ่อนแอชอบกล “แต่ก็ดูอ่อนแอจนไม่ได้ทำอะไรได้นี่น่าอ๊ะ ใกล้ถึงสถานพยาบาลแล้วนะ”
“เอ่อ...ไม่เข้าไปได้ไหมอ่ะ?”
“ฝันไปเถอะ!!” ทั้งสองคนต่างพูดพร้อมกันทำเอาโพรทาเลียถึงกับมีสีหน้าที่ลำบากใจมากๆจนอยากร้องออกมาเลยว่า
‘ไม่น๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!’
จบตอนที่ 31 โปรดติดตามตอนที่32 ต่อไป