"ชิงเฟิงขอบคุณผู้าุโอีกครั้งที่ช่วยเหลือ"ชิงเฟิงยกมือผสานไปทางชายชราอย่างจริงใจ
กล่าวตามตรงถึงแม้ว่าชายชราจะไม่ยื่นมือมาช่วยเขา เขาก็ยังคงมีวิธีการในการรับมือกับวิกฤตอยู่ดีแต่การช่วยเหลือของชายชราทำให้เขาผ่านวิกฤตินั้นมาอย่างง่ายดายซึ่งมันได้ช่วยเหลือเขาเป็อย่างมาก
ชิงเฟิงมองดูร่างที่เลือนลางตรงหน้าด้วยความเศร้าในหัวใจ ด้วยการที่เขาได้ประสบการณ์บางส่วนของพระเ้าแท้จริงเทียนเฉิน ทำให้เขารู้สถานการณ์ของชายชราตรงหน้าเป็อย่างดี
คงอีกไม่นานที่ชายชราจะสลายหายไปจากโลกนี้อย่างสมบูรณ์
"ฮ่าฮ่าฮ่า ในที่สุดเ้าก็ทำสำเร็จ เ้าสามารถหลอมรวมแก่นแท้ของพระเ้าแท้จริงได้ ฮ่าฮ่าฮ่า ชีวิตของข้าอยู่มาถึงตอนนี้ก็ไม่สูญเปล่าแล้ว"ชายชรามองไปที่ชิงเฟิงจากนั้นเขาก็ได้หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
เขาที่ได้เห็นเหตุการณ์ที่เป็ดั่งตำนาน ไม่สิ เป็เื่สมมุติที่ไม่มีทางเกิดขึ้นจริงด้วยตาตัวเอง เป็ธรรมดาที่เขาจะดีใจ อีกอย่างเเก่นแท้โลหิตพระเ้าแท้จริงในตอนนี้ก็ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่แล้ว ถึงเขาจะดับสูญไปในชีวิตนี้ไม่มีอะไรที่เขาจะเสียแล้ว
"ผู้าุโ..."ชิงเฟิงเริ่มสังเกตุว่าร่างของชายชราเริ่มที่จะเลือนลางและเริ่มเบาบางมากขึ้นภายในใจของเขาตอนนี้ก็เศร้าใจมากขึ้น เขารู้สึกสมเพชกับตัวเอง ทั้งที่ชายชราได้ช่วยตัวเขาเอาไว้อีกทั้งยังได้มอบโชควาสนาที่ยิ่งให้ให้กับเขา แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่สามารถที่จะทำอะไรเพื่อชายชราได้เลย
"หนุ่มน้อย อย่าเศร้าใจไป ทุกๆสิ่งมีชีวิตล้วนต้องมีวันดับสูญ วันนี้มันถึงวันของข้าแล้ว ข้ายังโชคดีก่อนที่จะจากไปได้มาเจอกับเ้า ชีวิตข้าต่อจากนี้ไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจอีก"ชายชราเห็นความเศร้าของชิงเฟิง เขาก็ได้ยิ้มและกล่าวปลอบออกมา "ตอนนี้ข้าเป็แค่ร่างจิติญญา ไม่มีสิ่งมีค่าใดที่จะส่งมอบกับเ้าเป็ครั้งสุดท้ายก่อนตาย "
"ไม่จำเป็! ท่านผู้าุโ ถ้าท่านทำอย่างนั้นข้าคงจะต้องละอายใจไปชั่วชีวิต"ชิงเฟิงกล่าวออกมา เขามามีหน้า้าสิ่งต่างๆจากชายชราอีกหรอ? แค่สิ่งที่เขาได้รับมานั้นก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะตอบแทนชายชราหมด
"ฮ่าฮ่าฮ่า เอาล่ะหนุ่มน้อย ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็โชคชะตาที่กำหนดมา เ้าอย่าได้รู้ผิดเลย"
"ข้าคงเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ก่อนที่ข้าจะจากไป ข้ามีคำร้องขอกับเ้าอย่างหนึ่ง หนุ่มน้อย เ้ายินดีรับฟังหรือไม่"ชายชราสำรวจร่างกายที่กำลังจะเลือนหายของตัวเองจากนั้นก็หันมากล่าวกับชิงเฟิง
"ผู้าุโโปรดกล่าวมา ต่อให้มันจะอัตรายแค่ไหนข้าก็จะทำ"ชิงเฟิงกล่าวออกมาด้วยดวงตาที่แน่วแน่
"ในตอนที่ข้ายังอยู่ในดินแดนแห่งเทพ ข้าได้สร้างสำนักแห่งหนึ่งขึ้นมา สำนักนั้นมีชื่อว่า สำนักเทพอมฤต ไม่รู้ว่าตอนนี้สำนักนั้นจะเป็อย่างไรบ้าง ถ้าเกิดว่าเ้ามีพลังมากพอที่จะบุกฝ่าไปยังดินแดนแห่งเทพ และถ้าเกิดว่าสำนักนั้นยังคงอยู่ ได้โปรดเ้าช่วยดูแลพวกเขาด้วย"ชายชรากล่าวออกมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคิดถึงที่ยากจะเปรียบ
"ผู้าุโโปรดวางใจ ข้าจะช่วยทำตามที่าุโสั่ง"ชิงเฟิงกล่าวออกมาอย่างแน่วแน่
"ในเมื่อเป็เช่นนี้ข้าก็ไม่มีอะไรให้ยึดติดอีกแล้ว สุดท้ายนี้ ชื่อของข้าคือ เจินเทียนหยวน จำไว้ให้ดี หนุ่มน้อย"รอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้าของชายชรา จากนั้นไม่นานร่างของเขาก็ได้เลือนลานและจากนั้นก็ได้จากหายไปจากโลกนี้อย่างสมบูรณ์
"ผู้าุโ....."ปรากฏความเศร้าที่อธิบายไม่ได้ภายในหัวใจของชิงเฟิง เขาคุกเข่าลง จากนั้นก็คำนับกับพื้นสามครั้ง เพื่อแสดงความเคารพ
.........
ชิงเฟิงค้นพบเศษเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งในหุบเหว เขาในตอนนี้ไม่มีเสื้อผ้าที่จะใส่จึงทำให้ต้องจำใจใส่เสื้อที่ขาดรุ่งริ่งนี้ไปก่อน
หลังจากการจากไปของผู้าุโเจินเทียนหยวน ชิงเฟิงก็ได้สร้างป้ายหลุมศพของผู้าุโเจินเทียนหยวนใกล้กับป้ายหลุมศพของเขาที่ผู้าุโเจินเทียนหยวนได้เคยสร้างมันขึ้นมา
ในตอนแรกที่ชิงเฟิงมองเห็นป้ายหลุมศพของตัวเอง เขารู้ประหลาดใจเล็กน้อยและจากนั้นก็ตามมาด้วยความรู้สึกอุ่นใจและละอายใจภายในตัว
ชิงเฟิงรับรู้ได้ในทันทีว่าป้ายหลุมศพของตัวเองนั้นจะต้องเป็ผู้าุโเจินเทียนหยวนแน่ที่เป็คนสร้าง ผู้าุโคงจะคิดว่าเขาได้ตายไปแล้วเป็แน่จึงได้สร้างป้ายหลุมศพนั่นขึ้นมา
"ผู้าุโได้โปรดวางใจ หลังจากที่ข้าได้ขึ้นสู่ดินแดนเทพแล้ว ข้าจะต้องทำความปราถนาของผู้าุโให้เป็จริง ข้าจะช่วยท่านผู้าุโดูแลคนของสำนักของท่านอย่างดี"ชิงเฟิงกล่าวออกมาในขณะที่กำลังคุกเข่าคำนับไปที่ป้ายหลุมศพของผู้าุโเจินเทียนหยวน
หลังจากที่คำนับป้ายหลุมศพเสร็จแล้วในตอนนี้ชิงเฟิงก็ได้ ครุ่นคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองต้องทำหลังจากนี้ "หลังจากนี้ไปข้าจะต้องบ่มเพาะพลังให้ถึงชั้นเทพก่อนถึงจะสามารถเข้าสู่เเดนเทพได้ เื่นี้คงอีกยาวนานสำหรับข้า ก่อนอื่นจะต้องขึ้นจากหุบเหวนี่ให้ได้ก่อน ข้ารู้สึกเหมือนกับว่ามีบางอย่างกำลังเคลือบคลานเข้ามา"
หลังจากกล่าวเสร็จชิงเฟิงก็เงยหน้าขึ้นมองไปข้างบน จากนั้นเขาก็ได้ทะยานบินขึ้นไปจากใต้หุบเหว
เนื่องจากว่าตอนนี้ชิงเฟิงได้เข้าสู่ระดับนภาขั้นที่3 แล้ว เป็ปกติที่เขาจะสามารถบินได้
ฟุบ!!!
หลังจากที่ชิงเฟิงทะยานขึ้นไปได้สักพัก ไม่นานด้านล่างหุบเหวตรงที่ชิงเฟิงเคยยืนอยู่ก็ค่อยๆปรากฏร่างสีดำขนาดมหึมาขึ้นมา
ร่างเงาจ้องมองไปที่ชิงเฟิงที่ทะยานขึ้น จากนั้นมันก็ได้คำรามด้วยเสียงที่ดังก้อง!
โฮ๊กกก!!!!!!
ชิงเฟิงที่กำลังขึ้นจากหุบเหวเมื่อได้ยินเสียงคำรามเขาก็อดไม่ได้ที่จะหนาวสั่นขึ้นมาเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ได้ตั้งสติขึ้นมา จากนั้นก็เร่งความเร็วขึ้นมาจากหุบเหว
ฟุบ!!
ใช้เวลาประมาณครึ่งก้านธูป หลินเทียนก็ได้ทะยานขึ้นมาเหนือหุบเหวา เขาในตอนนี้กำลังเหินร่างอยู่บนท้องฟ้าท่ามกลางหมู่ดาวที่พรั่งพรายในตอนกลางคืน
ชิงเฟิงมองลงไปข้างล่างที่หุบเหวา เขาััได้ว่าสัตว์ร้ายที่คำรามมานั้นไม่มีความตั้งใจที่จะขึ้นมาสู่พื้นดิน เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้กังวล เขาคิดว่าสัตว์ร้ายตนนั้นคงจะถูกจองจำไว้ใต้หุบเหวามาั้แ่อดีตกาล
ชิงเฟิงมองสำรวจไปยังพื้นป่าอันกว้างใกล้สุดลูกหูลูกตา ป่าแห่งนี้มีชื่อว่าป่าสัตว์อสูร ชิงเฟิงหวนนึกถึงตอนแรกที่เขาได้เข้ามายังป่าแห่งนี้
ในตอนนั้นเขาได้รับภารกิจมาจากสำนักให้มาเก็บสมุนไพรที่ป่าแห่งนี้ แน่นอนว่าภารกิจที่เขาได้รับมานั้นมันไม่ได้อันตรายมากนักสำหรับเขา เขาจึงไม่ลังเลที่จะทำมัน
แต่ทว่าหลังจากที่เขาเข้ามายังป่าสัตว์อสูรได้เพียงไม่นาน เขาก็ได้ถูกตามล่าจากพวกเฉี่ยวตง เมื่อนึกถึงเหตุการณ์นี้แววตาของชิงเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะคมกริบขึ้นมา ปรากฏแววสังหารขึ้นจางๆภายในนัยตาสีทองของเขา
"เฉี่ยวตง กวังเฟย ลี่กัง พวกเ้าล้างคอรอข้าได้เลย อีกไม่นานข้าจะไปหาพวกเ้าแน่!"ชิงเฟิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น ด้วยระดับพลังของเขาในตอนนี้การที่จะสังหารพวกมันทั้งสามคนก็แค่รอให้ถึงเวลาเท่านั้น
ชิงเฟิงเลิกสนใจมดปลวกทั้งสามคน เขาในตอนนี้มีความทรงจำส่วนหนึ่งของพระเ้าแท้จริงเทียนเฉิน แค่มดปลวกทั้งสามคนจะจัดการเมื่อไหร่ก็ได้
"ต่อจากนี้ไปก็คงจะต้องหาทรัพยากรที่ต้องใช้ในการบ่มเพาะ ด้วยระดับพลังในตอนนี้ของข้ามันจะต้องใช้เป็จำนวนมากแน่นอน "
"แต่ก่อนที่ข้าจะเพิ่มระดับการบ่มเพาะข้าควรจะต้องปรับพื้นฐานของข้าให้สมบูรณ์ก่อน และวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการสังหารสัตว์อสูร"
เพราะภายในสัตว์อสูรมีแกนอสูรที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ฝึกตน ภายในแกนสัตว์อสูรมีพลังปราณจำนวนมหาศาลที่สัตว์อสูรกักเก็บเอาไว้
หลังจากที่ผู้ฝึกตนได้รับแกนอสูรของสัตว์อสูรมาได้แล้วพวกเขาก็จะสามารถใช้พลังปราณภายในแกนสัตว์อสูรมาบ่มเพาะให้กับตนเองได้ ยิ่งสัตว์อสูรมีระดับที่สูงเพียงใดพลังปราณภายในแกนอสูรก็จะสูงมากเท่านั้น
"คงต้องเข้าไปที่เขตภายในเท่านั้นถึงจะสามารถหาสัตว์อสูรระดับชั้นนภาขึ้นไปได้"ชิงเฟิงกล่าวกับตัวเอง
ป่าสัตว์อสูรมีการแบ่งเขตทั้งหมดสี่เขต ได้เเก่ เขตรอบๆป่า เขตภายนอก เขตภายใน และเขตแกนกลางป่า
ในตอนนี้ชิงเฟิงอยู่ที่เขตรอบๆป่าเพียงเท่านั้น สัตว์อสูรที่อยู่บริเวณรอบๆนี้ก็เป็เพียงสัตว์อสูรระดับหลอมกายถึงระดับรวบรวมลมปราณ
เท่านั้น ถ้า้าที่จะหาสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งคงต้องเข้าไปในส่วนลึกของป่าเท่านั้น