ระหว่างทางขับรถกลับมาที่คลินิกหมอวิชัยครุ่นคิดตลอดทางว่าหากคินน์ฟื้นขึ้นมา เขาควรจะเริ่มบทสนทนาอย่างไรดีหรือต้องวางตัวแบบไหนกับคนไข้ปริศนาที่ดูมีลับลมคมในคนนี้
เมื่อมาถึงหน้าคลินิก เขาสวนกับมาลินีที่เพิ่งเดินออกมาพอดีเห็นดวงตาที่บวมช้ำของหญิงสาว ก็เข้าใจได้ทันทีว่าเธอผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักเขาไม่ได้เอ่ยทักอะไร เพียงแค่พยักหน้าให้เบาๆ แล้วรีบเปิดประตูเข้าไปข้างใน
ทันทีที่มือแตะลูกบิดประตูห้องตรวจ ก็ได้ยินเสียงสนทนาเล็ดลอดออกมาเบาๆ จึงยืนคอยสักพักกะว่าถ้าข้างในคุยกันเสร็จแล้ว เขาค่อยเข้าไป ทำให้ได้ยินบทสนทนาเกือบทั้งหมด ความคิดหนึ่งแล่นปราดเข้ามาในหัว... ถ้าตอนนี้คินน์กับศิลายังกลับไปที่บ้านเดิมไม่ได้? ถ้าเขาชวนไปพักที่บ้านของเขาก่อนล่ะ?
ไวเท่าความคิด หมอวิชัยตัดสินใจผลักประตูเข้าไปทันที!
“สวัสดีครับ” หมอกล่าวทักทาย
ศิลาและคินน์หันมามองที่ประตูพร้อมกัน บทสนทนาก่อนหน้านี้หยุดชะงักลงหมอวิชัยกวาดสายตามองไปที่คินน์... าแฉกรรจ์ที่เขาเห็นเมื่อคืนหายไปหมดแล้วผิวพรรณที่เคยซีดเผือดกลับมาดูดีมีเืฝาดหน้าตาหล่อเหลาคมคายของเขายังเหมือนกับที่เคยเห็นเมื่อ 5 ปีก่อน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยสักนิด
“คุณหมอ” คินน์เป็ฝ่ายเริ่มทักขึ้นก่อน น้ำเสียงนิ่งเรียบ“ขอบคุณครับที่ช่วยผมไว้เมื่อคืน”
“จริงๆ ผมแทบไม่ได้ทำอะไรเลยน่ะครับ...” หมอวิชัยตอบพลางวางกระเป๋าแพทย์ลง“นอกจากเช็ดเืกับทำความสะอาดแผลเท่านั้น”
คินน์จ้องมองใบหน้าของคุณหมอนิ่งๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ เหมือนรู้ทัน“ผมรู้... คุณหมอคงมีคำถามมากมาย”
หมอวิชัยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก “ครับ... ถ้าคุณไม่ว่าอะไร ผมก็อยากรู้ความจริง”
“ถามมาได้เลยครับ ผมยินดีตอบทุกเื่” คินน์รับคำ
หมอวิชัยลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกไม่คิดว่าสิ่งที่เขากังวลมาทั้งคืนจะได้รับการเปิดทางให้ง่ายดายขนาดนี้เขาตัดสินใจถามตรงๆ ตามสิ่งที่ตาเห็น
“ผมเห็นาแคุณเมื่อคืน... ถ้าเป็คนธรรมดาเจอหนักขนาดนั้น คงไม่รอด หรือถึงรอดก็ต้องใช้เวลาพักฟื้นเป็เดือน แต่นี่...คุณกลับมาเป็ปกติในไม่กี่ชั่วโมง”
คินน์หันไปสบตาศิลาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมา “ครับ... ผมไม่ตาย และ...น่าจะยังไม่ตายไปอีกนาน”
“ทำไมครับ?” หมอถามด้วยความงุนงง “ที่คุณบอกว่าจะไม่ตาย อย่าบอกนะว่าคุณ...” หมอเว้นวรรคคำคำหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวแต่ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ
คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ “ครับ... แล้วแต่คุณหมอจะเรียกเลย ไม่ตาย... เป็ะ”เขาพูดพลางถอนหายใจยาว “ผมอยู่มานานครับ... นานจนเบื่อเต็มที”
“นานแค่ไหนครับ?” หมอถาม พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น
“ผมก็จำชัดเจนไม่ได้หรอกครับ น่าจะราวๆ 5-600 ปี มั้งน่ะ...มันนานจนผมเลิกนับไปแล้ว” คินน์ยักไหล่ ตอบเหมือนไม่ใช่เื่สำคัญอะไร
หมอวิชัยอ้าปากค้าง สมองของเขาประมวลผลแทบไม่ทัน ชายหนุ่มตรงหน้า...ผู้ชายที่มีอายุเกือบ 600 ปี! “มันจะเป็ไปได้ยังไง? แล้วคุณ...คินน์ใช่มั้ย?”
“ครับ ผมชื่อคินน์ ผมเคยมีหลายชื่อ อยู่มาหลายที่ หลายยุคหลายสมัย...แต่ตอนนี้ผมชื่อ คินน์”
“แล้วคุณอยู่มาได้ยังไง? หมายถึง... ใช้ชีวิตยังไง?” หมอวิชัยถามต่อตอนนี้ความอยากรู้อยากเห็นมันมีมากกว่าความกลัวแล้ว
“ผมก็ใช้ชีวิตปกติเหมือนคุณหมอนั่นแหละครับ แค่อยู่มานานกว่าเป็มนุษย์ธรรมดา ที่ต้องกิน ต้องนอน แค่ว่าเวลาาเ็ ตัวผมรักษาตัวเองได้และผมไม่ตาย... แค่นั้นเองครับ” คินน์ยังคงตอบเรียบๆ ราวกับพูดถึงเื่ลมฟ้าอากาศ
แล้วหมอก็หันไปมองคนที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ “แล้วคุณล่ะ?”
ศิลารีบตอบสวนทันที “ผมตายได้ครับหมอ”พร้อมกับยกแขนข้างที่มีผ้าพันแผลให้ดูเป็หลักฐานยืนยัน
หมอวิชัยพยายามรวบรวมความคิดก่อนจะเอ่ยถามคำถามที่ค้างคาใจต่อ “แล้ว... พวกคุณมีกี่คนครับ? หมายถึง... คนที่ไม่ตายแบบคุณ”
คินน์ชะงักไปนิดชำเลืองสบตาศิลาแวบหนึ่ง... นี่หล่ะ คือคำถามที่เขาไม่อยากตอบมากที่สุด เพราะขนาดเขาอยู่มานานขนาดนี้ก็ยังไม่ยังไม่แน่ใจในคำตอบเลย
“เท่าที่ผมรู้...และเคยเจอตลอดหลายร้อยปีมานี่ มีแค่ 2คนครับรวมผมด้วย” คินน์ตอบเสียงเรียบ
หมอวิชัยถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะสมองแทบประมวลผลไม่ทัน... นี่มันโลกอะไรกันนี่?มันยังใช่โลกใบเดิมที่เขารู้จักอยู่หรือเปล่าในโลกนี้มีคนที่เป็ะอยู่จริงๆ และ...หรืออาจจะมีคนอื่นอีกที่คินน์ยังไม่เคยเจอ?