บทที่ 11 พบกันอีกครั้ง
เมืองเว่ยที่คึกคักด้วยพ่อค้าแม่ค้าอยู่แล้ว่นี้ถนนสายหลักและสายย่อยยิ่งคึกคักเป็พิเศษ ผู้คนเริ่มเนืองแน่นมากมาย ต่างก็เดินทางมาทั้งจับจ่ายใช้สอยบ้างก็มาเพื่อขายสินค้า บางร้านก็ปูเสื่อบ้าง ผ้าบ้าง นั่งขายกับพื้นก็มีบางก็ขายบนตะ มีสินค้ามากมาย ทั้งของแคว้นแของต่างชาติที่เดินทางมาจากเมืองหลวนที่เป็เมืองท่าที่อยู่ไม่ไกล
จ้าวซินเยว่เดินมากับเสี่ยวโยวสาวใช้ของตนมาเดินท่ามกลางผู้คนที่ออกมาจับจ่ายใช้สอยวันนี้นางมีเป้าหมายในการมาลองดื่มสุราเป็ครั้งแรกร้านที่ว่ากันว่าเป็ร้านที่เหมาะกับสตรีที่เหมาะสมกับสตรีที่ยังไม่เคยลอง
หลายสัปดาห์มานี้เป็สัปดาห์ที่ต้องใช้การปรับตัวเข้าหาสิ่งใหม่ๆ คนใหม่ๆ ที่หนักหน่วงแต่ไม่ใช่กับนางเลย จากประสบการณ์ชีวิตและทักษะการปรับตัวในฐานะอาจารย์ในชาติก่อนนางสามารถเข้ากับคนได้ทุกรูปแบบกับบุคคลที่นางมองว่าไม่สามารถเข้ากันได้ก็รู้จักกันผิวเผินก็พอและส่วนมากก็จะเป็เช่นนั้น
สำหรับคุณหนูผู้ร่ำรวยในยุคนี้หรือยุคไหนๆก็ไม่ต่างกัน ทุกคนล้วนแต่เข้าหากันเพื่อผลประโยชน์หรือเพื่อยกระดับฐานะของตัวเองนางก็เช่นกันเพียงแต่นางไม่คิดว่าสตรีในเมืองเว่ยจะมีใครที่สามารถเป็กำลังได้มากเท่ากับครอบครัวของนาง
“ปล่อยข้านะเ้าคะ!”
เสียงของเด็กสาวร้องลั่นถนนสายหลักทำให้นางหลุดจากความคิดขณะที่เดินดูตามร้านต่างๆหันไปดูเสี่ยวโยวก็หันไปทางด้านหน้าหอสูงที่ตกแต่งด้วยโคมแดงที่มีไว้สำหรับบุรุษเป็ส่วนใหญ่
ภาพของเด็กสาวคนถึงกำลังถูกฉุดกระชากด้วยชายวัยกลางคนแต่งตัวดีเด็กสาวที่ดูจะพึ่งพ้นวัยปักปิ่นใบหน้าน่ารักร้องไห้โฮอย่างรุนแรงแต่ผู้คนกลับเลือกที่จะไม่สนใจเบือนหน้าหนีกันหมดจ้าวซินเยว่ที่เห็นแบบนั้นก็ขมวดคิ้วแม้นางจะเป็บุคคลภายนอกแต่นี่คือความรุนแรงกับเด็ก
“ท่านพ่อเ้าคะ อย่าขายข้าเลย! ข้าจะทำงานเ้าค่ะ! ฮึก”เสียงของเด็กสาวที่รั้งคุกเข่ากับพื้นพลางก้มหัวหลายครั้งจนหน้าผากของเด็กสาวเริ่มมีเืซึมเสียงสะอื้นก็ยังไม่หยุด แต่ชายที่ถูกเรียกว่าท่านพ่อกลับทำสีหน้าไม่พอใจง้างมือตบแก้มของเด็กสาวคนนั้นจนล้มลงไป
“ข้าต้องใช้เงิน! เ้ามันก็แค่ลูกสาวของเมียที่ตายไปแล้ว ลูกข้าหรือเปล่าก็ไม่รู้! แม่เ้ามันสำส่อน!” ชายวัยกลางคนผู้นั้นจงใจพูดให้เด็กสาวรู้สึกอายและด้อยค่าเพื่อให้นางยอมเข้าหอโคมเขียวนั่น
“ไม่เ้าค่ะ ข้าจะทำงานหัวเด็ดตีนขาดข้าก็ไม่เข้าหอโคมเขียว!”
“ท่านแม่บอกว่าข้าควรจะมีบ่าวข้างกายใช่หรือไม่เสี่ยวโยว”เสียงหวานถามสาวใช้ด้วยรอยยิ้มมุมปากไม่ถึงดวงตา คนที่ถูกถามอ้ำอึ้ง
“เ้าว่าเด็กคนนั้นเป็อย่างไร”
“คุณหนู…” ไม่ทันที่บ่าวจะกล่าวสิ่งใด เ้านายสาวก็เดินเข้าไปร่วมวงสนทนา
สตรีอ้อนแอ้นเดินเข้าไปท่ามกลางผู้คนที่คล้ายจะไม่สนใจแต่กลับมองเหตุการเป็ตาเดียวนางยืนตรงหน้าเด็กสาวขว้างหน้าบิดาของเหยื่อผู้นี้ด้วยรอยยิ้ม
“เ้าบอกว่าจะทำงานหากไม่ใช่งานบริการอย่างในหอนี่ ก็จะทำทุกอย่างใช่หรือไม่”จ้าวซินเยว่พูดไม่ช้าไม่เร็ว เสียงดังฟังชัดทั้งพ่อทั้งลูก
“เ้าอย่ามายุ่งเื่ของคนอื่นจะดีกว่าข้าจะเอามันไปขายที่หอคณิกาหากเ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ถอยออกไป”จ้าวซินเยว่มิได้ขยับตัวเป็เสี่ยวโยวที่เดินเข้ามาขวางไม่ให้บุรุษผู้นี้ทำร้ายเ้านายของตน
เมื่อชายผู้นั้นสังเกตนางให้ดีก็พบว่าจ้าวซินเยว่อยู่ในชุดที่แม้จะเรียบแต่ก็ทอมาจากผ้าชั้นดี ทั้งปิ่นหยกสีขาวและสาวใช้ที่แต่งตัวสะอาดสะอ้าน ยามนี้เมืองเว่ยเป็งานเทศกาลนางคงจะเป็คุณหนูที่ไหนสักแห่ง
“ไม่ต้องสนใจคนคนนั้น ตอบข้า”
“เ้าค่ะ จะกวาด ถูก ซักผ้าทำอาหาร ข้าสามารถทำได้ทุกอย่าง คุณหนูผู้นี้ ได้โปรด...” เด็กสาวที่ถูกถามแม้จะสั่นกลัวแต่ก็ใจสู้ตอบออกมา แววตาที่สั่นระริกด้วยความหวังถูกใจจ้าวซินเยว่นางเพียงยิ้มและพยักหน้าให้เด็กสาวก่อนจะหันมามองตัวต้นเหตุ
“เด็กคนนี้ท่านขายขาดในราคาเท่าไหร่” หนุ่มใหญ่จ้องจ้าวซินเยว่ตาไม่กระพริบทั้งที่เป็สตรีที่มีใบหน้าสวย เหตุใดยามนี้นางจึงดูเหมือนกำลังกดดันตนเองอยู่อาจเพราะเสื้อผ้าราคาแพง หรือรอยยิ้มจอมปลอมของนาง
“ห้าตำลึงทองแล้วไม่ต้องมายุ่งกับนางอีก” นางพูดจบด้วยความมั่นใจเสี่ยวโยวก็หยิบถุงเงินในแขนเสื้อให้บุรุษผู้นั้น
“ในนั้นมีห้าตำลึงทองและนี่มีค่ามากกว่าตำลึงทอง ถือว่าเป็คำสัญญาว่าจะไม่มายุ่งกับนางอีกทุกคนในเมืองเว้ยเป็พยาน ข้าจ้าวซินเยว่ซื้อแม่นางคนนี้จากบิดาของนางอย่างถูกต้อง”
แปะ แปะ แปะ!
เสียงปรบมือดังขึ้นจากภายในหอโคมเขียวนั่นสายตาของทุกคนหันไปตามเสียงปรบมือ บุคคลที่ปรากฏตัวออกมาทำให้ใบหน้าของจ้าวซินเยว่บึ้งตึงขึ้นหลายส่วน
ทำไมมาอยู่ที่นี่
“ข้าเป็พยานเอง ว่าคุณหนูเล็กจ้าวได้ซื้อแม่นางผู้นี้ด้วยสัญญาขายขาดจะบิดาของนางแล้ว” ความยียวนของเฉินจือหานมิไม่ถดถอยลงเลยแม้จะผ่านไปนานแค่ไหนทว่าความกดดันของเฉินจือหานก็ใช้งานได้ดี
“ได้ ข้าขายนางแล้ว ขอตัว”ชายคนนั้นรีบเดินหนีไปโดยทิ้งลูกสาวที่กำลังใจสลายเอาไว้
จ้าวซินเยว่มองเฉินจือหานด้วยหางตา ตอนนี้ต้องปลอบใจเด็กคนนั้นก่อนมือบางจับเด็กสาวที่ยังสั่นให้ลุกขึ้นพร้อมใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดตา เอาคราบต่างๆ ออกเด็กคนนี้เป็ผู้หญิงที่หน้าตาใช้ได้ทีเดียว ไม่แปลกที่พ่อของนางจะเอามาขายที่นี่
ส่วนเด็กสาวที่ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากผ้าเช็ดหน้าก็รู้สึกสงบใจลงมาบ้าง
“ชื่ออะไรหรือ”
“เรียกข้าว่าอาจิงเ้าค่ะ” ใบหน้าสวยพยักหน้ารับด้วยความสงสารนางหันไปหาเสี่ยวโยวและฝากฝังให้พาอาจิงผู้นี้กลับบ้านสาวใช้ไม่ได้ขัดด้วยคงเห็นรองแม่ทัพ ไม่สิ แม่ทัพอยู่ตรงนี้ คงจะปลอดภัยจึงพาเด็กสาวนามอาจิงกลับไปยังจวนสกุลจ้าวเพียงลำพัง
“แย่จริงๆมักมากจะมีลูกหลานมากมายแต่ไม่มีปัญญาเลี้ยงจนต้องเอาลูกมาขายกิน”แม้คำพูดจะตรงใจทว่าท่าทางของผู้พูดไม่ตรงใจนางเลยสักนิดใบหน้าสวยหันไปมองร่างสูงที่ยืนมองนาง
“ออกมาจากหอโคมเขียวเวลานี้ คงไม่ต้องถามว่าท่านมาทำอะไรสินะเ้าคะ”
เมื่อถากถางเสร็จนางเดินออกมาจากบริเวณร้านเพื่อไปยังที่หมายคือร้านสุราที่มีสุรารสอ่อนนางไม่ได้ดื่มมานานแล้วั้แ่ชาติก่อนจึงอยากลิ้มลองรสสุราของยุคนี้
สตรีเดินหนึ่งก้าวบุรุษเดินตามหนึ่งก้าว สตรีหยุด บุรุษก็หยุด
“ท่านแม่ทัพ ว่างหรือเ้าคะไม่ได้มาราชการหรือ อ่อ คงไม่หรอก ก็ออกมาจากหอโคมเขียวเช่นนั้น”นางถามเองตอบเองเพื่อยียวนอีกฝ่าย แต่ก็ไม่เป็ผลร่างสูงยังคงยิ้มมุมปากให้นางทั้งยังเดินตามไม่เลิก
จ้าวซินเยว่เลือกที่จะไม่ใส่ใจไม่รู้ว่าใส่ใจแล้วคนคนนี้จะเลิกตามหรือไม่ จะทำสิ่งใดก็ทำ อย่ารบกวนนางเป็พอ
เมื่อเดินมาสักพักร่างเล็กก็หยุดที่หน้าร้านสุราขนาดเล็ก ที่ส่วนใหญ่ภายในมีแต่สตรีบุรุษที่มาล้วนแล้วแต่เป็บัณฑิตที่้าดื่มรสชาติเบาๆพลางพูดคุยกับคนอีกประเภทคือคู่รักของสตรีเ่าั้
เมื่อเดินเข้ามาในร้านยิ่งรู้สึกว่าร้านนี้เหมาะกับสตรีการตกแต่งด้วยดอกไม้ และกลิ่นกำยานอ่อนๆ หากสังเกตทุกคนที่มาจะนั่งกันเป็คู่ๆบัณฑิตหนุ่มก็มักจะนั่งอยู่ด้านนอกเพื่อสนทนา สตรีที่มาด้วยกันก็จับกลุ่มคุยบอกคนมากับชายหนุ่มก็จะอยู่มุมลึกสักหน่อย
“คุณหนูกับคุณชายมาด้วยกันใช่หรือไม่เชิญทางนี้เลยขอรับ”จ้าวซินเยว่ถูกเสี่ยวเออร์หนุ่มน้อยหน้าหวานเดินนำไปยังชั้นสองขอร้านก็เห็นได้ชัดว่าร้านนี้แยกออกมาจากเหลาสุราร้านใหญ่ ที่นี่อาจจะเปิดเฉพาะเทศกาล
ชั้นสองของร้านดูสว่างและโล่งกว่าคล้ายกับชั้นสองของร้านอื่นๆ ที่จะเปิดโล่ง คล้ายกับเป็ชั้นลอยมีราวไม้แข็งแรงกั้นไว้เท่านั้น ไม่ใช่กำแพงปิดทึบ ตรงที่นางนั่งหลบแดดพอดีลมพัดผ่านเย็นสบาย
เมื่อนางนั่งลงบุรุษก็นั่งลงตรงข้ามนางดวงตาสวยมองบุรุษตรงหน้าเล็กน้อยก่อนจะสนใจเสี่ยวเออร์หนุ่มผู้นี้แทน
“ไม่ทราบว่าพวกท่านอยากได้สุราแบบใดดีขอรับร้านของเรามีทั้งสุราที่ทั้งอ่อน และแรง ถูกใจท่านทั้งสองคนแน่นอน”
“เอาที่อ่อนที่สุดกับที่แนะนำมาสักอย่างก็พออ่อ เอาขนมที่เหมาะกับสุรารสออ่อนมาด้วยล่ะ” ยังไม่ทันที่นางจะอ้าปากสั่งคนที่ถือวิสาสะตามมาก็ถือวิสาสะสั่งให้แทนเสียเสร็จสรรพจนนางถลึงตามองแต่อีกฝ่ายก็ไม่สนใจ
“ข้าจะจัดตามที่คุณชาย้าทันทีขอรับ”
เมื่อเสี่ยวเออร์เดินจากไปบรรยากาศระหว่างหนุ่มสาวก็เปลี่ยน ใบหน้าสวยที่ยิ้มให้เสี่ยวเออร์แสดงใบหน้าเ็ากริยานางไม่ได้สนใจอีกฝ่าย ใบหน้าสวยหันไปชมนกชมไม้ราวกับอีกฝ่ายไม่มีตัวตน
“ไม่ดีใจหรือ ได้พบข้าทั้งที”
“หลงตัวเองไปหรือไม่เ้าคะ ท่านรอง ไม่สิ ท่านแม่ทัพยินดีด้วยเ้าค่ะ” แม้จะกวนประสาทกันบ้าง แต่นางก็แสดงความยินดีจากใจจริง
"งั้นมื้อนี้ข้าเลี้ยงเ้าเอง"
...... ...
แสงแดดยามสายเริ่มสาดแรงขึ้นกระทบกับใบหน้าสวยที่เริ่ม
ขึ้นสีจากรสสุราในมือบาง จอกเล็กๆ ที่หญิงสาวดื่มแล้วดื่มอีกโดยไม่
ประมานตน
ดวงตาคมของร่างสูงมองสตรีฝั่งตรงข้ามอย่างไม่อยากจะเชื่อสุราที่นางดื่มเป็สุราที่แทบจะไม่ให้ฤทธิ์มึนเมาออกจะหวานจนคล้ายน้ำผึ้งเสียงด้วยซ้ำ แต่ร่างบางกลับเมา!
"จ้าวซินเยว่ ข้าว่าเ้าพอเถอะ"เฉินจือหานยึดเอาจอกสุราและขวดมาตั้งข้างกาย้พื่อไม่ให้นางดื่มต่อ
"เอามาให้ข้านะ เ้าผู้ชายโรคจิต!"จ้าวซินเยว่แม้จะไม่ได้เมามากแต่ก็ไม่ได้มีสติมากพอจะกลั่นกรองคำพูด
"พูดดีๆ" เฉินจือหานดุอย่างไม่จริงจัง
"ก็ท่านเห็นตอนข้าปล่อยผมแล้วท่านมันบุรุษฉวยโอกาส นิสัยไม่ดี"นางหมายถึงคืนนั้นที่นางหลับบนตัวเขาหลังจากที่ดูแลเขาทั้งคืนชายหนุ่มหัวเราะในลำคอด้วยความเอ็นดู
"เ้าเริ่มเมาแล้ว พูดเลอะเทอะ ไปเถอะข้าจะพาเ้ากลับเรือน"
"ไม่เอา! ไม่กลับ!"นอกจากร่างเล็กจะสลับมือหนาของเขาที่จะพาดลับบ้านแล้ว คนตัวเล็กกว่ายังกางแขนเอาตัวแนบกับโต๊ะเกาะเพื่อไม่ให้เขาพาออกไปได้
"ดื้อ!"
"ข้ามีเวลาเที่ยวเล่นแค่ตอนกลางวันนี่ตอนกลางคืนท่านแม่ไม่ให้ออกมา" ดวงตาเข้มจ้องเข้ากัยดวงตากลมที่สั่นระริกหญิงสาวทำแก้มป่องด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีจากฤทธิ์ของสุรา
เ้าจำเป็ต้องมองข้าด้วยสายตาออดอ้อนเช่นนั้นหรือ...
น่ารักชะมัด เห้อ...
เสียงถอนหายใจของแม่ทัพหนุ่มทอดยาวด้วยความอ่อนใจนางน่ารักเกินไปจนขัดใจไม่ไหว ขืนเป็แบบนี้ นางได้ใช้ลูกอ้อนโจมตีเขาไม่เว่นแต่ละวันเป็แน่ต้องทำอะไรสักอย่าง
"ก็ได้ หากอยากเดินเล่นตอนกลางคืนข้าจะคุยกับท่านหญิงให้ แต่ข้ามีเงื่อนไข หากเ้ารับเงื่อนไขของข้าได้ ข้ารับปากจะพาเจอออกมาอีก" ดวงตากลมลุกแวว ใบหน้าสวยค่อยๆ ขยับขึ้นมาจากโต๊ะมองเขาด้วยสีหน้าปิติ พลางลุกขึ้นนั่งตรงๆ
"เงื่อนไขอะไรหรือ"
"หนึ่งส่วนในร่างกายของเ้าต้องเป็ของข้าและข้าจะััมันเมื่อไหร่ก็ได้"
"มือหรอ? หรือแขน? ตราบใดที่ท่านจะไปฟันมันทิ้ง อยากจับก็จับสิ ถ้าท่านเกลี่ยกล่อมท่านแม่ได้ข้าจะให้ท่านหนึ่งส่วน"ชายหนุ่มยกยิ้มเ้าเล่ห์มองหญิงสาวที่มองมือทั้งสองข้างของตัวเองด้วยอาการมึนเมาเล็กๆก่อนจะส่ายหน้าอย่างเอ็นดู
"งั้นเรากลับกันเถอะ"
... ... ...
ยามถึงจวนสกุลหาน จ้าวซินเยว่ที่เกาะแขนเฉินจือหานมาตลอดทางเพราะนางเดินไม่ค่อยจะตรงก็ล้มลงหลับกลางอากาศด้วยความเวียนหัวลงอ้อมอกของร่างสูงพอดีกับที่จ้าวอันหรานออกมาพบพอดี
“ขออภัยท่านหญิงดูเหมือนนางจะเมาเล็กน้อย” จ้าวอันหรานมองลูกสาวของตัวเองอย่างอ่อนใจ บางครั้งก็เก่งกาจบางครั้งก็ไร้เดียงสา หาความพอดีไม่ได้เลย
“รบกวนแม่ทัพเฉินอุ้มนางตามมาด้วย”จ้าวอันหรานไม่คิดมากเื่ความใกล้ชิดสองคนนี้นอนในห้องเดียวกันมาหลายคืนก่อนกลับมายังเมืองเว่ยแค่ใกล้ชิดกันระดับนี้ล้วนเป็เื่เล็กๆ น้อยๆ
ร่างสูงช้อนอยู่คนตัวเล็กขึ้นจึงเดินตามผู้ใหญ่เพื่อไปส่งเ้าของร่างบางให้ถึงที่นอนเรือนของนางดูสงบร่มรื่นดี มีบ่าวไม่กี่คน อาจเพราะเ้าตัวเป็คนไม่ชอบความวุ่นวาย
“คุณหนู! เชิญทางนี้เ้าค่ะ” เสี่ยวโยวแสดงสีหน้าใรีบเปิดประตูห้องนอนของหญิงสาวที่ปกติสตรีที่ยังไม่ได้แต่งงานจะไม่ให้บุรุษใดเข้ามานอกจากญาติ
“ขอบคุณท่านแม่ทัพเ้าค่ะที่พาคุณหนูมาส่ง”
“นางแค่หลับ ไม่ได้เมามายขนาดนั้นเดี๋ยวนางก็ตื่น” เฉินจือหานพูดตามความจริง “ท่านหญิงไม่ทราบว่านายท่านจ้าวอยู่หรือไม่”
“อยู่ที่เรือนหลัก ขอบคุณท่านแม่ทัพที่พาลูกสาวข้ามาส่ง”
“นางเมาเพราะไว้ใจข้าหากท่านไม่ว่าอะไร คืนนี้ข้าพานางไปเดินชมงานตอนกลางคืนได้หรือไม่”จ้าวอันหรานเลิกคิ้วมองคนที่เด็กกว่า เมื่อไม่ผิดความผิดปกติใด ก็ไม่ได้คิดจะห้าม
“แต่ห้ามพานางไปเมาอีก”จ้าวอันหรานกำชับ เฉินจือหานค้อมหน้าน้อยๆ เป็การรับปาก
...... ...
ชายหนุ่มเข้าพบนางท่านจ้าวเพื่อขอพักที่เรือนสกุลจ้าวสักพักเพื่อติดต่อกับเส้นสายในการตรวจสอบเื่ในเมืองหลวนและก็ได้ขอพบกับคนที่ฮ่องเต้้าใช้งานที่หอโคมเขียวแล้วแต่เ้าตัวไม่อยู่จึงได้มาที่นี่
นายท่านจ้าวยินดีที่จะให้เฉินจือหานพักผ่อนโดยมีจ้าวฉางหยางฝาแฝดคนน้องเป็คนคอยดูแล
ในห้องโถงรับแขกของเรือนจ้าวฉางหยางที่ไม่ได้มีอะไรมากนอกจากตู้ที่เต็มไปด้วยหนังสือทั้งการค้าและพิชัยาก็จะมีเพียงหมากกระดานต่างๆ ที่อยู่เต็มไปหมด แสดงถึงนิสัยของเ้าของห้องที่ชื่นชมความกดดันท้าทาย
“ให้ตายสิ ไปคุยกับคนของข้าตามอำเภอใจแล้วยังมาขอนอนด้วยอีกเ้านี่นะ ถ้าไม่ติดว่าเป็หลานของฝ่าา ข้าคงเลิกคบ”จ้าวฉางหยางบ่นเพื่อนสนิทต่างวรรณะด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย สาเหตุก็ง่ายๆทุกครั้งที่เฉินจือหานมาปรากฏตัวต่อหน้า มักจะตามมาด้วยเื่ปวดหัว
“อย่าพูดเหมือนข้าคบเ้าเพียงเพราะผลประโยชน์สิ”
“แล้วไม่ใช่หรือ”
เฉินจือหานหัวเราะลั่นด้วยความขบขันกับท่าทีของเพื่อนสนิทผู้นี้ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็มักจะพูดเล่นราวกับยศฐานะไร้ค่าเมื่ออยู่ต่อหน้าจ้าวฉางหยาง
ก็ไม่ผิดคนคนนี้มีอำนาจมากกว่าขุนนางในราชสำนักเสียอีก แม้ฉากหน้าจะเป็เพียงคหบดีแต่ฉากหลังกับมีเส้นสายโยงใยไปทั่วทั้งแคว้น ทั้งเหล่าจอมยุทธและนักฆ่าในยุคภพหรือแม้แต่พ่อค้าใต้ดิน และยังเป็คนที่มี ฝ่าบามหนุนหลัง
กำลังที่แท้จริงของบัลลังก์ไม่ใช่ทหารอย่างที่พวกขุนนางเฒ่าเข้าใจแต่เป็ข่าวสารที่อยู่ในมือของจ้าวฉางหยางต่างหาก
“ครั้งนี้ที่ไหน”
“เมืองหลวน”
ชายหนุ่มทั้งสองคนจ้องหน้ากันเงียบๆนิ้วเรียวของจ้าวฉางหยางเคาะโต๊ะอย่างประเมินสถานการณ์
“่นี้มีข่าวลือไม่ดีออกมาแถวๆท่าเรือ ว่ามีเรือค้าจากที่ไหนไม่รู้ว่าจอดเทียบท่าเห็นว่าลูกเรือหลายคนไม่ได้กลับไปกับเรือด้วยแต่ไปรวมตัวที่ตีนเขาใกล้กับเมืองซีหยาง”จ้าวฉางหยางพูดตามที่ตนเองรู้มาเบื้องต้นอันที่จริงตนก็ส่งคนไปตรวจสอบบ้างแล้วแต่เพราะไม่ได้มีคำสั่งอะไรจึงได้แต่จับตาดู
“มีการส่องสุ่มกำลังจริงๆ สินะยังเลือกเส้นทางที่ทางเราเองก็ไม่คุ้นเคยเสียด้วย” เฉินจือหานนึกถึงูเานั้นเป็ูเาสูงชันมีแต่หน้าฝา ทัศนียภาพไม่เหมาะแก่การเดินทาง แต่หากรู้เส้นทางนั้นมันก็จะเป็ทางที่สั้นที่สุดของการเดินทางระหว่างเมืองซีหยางและเมืองท่าหลวน
“ทหารไม่คุ้นก็ใช่ว่าจอมยุทธ์จะไม่คุ้นไปด้วยนี่ พวกสำนักกิเลนทองคุมแถวๆนั้นอยู่ เดี๋ยวข้าแจ้งข่าวไปก็ได้ว่ามีคนบุกรุก ได้เื่อย่างไรข้าจะไปแจ้งข่าวที่เมืองหลวงด้วยตัวเอง”
“พึ่งพาได้เสมอ”จ้าวฉางหยางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
“ว่าแต่เ้าเถอะคิดอะไรกับน้องสาวข้ากันแน่” เฉินจือหานได้ยินคำถามพร้อมสายตาที่มองอย่างจับผิดพี่ชายบ้านนี้หวงน้องสาวกันทุกคนแต่เขาก็ไม่สน เฉินจือหานยกยิ้มมุมปาก
“ข้าชอบนาง”
#####