“ข้าจะกินตรงนี้เลย พวกเ้ามาเป็สักขีพยาน” แค่สมุนไพรที่จะซื้อไปต้มกิน ราคาก็ร่วมสองตำลึงทองแล้ว พอรับขวดยาจากซูเยว่ เขาเปิดขวดเทเม็ดยาออกมา จับใส่ปากกลืนลงคอทันที
ลูกค้าอีกสองคนในร้าน รีบเข้ามายืนดูด้วยความสนใจ ว่าหลังจากกินยาระดับแปดเข้าไปแล้ว จะเห็นผลทันตาหรือไม่ “ถ้าดีจริง ข้าจะซื้อด้วย” ชายคนหนึ่ง ที่มายืนดูพูดขึ้น
ผ่านไปเพียง สามลมหายใจ รอบตัวของชายที่กลืนยาเข้าไป มีกระแสลมพัดรอบตัว จนเสื้อผ้าของเขาพัดปลิวไปมา ทั้งที่ในร้านไม่มีลม ประตูไม้ก็ปิดสนิท เขาลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า
“โอ้์! ไม่เพียงแต่ข้าจะอาการหาย พลังข้าติดที่คอขวดระดับสี่มานาน ตอนนี้มันผ่านพ้นไปแล้ว ระดับของข้าเพิ่มขึ้นระดับห้า ข้าติดอยู่ที่ระดับสี่มานานนับสิบปี ไม่คิดว่าวันนี้ ข้าจะสามารถผ่านมันไปได้!”
“แม่นางน้อยขายให้ข้าในราคานี้ได้หรือไม่ ข้าอยากได้โอสถนี้ไปให้ท่านแม่ ถ้าซื้อราคาที่แพงกว่านี้ กลัวว่าตำลึงจะไม่พอ!”
“ข้าด้วยแม่นางน้อย ข้า้าซื้อยานี้ เพื่อนำมันไปให้ท่านพ่อ จะไปซื้อที่ร้านใหญ่ก็ราคาแพงเหลือเกิน ข้าเลยคิดจะซื้อสมุนไพรไปต้มกินเอง เลยมาที่ร้านนี้ ขายให้ข้าด้วยเถอะ”
“ถ้าจะถือว่าท่านทั้งสอง เป็พยานในครั้งนี้ ข้าขายให้ราคานี้ก็ได้!”
“ขอบคุณ…ขอบคุณแม่นางน้อย” ทั้งสองคนรีบนำตำลึงออกมา นับส่งให้ รีบจนมือสั่น กลัวนางจะเปลี่ยนใจ ตั้งราคาใหม่ที่แพงขึ้น พวกเขาเสาะหายามานานแล้ว ยาระดับแปด ยังไม่เคยปรากฏมาก่อนแคว้นนี้
ทั้งสามคนเดินออกไปจากร้าน หนึ่งคนดีใจที่ตัวเองเลื่อนระดับได้ และหายป่วย อีกสองคนรีบเอาไปให้ผู้ป่วยที่บ้าน
“แม่นางน้อยเรามาตกลงกันเถอะ เ้าไม่เพียงแต่จะเอายาระดับแปดมาขาย ระดับต่ำกว่านี้ก็เอาขายได้น่ะ ต่อไปร้านของข้า คงจะมีลูกค้าเดินเข้าร้านเยอะกว่านี้”
“ข้าจะตั้งราคาขาย อยู่ที่เม็ดละสี่ร้อยตำลึงทอง เ้าคิดว่ายังไง หรือว่าจะให้ตั้งอยู่ที่ห้าร้อย ยังไงก็มีคนซื้อเพราะยาระดับนี้ หาในแคว้นนี้ไม่ได้แล้ว”
“เถ้าแก่ว่ามันจะไม่แพงเกินไปหรือ ข้าแล้วแต่ท่านก็แล้วกัน ถ้าเป็ยาระดับต่ำกว่านี้ ไว้มีเวลาข้าจะเอามาให้ เผื่อชาวบ้านจะได้ซื้อไม่ลำบากนัก”
“ถ้าอย่างนั้นเรามาทำสัญญากันเลย ยาทุกอย่างที่เ้าส่งเข้ามา ข้าจะรับสามในสิบส่วน ที่เหลือข้ายกให้เ้า เพียงแต่เ้าส่งยาให้ที่ร้านข้าก็พอ”
“เถ้าแก่ต้องระบุด้วย ถ้าเป็ยาที่ระดับสูงกว่านี้ ไม่ใช่ยาที่รักษาทั่วไป ข้าสามารถขายที่ไหนก็ได้ อย่างเช่นหอประมูล!”
“ได้ๆ ถ้ายาระดับนั้น ร้านค้าคงรับไหวไม่ไหว!” ทั้งสองตกลงจะทำการค้าด้วยกัน ซูเยว่เลยให้โอสถไว้ ห้าสิบขวด
“แม่นางน้อย! ข้าก็อยากจะจ่ายค่ายาให้เ้าไปหมด แต่…เ้าก็เห็นร้านของข้า ลูกค้ายังน้อย ผู้คนยังไม่รู้ว่ามียาดี ขนาดนี้ อยู่ในร้านหงส์ฟ้า ข้าจ่ายให้เ้าไปก่อน หนึ่งหมื่นตำลึงทองได้หรือไม่”
“ได้เ้าค่ะ! ไว้ข้าจะเอายาที่ชาวบ้านจับต้องได้ มาให้ท่านขาย แต่แถวนี้มีร้านทำขวดใส่ยาหรือไม่ ข้า้าสั่งทำรูปแบบเหมือนขวดนี้!”
“เ้าไม่ต้องจ้างใครที่ไหนหรอก ขวดยาเดี๋ยวข้ารับทำให้เอง เพราะมีญาติทำขายอยู่ เ้า้าเท่าไหร่”
“สักห้าร้อยขวดก่อน ข้าจะใช้ใส่ยาระดับต่ำลงมา ให้ท่านขายให้ชาวบ้านธรรมดา” หลังจากทำสัญญาซื้อขายกันเสร็จ ซึ่งมีกระดาษสองแผ่น ต่างเก็บไว้คนละแผ่น
“ต่อไปนี้เ้าเรียกข้าเหวินป๋อ หรือว่าลุงป๋อก็ได้”
“ข้าซูเยว่เ้าค่ะ ข้าขอตัวกลับก่อน พรุ่งนี้ข้าจะมารับขวดกระเบื้องใส่ยา” ซูเยว่รับตั๋วตำลึงทอง เดินออกยังไม่ทันพ้นร้าน มีคนกลุ่มหนึ่งเดินสวนเข้าไปอย่างรีบเร่ง นางจึงหยุดแอบดูอยู่ห่างออกไป
“เถ้าแก่ได้ข่าวว่าร้านของท่าน มียาดีอย่างนั้นหรือ ถึงกับทำให้หายป่วยและเลื่อนขั้นพลัง ที่ติดอยู่คอขวดได้ ตอนนี้ยังเหลือหรือไม่พวกข้า้าที่จะซื้อ”
“ใช่แล้วพวกเรา้ายา เพิ่มพลังให้ตัวเอง เพื่อที่จะเข้าป่าต้องห้าม หาสมุนไพรและของป่า ออกมาขาย”
“นี่ใกล้จะถึงเวลา ที่จอมยุทธ์ทั้งหลาย จะเข้าป่าต้องห้ามอีกแล้วหรือ ผ่านไปไม่นาน ครบห้าปีแล้วรึ! ยาที่พวกเ้า้ามี แต่ราคาค่อนข้างจะแพงนะ มันหายากไม่รู้ว่าหมดแล้วจะมาเพิ่มอีกไหม”
“เท่าไหร่ก็เอามาเถอะเถ้าแก่ พวกข้าเข้าป่าต้องได้ทุนคืนอยู่แล้ว ไม่สิพลังเพิ่มขึ้นย่อมได้กำไรอยู่แล้ว มีพอสำหรับพวกเราทั้งเก้าคนไหม?”
“มีนะมี แต่…ข้าขายขวดละห้าร้อยตำลึงทอง รับรองเห็นผลแน่นอน พวกเ้าสามารถกินตรงนี้ได้เลย ข่าวที่ไวขนาดนี้ อาจจะมีคนแอบอ้าง และเอายาปลอมออกมาขาย”
“ห้าร้อยก็ห้าร้อย ถึงเวลาพวกข้าเอาสมุนไพรมาขาย ก็อย่ากดราคาก็แล้วกัน นี่ตั๋วตำลึงของข้า เอายามาให้ข้ากินเป็คนแรกเลย” หนึ่งใน เก้าคนยื่นตำลึงมาเป็คนแรก
เขารับยามาจากเ้าของร้าน แค่เปิดขวดออกมา ทั้งแปดคนที่เหลือรีบควักตั๋วตำลึงมาจ่ายทันที แค่กลิ่นพวกเขาก็มั่นใจแล้วว่า เป็ยาระดับสูง
ทั้งหมดยืนกินยาอยู่ในร้าน ในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน ทำให้เกิดพลังที่สดชื่นขึ้นที่ร้านขายยา ผู้คนที่เดินผ่านไปมา ต่างหันไปมอง และพยายามสูดดมกลิ่นพลังสดชื่น
“ร่างกายข้าที่ปวดหลัง หายเป็ปลิดทิ้ง ถึงพลังข้าจะเพิ่มขึ้นไม่ถึงระดับขั้น แต่ก็เยอะเทียบเท่ากับข้า สะสมพลังเป็สิบปี”
“ของข้าไม่เพียงแต่หายปวดหัว แต่พลังของข้าที่ติดอยู่คอขวด เพิ่มขึ้นเป็ระดับห้าแล้ว ไม่คิดว่าวันนี้พวกเราจะโชคดีแบบนี้”
“เถ้าแก่ยาท่านยังมีอยู่หรือไม่ ข้าว่าอีกไม่นาน ต้องมีจอมยุทธ์คนที่เจ็บป่วย เข้ามาที่ร้านของท่านอีกแน่ พวกต้องรีบไปแล้ว ก่อนเข้าป่าจะแวะไปบอก ญาติพี่น้องให้รู้ก่อน ว่ามียาดีอยู่ที่ร้านเถ้าแก่” กลุ่มคนทั้งเก้ารีบเดินออกจากร้านไป
ซูเยว่ที่แอบยืนดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ยกมือขึ้นลูบค้าง อย่างใช้ความคิด ยังไม่ทันได้เดินทางต่อ มีคนทยอยเข้าไปที่ร้านไม่หยุด ‘ไม่ใช่ว่ายาจะขายวันเดียวหมดหรอกนะ หรือว่าตั้งราคาถูกไป หรือจริงแล้วพวกเขา้ายาดี’
ซูเยว่เดินผ่านร้านใหญ่ ที่ส่งสายตาดูถูกนาง ยังมีลูกค้าแต่งตัวดีเดินเข้าออกปกติ เพราะพวกเขายังไม่รู้เื่ยา ของร้านหงส์ฟ้ามี
‘ต้องรีบกลับไปที่โรงเตี๊ยมก่อน ไปหลอมยารักษาอาการทั่วไป ใช้สมุนไพรที่หาง่ายฝึกฝีมือ แล้วยังได้ยาให้เถ้าแก่ป๋อขายด้วย’
โรงเตี๊ยมที่ซูเยว่เช่า มีขนาดเล็ก แค่อาศัยว่าอยู่ใกล้ตลาดเท่านั้น เพราะนางเข้าไปกินนอนในนิติ
“โอ้! ดูสวนสมุนไพรนี้สิ มันกว้างขึ้น มีสมุนไพรแปลกตาเต็มไปหมด รอข้ารวมพลังขึ้นมาก่อนเถอะ จะจับมาหลอมทำโอสถให้หมด หนึ่งในนั้นคือโอสถรักษาท่านแม่”
ซูเยว่เดินเข้ามาในกระท่อม มองหาที่นั่งโคจรพลัง แต่ก็ต้องแปลกใจ เพราะว่ามีคัมภีร์เล่มที่สามวางอยู่ นางรีบเปิดดู ด้วยความตื่นเต้น แต่…มันมีแค่หน้าเดียวเท่านั้น
“เสียงในมิติอยู่ที่ไหน ทำไมคัมภีร์ถึงมีหน้าเดียวกัน”
“นี่คือคัมภีร์โอสถเนตรทิพย์ เ้าหลอมยาขึ้นมาหนึ่งเม็ดตามในตำรา ซึ่งเ้าก็สามารถหลอมได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น เมื่อเ้าได้กลืนกินลงไป ความสามารถเหมือนตาทิพย์ มองเห็นว่าคนป่วยเ็ปตรงไหนได้”
“โอ้! สุดยอดคัมภีร์ ไม่ต้องตรวจหา ว่าคนป่วยติดขัดตรงไหน ข้ามีเวลาอยู่ในนี้หลายวัน ตอนนี้เป็แค่่บ่าย กว่าจะออกไปจากห้องพรุ่งนี้ก็่เช้า น่าจะอยู่ในนี้แปดวันได้”
ซูเยว่นั่งอ่านตำราหน้าเดียววนไปมาหลายรอบ ข้อความเข้าใจยาก แถมยังหลอมได้แค่ครั้งเดียว จะผิดพลาดไม่ได้ เมื่อเข้าใจบ้างแล้ว ก็หันมานั่งโคจรพลัง นางกินโอสถที่นำไปขาย พร้อมกับน้ำพุิญญา
สิ่งที่นาง้าในตอนนี้คือ ระดับขั้นพลัง เพื่อที่จะได้หลอมยาระดับสูงขึ้นไปได้ ทุกอย่างมีพร้อมแล้ว เหลือแต่พลังของนาง
เจ็ดวันในมิติ ที่ซูเยว่นั่งโคจรพลัง โดยไม่ลืมตาตื่นขึ้นมาทำสิ่งใด เป็ผลทำให้พลังของนาง เพิ่มขึ้นมาครึ่งระดับขั้น เป็ระดับสามขั้นกลาง
ระดับพลังแต่ละชั้น จะแบ่งออกเป็สามขั้น ต้นกลางและปลาย ที่ผู้คนไม่น้อยไปติดอยู่ตรงนั้น คอขวดคือ่ปลายที่ผ่านยาก และใช้เวลานาน ส่วนระดับขั้นก็ไล่ั้แ่หนึ่งขึ้นไป สูงสุดคือระดับเก้า หรือว่าระดับเซียน ซึ่งไม่มีใครสูงกว่านี้อีกแล้ว และคนที่อยู่ในระดับนี้ แทบเป็ตำนาน
“พลังเพิ่มขึ้นมาแล้ว ต้องหลอมโอสถตามคัมภีร์เนตรทิพย์ก่อน ส่วนที่จะเอาไปขายเอาไว้ทีหลัง เดี๋ยวพลังหมดก่อน” นางพูดเสียงดังเผื่อเสียงในมิติจะได้ยิน
กลางสวนสมุนไพร ซูเยว่กำลังหาสมุนไพร ตามคัมภีร์เนตรทิพย์ สวนสมุนไพรแม้จะจัดแบ่งกลุ่ม ร้อนและเย็น แยกกันอย่างชัดเจน เพราะอากาศที่ต่างกัน แต่ด้วยจำนวนที่หลากหลายสายพันธุ์ ทำให้ไม่ง่ายนัก ที่จะค้นหาสมุนไพรแต่ละตัว
“ถ้าพลังของเ้าสูงขึ้นกว่านี้ ก็ไม่ต้องเดินหาให้เหนื่อย แค่นึกก็รู้แล้ว ว่าสมุนไพรที่หามันอยู่ตรงไหน” เสียงก้องกังวานในมิติดังขึ้น ซึ่งตอนนี้เสียงไม่ได้ดังในหัวแล้ว
“โอ้! เป็แบบนี้นี่เอง พลังคือทุกสิ่งอย่างในนี้! ข้าเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ อยากมีพลังเพิ่มขึ้น วันละขั้นจะแย่อยู่แล้ว!”
“เห้ยยย…เจอตัวสุดท้ายเสียที” ซูเยว่ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก หลังจากหาสมุนไพรมาทั้งวัน เฉพาะตัวสุดท้าย ใช้เวลาไปครึ่งค่อนวันแล้ว
สองชั่วยามต่อมา “พลังอย่าเพิ่งหมด! โอสถใกล้จะสำเร็จแล้ว ยังหลอมได้แค่ครั้งเดียวด้วย” เสียงหอบหายใจด้วยความเหนื่อย นางะโเสียงดัง เผื่อจะมีใครมาช่วย แต่เงียบไม่มีเสียง
ซูเยว่เค้นพลังที่มีทั้งหมด ในร่างกายตอนนี้ ส่งเป็ไฟปราณ ไปที่เตาหลอม จะหยุดไม่ได้ ทั้งที่ก่อนการหลอมยา นางกินทั้งโอสถและน้ำพุิญญาแล้ว พลังก็แทบไม่พอ
“จ๊ากกก!” ปุ๊ก!
ซูเยว่ส่งพลังครั้งสุดท้ายออกไป พร้อมกับยาที่กลั่นออกมาเป็เม็ด ลอยขึ้นมาอยู่เหนือหม้อ แต่นางไม่มีแรงแม้กระทั่ง จะลุกไปหยิบยามากิน
“เหนื่อยเพลีย! ไม่น่าล่ะเสียงในมิติ ถึงเน้นเื่พลัง ที่แท้มันต้องใช้พลังเยอะ และหยุดไม่ได้แบบนี้นี่เอง” นางคว้าจอกน้ำพุิญญาขึ้นมาดื่ม ก่อนจะลุกขึ้นไปที่เตาหลอม
“ขนาดเล็กนิดเดียว สีเขียวใส แต่ใช้พลังข้าไปหมดตัว แล้วจะมีแรงที่ไหน ไปหลอมโอสถส่งขายกัน มีเวลาอีกสองวันในนี้ ข้างนอกน่าจะเป็เวลารุ่งเช้าแล้ว”