บทที่ 40 ขอยืมเงินจากพี่ชายเท่ห์
"ผู้หญิงแบบนี้จะไปเหมาะกับเสี่ยวฮั่วได้ยังไง? ช่างน่าเสียดายจริงๆ เขาเป็นอะไรไปนะ ทำไมถึงได้แต่งงานกับภรรยาแบบนี้ จะพาออกไปไหนได้ยังไง ช่างเหลวไหลสิ้นดี!"
รองเสนาธิการหลี่รู้สึกโกรธมาก คิดว่าฮั่วฉางชิงแต่งงานกับภรรยาแบบนี้นั้นเสียเปรียบ และยังไม่เป็นผลดีต่อการเลื่อนตำแหน่งในอนาคตด้วย
ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็เป็นส่วนหนึ่งของการประเมิน ถ้าภรรยาของฮั่วฉางชิงทำอะไรเหลวไหล หรือทำอะไรที่ไม่เหมาะสมกับการเป็นภรรยาทหาร เมื่อเรื่องไปถึงหูกองทัพ ฮั่วฉางชิงก็จะเสียหน้า
แต่โชคดีที่ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ติดตามมาที่กองทัพด้วย ไม่อย่างนั้นคงจะยุ่งยากกว่านี้แน่
ทุกคนถอนหายใจด้วยความเสียดาย คิดว่าฮั่วฉางชิงสะเพร่าเกินไปในเรื่องการแต่งงาน เขาเป็นคนที่เก่งขนาดนี้ แต่กลับได้ภรรยาแบบนี้มาแทน
แต่ถึงอย่างนั้น ในกองทัพมีทั้งคนที่เสียดายให้ฮั่วฉางชิง และคนที่สะใจกับเรื่องนี้ ฮั่วฉางชิงอายุยังน้อยก็ได้เป็นผู้พันแล้ว และดูเหมือนจะได้เลื่อนตำแหน่งอีก มีคนอิจฉาเขามากมาย
ตอนนี้พอรู้ว่าชีวิตแต่งงานของเขามีปัญหา พวกเขาก็อยากให้ภรรยาของเขาก่อเรื่องวุ่นวายใหญ่โต หวังว่าจะทำให้ฮั่วฉางชิงเสียหน้า จะได้เอาเรื่องนี้มาขยายความต่อไป
ขณะเดียวกัน จางจิงจิงไม่รู้เลยว่าชื่อเสียงของเธอกำลังเป็นที่รู้จักไปทั่ว ตอนนี้หญิงสาวกำลังเก็บของเตรียมเลิกงานอย่างมีความสุข
เมื่อขี่จักรยานกลับมาถึงเขตที่พักอาศัยก็บังเอิญพบกับหวู่เพ่ยหลาน เธอรีบปั่นจักรยานเร็วขึ้นสองสามครั้ง แล้วตะโกนเรียกจากด้านหลัง
"แม่คะ!"
หวู่เพ่ยหลานหันกลับมา เห็นว่าเป็นลูกสะใภ้ จึงยื่นของในมือให้
"โทรเลขของเธอน่ะ"
จางจิงจิงตกใจ "ของหนูเหรอคะ?"
"อื้ม น่าจะเป็นโทรเลขจากบ้านเกิดของเธอนะ ฉันไม่ได้อ่านหรอก กำลังจะเอามาให้เธอพอดี"
หวู่เพ่ยหลานมีมารยาทดีมาก ไม่ชอบแอบดูของคนอื่น ซึ่งถ้าเป็นแม่สามีคนอื่นคงเปิดอ่านไปนานแล้ว
"ขอบคุณค่ะแม่"
จางจิงจิงรู้สึกแปลกใจ เธอคิดว่าทางบ้านคงไม่ส่งโทรเลขมาให้อีกแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะส่งมาเร็วขนาดนี้
เธอไม่ได้เปิดอ่านทันที แต่กลับไปอ่านในห้องแทน พอเห็นข้อความในนั้น ใบหน้าของเธอก็ย่นเข้าหากัน
เป็นไปตามที่คาด สถานการณ์ร้ายแรงกว่าที่เธอคิด อาการป่วยของจางต้าเหอแย่ลงมาก โทรเลขนี้ส่งมาจากหวังฮุ่ย จางจิงจิงคิดว่าในบ้านคงมีแค่อีกฝ่ายเท่านั้นที่กล้าพูดความจริง
ถ้าไม่มีใครพูดถึง เธอก็อาจจะทำเป็นมองข้ามไปก่อน รอจนกว่าตัวเองจะมีเงินเก็บแล้วค่อยช่วยเหลือครอบครัว หรือถ้าเธอใจร้ายหน่อยก็อาจจะไม่สนใจเลยก็ได้ เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็ไม่ใช่ญาติแท้ๆ ของเธอ
แต่เธอทำแบบนั้นไม่ได้ เธอได้ครอบครองร่างของเจ้าของร่างเดิม ก็ต้องทำหน้าที่แทนเจ้าของร่างเดิมด้วย
จางจิงจิงอดไม่ได้ที่จะมองไปที่ตู้ ในนั้นมีเงินและตั๋วที่ฮั่วฉางชิงทิ้งไว้ให้อยู่
หญิงสาวกัดริมฝีปาก ฮั่วฉางชิงแทบจะไม่ได้กลับบ้านเลย ถึงแม้ตอนนี้เธอจะส่งเงินกลับไป เขาก็คงไม่รู้ แต่เธอจะทำแบบนั้นได้เหรอ? ไม่ได้สิ ฮั่วฉางชิงให้เงินทั้งหมดที่มีกับเธอ แสดงว่าเขาไว้ใจเธอ ถ้าเอาไปใช้อย่างสุรุ่ยสุร่าย ฮั่วฉางชิงจะยังไว้ใจเธออีกเหรอ?
ไม่ได้ ทำแบบนั้นไม่ได้!
แต่การปล่อยให้คนตายโดยไม่ช่วยเหลือ หญิงสาวก็รู้สึกไม่สบายใจ เธอยังเด็กสามารถรอหาเงินทีหลังได้ แต่จางต้าเหอรอไม่ได้ เขาอาจจะเสียชีวิตได้เลย
เรื่องที่น่าเศร้าที่สุดในโลกคือไม่มีเงินตอนที่ต้องใช้ และไม่มีส้วมตอนที่ท้องเสีย
ฮั่วเสี่ยวเยว่เดินเข้ามาเห็นจางจิงจิงนั่งอยู่ด้วยท่าทางหงอยเหงา จึงค่อยๆ เดินเข้าไปหาอย่างระมัดระวัง
"คุณป้าเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?"
จางจิงจิงได้สติกลับมา รีบเปลี่ยนสีหน้าทันที
"ไม่อะไรจ้ะ วันนี้พวกหนูเป็นเด็กดีหรือเปล่าเอ่ย?"
"เป็นค่ะ!"
"ดีมาก เก่งจังเลย ออกไปเล่นกับน้องก่อนนะ ป้ามีธุระต้องทำน่ะ"
คิดไปคิดมา จางจิงจิงก็ตัดสินใจโทรหาฮั่วฉางชิงเพื่อขอยืมเงิน ถ้าชายหนุ่มยอมให้ยืม เธอก็จะส่งเงินกลับบ้านก่อน แล้วค่อยๆ ใช้หนี้ทีหลังเมื่อได้รับเงินเดือน
ถึงอย่างไรไม่มีเงินก็ค่อยๆ เก็บเอาได้ แต่ถ้าไม่มีชีวิตก็จบเห็นๆ
เมื่อตัดสินใจแล้ว จางจิงจิงก็หยิบกระดาษที่ฮั่วฉางชิงทิ้งไว้ตอนจากไป บนนั้นมีเบอร์โทรศัพท์ของกองทัพเขียนอยู่
เธอถือกระดาษนั้นออกไป หวู่เพ่ยหลานเห็นหญิงสาวจะออกไปข้างนอกก็อดถามไม่ได้
"จะออกไปไหนเหรอ?"
"พอดีหนูจะโทรหาฉางชิงน่ะค่ะ"
หวู่เพ่ยหลานได้ยินว่าลูกสะใภ้จะโทรหาเจ้าลูกชาย ในใจก็รู้สึกดีใจ อย่างไรเสียคู่หนุ่มสาวอยู่ห่างกันขนาดนี้ ถ้าปกติไม่ติดต่อกันเลย ความสัมพันธ์คงจะจืดจางลงเรื่อยๆ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้มีความรู้สึกอะไรต่อกันมากนักตั้งแต่แรกก็ตาม
"ไปเถอะจ้ะ"
จางจิงจิงไปที่ทำการไปรษณีย์ แล้วโทรไปตามหมายเลขที่ได้มา ช่วงนี้การโทรศัพท์แพงกว่าปกติ แพงยิ่งกว่าส่งโทรเลขเสียอีก ทำให้หญิงสาวรู้สึกหนักใจอยู่บ้าง
หลังจากโทรติดแล้ว พนักงานรับสายก็โอนสายไป ตอนนี้ฮั่วฉางชิงอยู่ที่สนามฝึก และเห็นเจียงหงซิงวิ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว
"รายงานผู้พันฮั่ว มีโทรศัพท์ถึงคุณครับ ภรรยาโทรมาครับ!"
ฮั่วฉางชิงกำลังวิดพื้นอยู่ พอได้ยินก็ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
"ครับ ผมทราบแล้ว"
เขาปัดฝุ่นที่กางเกง แล้วเดินอย่างรวดเร็วไปที่สำนักงาน
"สวัสดี"
เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายดังมาจากหูโทรศัพท์ จางจิงจิงกำโทรศัพท์แน่นขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
"คุณฮั่ว ฉันจางจิงจิงเองค่ะ"
อีกฝ่ายเงียบไปสองสามวินาที "ผมรู้"
จางจิงจิงรู้สึกประหม่าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เสียงของฮั่วฉางชิงในโทรศัพท์ฟังดูแตกต่างจากปกติ ทุ้มนุ่มกว่าเดิม ฟังดูไพเราะมากทีเดียว
"ฉันอยากขอยืมเงินคุณหน่อย เรื่องมันเป็นอย่างนี้ค่ะ ทางบ้านส่งโทรเลขมาบอกว่าพ่อฉันป่วยหนัก ตอนนี้ที่บ้านไม่มีเงิน อาการของพ่อก็รอไม่ได้ คุณก็รู้สถานการณ์ของฉัน เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่กี่วัน ตัวฉันเองก็ไม่มีเงิน คุณจะให้ฉันยืมสักหน่อยได้ไหมคะ? พอได้เงินเดือนฉันจะทยอยคืนให้ค่ะ"
จางจิงจิงกลัวว่าฮั่วฉางชิงจะไม่ยอม จึงรีบพูดเหตุผลทั้งหมดออกมา
ฮั่วฉางชิงขมวดคิ้ว "เงินไม่ได้อยู่กับคุณหรอกเหรอ?"
จางจิงจิงเม้มปาก และพูดอย่างเกรงใจ "ฉันแค่เก็บรักษาไว้ชั่วคราว เงินนั้นยังเป็นของคุณอยู่ ฉันจะใช้มันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคุณได้ยังไงคะ?"
คำตอบนี้ทำให้ฮั่วฉางชิงรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก
"ไม่เป็นไร นี่เป็นเรื่องด่วน คุณใช้ไปก่อนเถอะ"
จางจิงจิงได้ยินคำตอบของฮั่วฉางชิง พลันรู้สึกอยากจะจูบเขาผ่านโทรศัพท์เลยทีเดียว ผู้ชายคนนี้ช่างแสนดีเหลือเกิน ไม่ตระหนี่ถี่เหนียวเลยสักนิด ทั้งยังเข้าใจเหตุผล ที่ร่างเดิมได้แต่งงานกับผู้ชายแบบนี้ นับว่าเป็นบุญที่สั่งสมมาแปดชาติเลยทีเดียว
"คุณฮั่วคะ ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ ฉันจะรีบคืนเงินให้โดยเร็วที่สุด ฉันสัญญา!"
"ไม่เป็นไร วางสายเถอะ"
ท่าทีของฮั่วฉางชิงยังคงเย็นชาเหมือนเดิม
จางจิงจิงคิดในใจว่าควรรีบวางสายไป แต่ก็รู้สึกว่าแบบนั้นมันเกินไปหน่อย เหมือนเนรคุณอย่างไรอย่างนั้น จึงอึกอักอยู่นาน จนในที่สุดก็พูดออกมาได้ประโยคหนึ่ง
"ที่กองทัพคุณสบายดีไหมคะ? ต้องดูแลสุขภาพด้วยนะคะ"
ฮั่วฉางชิง "......"
"ลาก่อน"
"งั้นก็ได้ค่ะ…"
ตู้ด...ตู้ด...ตู้ด...
ฮั่วฉางชิงวางสายทันทีโดยไม่ลังเล จางจิงจิงอดไม่ได้ที่จะย่นจมูกด้วยความไม่พอใจ ผู้ชายคนนี้ช่างไร้น้ำใจจริงๆ พูดจะวางก็วางเลย
แต่พอนึกถึงว่าฮั่วฉางชิงยอมให้ตนยืมเงิน เธอก็รู้สึกดีขึ้นมาอีกครั้ง
จางจิงจิงฮัมเพลงกลับบ้าน เธอหยิบกล่องออกมาจากตู้พลางใช้กุญแจไขเปิด แล้วนับเงินออกมาหกสิบหยวน ตั้งใจจะส่งไปให้เท่านี้ก่อน
ตัวเธอเพิ่งเริ่มทำงาน เงินเดือนสามสิบห้าหยวน รอให้เงินเดือนขึ้นในอนาคตก็จะมีรายได้ห้าสิบกว่าหยวนต่อเดือนแล้ว