ไป่หลิงได้นอนฝันเห็นชายคนหนึ่งวัย 23 ปี นามว่า ฟานฮุ่ย ในขณะนั้นเขาเป็แค่จอหงวน และเป็บุตรชายท่านเสนาบดีในสมัยนั้น แต่ตอนนั้นเขาได้รับพิษ จึงมาขอความช่วยเหลือจากพ่อของไป่หลิงให้ขับพิษออกให้ พ่อของนางสามารถถอนพิษได้หมดและอนุญาตให้ฟานฮุ่ยสามารถอยู่พักฟื้นที่บ้านหมอเทวดาได้อีก 5 วัน แม้เป็่เวลาสั้นๆ แต่ไป่หลิงในวัย 15 ปีกับฟานฮุ่ยก็สนิทสนมกันดั่งพี่น้อง จนกระทั่งวันหนึ่งพ่อให้ไป่หลิงออกไปเก็บยาสมุนไพรั้แ่เช้า กว่าจะกลับถึงบ้านก็พกค่ำเสียแล้ว เมื่อมาถึงนางก็แปลกใจที่เห็นกองทหารและเห็นฟานฮุ่ยยืนอยู่หน้าประตูกำลังยืนมองเข้าไปในบ้าน นางสงสัยเลยรีบเดินเข้าบ้าน แต่ภาพที่นางเห็นทำให้นางใแทบช็อก พ่อของนางถูกแทงหลายแผล นอนตายตาเหลือกน่ากลัวมาก ไป่หลิงทิ้งสมุนไพรทุกอย่างในมือ รีบวิ่งเข้าไปเพื่อกอดศพพ่อร่ำไห้ ไป่หลิงเข้าใจว่าฟานฮุ่ยเป็ฆาตกร นางไม่สอบถามความเป็มาใดๆ ได้แต่วิ่งเข้าไปทุบฟานฮุ่ยเต็มแรง ฟานฮุ่ยกอดไป่หลิงไว้และยอมให้ไป่หลิงทุบระบายอารมณ์ โดยมีเสียงจากภายนอกกล่าวว่า “ไป่หลิง เข้าใจผิดแล้ว ท่านฟานฮุ่ยไม่ใช่ฆาตกร”
พอมีทหารเข้ามาจับไป่หลิงออกมาเพื่อไม่ให้ทำร้ายฟานฮุ่ย นางก็เลยรีบสะบัดและวิ่งหนีออกไปทันที แม้ฟานฮุ่ยจะเที่ยวออกตามเสียทั่วก็หาไม่พบ
ไป่หลิงสะดุ้งตื่น “ฝันเห็นเหตุการณ์นั้นอีกแล้วสินะ” “ข้าจะไม่มีวันปล่อยท่าน ท่านเสนาบดีฟานฮุ่ย”
*********************************
ในวันนี้ต่งหนานก็มาพบไป่หลิงตามเวลานัดหมาย แต่แต่งกายเป็ผู้ชาย
“เหตุใดเ้าถึงแต่งตัวเช่นนี้ล่ะ ต่งหนาน”
“วันนี้ข้าจะชวนท่านเข้าบ่อนน่ะ”
“ไม่ยักรู้ว่าเ้าเล่นการพนันเป็ด้วย” “อ่ะนี่ยา ดื่มซะ”
ต่งหนานทำหน้าพะอืดพะอม แต่ก็ยอมดื่มแต่โดยดี แล้วพูดว่า “วันนี้พวกเราสองคนจะเข้าบ่อน แล้วพวกเรามาแข่งกัน หากข้าแทงอะไร ท่านก็ต้องแทงตรงกันข้าม จะได้วัดกันไปเลยว่าใครแพ้ใครชนะ และใช้กติกาเดิม ใครแพ้ต้องยอมทำตามทุกอย่าง”
ด้วยความที่ไป่หลิงไม่ชอบเข้าบ่อน เลยไม่สันทัดในการเล่นไฮโล พอต่งหนานแทงสูง ตนเองก็ต้องแทงต่ำ ผลเป็ไปตามคาด ต่งหนานเป็ฝ่ายชนะ
“คืนนี้ ในวังมีงานเลี้ยง ฝ่าาทรงให้บรรดาขุนนางและบุตรบริวารไปร่วมงานนี้ด้วย ดังนั้นท่านจะต้องปลอมเป็สาวใช้ของข้า และไปร่วมงานเลี้ยงกับข้าวันนี้ด้วย” ต่งหนานอธิบาย
“เ้าก็ร่วมงานเลี้ยงไปสิ ทำไมต้องให้ข้าไปด้วยล่ะ”
“ข้าเบื่อนี่ ข้าก็อยากมีเพื่อนไปด้วย และจะว่าไปท่านแพ้แล้ว ท่านต้องทำตามเงื่อนไข” ต่งหนานทวงให้ทำตามเงื่อนไข
“ก็ได้ งั้นคืนนี้ไปกัน”
*********************************
งานเลี้ยงถูกจัดในสวนอุทยาน ภายในเขตพระราชวัง มีทั้งเหล่าบรรดาขุนนางพร้อมบริวารมาร่วมงาน ส่วนท่านอำมาตย์ก็เช่นเดียวกันได้พาบุตรสาวทั้งสามติดตามมาด้วย โดยมีไป่หลิงแต่งเป็สาวรับใช้คอยดูแลต่งหนานอย่างใกล้ชิด พวกเขาเดินไปพบท่านเสนาบดีฟานฮุ่ย ซึ่งเป็ชายรูปงาม แต่ลักษณะเป็คนเ็า ไม่ค่อยยิ้ม อำมาตย์จึงแนะนำบุตรสาวและกล่าวทักทาย
พอไป่หลิงพบชายผู้นี้ก็ถึงกับชะงัก ในใจคิดว่า “ในที่สุดข้าก็ได้เจอท่าน ศัตรูที่ฆ่าพ่อข้า”
พอท่านเสนาบดีเดินจากไป ต่งหนานก็คุยกับไป่หลิงทันที “ท่านหล่อใช่มั้ยล่ะ มองตาไม่กระพริบเชียวนะ อย่าว่าแต่ท่านเลย ดูสิบรรดาลูกสาวขุนนางก็พากันมองท่านเช่นกัน”
“ข้าว่าก็งั้นๆ แหละ พวกเราไปกันเถอะ ดูสิพ่อท่านเดินนำไปไกลแล้ว”
คราวนี้ท่านอำมาตย์พาบุตรสาวไปพบท่านอ๋องซานตง ทุกคนที่ในอยู่ในจวนอำมาตย์รู้ดีว่าต่งหนานแอบชอบท่านอ๋องซานตงมานานแล้ว ซึ่งในขณะนี้ใบหน้าของต่งหนานแดงเป็ลูกตำลึง
“เอ่อ ต่งหนานไม่สบายหรือเปล่า ทำไมใบหน้าถึงแดงขนาดนั้น ไม่ต้องฝืนตัวเองรู้มั้ย” ท่านอ๋องกล่าวจบ ก็เดินเข้าไปแตะหน้าผากของต่งหนานทันที “อื้อ ตัวก็ไม่ร้อนนี่”
“หม่อมฉันไม่เป็อะไรเพคะ ผู้คนเยอะแยะเลยทำให้หม่อมฉันรู้สึกประหม่าเพคะ”
“มีอะไรก็บอกเราได้นะ อย่าได้เกรงใจ” จากนั้นท่านอ๋องก็เสด็จจากไป
“เ้าเป็อะไรหรือเปล่า ต่งหนาน ข้าพาเ้ากลับจวนได้นะ” ไป่หลิงถามด้วยความเป็ห่วง
“เป็สิ ไป่หลิง” ต่งหนานจับที่หน้าอก “เป็ที่ใจของข้า ใจข้ากำลังจะละลายแล้ว ท่านอ๋องแตะหน้าผากข้าด้วย อ่ะ”
“นี่เ้าชอบท่านอ๋องมากขนาดนี้เลยหรอ” ไป่หลิงสงสัย
“ไม่ใช่แค่ชอบ หลงรักมานานแล้วต่างหาก”
“แต่จะว่าไป ไม่ใช่แค่เ้าหรอก บุตรสาวขุนนางคนอื่นก็เป็เหมือนเ้าเลย เห็นทีคราวนี้ศัตรูหัวใจเ้าคงจะเยอะน่าดู” ไป่หลิงกล่าว
เมื่อถึงเวลาทุกคนก็เข้าไปประจำตำแหน่งที่ถูกจัดเตรียม ต่งหนานและพี่สาวของนางก็ได้ไปนั่งใกล้ๆ กับท่านอำมาตย์ด้วย โดยมีไป่หลิงยืนอยู่ด้านหลังเพื่อคอยรับใช้ มีฝ่าา ฮองเฮา เหล่าสนม และองค์หญิงประทับนั่งอยู่้า ฝ่าาตรัสถามสารทุกข์สุขดิบ แล้วประกาศให้เริ่มมีการแสดงเล่นดนตรีฟ้อนรำ เมื่อการแสดงแรกจบลง ฝ่าาจึงตรัสว่า
“เราได้ข่าวว่าต่งหนานมีฝีมือในการดีดพิณได้ไพเราะ แสดงให้เราดูจะได้หรือไม่”
ต่งหนานกำลังจะตอบ แต่ไป่หลิงรีบกระซิบบอกทันที
“เ้าดีดพิณตอนนี้ไม่ได้ ต่งหนาน ขุนนางที่เ้าพบที่หอคณิกาก็อยู่ที่นี่ด้วย หากเ้าดีดพิณ เขาต้องจำเ้าได้แน่ และอาจจะเกิดอันตรายกับเ้าภายหลัง เ้าต้องแกล้งไม่สบายเดี๋ยวนี้”
ต่งหนานเห็นด้วยกับไป่หลิง จึงแกล้งไอ แล้วบอกว่า “หม่อมฉันตื่นเต้นเพคะ คนมากซะขนาดนี้ เวลาที่หม่อมฉันตื่นเต้น โรคเก่าจะกำเริบ ขอประทานอภัยด้วยเพคะ”
อำมาตย์จึงพูดเสริม “ขอประทานอภัยพะย่ะค่ะ บุตรสาวคนเล็กมีสุขภาพไม่ดีมาั้แ่เล็กๆ กระหม่อมขอแนะนำให้ต่งซานแสดงฟ้อนรำแทนพะย่ะค่ะ”
“เอาเถอะ ไม่เป็ไร งั้นก็ให้ต่งซานแสดงฟ้อนรำก็แล้วกัน” ฝ่าาตรัส
ต่งซานบุตรสาวคนโตของท่านอำมาตย์มีฝีมือในการแสดงฟ้อนรำที่อ่อนช้อย งดงามมาก ไม่เสียทีที่ท่านอำมาตย์เป็คนเสนอ
“ว๊า ข้าอดดีดพิณให้ท่านอ๋องฟังเลย ท่านจะได้ประทับใจข้าบ้าง” ต่งหนานบ่น
“โอกาสหน้ายังมี ไม่ต้องเสียดายหรอกต่งหนาน” ไป่หลิงปลอบ
การแสดงยังคงดำเนินต่อไป จนกระทั่งสาวใช้ของสนมลู่ได้ยกน้ำซุ๊ปบำรุงเพื่อถวายให้ฝ่าาเสวย
“หม่อมฉันปรุงน้ำซุ๊ปบำรุงด้วยตัวเองเพคะ เลยนำมาถวายให้ฝ่าาเสวย” สนมลู่กำลังจะยกถ้วยให้ฝ่าา
“งั้นพอดีเลย สนมหยางตั้งครรภ์อยู่ขณะนี้ ควรจะได้ทานน้ำซุ๊ปบำรุงของเ้า งั้นเราขอมอบให้สนมหยางก็แล้วกัน”
แม้สนมลู่จะรู้สึกผิดหวัง แต่ได้ยกถ้วยน้ำซุ๊ปไปให้สนมหยาง และทุกครั้งที่สนมหยางจะเสวยอะไร สาวใช้จะต้องชิมก่อนทุกครั้ง ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน พอสาวใช้จิบน้ำซุ๊ปไปได้สองอึก อยู่ดีๆ นางก็ปล่อยถ้วยลงพื้น ทำให้ถ้วยน้ำซุ๊ปแตก จากนั้นก็เดินโซเซกำลังจะล้ม ไป่หลิงซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดจึงวิ่งเข้าไปช่วยประคองไว้ กันไม่ให้ล้มหัวฟาดพื้น
เมื่อฝ่าาทอดพระเนตรเห็นเช่นนั้น ก็ทรงกริ้วเป็อย่างมาก “สนมลู่! เ้าเอาอะไรให้เราดื่มกันแน่ เ้าจะปลงชีวิตเรางั้นหรือ”
“ไม่จริงเพคะ หม่อมฉันถูกปรักปรำ ในน้ำซุ๊ปไม่มียาพิษนะเพคะ ให้ความเป็ธรรมกับหม่อมฉันด้วย” สนมลู่กล่าวด้วยความใ
ไป่หลิงจับชีพจรของสาวใช้คนนั้นก็พบว่า ร่างกายของนางปกติดีทุกอย่าง “นี่เป็การแสดงสินะ” พอเห็นสนมลู่กำลังถูกทหารกุมตัวเพื่อลงโทษ ไป่หลิงจึงตัดสินใจจี้จุดหัวเราะของนางทันที สาวใช้คนนั้นฟื้นขึ้นมาเพราะไม่อาจกลั้นหัวเราะได้
ทุกคนพากันใที่เห็นสาวใช้ไม่เป็อะไร แต่กลับหัวเราะออกมาเสียงดัง
“555 555 555 ช่วยข้าด้วย ข้าหยุดหัวเราะไม่ได้”
ฝ่าาสั่งให้ปล่อยตัวสนมลู่ แล้วรีบตรัสถามสนมหยางทันที “นี่มันอะไรกันสนมหยาง เ้ากล้าให้สาวใช้มาแสดงละครปรักปรำสนมลู่งั้นหรือ”
“หม่อมฉันเปล่านะเพคะ” แล้วรีบหันไปหาผิงเอ๋อทันที “ผิงเอ๋อ เ้าทำอะไรลงไปน่ะ ทำไมเ้ากระทำการลบหลู่ฝ่าาเช่นนี้ เ้าไม่กลัวตายหรืออย่างไร”
ไป่หลิงเดินมาอยู่ด้านหลังของต่งหนานแล้ว สักพักก็ดีดลูกหินเพื่อคลายจุดหัวเราะให้กับสาวใช้คนนั้นทันที การกระทำของไป่หลิงทั้งหมดไม่อาจรอดพ้นสายตาของท่านเสนาบดีและองค์หญิงชานชิวได้
เมื่อสาวใช้หยุดหัวเราะแล้ว จึงรีบกล่าวขอโทษทันที “ขอประทานอภัยเพคะ หม่อมฉันเป็โรคประจำตัวเพคะ อยู่ดีๆ อาการก็กำเริบขึ้นมา ได้โปรดไว้ชีวิตหม่อมฉันด้วยเพคะ”
“เอาเถอะ ในเมื่อวันนี้จัดงานมงคล เราก็ไม่อยากฆ่าใครในวันนี้ โอกาสหน้าถ้าพวกเ้ายังทำแบบนี้อีก อย่าหาว่าเราไม่ปราณีแล้วกัน”
“ขอบพระทัยเพคะฝ่าา” สาวใช้คนนั้นรีบกลับตำหนักสนมหยางทันที
ไป่หลิงกระซิบบอกต่งหนานว่า “ข้าต้องรีบไปจากที่นี่แล้วต่งหนาน สนมหยางอาจสงสัยและหมายจะเอาชีวิตข้า เพราะไปขัดขวางแผนการของนาง”
“เ้าไปเถอะไป่หลิง ระวังตัวด้วยล่ะ”
ไป่หลิงรีบลอบออกนอกวังทันที แต่ทว่ากลับเดินหลงทางเสียได้ “เอาไงดีล่ะเนี่ย วันนี้ต้องมาตายเพราะหลงทางเนี่ยนะ” สักพักก็เดินไปชนกับชายคนหนึ่ง “ขอโทษค่ะ” พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นเป็ท่านเสนาบดี ก็มองด้วยความโกรธแค้น
“ถ้าจะออกนอกวัง ให้ไปทางซ้ายมือ ถ้าข้ามกำแพงได้ก็พ้นวังแล้วล่ะ” แล้วท่านเสนาบดีก็เดินจากไปทันที
แม้ว่าไป่หลิงจะรู้สึกโกรธแค้น แต่นี่ไม่ใช่เวลา ต้องรีบออกไปจากวังเดี๋ยวนี้ จึงเดินไปตามทางที่ท่านเสนาฯ บอก
ในใจท่านเสนาฯ คิดว่า “ในที่สุด เ้าก็กลับมา ไป่หลิง เ้าช่างไม่เปลี่ยนไปเลย”