กู้ชิงเฉิงก้มหน้าลงพลางยกยิ้มมุมปากก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้ด้วยสีหน้าหวาดกลัวพร้อมกล่าวว่า“ท่านย่าได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเจ้าค่ะชิงเฉิงไม่ได้ตั้งใจพูดออกไปเลย ท่านแม่เพียงแค่ถามถึงเรื่องเงินทองเท่านั้นไม่ได้มีสิ่งใด…”
นางแสดงท่าทีราวกับจะพูดแต่ก็ไม่พูดเรื่องนั้นเป็นเรื่องจริงเจ็ดส่วน เท็จสามส่วนทำให้ผู้คนไม่สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งใดจริง สิ่งใดเท็จ นางยิ่งทำเช่นนี้กู้ตงหลิงก็ยิ่งเชื่อถือ
“เป็นเช่นนั้นหรือเจ้าคะ ท่านย่า?” แววตาของกู้ตงหลิงฉายแววเย็นชานางรู้จักฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้ดียิ่งกว่าใครผู้อื่นนางรู้ว่าฮูหยินผู้นี้โหดเหี้ยมอำมหิตอย่างที่สุดและเป็นคนชั่วร้ายที่สุดในใต้หล้า
“ใครก็ได้ เอานางแพศยาผู้นี้ไปโบยให้ตายเสีย!” ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้ไม่อาจโต้แย้งได้นางโกรธจนแทบคลั่ง เลือดลมในกายปั่นป่วน ใบหน้าของนางบัดนี้ดำคล้ำด้วยความโกรธ
“ไม่เจ้าค่ะ ท่านย่า ข้าไม่พูดแล้ว ข้าไม่พูดแล้วเจ้าค่ะ” กู้ชิงเฉิงส่ายหน้าอย่างแรง
ทว่ากู้ตงหลิงกลับยืนบังหน้ากู้ชิงเฉิงไว้พลางกล่าวว่า“ท่านย่าคิดจะโบยตีนางให้ตาย จะได้ไม่มีพยานกระมัง” ใบหน้าของกู้ตงหลิงเย็นชาไร้ความรู้สึกจ้องมองฮูหยินผู้เฒ่าตระกู้อย่างไม่วางตา
“แต่ท่านย่าเคยคิดหรือไม่ว่า องค์รัชทายาทรับนางกลับตำหนักด้วยตัวเองหากท่านย่าโบยตีนางจนตาย ท่านจะอธิบายกับองค์รัชทายาทอย่างไรเจ้าคะ?” กู้ตงหลิงไม่ได้คิดมาก นางเพียงแค่เห็นท่านแม่บาดเจ็บเช่นนี้ก็รู้สึกโกรธยิ่งนักเมื่อนึกถึงการกระทำของฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็ไม่ได้สงสัยอันใดเลย
แม้ว่าตระกูลถังของถังเชี่ยวในตอนนี้จะมีอำนาจแต่ไป๋ซินในตอนนั้นก็มีอำนาจล้นฟ้า นางคงต้องตายอย่างอนาถเป็นแน่ฮูหยินผู้เฒ่าผู้นี้เกลียดคนที่ต่ำต้อย และไม่ชอบเห็นผู้อื่นดีกว่าตนเอง
“ตงหลิง เจ้าจะฟังคำพูดเหลวไหลของนางได้อย่างไร? นางเป็นคนโง่งม”ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้ยังคงคิดว่ากู้ชิงเฉิงเป็นคนปัญญาอ่อนจึงไม่รู้ว่านางได้เปลี่ยนไปแล้ว
“ฮึ! วาจาของคนโง่งมเชื่อถือไม่ได้เช่นนั้นวาจาของท่านย่าก็ยิ่งเชื่อถือไม่ได้ไปใหญ่” กู้ตงหลิงแค่นเสียงเย็นกล่าวอย่างกัดฟัน
ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้เริ่มร้อนรน“ตงหลิง เจ้าต้องเชื่อใจย่านะ ย่าจะทำร้ายแม่ของเจ้าได้อย่างไร?จริงสิแม่นมเถียนและแม่นมหลี่ที่อยู่ข้างกายย่าก็สามารถเป็นพยานได้ว่าข้าไม่เคยสร้างความลำบากให้ท่านแม่ของเจ้าเลย”
นางทำตนเป็นผู้มีอำนาจมาทั้งชีวิตใช้วิธีที่โหดเหี้ยมทำร้ายผู้คนไปมากมายนับไม่ถ้วนทว่ากลับหวาดกลัวหลานสาวผู้นี้อย่างกู้ตงหลิงยิ่งนักเพราะนางรู้ว่ากู้ตงหลิงนั้นเหี้ยมโหดกว่าตนเองเสียอีก และทำได้ทุกวิถีทางอีกทั้งยังมีตระกูลไป๋คอยหนุนหลัง ฮองเฮาในวังหลวงยังชื่นชมในตัวนางยิ่งนักใครจะกล้าหาเรื่อง?
“คนของท่านย่า แน่นอนว่าจะต้องพูดเข้าข้างท่านย่าอยู่แล้วสิเจ้าคะ” กู้ชิงเฉิงยกยิ้มมุมปาก กล่าวด้วยสีหน้าไม่พอใจพลางดึงมือกู้ตงหลิงพลางกล่าวว่า “พี่สาวท่านฉลาดเฉลียวเพียงนี้ ย่อมต้องรู้ว่าสิ่งใดควรเชื่อ สิ่งใดไม่ควรเชื่อ”
อันที่จริงกู้ตงหลิงก็ยังคงคาดเดาความคิดของกู้ชิงเฉิงไม่ได้นักนางไม่รู้สึกปวดที่ไหล่แล้ว แต่เมื่อครู่ที่กู้ชิงเฉิงโอบกอดนางนั้นกลับรู้สึกเจ็บปวดอย่างแท้จริง ทว่านางก็ไม่มีเวลาให้คิดมากนักตอนนี้นางเพียงต้องการจัดการกับฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้เท่านั้น
“ท่านย่า แม่ของข้าเป็นฮูหยินใหญ่ประจำจวนแห่งนี้ใช่หรือไม่เจ้าคะ?”กู้ตงหลิงครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ ก็กล่าวถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
แม้ถังเชี่ยวจะเป็นฮูหยินใหญ่ประจำจวนตระกูลกู้แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องถามฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้ก่อนเสมอกระทั่งอำนาจทางการเงินของจวนก็ยังคงอยู่ในมือของฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้มาโดยตลอดถึงเวลาแล้วที่จะต้องทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่าง
“แน่นอนอยู่แล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้พยักหน้าตอบพลางมองกู้ชิงเฉิงสีหน้าของนางราวกับต้องการจะฉีกกู้ชิงเฉิงออกเป็นชิ้นๆ สตรีโง่งมผู้นี้เพิ่งกลับมาก็ทำให้ข้าไม่พอใจเสียแล้ว
“เช่นนั้นทุกสิ่งทุกอย่างในจวนแห่งนี้ก็ควรจะให้ท่านแม่ของข้าเป็นคนจัดการใช่หรือไม่เจ้าคะ” กู้ตงหลิงกล่าวต่อ“ท่านย่าอายุมากแล้วควรจะใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุขเถอะเจ้าค่ะ”
ก่อนหน้านี้นางไม่ได้สนใจจวนเล็กๆแห่งนี้เลย นางเอาแต่เฝ้าจับตาดูองค์รัชทายาท ตระกูลไป๋ และสี่ตระกูลใหญ่มาโดยตลอด
อีกทั้งก่อนหน้านี้นางขาของนางพิการจึงไม่มีความคิดจะดูแลมากนัก แต่ตอนนี้แตกต่างออกไปแล้ว นางฟื้นตัวเป็นปกติประกอบกับถังเชี่ยวเกิดเรื่องขึ้น นางจึงต้องมาสะสางเรื่องราวทั้งหมดนี้ให้ดี
ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้ไม่เต็มใจนักกัดฟันแน่นพลางกล่าวว่า “ตงหลิงแม่ของเจ้าเติบโตมาในจวนที่ได้รับการดูแลอย่างดีมาตั้งแต่เด็กเมื่อแต่งเข้าจวนตระกูลกู้ พ่อของเจ้าก็ดูแลเอาใจใส่นางอย่างดีจะปล่อยให้นางเหน็ดเหนื่อยได้อย่างไร? จวนตระกูลกู้มีผู้คนกว่าหนึ่งพันคนหากให้ท่านแม่ของเจ้าดูแลคนเหล่านี้ นางคงเหนื่อยตายเป็นแน่”
“ท่านย่า ท่านลืมไปแล้วหรือว่าท่านพี่เป็นสตรีผู้มีความสามารถเลื่องชื่อแม้แต่ฝ่าบาทและฮองเฮายังทรงชื่นชมไม่ขาดปาก นางจะต้องช่วยท่านแม่ได้อย่างแน่นอน”กู้ชิงเฉิงจงใจยุแยงตะแคงรั่ว เพื่อให้พวกนางกัดกันเองเพราะคนพวกนี้ล้วนสมควรตาย
คำพูดเพียงประโยคเดียวทำเอากู้ตงหลิงหมดคำพูด ใบหน้าพลันเปลี่ยนเป็นเขียวสลับขาว ขาวสลับเขียวและกระอักเลือดออกมา
ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้ยกมือขึ้นชี้ไปที่กู้ชิงเฉิง“เจ้าสตรีต่ำช้า เจ้าจงใจทำเช่นนี้ใช่หรือไม่ เจ้า…”
“ท่านย่า ข้า…ข้าไม่ได้ทำนะ ข้าเพียงแค่พูดความจริง” กู้ชิงเฉิงส่ายหน้าพร้อมกับถอยหลัง“ท่านแม่ปฏิบัติต่อข้าดีถึงเพียงนี้ข้าจะ…จะปล่อยให้ท่านย่าทำร้ายท่านแม่ได้อย่างไรกันเจ้าคะ” ท่าทางเช่นนั้นราวกับพูดด้วยความคับแค้นใจ
“เจ้าคนโง่” ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้กัดฟันกล่าว
“ท่านย่าเองก็เป็นคนโง่” กู้ชิงเฉิงพลันโต้กลับในทันที
สีหน้านางยามนั้นดูเฉลียวฉลาดทำให้กู้ตงหลิงที่ยังคงมีความเคลือบแคลงสงสัยอยู่บ้าง เข้าใจทุกอย่างในทันทีนางแค่นเสียงในใจอย่างเย็นชา ‘คนโง่ก็ยังเป็นคนโง่ต่อให้แสร้งทำได้ดีเพียงชั่วครู่ ก็ยังคงเป็นคนโง่อยู่ดี’ ยิ่งทำให้กู้ตงหลิงเชื่อว่าฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้ต้องการจัดการท่านแม่ของนาง
“อีกทั้งท่านย่าใช้วิธีการเช่นนี้ ช่างน่ากลัวนักท่านแม่ต้องเสียเลือดไปมากมาย คงเจ็บปวดถึงตายเป็นแน่…” กู้ชิงเฉิงทำท่าหวาดกลัวพลางตบหน้าอกเบาๆแล้วส่ายหน้าไปมา
“กู้ชิงเฉิง หุบปาก!” ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้กล่าวเสียงดังใบหน้าของนางดูไม่สู้ดีนัก นางจะปล่อยให้เจ้าคนโง่นี่พูดต่อไปไม่ได้แล้วเพราะจะได้ไม่สามารถอธิบายเรื่องราวให้กระจ่างได้
กู้ชิงเฉิงทำท่าหวาดกลัวแล้วหุบปากลงอย่างเชื่อฟัง
“ท่านย่า มีเรื่องใดที่ห้ามน้องสาวพูดออกมาเล่า?” ยิ่งฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้มีท่าทีเช่นนี้กู้ตงหลิงก็ยิ่งสงสัย นางจึงถามอย่างกดดันยามนั้นเจตนาฆ่าในดวงตาของนางเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้ไม่กล้ากล่าวอะไรอีกต่อไป นางไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งตนเองจะต้องตกหลุมพรางของเจ้าคนโง่ผู้นี้ ช่างร้ายกาจและน่าโมโหยิ่งนัก
“นาง…นางพูดจาเหลวไหล!” ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้ตัวสั่นด้วยความโกรธไม่อาจกล่าวอะไรออกไปได้
ทว่ากู้ชิงเฉิงกลับส่ายหน้า“ท่านย่า ตั้งแต่เด็กจนโต ท่านย่าอบรมสั่งสอนให้ข้าพูดความจริงข้าไม่เคยพูดปดเลยแม้แต่น้อย ท่านพี่ก็รู้ดี!” ตั้งแต่เล็กจนโตกู้ชิงเฉิงเป็นคนโง่ที่หลอกง่าย แต่ก็ดื้อรั้นไม่น้อยทว่านางกลับเชื่อใจฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้และกู้ตงหลิงอย่างยิ่งเพียงเพราะพวกเขามีวิธีการและอำนาจเช่นนั้น
อันที่จริงกู้ตงหลิงก็ยังคงไม่เข้าใจกู้ชิงเฉิงนัก เห็นได้ชัดว่านางไม่ได้โง่เขลาอีกแล้วกระทั่งยามที่นางกลับจวนเมื่อครู่ยังทำให้นางรู้สึกหวาดกลัวทว่ายามนี้กลับกลายเป็นอีกคนหนึ่งไปแล้ว
“แต่ว่าองค์รัชทายาทกล่าวว่า ข้าคือพระชายา ข้าจะทำให้ท่านขายหน้าไม่ได้!ดังนั้นบางครั้งข้าก็พูดจาดูน่าเกรงขามบ้าง แต่ข้าไม่ได้โกหกท่านพี่ต้องเชื่อข้านะเจ้าคะ” กู้ชิงเฉิงหันไปมองกู้ตงหลิงอย่างกระวนกระวายความเคลือบแคลงใจในใจกู้ตงหลิงพลันหายไปในทันที นางแค่นเสียงเย็นชา ‘เป็นเช่นนี้นี่เอง’ อีกทั้งยังมองเห็นความหวังบางส่วน
แต่ก่อนกู้ชิงเฉิงเป็นเพียงคนโง่หน้าตาของนางนับว่าโดดเด่นเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองหลวงองค์รัชทายาทก็ยังไม่ชอบนางเลย
ตอนนี้ไม่เพียงแต่ยังคงเป็นคนโง่แต่ยังเป็นคนโง่ที่มีใบหน้าอัปลักษณ์เสียโฉมแล้วองค์รัชทายาทจะชอบนางได้อย่างไรกัน? คงเป็นเพราะเด็กคนนั้นแน่ๆ
เมื่อคิดเช่นนั้นอารมณ์ของกู้ตงหลิงก็ดีขึ้นเล็กน้อยกระทั่งจงใจมองข้ามความรู้สึกคุ้นเคยที่นางรู้สึกได้จากกู้ชิงเฉิง
ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้กัดฟันพลางก้มลงมองถังเชี่ยวที่สลบไม่รู้เรื่องยามนี้นางทำได้เพียงฝากความหวังไว้กับถังเชี่ยวเท่านั้นนางเชื่อว่าถังเชี่ยวจะอยู่ข้างนาง
ดังนั้นนางจึงเร่งเร้าหมอประจำจวน “เหตุใดฮูหยินยังไม่ฟื้นอีกเล่า?”
“ฮูหยิน…ใกล้จะฟื้นแล้วขอรับ” หมอประจำจวนไม่กล้าล่วงเกินฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้หากล่วงเกินนาง จะต้องพบจุดจบที่น่าอนาถอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียวยากที่จะจินตนาการ
ยามนั้นฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้แค่นเสียงเย็นชา“บางเรื่องไม่ใช่จะพูดพล่อยๆ ได้ตามใจชอบ เมื่อฮูหยินฟื้นขึ้นมาทุกสิ่งก็จะกระจ่างเอง” พลางจ้องเขม็งไปที่กู้ชิงเฉิง