รุ่งเช้าของอีกวันจินหยาง ชุนฟง เล่อคังได้เข้าร่วมประชุมกับที่จวนเ้าเมืองโดยมีชายชรานามหยวนหยางจวิน ชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่สวมชุดเกราะเต็มยศมีตำแหน่งเป็แม่ทัพใหญ่นามฟงมู่ ชายฉกรรจ์รูปร่างผอมสูงสวมชุดเกราะเต็มยศเช่นกันมีตำแหน่งเป็รองแม่ทัพนามิหวังและหยวนจาง ทั้งเจ็ดจ้องมองแผนที่หนังแกะที่กางเอาไว้อยู่บนโต๊ะไม้กลางห้อง โดยที่ิหวังชี้นิ้วไปที่จุดจุดหนึ่งในแผนที่
“อย่างที่ข้าได้แจ้งต่อทุกท่านไปคนของข้าได้สืบทราบมาว่าที่ตรงนี้เป็ที่ตั้งของค่ายโจรแมงมุมแดง ดังนั้นข้าเห็นว่าเราควรนำกำลังทหารของเราบุกทำลายที่นั่นโดยด่วน”
หยวนหยางจวินหันไปมองฟงมู่
“ท่านแม่ทัพตอนนี้สถานการณ์ของกำลังทหารของเราเป็อย่างไรบ้าง?”
“กล่าวตามตรงขอรับท่านเ้าเมือง ตอนนี้ทหารส่วนใหญ่ได้รับาเ็จากการจับกุมเถียนตงรองหัวหน้ากลุ่มโจรแมงมุมแดง และกำลังส่วนหนึ่งอยู่ประจำการอยู่ที่คุมขังเถียนตงป้องกันการบุกชิงตัวของกลุ่มโจรแมงมุมแดง แต่ข้ายังมีข่าวดีขอรับทางกลุ่มราตรีทมิฬได้ตอบรับจดหมายของข้าแล้ว ว่าจะส่งท่านโจวฟางและยอดฝีมืออีกหกคนเข้าร่วมการบุกครั้งนี้”
จินหยางได้ยินเช่นนั้นถึงกับกำหมัดทั้งสองแน่น
“อีกนานเท่าไรพวกเขาจะมาถึงที่นี่?”
“อีกสี่วันขอรับ ทันทีที่พวกเขามาถึงเราจะออกเดินทางทันที”
หยวนหยางจวินถึงหัวเราะเสียงดังลั่นหันไปมองหยวนจางและพวกจินหยาง
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดี เช่นนั้นกลุ่มโจรพวกนี้คงถึงเวลาต้องถูกจัดการเสียที หยวนจางตอนนี้อาการาเ็ของเ้าเป็อย่างไรบ้าง?”
“คาดว่าอีกสามวันคงหายเป็ปกติขอรับท่านลุง”
“ข้าต้องขอบคุณพวกเ้าอีกครั้งที่ช่วยเหลือหลานข้าในครั้งนี้”
ทั้งสามรีบคารวะ
“เื่ทั้งหมดข้าชุนฟงคงรับเอาไว้ไม่ไหวความดีความชอบในครั้งนี้ต้องยกให้แก่จินหยางเพียงผู้เดียวขอรับ หากไม่ได้เขาคุณชายหยวนจางคงถูกจับตัวไปแน่”
จินหยางทำได้เพียงยกยิ้ม
“เอาเถอะอย่างไรเสียข้าต้องขอบคุณพวกเ้าทั้งสามคนที่ตอบรับคำขอของข้า ตอนนี้ทุกอย่างคงต้องรอเพียงเวลาเท่านั้น ่เวลาสี่วันก่อนการบุกค่ายโจรพวกเ้าก็พักผ่อนเที่ยวเล่นในเมืองเถอะ”
“ขอรับ”
หลังจากนั้นทั้งสามก็ออกจากห้องโถงมุ่งหน้ากลับที่พัก เกือบชั่วยามหยวนจางก็เข้ามาหาทั้งสามที่ห้องพัก
“วันนี้พวกเ้าทั้งสามมีสิ่งใดทำหรือไม่?”
“ไม่มีสิ่งใดขอรับคุณชายหยวนจาง”
“เช่นนั้นข้าจะพาพวกเ้าทั้งสามเที่ยวเล่นในเมืองเอง ดีหรือไม่?”
จินหยางขมวดคิ้ว
“แต่ว่าร่างกายของคุณชาย”
“ไม่ต้องห่วงแค่พาพวกเ้าทั้งสามเดินเล่นในเมือง คนพวกนั้นคงไม่คิดจับตัวข้าในเมืองแน่ อีกอย่างข้ามีทหารติดตามไปด้วยดังนั้นพวกเ้าสบายใจได้ หรือต่อให้พวกมันมาจริงข้าก็มั่นใจว่าพวกเ้าทั้งสามจะช่วยเหลือข้าได้”
ทั้งสามพยักหน้าตอบรับ หลังจากนั้นหยวนจางก็พาทั้งสามเที่ยวเล่นในเมือง ในระหว่างนั้นเองจินหยางก็สะดุดตาเข้ากับของบางอย่างที่ร้านขายอาวุธ มันคือเสื้อเกราะอ่อนสีดำที่มีช่องสำหรับเก็บมีดสั้นเอาไว้ที่หน้าอกแปดเล่ม เขาจึงเดินเข้าไปดู
“เ้าสนใจอย่างนั้นรึจินหยาง?”
ชุนฟงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ข้าสนใจเสื้อเกราะอ่อนตัวนี้”
หลังจากนั้นจินหยางก็เข้าไปในร้านขายอาวุธเพื่อซื้อเสื้อเกราะอ่อน หลังจากได้รับเสื้อเกราะอ่อนมาสวมใส่จินหยางก็หาซื้อมีดสั้นอีกแปดเล่ม ทันใดนั้นเองได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่มายืนอยู่ด้านหลัง
“ไม่คิดว่าจะได้พบเจอคุณชายหยวนจางที่นี่”
จินหยางก้าวเดินออกมาสังเกตเห็นหยวนจางมองกลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมกับกำหมัดทั้งสองข้างแน่น
“ชิวฟู”
“ได้ข่าวว่าเ้าถูกลอบทำร้าย ช่างน่าเสียดายกลุ่มโจรพวกนั้นไม่น่าปล่อยตัวเ้ากลับมา”
“หุบปากของเ้าซะชิวฟู อย่าคิดว่าเ้าพาคนของเ้าติดตามมาด้วยแล้วข้าจะหวาดกลัว”
“พูดไปเถอะหยวนจางอีกไม่นานทันทีที่ปู่ของเ้าลงจากตำแหน่งพ่อข้าก็จะได้ขึ้นเป็เ้าเมืองแทน เมื่อนั้นอย่าคิดว่าเ้าจะเดินอยู่ในเมืองนี้ได้”
ชุนฟงและเล่อคังรีบเดินเข้ามาขวางเอาไว้
“ใจเย็น ๆ ก่อนคุณชาย ตอนนี้รีบกลับไปที่จวนเถอะพวกข้าหิวแล้ว”
ได้ยินดังนั้นหยวนจางจึงพยักหน้าตอบรับคิดจะพาพวกชุนฟงกลับจวนเ้าเมือง แต่ทว่าเขาได้ยินบางอย่างจึงหยุดก้าวเดิน
“ไอ้ลูกนางโลม”
หยวนจางหันไปมองด้วยความโกรธแค้น
“เ้าว่าอย่างไรนะชิวฟู?”
“อะไรเ้าโกรธอย่างนั้นรึ? ในเมื่อข้าพูดความจริงผู้คนในเมืองแห่งนี้ต่างรู้ดีว่าแม่ของเ้าทำสิ่งใดมาก่อน”
“หุปปากของเ้าซะ!!”
“เหอะ! ปากข้าไม่หุบปากละเ้าจะทำอย่าง..”
หยวนจางถีบเท้าพุ่งเข้าต่อยไปยังใบหน้าของชิวฟู เปรี้ยง! ใบหน้าสะบัดไปทางขวามีเืพุ่งกระฉูดออกมาจากปากชิวฟูล้มลงไปนั่งกับพื้น
“ในเมื่อเ้าลงมือก่อนอย่าคิดว่าเ้าจะรอด”
ชายฉกรรจ์สองคนเข้าไปประคองชิวฟู ส่วนอีกแปดคนพุ่งเข้าหาหยวนจาง ทหารอีกหกคนที่ติดตามหยวนจางพุ่งเข้าปะทะด้วยเช่นกัน จินหยางถึงกับส่ายศีรษะไปมา
“รีบไปหยุดพวกเขาเถอะก่อนที่เื่มันจะลุกลามไปมากกว่านี้”
ชุนฟง เล่อคัง และจินหยางต่างถีบเท้าพุ่งเข้าไปห้ามแต่ทว่าไม่มีผู้ใดรับฟัง จินหยางจึงใช้ทักษะย่างก้าวพยัคฆ์พุ่งเข้าหาหยวนจางในวงล้อมหลบออกมา
“คุณชายหยวนจางใจเย็น ๆ ก่อนขอรับ เราไม่ควรมีเื่กันที่นี่ อีกอย่างตอนนี้ท่านได้รับาเ็อยู่”
“แต่ว่าไอ้บัดซบนั่นมันด่าข้า”
“ข้าเข้าใจ แต่ว่าอีกไม่กี่วันเราจะต้องบุกค่ายโจรแล้ว”
ได้ยินเช่นนั้นหยวนจางถึงกับพยักหน้าตอบรับ เขาะโเสียงดังลั่นเพื่อเรียกทหารกลับมาพร้อมกับหันไปมองชิวฟู
“ข้าไม่อยากเสียเวลากับเ้าชิวฟู ถือว่าครั้งนี้เป็เพราะเ้าเอ่ยวาจาเช่นนั้นออกมา หากคิดจะเอาเื่ก็ให้ไปร้องเรียนข้าที่จวนเ้าเมืองก็แล้วกัน”
ในระหว่างที่หยวนจางกำลังจะกลับเมืองก็ได้ยินเสียงเอ่ยวาจาที่แฝงไปด้วยลมปราณทางขวามือ
“เกิดสิ่งใดขึ้นคุณชายชิวฟู? ท่านโดนทำร้ายอย่างนั้นรึ?”
ในจังหวะนั้นเองทั้งหมดก็หันไปมองพบชายหนุ่มผู้หนึ่ง รูปร่างหล่อเหลาในมือขวาถือพัดไม้ก้าวเดินเข้ามาพร้อมกับคนติดตามอีกสองคน
“อู่ชิงหยาง”
หยวนจางเอ่ยวาจาออกมาอย่างแ่เบากำหมัดทั้งสองแน่น จินหยางถึงเอ่ยวาจาสอบถามด้วยความสงสัย
“คนผู้นี้เป็ใครขอรับ?”
“อู่ชิงหยางบุตรชายของอู่อิงเ้าสำนักหมัดปีศาจ พวกเขาเป็ผู้สนับสนุนตระกูลชิว”
ชิวฟูรีบเดินเข้าไปหาอู่ชิงหยางพร้อมกับชี้นิ้วมายังหยวนจาง
“ไอ้ลูกนางโลมนั้นมันทำร้ายข้า ได้โปรดคุณชายอู่ชิงหยางให้ความเป็ธรรมแก่ข้าด้วย”
อู่ชิงหยางแสยะยิ้มสะบัดพัดในมือ
“เหตุใดคุณชายหยวนจางถึงได้ทำร้ายคุณชายชิวฟูเช่นนี้เล่า? ท่านก็รู้ไม่ใช่รึว่าข้าเป็แขกมาพักที่ตระกูลชิว แล้วเหตุใดท่านถึงไม่ไว้หน้าข้า? หรือท่าน้าให้ปู่ของท่านมีปัญหากับสำนักหมัดปีศาจของข้ากัน?”
หยวนจางนิ่งเงียบไม่กล่าวสิ่งใดตอบ
“เอาเป็ว่าหากท่านคุกเข่าขอขมาต่อคุณชายชิวฟู ข้าจะถือว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ดีหรือไม่?”
“มันจะมากเกินไปแล้วอู่ชิงหยาง อย่าคิดว่ามีสำนักหมัดปีศาจหนุนหลังแล้วเ้าจะทำสิ่งใดก็ได้ที่นี่”
อู่ชิงหยางขมวดคิ้ว
“ปู่ของท่านที่เป็เ้าเมืองยังต้องก้มคารวะพ่อข้า แล้วเ้าเป็เพียงหลานนอกไส้เหตุใดจึงมีความกล้าเช่นนี้?”
อู่ชิงหยางเก็บพัดในมือชี้ไปยังหยวนจาง
“สั่งสอนพวกมันซะ!”
ชายฉกรรจ์สองคนที่เป็ผู้ติดตามของอู่ชิงหยางพุ่งเข้าหาหยวนจางพร้อมกับซัดฝ่ามือขวา จินหยางผลักหยวนจางหลบออกไปทางซ้าย เขาเร่งโคจรลมปราณใช้ทักษะฝ่ามือเมฆนภายกฝ่ามือทั้งสองต้านรับ เปรี้ยง! ชายฉกรรจ์ทั้งสองกระเด็นออกไปด้านหลังพร้อมกับใช้มือซ้ายกุมฝ่ามือขวาที่ตอนนี้นิ้วมือทั้งห้าคดงอผิดรูป อู่ชิงหยางตื่นใไม่น้อยที่คนของเขาได้รับาเ็
“ไอ้ลูกหมา เ้าเป็ใครกัน?”
“ข้ามีนามว่าจินหยางเป็ศิษย์สำนักกระบี่หลงอู่”
“เหอะ! เป็เพียงศิษย์สำนักกระบี่หลงอู่ คิดว่าสำนักเ้าเทียบเท่าสำนักหมัดปีศาจของข้าอย่างนั้นรึ? เ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็ถึงนายน้อยสำนักหมัดปีศาจ เหตุใดเ้าถึงไม่คุกเข่าอีก?”
จินหยางส่ายศีรษะไปมา
“เข่าของบุรุษเปรียบดั่งทอง เหตุใดข้าต้องคุกเข่าให้แก่เ้าด้วย? อีกอย่างหากข้าเป็หมาจริงแล้วเหตุใดเ้าถึงได้เข้าใจที่ข้าเอ่ยวาจาออกมาเล่า หรือว่าเ้าก็เป็”
ผู้คนมากมายที่หยุดยืนดูต่างหัวเราะออกมาเสียงดังเยอะเย้ยอู่ชิงหยาง
“หุบปากของเ้าซะ! หากข้าไม่ได้ตบปากเ้าอย่าคิดจะออกไปจากที่นี่ได้!”
จินหยางหันไปมองหยวนจางและพวกชุนฟง
“เห็นทีคงเลี่ยงไม่ได้แล้ว ข้าจะจัดการเองพวกเ้าหลบออกไปก่อน”
จินหยางกล่าวพร้อมเดินออกมาด้านหน้ายกมือขวาขึ้นกวักเรียก
“มาดูกันว่านายน้อยสำนักหมัดปีศาจจะเก่งกาจแค่ไหนเชียว”