จากดวงชะตาที่ซูเหยามองเห็นนั้น เ้าของร่างเดิมมีชีวิตที่น่าอดสูยิ่งนัก
เื่มันเกิดขึ้นหลังจากที่เ้าของร่างถูกช่วยเหลือจากการตกลงในแม่น้ำแต่ดูเหมือนจะจำสิ่งต่างๆ ไม่ได้จึงไม่ได้บอกเล่าเื่ราวให้ซูหยูเฟิงผู้เป็ลูกพี่ลูกน้องฟังเกี่ยวกับแผนการของซูเมิ่ง ทางซูเมิ่งและนางเฉินซื่อเองก็ไม่รู้ที่ซ่อนกล้วยไม้เช่นกันจึงทำที่เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น
และเพราะมีเพียงซูเหยาเท่านั้นที่รู้ที่ซ่อน พวกเขาไม่อยากเอะอะเกี่ยวกับเื่นี้จึงได้แต่ตามหามันอย่างลับๆ แต่หาเท่าไรก็หาไม่เจอ
ไม่มีใครรู้ว่าซูเหยาที่ถูกช่วยเหลือขึ้นมาได้จะคืนสติเมื่อไร ด้วยความใจร้อนอยากพบกับคุณชายโจวสายหลัก ซูอี้ฝานจึงวางแผนกับภรรยา หลอกพ่อเฒ่าซูและแม่เฒ่าซูว่าจะพาซูเหยาไปรักษาในอีกเมืองซึ่งมีหมอเทวดาขึ้นชื่อ ส่วนระยะเวลาในการรักษานั้นไม่แน่นอน และเพื่อให้ได้รับเงินมารักษาซูเหยา ทั้งสองคนจะบากหน้าไปหาตระกูลโจวเพื่อทวงถามเื่สัญญาหมั้นหมาย หากทางนั้นบิดพลิ้วอย่างน้อยๆ ก็จะได้เงินค่ายกเลิกสัญญาการแต่งงานมาบ้าง เพราะเหตุนี้พ่อเฒ่าซูและแม่เฒ่าซูจึงเชื่ออย่างสนิทใจ
เมื่อได้รับการอนุญาตแล้ว ทางซูอี้ฝานจึงส่งเ้าของร่างไปเป็นางบำเรอให้กับคุณชายสติฟั่นผู้นั้นเพื่อแลกกับเงินและความพึงใจของตระกูลโจวสายรอง เพื่อให้คนพวกนั้นไปพูดต่อหน้าคนตระกูลโจวสายหลักสักคำสองคำเกี่ยวกับสัญญาหมั้นหมาย ทั้งเป็การผูกสัมพันธ์สร้างเส้นสายอีกทางหนึ่ง
หากเส้นสายในเมืองหลวงใช้การไม่ได้ ก็ยังสามารถพึ่งพาขุนนางท้องถิ่นให้ซูหยวนเข้าสู่ระบบการคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการโดยการแนะนำเสนอชื่อ
โดยหลังจากที่คุณชายโจวสายหลักมาเป็นายอำเภอ ทางตระกูลโจวสายรองก็ได้มีการพูดคุยกับอีกฝ่ายถึงเื่นี้ แต่ทางนายอำเภอโจวได้แต่ทำท่าทีไม่สนใจและผัดผ่อนเรื่อยมา ซูเมิ่งที่รอวันแล้ววันเล่าจึงเริ่มร้อนใจ และได้ริเริ่มทำการปล่อยข่าวเพื่อเรียกร้องความสนใจว่าลูกสาวตระกูลซูค้นพบกล้วยไม้สายพันธุ์ใหม่ ตอนนี้กำลังเตรียมเพาะขยายพันธุ์อีกไม่นานจะนำส่งไปยังเมืองหลวงเพื่อถวายแด่ฮองเฮา
นายอำเภอโจวได้ฟังดังนั้นก็นั่งไม่ติด เขาตัดสินใจส่งคนไปสืบข่าวด้วยไม่รู้ว่าตระกูลซูที่ว่านั้นคือตระกูลซูไหน พอได้รู้ว่าเป็ตระกูลซูที่มีสัญญาหมั้นหมายกับตระกูลโจว นายอำเภอโจวจึงแสร้งทำเป็พบกับซูอี้ฝานโดยบังเอิญ และมีการทักทายและเชิญชวนซูอี้ฝานไปยังเหลาสุรา หลังจากที่มอมเหล้าซูอี้ฝานจนเมามายแล้ว คุณชายโจวจึงเลียบๆ เคียงๆ ถามกับครอบครัวรองว่าข่าวนี้เป็เื่จริงหรือเปล่าและตระกูลซูคนไหนเป็ผู้ค้นพบกล้วยไม้
เมื่อได้ทราบว่าผู้ที่ค้นพบกล้วยไม้สายพันธุ์ใหม่นั่นก็คือ ‘ซูเมิ่ง’ แต่เื่นี้ยังคงเป็ความลับไม่รู้ว่าข่าวหลุดออกไปได้อย่างไร ซึ่งในอนาคตจะมีการเปิดตัวอย่างแน่นอน
ได้ยินเช่นนี้ใครเล่าจะอดใจไหว นายอำเภอโจวกลัวว่าหากซูเมิ่งประกาศว่านางเป็ผู้ค้นพบกล้วยไม้ ทั้งเกียรติยศและรางวัลจะตกเป็ของตระกูลซู เมื่อถึงตอนนั้นแม่สื่อคงเหยียบธรณีประตูตระกูลซูจนแทบสึก เพราะซูเมิ่งไม่ใช่แค่เพียงค้นพบกล้วยไม้สายพันธุ์ใหม่ แต่ยังสามารถเพาะพันธุ์ได้ด้วย ในอนาคตอาจมีกล้วยไม้สายพันธุ์ใหม่อีกเรื่อยๆ ที่มาจากการเพาะพันธุ์ของซูเมิ่ง ด้วยประการฉะนี้เขาจึงตัดสินใจผูกมัดนางไว้ก่อนที่ข่าวลือจะถูกประกาศว่าเป็ข่าวจริง
แผนการของนายอำเภอโจวตรงกับความ้าของตระกูลซูสายรองอย่างพอดิบพอดี เขาจึงไม่รอช้ารีบส่งแม่สื่อไปยังตระกูลซูเพื่อสู่ขอซูเมิ่ง แต่เพราะสัญญานั้นเป็สัญญาระหว่างบุตรสาวคนโตของตระกูลซูและบุตรชายคนโตของตระกูลโจว ใน แม่เฒ่าซูจึงคิดจะปฏิเสธเพราะนี่ไม่เป็ไปตามสัญญา
พอได้ยินแม่เฒ่าซูเอ่ย นางเฉินซื่อและซูอี้ฝานก็ร้อนรน พวกเขารู้ดีว่าซูเหยาไม่มีทางกลับมาแล้วจึงคิดข้อแก้ตัวไปว่าการแต่งงานนั้นรอช้าไม่ได้ เพราะหากตระกูลโจวเปลี่ยนใจแม้จะแลกเปลี่ยนเทียบชะตาแล้วก็ไร้ค่า นี่เป็โอกาสเดียวที่ตระกูลซูของเราจะมีชีวิตดีขึ้น ดังนั้นจึงควรส่งคนอื่นไปแทนซูเหยาโดยเฉพาะซูเมิ่ง เพราะดูเหมือนคนที่คุณชายโจว้าแต่งงานก็คือซูเมิ่งหาใช่ซูเหยา ในเมื่อทางนั้นร้องขอมา เราไม่ได้เป็ฝ่ายผิดสัญญาจึงถือว่าได้ทำตามสัญญาแล้วจึงไม่น่ามีปัญหา และในที่สุดซูเมิ่งและนายอำเภอโจวก็ได้แต่งงานกัน
หลังจากนั้นไม่นานกล้วยไม้ที่ซูเหยาซ่อนเอาไว้ก็ถูกซูเมิ่งเจอเข้าจริงๆ ซูเมิ่งจึงคิดรีบส่งกล้วยไม้ไปยังเมืองหลวงเพื่อรับรางวัล แต่ทว่าในตอนนี้ซูเมิ่งกลายเป็ฮูหยินนายอำเภอของตระกูลโจวไปเสียแล้ว นายอำเภอโจวจึงเกลี้ยกล่อมซูเมิ่งว่าบิดาของซูเมิ่งนั้นเคยต้องโทษที่เข้าพวกกับองค์ชายสาม แม้ฮองเฮาจะทรงชื่นชอบกล้วยไม้สายพันธุ์ใหม่นี้มากเพียงใด แต่ไม่มีทางที่ฮองเฮาจะขัดราชโองการที่ฮ่องเต้เคยลั่นเอาไว้เพื่ออภัยโทษแน่นอน อย่างไรเสียมันก็เหลือเวลาอีกเพียงปีเดียวที่การเนรเทศจะสิ้นสุด ให้ทางครอบครัวรอไปก่อนน่าจะดีที่สุด
ซูเมิ่งในฐานะภรรยาของเขา จึงควรฟังสามีมากกว่า หากสามีได้เลื่อนยศตำแหน่ง เขาจะเสนอชื่อสนับสนุนซูหยวนน้องชายของซูเมิ่งให้เข้ารับราชการเอง อีกทั้งยังจะพาตระกูลซูกลับเมืองหลวงอย่างมีเกียรติ
พอถูกเกลี้ยกล่อมเช่นนั้น ซูเมิ่งจึงตกลงและยอมมอบกล้วยไม้ให้เป็ผลประโยชน์ของสามีเพื่อชีวิตที่สวยงามในภายหน้า
ตระกูลซูสายรองเห็นอนาคตที่สดใสผิดกับคนในตระกูลซูคนอื่น เพราะตอนนี้ดูเหมือนว่าผู้เฒ่าซูได้ป่วยมาสักพักใหญ่แล้ว เมื่อเสาหลักของบ้านล้มลง สมาชิกในบ้านก็เริ่มมีใจเป็อื่น อีกไม่นานเขาก็คงเสียชีวิตและแม่เฒ่าซูก็ล้มป่วยไปตามๆ กัน ซูอี้ฝานจึงใช้โอกาสหาทางแยกบ้านออกมา ปล่อยให้น้องชายสามและครอบครัวดูแลแม่เฒ่าซู
ซูอี้ฝานคิดว่าคนป่วยก็เหมือนหลุมลึกที่เติมเท่าไรก็ไม่เต็ม จ่ายค่ารักษาอย่างไรก็ไม่เพียงพอและเขาเองก็ไม่เต็มใจที่จะนำเงินที่ตนหาได้ให้แม่เฒ่าซูเก็บอีกต่อไป เขา้าเก็บเงินเอาไว้กับตนเองเพื่อรอให้ลูกเขยพากลับไปยังเมืองหลวงและมองดูลูกชายรับราชการ
ส่วนครอบครัวสามของซูคังห่าวนั้นกลับไม่ได้มีชีวิตที่ดีสักเท่าไร ด้วยนิสัยของเขานั้นซื่อตรงเกินไป การทำงานจึงถูกเอารัดเอาเปรียบ อีกทั้งเขาและภรรยายังมีบุตรด้วยกันถึงสามคนและยังมีคนป่วยอย่างแม่เฒ่าซูที่ต้องเลี้ยงดู
ด้วยความที่แบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ซูคังห่าวและคนที่เหลือจึงตัดสินใจย้ายถิ่นฐานไปยังเมืองชั้นนอก ซึ่งการเดินทางในครั้งนั้นได้นำมาซึ่งความเศร้าใจและความรู้สึกผิดให้ซูคังห่าวตลอดชีวิต
แม่เฒ่าซูผู้เป็ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนรุ่นหลังได้เสียชีวิตขณะเดินทาง...ชีวิตของซูคังห่าวจึงติดอยู่กับความเศร้า เขาได้แต่โทษตัวเองและบั้นปลายชีวิตก็กลายเป็คนที่ต้องใช้สุราบรรเทาเพื่อให้ลืมความผิด
แน่นอนว่าเื่กล้วยไม้จะไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะเื่นี้สร้างความขุ่นเคืองให้กับซูหยูเฟิงเป็อย่างมาก หลังจากที่เขารู้ข่าวว่านายอำเภอโจวเป็ผู้ค้นพบกล้วยไม้สายพันธุ์ใหม่ เขาก็รู้สึกตงิดใจและได้ตามสืบจนทราบว่าซูเมิ่งเป็ผู้มอบมันให้กับผู้เป็สามีอย่างนายอำเภอโจว
ซูหยูเฟิงจึงเริ่มจี้ถามซูอี้ฝานเกี่ยวกับสถานที่รักษาตัวของซูเหยา แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่ได้รับคำตอบ มีเพียงการบ่ายเบี่ยงและบอกปัดอย่างคลุมเครือ เขาจึงตัดสินใจออกตามหาซูเหยาด้วยตัวเอง ทว่าสุดท้ายแล้วนอกจากซูเหยาจะไม่กลับมาแล้ว ก็ไม่มีใครพบเจอซูหยูเฟิงอีกเลย
ซูเหยารู้สึกอับจนคำพูดยิ่งนัก คำกล่าวที่ว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วไม่เห็นจะเป็จริงเลยสักนิด ไม่อย่างนั้นไฉนคนดีๆ อย่างซูคังห่าวจึงกลายเป็แบบนั้นไปเสียได้ และเหตุใดคนชั่วที่ขโมยผลงานคนอื่นถึงได้ดิบได้ดี
เด็กสาวอายุเพียง 12 ปีอย่างซูเมิ่ง เหตุใดจึงใจคอโหดร้ายกล้าผลักพี่สาวของตัวเองจนเกือบตาย ซ้ำร้ายนางยังไม่สะทกสะท้านต่อความผิดเลยสักนิด
หญิงสาวคิดแล้วก็ส่ายหัว ในเมื่อคนทำชั่วยังได้ดี เช่นนั้นความกตัญญูต่อผู้ให้กำเนิดก็ไม่ใช่เื่ที่ต้องใส่ใจ นางไม่ใช่เ้าของร่างที่จะได้มีเยื่อใยต่อซูอี้ฝานและนางเฉินซื่อ ตอนนี้นางสามารถหนีไปให้ไกลจากที่นี่เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้
แม้ถึงจะคิดแบบนั้นก็จริงอยู่ แต่เนื้อแท้ซูเหยากลับรู้สึกไม่ค่อยดีที่จะเอาตัวรอดคนเดียว อาจเพราะรู้ถึงเหตุการณ์ล่วงหน้าถึงชะตาชีวิตผู้คนในตระกูลซู จึงเห็นอกเห็นใจพ่อเฒ่าและแม่เฒ่าซูรวมถึงครอบครัวของอาสาม
เช่นนั้นจะทำอย่างไรดี จะหนีหรือเผชิญหน้า? ความคิดยุ่งเหยิงตีกันในหัว สุดท้ายนางก็เลือกเผชิญหน้า เพียงแต่ต้องวางแผนให้ดี
ซูเหยาคิดว่าหากกลับไปเผชิญหน้า แม้วันนี้จะรอดพ้นเงื้อมมือมาร แต่วันต่อไปล่ะ? ด้วยนิสัยของนางแม้จะชอบการเสี่ยงโชคและลุ้นความน่าจะเป็ แต่เื่นี้ไม่อาจทำเช่นนั้นได้
ผลลัพธ์ที่้าคือเต็มสิบส่วนที่จะเป็เ้าของชีวิตตัวเอง ไม่ใช่ให้พ่อแม่ของเ้าของร่างมาเป็เ้าชีวิตคอยบงการทุกสิ่งอย่าง ดังนั้นซูเหยาจึงคิดแผนบางอย่างขึ้นมาได้ นางรีบคลำหาหนทางออกจากตรงนี้แล้วมุ่งหน้าไปยังบ้านหลังหนึ่งในทันที