“เชียนเอ๋อ ... ตระกูลซ่างกวนส่งคนมาขอถอนหมั้นแล้ว”
ดวงตาสีตาลใสกระพริบปริบๆ หลังนิ่งไปชั่วอึดใจ ในที่สุดมู่เชียนก็สามารถค้นหาความทรงจำเกี่ยวกับตระกูลซ่างกวน และสัญญาหมั้นออกมาได้ เสียงหวานนิ่งเอ่ยออกมาสั้นๆ
“อ้อ... ซ่างกวนถงถอนหมั้นแล้ว ?” ไม่มีความแปลกใจน้ำเสียง นับแต่ทราบผลการทดสอบปราณธาตุ มู่เชียนก็รู้ดีว่าต้องมีวันนี้
ตระกูลมู่ และ ตระกูลซ่างกวนเป็มิตรต่อกันมานาน บิดาของมู่เชียนและซ่างกวนถงล้วนเป็ยอดยุทธ์วัยหนุ่มที่มีชื่อเสียง ด้วยความเหมาะสมนี้บิดาของนางจึงทำสัญญาหมั้นหมายให้บุตรที่ยังไม่เกิดของตนแต่งกับซ่างกวนถงเมื่ออายุครบสิบแปดปี
ชาติตระกูลเพียบพร้อม ความสามารถควรคู่ ตอนนั้นไม่ว่าผู้ใดล้วนปลาบปลื้มยินดีกับการหมั้นหมายครั้งนี้ น่าเสียดาย... เวลาผ่านมาสิบสี่ปีทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป ซ่างกวนถงเป็ถึงศิษย์คนสำคัญของตำหนักอัคคี นางที่ได้รับฉายาเศษสวะแห่งสกุลมู่หรือจะยังคู่ควรกับเขาได้ ?
“มีข่าวอันใดอีกหรือไม่เ้าคะ ?” มู่เชียนถามกลับพลางรินน้ำชาให้อาสาวด้วยท่าทางปกติอย่างยิ่ง
“พวกเขาขอเปลี่ยนตัวคู่หมั้น... เป็มู่เยว่ ” มู่เฟยเซียนพยายามมองหาความผิดปกติบนสีหน้าของหลานสาว ดวงตาสีน้ำตาลปรากฏประกายรับรู้แวบขึ้น ราวกับคาดไว้แล้ว!!
“อืมม… ผู้กล้าควรคู่สาวงาม อัจฉริยะคู่ควรอัจฉริยะ งานหมั้นครานี้เหมาะสมแล้ว” มู่เชียนเผยรอยยิ้มเบาสบายออกมา เอ่ยราวตนเองเป็คนนอกไม่ใช่คนที่เพิ่งถูกถอนหมั้น
เด็กสาวทราบมาตลอดว่าคนผู้นั้นไม่เคยพึงพอใจในรูปร่างหน้าตาของนาง เพียงติดขัดสัญญาหมั้นและเื่ที่มู่เชียนอาจมีพร์เกี่ยวกับปราณธาตุอันยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ ทุกครั้งที่มาเยี่ยมเยือน สายตาของซ่างกวนถงคอยแต่จะมองหาร่างน้องสาวผู้งดงามของนางคนนั้นอยู่เสมอ ยามนี้อุปสรรคเื่ปราณธาตุหมดไป เขาไม่เปลี่ยนตัวคู่หมั้นสิถึงแปลก...
“เ้าคิดได้เช่นนี้ก็ดีแล้ว ตระกูลซ่างกวนทั้งขี้ขลาด ทั้งทะเยอทะยาน คราที่หมั้นหมายกับเ้าก็หวังผลว่าอาจจับได้ปลาตัวใหญ่ เ้าอาจเป็ธิดาเทพในคำทำนาย มาวันนี้เห็นพร์ของมู่เยว่ก็รีบโผเข้าใส่ หากพวกเขากล้าหาญจริง ไยมิขอหมั้นองค์หญิงฉงหรืออิงอู่หลานเล่า พวกนางสิคืออัจฉริยะหญิงอันดับหนึ่งของแคว้นต้าหนาน ตัวเก็งธิดาเทพที่แท้จริง !”
‘ธิดาเทพยุทธ์ ผู้เยียวยาแห่งมิติ จะปรากฏตัวขึ้นที่แคว้นแห่งการเยียวยา’ คำทำนายนี้ ไม่มีผู้ใดในมิติอี้เจ๋อไม่รู้ และองค์หญิงฉงกับอิงอู่หลานเป็สตรีวัยเยาว์ผู้เชี่ยวชาญวิชาแพทย์
แต่หากพวกเขาหวังเช่นนั้น ตระกูลซ่างกวนไยมิใช่คล้ายปลาในบ่อที่ตะเกียกตะกายขึ้นมาตายบนฝั่ง ? เพราะมู่เชียนต่างหากคือธิดาเทพยุทธ์ที่พวกเขา้า
มู่เฟยเซียนเห็นหลานสาวยิ้มออกก็สบายใจขึ้น นางทั้งรักและสงสารหลานสองคนที่เลี้ยงดูมา มู่เฉิงหลินนั้น ‘ก้าวเดียวสู่ประตูั’ สามารถเข้าสู่ตำหนักเซียนอัคคีได้อย่างแน่นอนแล้ว นางไม่จำเป็ต้องห่วงเขาอีกต่อไป ทว่ากับเชียนเอ๋อที่ไม่มีพร์ ทั้งยังเคยถูกถอนหมั้น อนาคตของเด็กคนนี้ช่างมืดมนเหลือเกิน
“เชียนเอ๋อของอา อย่าได้น้อยใจไปเลย พร์มิใช่ทุกสิ่ง ดูอย่างอาสิ มีธาตุดินคู่ธาตุลม เดิมทีมิใช่เป็ผู้มีพร์ยิ่งหรอกหรือ เพียงแต่อาไม่ชื่นชอบการฝึกยุทธ์ บรรลุได้นักยุทธ์ระดับ 1 ดาว ก็เลิกรา หันมาสนใจการบ้านการเรือนแทน หวังจะได้สร้างครอบครัวที่สงบสุข … ใครจะคิดว่าสามีผู้นั้นของข้าช่างอายุสั้น ยังดีที่มีเ้าทั้งสองอยู่ด้วย มิเช่นนั้นข้าคงไม่รู้จะอยู่เพื่ออะไรแล้ว”
มู่เฟยเซียนยังคงยกตัวอย่างผู้ที่มีพร์แต่ไม่สำเร็จการฝึกยุทธ์ต่อมาอีกหลายคน ด้วยเป็ห่วงความรู้สึกหลานสาว หารู้ไม่ว่ายามนี้ ในใจของหลานสาวที่นางเฝ้าห่วง กำลังนึกร้อนใจ อยากรีบออกไปเก็บสมุนไพรเพื่อปรุงยารวมปราณเหลือเกินแล้ว
รีบปรุงยา รีบฝึกยุทธ์ รีบออกเดินทาง นี่คือเป้าหมายที่มู่เชียนตั้งไว้ … นี่คือเส้นทางกลับบ้านของนาง !
คำภาวนาในใจของมู่เชียนไม่เป็ผล มู่เฟยเซียนยังคงพูดคุยเื่ตระกูลเดิมอีกครู่ใหญ่ และรวมถึงข่าวซุบซิบต่างๆของตระกูลดังในเมืองหลวง วนมาจนถึงเื่จิปาฐะในแปลงสมุนไพรด้านนอก กว่าอาสาวจะก้าวออกจากห้องของมู่เชียนเวลาก็ผ่านไปเกือบ 1 ชั่วยาม
มู่เชียนรอจนมั่นใจว่าอาสาวจากไปไกลแล้ว ก็ดีดตัววิ่งออกไปที่แปลงสมุนไพรอย่างรวดเร็ว !
จากตำรับยาที่ได้มาเมื่อครู่ ต้องใช้สมุนไพรกว่า 150 ชนิดสำหรับ 6 ธาตุที่เหลือในกายของมู่เชียน โชคดีที่กว่าสองปีที่ผ่านมา ร่างเดิมนี้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับสมุนไพรอยู่เสมอ ทั้งนางยังมีพร์ด้านความจำผ่านตาไม่ลืม
หากจะนับเพียงความรู้ด้านสมุนไพรแล้ว มู่เชียนเชี่ยวชาญยิ่งกว่าอาจารย์ปรุงยาบางคนเสียอีก
ขาไปเริ่งร่า ขากลับแทบจะคลานกลับมา ก่อนพระอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้า มู่เชียนหอบถุงผ้าใบใหญ่ เดินลากขากะปลกกะเปลี้ยเข้าเรือน เด็กสาวใช้เวลาเกือบทั้งวันเพื่อเก็บสมุนไพรสำหรับยารวมปราณธาตุน้ำ แต่กลับรวบรวมมาได้เพียง 7 ชนิดเท่านั้น
“แน่ใจนะว่าจะเลือกต้นแสงจันทร์ต้นนี้ ?” นี่คือบทสนทนาแรกที่เ้าัน้อยพูดกับนางหลังจากที่ทั้งคู่เดินไปถึงแปลงสมุนไพร
“เ้าลองใช้พลังััดูรอบด้าน ต้นที่มีพลังชีวิตสูงสุด ก็คือต้นที่ดีที่สุด”
มู่เชียนเริ่มตั้งสมาธิััพลังชีวิตรอบด้าน แต่การััพลังของต้นแสงจันทร์ต้นเล็กๆกว่าหนึ่งพันต้น ทั้งยังต้องแยกแยกว่าต้นใดเหนือกว่า นางต้องใช้เวลากว่า 1 ชั่วยามจึงจะเลือกเฟ้นเอาต้นที่พลังชีวิตแข็งแกร่งที่สุดออกมาได้
หลังจากเ้าัน้อยพยักหน้าอย่างพอใจ นรกของนางก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ทางการ !
“ผลต้นประกายรุ้ง ผลใดพลังชีวิตสูงสุด?” ต้นประกายรุ้งในแปลงสมุนไพรแห่งนี้ มีกว่า 500 ต้น แต่ละต้นมีผลเล็กๆของต้นประกายรุ้งกว่า 100 ผล
“รากโสมหิมะ เลือกมา!” โสมหิมะ กว่า 100 ต้น งอกเงยลึกลงไปใต้ดินเกือบครึ่งจ้าง
“เมล็ดซิ่งเมฆา” ลึกลงไปในผลซิ่งเมฆา ท่ามกลางต้นซิ่งเมฆากว่า 60 ต้น นางก็ต้องััให้ได้
สุดท้าย...กว่าจะเก็บรวบรวมสมุนไพร 7 ชนิดนี้มาได้ นางได้เรียนรู้ถึงคำว่าเืตาแทบกระเด็นอย่างแท้จริง !
“พรุ่งนี้ต้องทำให้ได้เร็วกว่านี้นะ ไม่อย่างนั้น กว่าจะรวบรวมสมุนไพรได้ครบ สมุนไพรที่เก็บมาวันนี้คงเสื่อมคุณภาพไปก่อน” เสียงเยาะเย้ยของเสี่ยวจิ้งแว่วเข้ามาในสามัญสำนึก ก่อนที่ร่างของเด็กสาวจะล้มลงบนเตียง นางไม่เคยตั้งสมาธิััพลังต่อเนื่องหลายชั่วยามเช่นนี้มาก่อน เพียงไม่กี่ลมหายใจต่อมาก็เข้าสู่นิทราโดยสมบูรณ์
ระหว่างที่หลับสนิท พลังงานสีทองของเด็กสาวก็ไหลเอื่อยออกมาล้อมรอบตัวนาง ปราณอบอุ่นช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้าและปราณธาตุที่เสียไปเมื่อตอนกลางวันกลับมาอย่างง่ายดาย
เสี่ยวจิ้งเหลือบมองปราณสีทองอย่างอดไม่ได้ เทพอสูรน้อยค่อยๆย่องเข้าไปนอนบนหมอนข้างๆใบหน้าของเด็กสาว พลางคร่ำครวญถึงความอุ่นสบายก่อนจะเข้าสู่นิทราไปพร้อมกัน
เช้าวันต่อมามู่เชียนยังคงออกไปเก็บสมุนไพรแต่เช้า ััของนางในวันนี้ว่องไวขึ้นมาก นางคัดเลือกสมุนไพรได้กว่า 20 ชนิด แม้จะยังใช้เวลาทั้งวันเช่นเดิม แต่ความอ่อนเพลียก็น้อยลงมาก
และในวันที่สาม มู่เชียนสามารถรวบรวมสมุนไพรที่เหลือกว่า 20 ชนิดสำหรับปรุงยารวมปราณธาตุน้ำได้ครบ ในเวลาเพียง 2 ชั่วยาม กระทั่งเสี่ยวจิ้งยังลอบตกตะลึงในการพัฒนาอันรวดเร็วนี้ !
“พรุ่งนี้เริ่มหลอมยาได้” ัน้อยมองความสามารถของเด็กสาวพลางคิดว่า บทเรียนวันพรุ่งนี้ควรจะเข้มข้นขึ้นอีกนิด...
วันรุ่งขึ้น มู่เชียนออกจากเรือนพักทำทีว่าจะเข้าไปสำรวจในแปลงสมุนไพร ก่อนจะเดินเลยออกไปบริเวณป่าหลังเขา จากความทรงจำของมู่เชียนคนเก่า บริเวณนี้มีถ้ำลับแห่งหนึ่ง ปากถ้ำดูคับแคบเสียจนต้องเอียงตัวลอดเข้าไป แต่เมื่อเข้าไปได้กลับกลายเป็โถงโล่งกว้าง ภายในถ้ำมีธารน้ำเย็นไหลผ่าน น่าจะเป็น้ำจากหิมะบนยอดเขาที่ละลาย เซาะผ่านร่องหินลงมา เป็สถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการหลอมยาอย่างยิ่ง
2 ชั่วยามให้หลัง หญิงสาวหยุดฝีเท้าลงในที่สุด ตรงหน้าของนางปรากฏโพรงหินแคบๆ ไม่ต่างจากในความทรงจำ
“น่าจะเป็ที่นี่แหละ” หญิงสาวยิ้มยินดี หากไม่ใช่เพราะคราวนั้นที่พยายามหนีตายจากฝูงมุสิกธาตุลมฝูงหนึ่ง ด้วยลักษณะทางกายภาพของโพรงถ้ำแห่งนี้ นางคงไม่อาจค้นพบมันได้
“หึ แม้กระทั่งหนู เ้ายังต้องหนีหัวซุกหัวซุน… ข้ายังจะคาดหวังอะไรกับเ้าได้ ?” เสี่ยวจิ้งที่นอนพังพาบอยู่บนไหล่ของนางมาตลอดทาง บ่นขึ้นอย่างอดไม่ได้
“อืมม...โชคดีที่ข้าได้พบผู้ช่วยเก่งกาจอย่างเ้า” เสียงใสเอ่ยคำหวานอย่างเป็ธรรมชาติ มู่เชียนคนก่อนกลัวสัตว์ตัวเล็กๆเกือบทุกชนิด ต่างจากนางที่คลุกคลีกับพวกมันมาั้แ่เกิด สำหรับนางสัตว์เหล่านี้น่าคบหากว่าพวกมนุษย์ด้วยซ้ำ !
อย่างเช่น ัเทพตัวน้อย อยู่ร่วมกันมาหลายวันนางพบว่าเ้าตัวนี้เอาใจง่ายมาก เพียงเอ่ยชมไม่กี่คำ เขาก็เลิกบ่นนาง ทั้งยังใจดีช่วยพ่นไฟกำจัดเถาวัลย์ที่ขวางอยู่หน้าถ้ำออกไปในชั่วพริบตา
เปลวไฟกลุ่มใหญ่ พ่นออกจากร่างเทพอสูรตัวเล็ก ทำให้มู่เชียนรู้สึกทึ่งอย่างมาก โดยเฉพาะหลังจากเข้ามาในถ้ำ เห็นเสี่ยวจิ้งตวัดกรงเล็บไปที่ก้อนหินขนาดั์ ปาดมันจนกลายเป็โต๊ะหินที่มีหน้าตัดเรียบลื่น ก็ยิ่งตกตะลึงจนตาค้าง
“เสี่ยวจิ้งเ้าร้ายกาจนัก สอนข้าบ้างสิ !” เด็กสาวรบเร้าด้วยดวงตาเป็ประกาย
“บ้านนอกแท้ๆ เพียงเท่านี้ก็ตื่นเต้นเสียแล้ว เพียงปลายเล็บของข้าในยามปกติ อย่าว่าแต่หินก้อนนี้ ทั้งูเาลูกนี้ก็ไม่ได้เป็ปัญหา.. ” เมื่อเห็นมู่เชียนเบิ่งตาโตจินตนาการถึงพลังยุทธ์มหัศจรรย์ที่สามารถตัดูเาออกเป็สองซีกได้ เทพัน้อยยิ่งเชิดหน้าพองตัวอย่างภาคภูมิใจ
“เอ้า…อย่ามัวแต่อ้าปากค้าง รีบเอาสมุนไพรออกมาสิ”
มู่เชียนนำสมุนไพรออกมาวางเรียงบนโต๊ะหินกว้าง ขณะที่เสี่ยวจิ้งก็เรียกหม้อหลอมยาไม้โบราณออกมาตั้งไว้บนโต๊ะตัวนั้น
“เ้าลองรวบรวมปราณอี้เจ๋อใส่ลงในสมุนไพรทั้งหมดสักเล็กน้อย คุณภาพของสมุนไพรจะเปลี่ยนเป็สูงขึ้นอย่างคาดไม่ถึงทีเดียว”
มู่เชียนทำตามคำพูดของเสี่ยวจิ้ง สมุนไพรกองนั้นหลังััถูกปราณอี้เจ๋อของก็ดูเหมือนจะอวบอิ่มฉ่ำวาวมากขึ้น ทั้งยังเปล่งประกายสีทองจางๆออกมา
“ปราณอี้เจ๋อของเ้ายังไม่แกร่งกล้ามากนัก อีกทั้งยาเหล่านี้จำเป็ต้องรีบใช้ ก็คงต้องใช้วิธีง่ายๆเช่นนี้ไปก่อน หากจะให้ดีเ้าฝังปราณอี้เจ๋อลงในเมล็ดยามเริ่มเพาะปลูก และใช้ปราณอี้เจ๋อชั้นหล่อเลี้ยงต่อเนื่อง เพียงชั่วอึดใจก็จะได้สมุนไพรที่คุณภาพยอดเยี่ยมที่สุดในแผ่นดินแล้ว”
หญิงสาวเริ่มรู้สึกมีความหวังกับศาสตร์ปรุงยา เช่นนี้นางคงมิจำเป็ต้องวิ่งรอกไปทั่วแปลงสมุนไพร เพื่อหาสมุนไพรต้นที่ดีที่สุดแล้วสินะ
“คิดจะปรุงยาย่อมต้องควบคุมไฟเป็” เสี่ยวจิ้งเอ่ยพลางพ่นลูกไฟสีแดงลูกเล็กออกมาลูกหนึ่ง ลูกไฟนี้ลอยเด่นอยู่กลางอากาศเบื้องหน้านาง “ลองควบคุมลูกไฟของข้าลูกนี้ให้วิ่งเป็วงกลมดูสิ”
ไฟลูกนั้นมู่เชียนมองแล้วก็รู้สึกคุ้นเคยยิ่ง อาจเพราะเป็ปราณอัคคีที่มาจากร่างของเสี่ยวจิ้ง นางและเขามีพันธสัญญาเสมือนเป็ร่างเดียวกัน เพลิงตรงหน้าจึงให้ความรู้สึกเป็มิตรกับนาง
เด็กสาวหลับตารวบรวมสมาธิ พยายามเข้าควบคุมแล้วผลักไฟดวงนั้นให้เริ่มเคลื่อนที่อย่างช้าๆ กว่าลูกไฟจะเคลื่อนครบวงก็ใช้เวลาเกือบ 2 เค่อ ใบหน้าเล็กชุ่มโชกด้วยเหงื่อ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง
“เริ่มใหม่ ผู้ใดอนุญาตให้เ้านั่ง! ถ้าไม่ปรุงยาวันนี้สมุนไพรที่เก็บมาจะเริ่มเสื่อมฤทธิ์แล้ว”มู่เชียนหันไปมองเสี่ยวจิ้งอย่างใ นางจะไม่ยอมกลับไปเริ่มเก็บสมุนไพรอีกเด็ดขาด !
พลังงานสีทองโคจรรอบร่างกายของเด็กสาว ช่วยขับไล่ความเหนื่อยล้า เพียง 10 ลมหายใจเมื่อลืมตาขึ้น ดวงตาสีน้ำตาลก็เปล่งประกาย ปราณในร่างกลับเข้าสู่สภาพสมบูรณ์เต็มร้อยอีกครั้ง
เสี่ยวจิ้งมองแสงสีทองพลางลอบกลืนน้ำลาย ์เท่านั้นที่รู้ว่าเขาต้องใช้ความอดทนเพียงใด ที่จะไม่เข้าไปแก่งแย่งดูดซับพลังงานอบอุ่นสายนั้นกับนาง
‘ข้าเป็ถึงเทพอสูร ข้าจะไม่ยอมทำเื่น่าขายหน้าเช่นนั้น... หึๆ รอนางหลับก่อนดีกว่า’ ัน้อยลอบภาคภูมิใจ ในความหนักแน่นสุขุมรอบคอบของตน
มู่เชียนควบคุมไฟลูกดังกล่าวสลับกับการพักผ่อน สองชั่วยามต่อมานางก็สามารถควบคุมบอลเพลิงลูกนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะหมุนเป็วงกลม เคลื่อนเร็ว เคลื่อนช้า ควงสว่านหรือแม้กระทั่ง แตกเป็ลูกเล็กๆหลายลูก แล้วกลับมารวมใหม่ ก็สามารถสั่งการได้ดังใจ ในที่สุดเสี่ยวจิ้งจึงพยักหน้า
“เอาล่ะ คราวนี้ก็เริ่มได้แล้ว”