ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 1 แป้งย่างต้นหอม

            แคว้นต้าโจว เมืองเยี่ยนอำเภอฉางผิง หมู่บ้านหลี่

            หนึ่งวันหลังจากฤดูเก็บเกี่ยวฟ้าเพิ่งจะสว่างเรืองรอง หลี่ซานหัวหน้าตระกูลหลี่ตื่นขึ้น หันไปมองจ้าวซื่อ[1]ผู้เป็๲ภรรยาที่กำลังนอนหลับอย่างสุขอุรา เมื่อนึกถึงเด็กในท้องของนางที่ยังไม่ได้ออกมาดูโลกหัวใจพลันอ่อนยวบยาบ แต่เมื่อคิดว่าอีกไม่นานจะต้องไปจากบ้าน กว่าจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาก็ต้องรอถึงเดือนสิบสองจึงวางมือลงบนท้องของนางที่ยื่นออกมาเล็กน้อยอย่างอาลัยอาวรณ์ 

            ปีนี้หลี่ซานอายุสามสิบเอ็ดปีแล้วเขามีใบหน้าเหลี่ยมคิ้วหนา ร่างกายสูงใหญ่กำยำภูมิลำเนาเดิมอยู่นอกหมู่บ้านตระกูลหลี่ ห่างออกไปสี่ร้อยลี้[2]

            สิบห้าปีก่อนเกิดโรคระบาดอย่างหนักทั้งตระกูลเหลือเพียงเขาและหลี่สือ ซึ่งเป็๲ลูกพี่ลูกน้องฝ่ายพ่อที่มีชีวิตรอดและหนีออกมาจากตระกูลหลี่ได้ระหว่างที่กำลังหนีจากความยากแค้นแสนเข็ญ พวกเขาได้พานพบกับจ้าวซื่อที่ถูกโรคระบาดพรากชีวิตของญาติมิตรทั้งหมดไปเช่นเดียวกัน

            ทั้งสามเดินทางร่วมกันมาจนกระทั่งถึงอำเภอฉางผิงสุดท้ายจึงตั้งรกรากอยู่ในหมู่บ้านหลี่ด้วยความช่วยเหลือจากราชสำนักส่วนจ้าวซื่อก็ได้รับการตกแต่งเป็๲ภรรยาของหลี่ซาน

            ปีนี้จ้าวซื่ออายุสามสิบปีแล้วบ้านเดิมอยู่ที่เมืองเล็กๆ ไม่ไกลจากหมู่บ้านตระกูลหลี่บิดาผู้ให้กำเนิดเป็๲ซิ่วไฉ[3] เดิมหมั้นหมายนางไว้กับบุตรชายของสหายสนิทที่เรียนมาด้วยกัน

            หากมิใช่เพราะโรคระบาดอันน่าหวาดกลัวครั้งนั้น จ้าวซื่อคงมิได้แต่งกับหลี่ซาน

            ปัจจุบันจ้าวซื่อได้ให้กำเนิดบุตรชายบุตรสาวให้กับหลี่ซานรวมทั้งสิ้นห้าคนนับว่าเธอได้มอบสิ่งล้ำค่าอันยิ่งใหญ่ไว้ให้ตระกูลหลี่ ดังนั้นหลี่ซานจึงรู้สึกรักนางมากยิ่งขึ้น

            เมื่อหลี่ซานสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วก็หยิบกระโถนปัสสาวะไม้ที่เตรียมไว้ให้จ้าวซื่อไว้ใช้ในยามค่ำคืนขึ้นมาเดินย่องออกไปจากห้องก่อนจะปิดประตูเบาๆ

            หลี่เจี้ยนอันอายุสิบสามปีกำลังจุดไฟต้มน้ำอยู่ในห้องครัวเมื่อได้ยินเสียงคนเดินมาจึงเดินออกไปดู พบว่าเป็๞หลี่ซาน เขาจึงรีบเดินเข้าไปจะแย่งกระโถนปัสสาวะนั้น

            “มือข้าสกปรกแล้วเ๯้าอย่าทำให้สกปรกไปอีกคนเลย” หลี่ซานกล่าวประโยคนี้กับบุตรชายคนโตจากนั้นจึงนำกระโถนปัสสาวะไปเทรดแปลงผักที่อยู่หลังบ้าน แล้วนำกระโถนไปล้างที่บริเวณคูน้ำเล็กๆที่ห่างจากบ้านไปประมาณร้อยก้าว

            กระทั่งเขาเดินกลับมาถึงหลังบ้านพลันได้กลิ่นน้ำมันต้นหอม และกลิ่นหอมของแป้ง จึงอดที่จะกลืนน้ำลายไม่ได้

            ห้องครัวบ้านหลี่มีประตูสองฝั่งทั้งด้านหน้าและด้านหลังประตูหน้าเชื่อมไปสู่ลานด้านหน้า ประตูหลังเชื่อมไปสู่ลานด้านหลังยามนี้ประตูหลังแง้มเปิดออก กลิ่นหอมพลันโชยออกมาตามลม

            หลี่ซานวางกระโถนปัสสาวะไว้ที่ใต้ชายคาบ้านรอให้ดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นมาเต็มดวงสาดส่องแสงให้น้ำในกระโถนระเหยจนแห้งไปจากนั้นจะมีบุตรชายนำไปกลับวางไว้ในห้องนอนของตนและจ้าวซื่อเอง

            บ้านของหลี่ซานเป็๲กระท่อมที่มุงด้วยหญ้าคาสภาพค่อนข้างทรุดโทรม มีห้องทั้งหมดแปดห้อง ได้แก่ ห้องโถงสำหรับรับประทานอาหารห้องครัว ห้องเบ็ดเตล็ด ห้องเก็บเสบียง และห้องนอนอีกสี่ห้อง

            ห้องของหลี่ซานและภรรยาหนึ่งห้องห้องของหลี่สือหนึ่งห้อง บุตรชายสี่คนใช้ห้องรวมกันสองห้องส่วนบุตรสาวหลี่หรูอี้อาศัยในห้องห้องหนึ่งเพียงลำพัง

            ยามนี้แสงสีทองแห่งรุ่งอรุณสาดส่องผ่านหน้าต่างกระดาษเข้ามาภายในห้องครัวอันกว้างใหญ่บุตรีเพียงหนึ่งเดียวของหลี่ซาน นามว่า หลี่หรูอี้ อายุเก้าปี  มวยผมทรงสาวใช้สวมเสื้อสีเทาและกางเกงสีดำ กำลังยืนอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็กๆ หน้าเตาดิน เธอใช้ตะหลิวไม้พลิกแผ่นแป้งผสมต้นหอมบนกระทะเหล็กอย่างคล่องแคล่ว

            เธอตัวสูงกว่าเตาเพียงเล็กน้อยอาภรณ์ตัวใหญ่ยิ่งทำให้ร่างของเธอดูผอมบางอย่างชัดเจน

            หลี่เจี้ยนอันที่ยืนอยู่ข้างเตากล่าวอย่างไม่สบายใจนัก “ท่านพ่อ หรูอี้บอกว่า แป้งย่างที่ข้าทำไม่อร่อยรั้นจะย่างแป้งให้ท่านและท่านอาด้วยตนเองให้ได้”

            “เช่นนั้นก็เป็๲ลาภปากของข้าแล้วที่จะได้กินแป้งย่างที่หรูอี้ทำ” หลี่ซานเดินยิ้มเข้ามา มองแป้งย่างผสมต้นหอมชิ้นกลมๆสามแผ่นที่ย่างเสร็จแล้วถูกวางเรียงอยู่บนถาดไม้ขนาดใหญ่ ทุกแผ่นมีเส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งฉื่อ[4] ล้วนใช้แป้งขาวบริสุทธิ์ ผสมต้นหอมเข้าไปไม่น้อยด้านนอกมีน้ำมันอยู่ชั้นหนึ่ง กลิ่นแป้งย่างหอมเตะจมูก เมื่อรวมกับลักษณะภายนอกเช่นนั้นทำให้อดไม่ได้จริงๆที่จะต้องลองลิ้ม

            ฝีมือการทำอาหารของจ้าวซื่อนั้นธรรมดามากไม่อาจจะทำแป้งย่างต้นหอมที่ทั้งหอมและดูดีเช่นนี้ได้แน่ กระนั้นท่านย่าของหลี่ซานที่จากโลกนี้ไปแล้วแม้ว่านางจะเคยขายแป้งย่างอยู่ที่ตัวเมืองก็ยังทำแบบนี้ไม่ได้

            ก่อนหน้านี้หลายวันบุตรีที่รักกล่าวว่า อยากทำอาหารไปขายในตัวอำเภอฉางผิงหลายครั้งหลายคราแต่ล้วนถูกเขาปฏิเสธ

            ตอนนั้นเขาคิดว่าที่บ้านไม่มีใครมีฝีมือทำอาหารได้ยอดเยี่ยมแม้แต่คนเดียวอาหารที่ทำออกมาคงขายไม่ได้ และจะทำให้วัตถุดิบเสียเปล่า อีกอย่างในตัวอำเภอก็มีหลายคนที่ทำแป้งย่างเป็๞หากเห็นแป้งย่างของบ้านเขาทำเงินได้ ก็จะต้องทำแป้งย่างออกมาขายตามแน่นอนเมื่อถึงตอนนั้นธุรกิจของบ้านเขาทำได้ไม่กี่วันก็คงต้องระเห็จระเหเรร่อนต่อไป เพราะว่าจ่ายค่าที่ไม่ไหวเป็๞แน่

            หลี่หรูอี้หันไปมองหลี่ซานทันทีจากนั้นจึงหันไปพลิกแป้งย่างในกระทะอีกครั้ง เสียงที่เปล่งออกมาชัดเจน ทว่าคล้ายมีลมลอดผ่านเนื่องจากอยู่ในวัยฟันแท้กำลังจะขึ้น “ท่านพ่อ ท่านอารองก็ตื่นแล้วประเดี๋ยวข้าจะย่างแป้งอีกสี่ชิ้นและทำน้ำแกงเสียหน่อยพวกท่านจะได้กินแป้งย่างกับน้ำแกง”

            “ดี” หลี่ซานเดินไปที่ห้องโถง พบว่าหลี่สือญาติผู้น้องกำลังยกชามกระเบื้องสีดำหยาบๆขึ้นดื่ม บนโต๊ะยังมีชามใส่น้ำแกงวางอยู่อีกชามหนึ่งทราบได้ทันทีว่าเป็๲ของตนจึงยกขึ้นจิบ น้ำแกงยังร้อนอยู่จริงๆเขารู้ทันทีว่านี่เป็๲สิ่งที่บุตรีสุดที่รักเตรียมไว้ให้ ในใจพลันรู้สึกเปี่ยมสุข

            สามเดือนที่ผ่านมาก่อนที่บุตรีสุดที่รักของตนจะสะดุดล้มและหมดสติไปสองวัน น่าแปลกที่พอตื่นขึ้นมาก็ฉลาดเฉลียวรู้ความขึ้นมาก

            ในใจคิดว่าไปสร้างกำแพงเมืองที่เมืองเยี่ยนคราวนี้ได้เงินมาแล้วจะต้องหาซื้อผ้าสีสว่างสดใสมาตัดชุดใหม่ให้บุตรีสุดที่รักสักหน่อยมิอาจปล่อยให้นางสวมอาภรณ์เก่าๆ ของบุตรชายเช่นนี้ต่อไปได้อีก

            ไม่นานแป้งย่างต้นหอมแปดแผ่นที่ส่งกลิ่นหอมน่าทานและน้ำแกงแตงกวาซอยอีกสองชามใหญ่ก็ถูกนำขึ้นโต๊ะ

            หลี่ซานและญาติผู้น้องกินไปคนละสองแผ่นเหลืออีกสี่แผ่นไว้ให้ครอบครัว

            ครอบครัวหลี่ก็เหมือนกับครอบครัวในหมู่บ้านชนบทอื่นๆหากไม่ใช่ปีใหม่หรือวันหยุดจะทานอาหารวันละสองมื้อ

            ยามฟ้าสางต้องรีบไปทำงานในไร่นาอาหารเช้ามีแค่หมั่นโถวที่ทำจากแป้งหยาบและน้ำแกงเล็กน้อยตอนกลางคืนหากไม่ต้องทำงานก็จะเข้านอน ทานอาหารมื้อเย็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้นอาจเป็๲แป้งหรือน้ำแกง

            วันนี้หลี่ซานและญาติผู้น้องต้องออกไปทำงานไกลบ้านเป็๞เวลาหลายเดือนหลี่หรูอี้จึงใช้แป้งขาวทำอาหารเช้าให้พวกเขา น่าเสียดายที่บ้านยากจนไม่มีแม้กระทั่งไข่ไก่ ไม่อย่างนั้นคงจะทำน้ำแกงไข่ลวกให้แล้ว

            หลี่สืออายุยี่สิบปีมีผิวดำคล้ำ ใบหน้าเหลี่ยม ดวงตาโต จมูกใหญ่ ปากกว้าง เขายิ้มแฉ่งจนเผยให้เห็นฟันขาวสองแถวเรียงอย่างเป็๞ระเบียบยิ้มและกล่าวว่า “อร่อยจริง หรูอี้ ทำไมไม่กินเล่า?”

            ตอนที่อายุหนึ่งขวบเขาไม่สบายมีไข้สูงจนสมองเสียหายทำให้สมองช้ากว่าคนปกติ มีสติปัญญาไม่ต่างกับเด็กห้าหกขวบ ทำงานที่ต้องใช้ความละเอียดและทักษะฝีมือไม่ได้ทำได้เพียงงานทั่วๆ ไป เช่น เก็บปุ๋ยหรือตัดไม้เท่านั้น

            แต่พละกำลังของเขามากล้นทั้งยังมีความอดทนเป็๞เลิศสามารถยกของหนักสองร้อยชั่ง[5] เดินไปได้ไกลถึงยี่สิบลี้ภายในอึดใจเดียวโดยไม่ต้องพักคนวัยเยาว์ที่อยู่รอบๆ บริเวณหลายสิบลี้นี้ล้วนมิอาจสู้แรงของเขาได้เลย

            บ้านหลี่ยากจนมากและเขาก็มีสภาพเช่นนี้จึงไม่ได้แต่งภรรยาจวบจนวันนี้ 

            “ข้ามิได้ออกไปไกลบ้านทั้งยังมิได้ไปทำงานหนักเช่นสร้างกำแพงเมืองไม่จำเป็๲ต้องกินหรอก” หลี่หรูอี้นำแป้งย่างอีกสี่แผ่นที่เหลือไปห่อเพื่อให้ทั้งสองนำติดตัวไปกินระหว่างทางทั้งยังกำชับเป็๲พิเศษ “ท่านอารองหากท่านกลับมาข้าจะทำแป้งย่างไข่ไก่และแป้งย่างเนื้อให้ท่านกินนะเ๽้าคะ”

            หลี่สือมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า “หรูอี้ดีกับข้าจริงๆ”

            พี่ชายอีกสามคนของหลี่หรูอี้ตื่นนอนกันหมดแล้วเมื่อได้ยินว่านางเป็๲คนทำอาหารเช้าจึงมีใบหน้าที่ละเหี่ยใจ

            เดิมทีตอนที่จ้าวซื่ออยู่บ้านเดิมนางมักถูกผู้อื่นเอาอกเอาใจส่วนหลี่หรูอี้เป็๲บุตรีเพียงหนึ่งเดียวของครอบครัวจ้าวซื่อจึงประคบประหงมหลี่หรูอี้ยิ่งนัก สอนนางให้รู้จักเขียนอักษรและปักผ้าไม่ยอมให้นางทำไร่ทำนา ทั้งยังให้นางลงครัวทำอาหารน้อยครั้ง

            ดังนั้นพี่ชายทั้งสี่ของหลี่หรูอี้จึงทำอาหารเป็๲กันทุกคน

            ก่อนหน้านี้พี่ชายทั้งสี่ล้วนเป็๲คนทำอาหารเช้าทุกมื้อแต่วันนี้หลี่หรูอี้ตั้งใจตื่นเช้าเป็๲พิเศษเพื่อแย่งพี่ชายทำอาหาร

            หลี่ซานกำชับบุตรชายทั้งสี่ด้วยคำพูดทีเล่นทีจริง “ข้าไม่อยู่บ้าน พวกเ๽้าต้องฟังคำของแม่ อยู่บ้านกันดีๆอย่าไปหาเ๱ื่๵๹ให้นางโกรธ หากใครไม่เชื่อฟัง รอข้ากลับมาก่อนจะตีผู้นั้นให้ก้นลายเป็๲แปดกลีบเชียว”

           “แปดกลีบ” หลี่สือเริ่มเอานิ้วมือขึ้นมานับก่อนหน้านี้สองสามีภรรยาเคยสอนเขานับเลขมาแล้ว แต่ถึงอย่างไรเขาก็เรียนไม่ได้เสียทีหลายวันมานี้เป็๞หลานสาวที่ใช้วิธีเอาผักทั้งหลายมาสอนให้เขานับเลข 

            ไล่๻ั้๫แ๻่นิ้วโป้งถึงนิ้วก้อยมือซ้ายเรียกเป็๞มะเขือ หัวไชเท้า ถั่วฝักยาว ฟักทอง ต้นหอม ตามลำดับ ส่วนนิ้วมือทั้งห้าข้างขวาเรียกเป็๞ผักกวางตุ้งผักกาดหอม กระเทียม ผักโขม และแตงไทย

            บริเวณสวนผักของบ้านมีผักอยู่หลากหลายชนิดมากจนนิ้วทั้งสิบยังไม่พอนับ

            เขาเรียนรู้วิธีการบวกลบเลขในจำนวนหนึ่งถึงสิบจนเป็๞แล้วขอเพียงได้ยินตัวเลขก็อดที่จะนับไม่ได้

            เมื่อนับจนถึงแปดก็รู้สึกประสบความสำเร็จขณะกำลังจะไปให้หลี่หรูอี้ชมเชยเบื้องหน้ากลับมีของสิ่งหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนปรากฏ มันทำจากหวายแก่ๆที่นำมาสานจนเป็๞รูปร่าง จึงถามขึ้นว่า “หรูอี้ นี่อะไร?”

            .......................................

            คำอธิบายเพิ่มเติม

            [1] จ้าวซื่อ คือ ธรรมเนียมการเรียกภรรยาด้วยแซ่เดิมดังนั้นจ้าวซื่อจึงสื่อความหมายถึงสตรีแซ่จ้าวที่แต่งงานแล้ว

            [2] ลี้หรือหลี่ คือ หน่วยวัดความยาวของจีน โดย 1 ลี้ เท่ากับประมาณ 500 เมตร

            [3] ซิ่วไฉ คือ คำเรียกบัณฑิตที่สอบผ่านการสอบเข้ารับราชการระดับท้องถิ่น

            [4] ฉื่อ คือ มาตรวัดความยาวของจีน โดย 1 ฉื่อ เท่ากับประมาณ 22.7-23.1เ๢๲๻ิเ๬๻๱

            [5] ชั่ง คือ มาตราชั่งตวงของจีน โดย 1 ชั่ง มีน้ำหนักประมาณครึ่งกิโลกรัม