ด้วยสติเสี้ยวสุดท้ายของเขา เขาอยากหันหลังแล้วไปจากที่นี่เสีย
แต่พอจะเปิดประตูห้อง มันกลับถูกล็อกเอาไว้จากข้างนอก...
เ้าเด็กบ้านี่ รู้ไหมว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่?
เขาหลับตา ออกแรงดึงผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงขึ้นมาพาดบ่าอยากเอาตัวเธอไปราดน้ำเย็นๆ เพื่อเรียกสติ
ทว่า...ประตูห้องน้ำก็ถูกล็อกเอาไว้เช่นกัน
จินตนาการสภาพของทั้งสองในตอนนี้แล้ว หนิงเส้าเฉินพลันหลับตาลงท่าทางกลับมาแนบนิ่งเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว
เขาอยากจะพังประตู แต่พอได้สติก็หันมองผู้หญิงที่นอนสติเลอะเลือนอยู่บนเตียงผู้หญิงในสภาพแบบนี้ อยู่ในห้องกับเขาสองต่อสอง ถ้าพังประตูออกไปตอนนี้เกรงว่าจะเป็เื่ใหญ่
แม้เขาจะรู้ว่าไม่มีอะไร แล้วคนนอกล่ะ?
สุดท้ายมือที่ยกขึ้นก็ถูกวางลงดังเดิม
ทว่าเธอจะรู้เื่พวกนี้ได้อย่างไร? สายตาของเขานิ่งขรึม...ใบหน้าเย็นเยียบพยายามข่มอารมณ์
เสิ่นเป้ยอีที่อยู่ในอ้อมกอดกลับถูไถไปมาบนหน้าอกของเขาอย่างไร้สติ
หนิงเส้าเฉินเริ่มกลืนน้ำลายอย่างรวดเร็วรูปร่างของผู้หญิงคนนี้ดีใช่ย่อยเลย ถ้าเป็ปกติเขาอาจจะทำเป็มองข้ามไปได้เลยเพราะไม่มีผู้หญิงแบบไหนที่เขา หนิงเส้าเฉินคนนี้ปรารถนาแล้วไม่ได้
ทว่าตอนนี้วินาทีนี้ในสายตาของเขา เธอช่างน่าเย้ายวนเสียเหลือเกิน
เขาโยนเสิ่นเป้ยอีลงบนเตียงอีกครั้ง ในขณะที่กำลังจะปล่อยมือกลับถูกเธอจับเอาไว้แน่น
สติสัมปชัญญะทั้งหมดที่หนิงเส้าเฉินหลงเหลืออยู่พังทลายลงั้แ่วินาทีนั้น
คืนนั้น เสิ่นเป้ยอีรู้สึกว่าตนเองฝันแปลกมากๆ
ในฝันมีความเ็ปดั่งทรวงในฉีกขาดออกจากกันและยังมีความสุขสมที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็คำพูดได้
ลืมตาสองข้างขึ้น รู้สึกปวดหัวไม่น้อยแต่กลับไม่สามารถต้านทานต่อความปวดร้าวบนร่างกายได้
เธอลองขยับตัวความปวดเมื่อยของสองขาทำให้เธออดขมวดคิ้วไม่ได้ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เธอพยุงตัวเองขึ้น
แต่กลับพบว่า นี่ไม่ใช่ห้องของตนเองแต่เป็ห้องของหนิงเสี่ยวซี
แปลกจริง!
เธอเปิดผ้าห่มออกกำลังจะลงจากเตียง
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ทำไมเธอถึงจำอะไรไม่ได้เลย
“แกร๊ก” เสียงเปิดประตูดังท้วงขึ้นมา เธอได้สติจึงดึงผ้าห่มขึ้นมาบดบัง
“แม่เล็ก”
เสียงหนิงเสี่ยวซีดังขึ้น
เสิ่นเป้ยอีโล่งอกพลางไอเบาๆ ทีหนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “เสี่ยวซีเมื่อคืนทำไมฉันถึงมานอนห้องเธอ?”
หนิงเสี่ยวซีไม่ได้ตอบเธอแต่หันกลับไปเปิดประตูห้องน้ำแล้วเดินเข้าไปดู ก่อนจะกระตุกรอยยิ้มตรงมุมปาก
จากนั้นก็เดินมาอยู่ข้างๆ เสิ่นเป้ยอี แสร้งถามเหมือนไม่รู้“แม่เล็ก เมื่อคืนนี้นอนเตียงเดียวกับพ่อฉันรู้สึกอย่างไรบ้าง?”
เสิ่นเป้ยอีรับรู้ได้ว่าเืในตัวกำลังสูบฉีดอย่างรุนแรงเธอถึงกับเบิกตาโต อ้าปากกว้าง จังหวะการหายใจก็พลันเร่งเร็วขึ้น
ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอถลึงตาพลางถามว่า “หนิงเสี่ยวซีเธอ...เมื่อกี้เธอว่าไงนะ?”
เห็นได้ชัดว่าปฏิกิริยาของเธอทำให้หนิงเสี่ยวซีพอใจเป็อย่างมาก
“ก็หมายความว่าเธอกับพ่อฉันก็คงจะทำเื่น่าอายอะไรพวกนั้นกันสินะ? ถ้าอย่างนั้นเธอก็เป็แม่ฉันได้แล้วใช่ไหม?” เขาไม่ตอบคำถามเพราะคุณลุงที่โรงแรมรับประกันด้วยความมั่นใจอันเหลือล้นแล้วว่ายานี้ใช้ได้ผลแน่นอน
เสิ่นเป้ยอีขมวดคิ้วจนเป็ปม จู่ๆ ก็ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมหัวค่อยๆ ก้มหน้าลง พอเธอเห็นร่องรอยบนร่างกายแล้วถึงกับขาอ่อน
แม้ว่าเธอจะโง่มากแค่ไหน จะไม่รู้ความมากเพียงใดตอนนี้ก็เข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
เธอไม่สามารถบรรยายความรู้สึกในตอนนี้ออกมาเป็คำพูดได้เธอรู้สึกสับสน แต่แปลกมากที่ไม่มีน้ำตา เพราะเื่นี้กระทบกระเทือนจิตใจของเธอมากและไม่ใช่เื่ที่ร้องไห้แล้วจะแก้ไขปัญหาได้
เธอกับหนิงเส้าเฉินน่ะเหรอ?
ชายคนที่เพิ่งเข้าพิธีหมั้นกับผู้หญิงอีกคนเมื่อวานชายคนที่เธอมั่นใจว่า ชาตินี้ทั้งชาติจะไม่มีทางเข้าไปพัวพันด้วย ทว่ากลับเกิดความสัมพันธ์อันลึกซึ้งขึ้นระหว่างเขากับเธอ
นี่มัน...
เธอขมวดคิ้วอย่างรับไม่ได้
“พ่อฉันจะมานอนกับฉันทุกวันที่หนึ่งของเดือนแล้วเมื่อคืนเธอก็นอนอยู่ในห้องของฉันพอดี ก็เลย...” หนิงเสี่ยวซีพลางสังเกตปฏิกิริยาของเสิ่นเป้ยอี พลางพูดอย่างระมัดระวัง
ทันใดนั้น เสิ่นเป้ยอีวางผ้าห่มในมือลง จ้องหนิงเสี่ยวซีเขม็งพลางถามด้วยน้ำเสียงประหม่า “หนิงเสี่ยวซี เธอตอบมาตามตรงนะ เมื่อวานเธอเอาอะไรใส่ลงไปในนมที่ให้ฉันดื่ม?”
ั้แ่เธอเข้ามาดูแลหนิงเสี่ยวซี เธอก็อ่อนโยน เอ็นดู และตามใจเขามาโดยตลอดนี่เป็ครั้งแรกที่ทำท่าทางเคร่งขรึมแบบนี้
หนิงเสี่ยวซีถูกเธอจ้องจนกลืนน้ำลายอึกใหญ่รู้สึกว่าตนเองไม่น่าเปิดเผยความจริงเลย
“ฉัน...ฉัน...”
“เธอรู้ไหมว่าเธอทำอะไรลงไป? เธอรู้ไหมว่าเธอก่อเื่ใหญ่เอาไว้?” ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น แม้เธอได้ัักับเ้าเด็กนี่ยังไม่นานมากนักทว่าเสิ่นเป้ยอีกลับรู้จักเขาเป็อย่างดี ที่เขามีปฏิกิริยาแบบนี้แสดงว่าเื่นี้ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาเธอถึงกับลอบคำรามในใจ
ความทรงจำของเธอราวกับเลือนหายไปนับั้แ่ดื่มนมแก้วนั้นไปไม่นานคงไม่ใช่เื่บังเอิญแน่
หนิงเสี่ยวซีเอาแต่ก้มหน้า ไม่ยอมปริปากพูด
เสิ่นเป้ยอีจ้องเธอเมื่อไม่สามารถทำอะไรได้จึงโกรธขึ้นมาอีกครั้ง พลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยปากพูดอย่างแนบนิ่ง“เธอออกไปเถอะฉันจะใส่เสื้อผ้า”
ในหัวของเธอสับสนมาก นี่เป็ครั้งแรกของเธอเป็สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของลูกผู้หญิงคนหนึ่ง แต่กลับเสียไปง่ายๆ แบบนี้ถ้าเธอบอกว่าไม่เสียใจ แน่นอนว่าต้องเป็คำโกหกทว่าเื่นี้เกิดขึ้นเพราะลูกชายของตนเอง แล้วเธอจะทำอะไรได้?
ในหัวสับสนจนคิดอะไรไม่ออก!
ทว่าหนิงเส้าเฉิน...
เธอดื่มยาเข้าไป...หรือว่า...
“เมื่อวานเธอก็...” หนิงเสี่ยวซีกำลังจะเดินก้มหน้าออกจากห้อง พอได้คำถามที่ฉายความโเี้ไล่หลังมาก็เงียบไปครู่หนึ่ง
แล้วจึงหันหลังกลับไปมองเสิ่นเป้ยอีแวบหนึ่งใบหน้าเต็มไปด้วยความเสียใจ เขารู้สึกว่าสิ่งที่ตนเองทำเป็เื่ที่น่าภูมิใจแท้ๆเหตุใดแม่เล็กไม่เพียงแต่ไม่ขอบคุณเขา มิหนำซ้ำยังดุเขาแบบนี้?
เธอรักคุณพ่อของเขาไม่ใช่เหรอ? เขากำลังช่วยเธออยู่นี่ไง!
เห็นท่าทางแบบนี้ของเขา เสิ่นเป้ยอีจึงหยิบกางเกงมาใส่ให้เรียบร้อยใต้ผ้าห่มแล้วลุกลงจากเตียง อดทนต่อความร้าวรานระหว่างขา เดินเข้าไปอยู่ตรงหน้าหนิงเสี่ยวซีพลันคุกเข่าลง “เสี่ยวซีฉันกับพ่อเธอไม่ได้เป็สามีภรรยากัน เราจะทำเื่แบบนี้ด้วยกันไม่ได้คุณน้าเกาต่างหากที่จะเป็คุณแม่ของเธอในอนาคต เมื่อวานที่เธอทำแบบนี้ เธอรู้ไหมว่ามันผิด” สำหรับลูกที่ไม่ได้โตมากับตนตอนนี้เสิ่นเป้ยอีจะด่าก็สงสาร ไม่ด่าก็รู้สึกว่าไม่ได้ทำหน้าที่แม่
หนิงเสี่ยวซีราวกับจะรับรู้ได้เื่ความร้ายแรงของเื่ที่เกิดขึ้นจึงก้มหน้าแล้วเงียบไป
เขาคิดว่าคุณป้ารักพ่อของเขา เขาคิดว่าการที่เขาทำแบบนี้คุณป้าจะต้องดีใจมาก ทว่าตอนนี้คุณป้าไม่เพียงแค่ไม่ดีใจแต่ท่าทางกลับเหมือนกำลังจะร้องไห้ หรือว่าเขาจะทำผิดไปแล้วจริงๆ?
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/63f395e636c33abad663f9e74093f24d
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับ#readAwrite ด้วยน้า