ถุงคลุมหัวสีดำถูกกระชากออก หานเซียวลืมตาขึ้น แสงไฟสีขาวสว่างจ้าแยงตาจนเขาต้องหยีตาลง ผ่านไปครู่หนึ่งเขาถึงค่อยๆปรับโฟกัสจนมองเห็นสภาพรอบตัวได้ชัดเจน
เขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้เหล็กเย็นเฉียบ ตรงหน้ามีโต๊ะหนึ่งตัว บนผนังด้านข้างมีกระจกทางเดียว... โครงสร้างห้องสอบสวนแบบมาตรฐานเป๊ะ
ฝั่งตรงข้ามโต๊ะมีผู้ชายสองคนนั่งอยู่... หลี่ฮุยกับเฝิงจวิน
"ขอแนะนำตัวหน่อยนะ ฉันเป็เ้าหน้าที่ข่าวกรองของกองกำลังป้องกันยุทธศาสตร์ชิงหลง" เฝิงจวินเปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย
"พวกเราไม่ได้เจอกันครั้งแรก จำฉันได้มั้ย?"
"จำได้สิ"
หานเซียวตอบเสียงยานคาง
"พ่อหนุ่มกระเป๋าหนักคนนั้นไง"
เฝิงจวินถึงกับนิ่งเงียบไป... เลิกขยี้เื่นั้นสักทีได้มั้ย?
"หน่วย 13 หลี่ฮุย"
หลี่ฮุยแนะนำตัวด้วยใบหน้าตึงเปรี๊ยะ น้ำเสียงยิ่งแข็งทื่อ ทำเอาคนฟังอดคิดไม่ได้ว่าอึของหมอนี่ก็คงแข็งเป๊กพอๆกับหน้า
กองกำลังป้องกันยุทธศาสตร์ชิงหลงมีทั้งหมด 13 หน่วย เรียกสั้นๆ ว่าหน่วย 13
"จะให้เราเรียกนายว่า หานเซียว หรือ หมายเลขศูนย์ ดีล่ะ?"
เฝิงจวินเปิดประเด็นตรงไปตรงมา
"เอาที่สบายใจเลย"
หลี่ฮุยพูดแทรกขึ้นมา ท่าทีแข็งกร้าวและเข้าประเด็นทันที
"เลิกเล่นลิ้นได้แล้ว อธิบายเื่ค่าหัวหนึ่งล้านของแกมา ทำไมองค์กรเจอร์มินัลถึง้าตัวแก แกกุมความลับอะไรไว้ คายออกมาให้หมด"
หานเซียวเลิกคิ้วถามกลับอย่างสนใจ
"แล้วทำไมฉันต้องบอกพวกนายด้วยล่ะ?"
หลี่ฮุยแค่นเสียงเย็น
"แกคิดว่าที่นี่คือที่ไหน? พวกฉันสั่งให้แกพูดอะไร แกก็ต้องพูด!"
"ถ้าไม่พูดแล้วจะทำไม?"
หานเซียวอมยิ้มกวนๆ
"จะเอาปืนมายิงฉันงั้นสิ?"
"แกคิดว่าฉันไม่กล้าเรอะ!"
หลี่ฮุยตวาดลั่น
เฝิงจวินรีบยกมือห้ามทัพ
"พอๆ ใจเย็นก่อน... หานเซียว นายก็รู้ว่าพวกเราเป็หน่วยงานของรัฐ ให้ความร่วมมือหน่อยเถอะ มันเป็ผลดีกับตัวนายเองนะ"
หานเซียวขยับตัวเปลี่ยนท่านั่งให้สบายขึ้นพร้อมกับพูดพลางหัวเราะ
"คนนึงเล่นบทตำรวจโหด อีกคนเล่นบทตำรวจใจดี มุกนี้เขาใช้กันมาั้แ่ยุคพระเ้าเหาแล้ว ช่วยเปลี่ยนมุกหน่อยได้ไหม? เอาจริงๆฉันชอบแผนนารีพิฆาตอะไรเทือกนั้นมากกว่านะ พอต้องมานั่งมองหน้าตึงๆของชายฉกรรจ์สองคนเนี่ย อารมณ์จะพูดคุยมันก็หดหายหมด บริการด้วยรอยยิ้มอ่ะรู้จักมั้ย? เลิกเก๊กแล้วยิ้มหน่อยเร็ว"
เฝิงจวินหน้าเจื่อน กระแอมไอเบาๆแล้วแอบขยิบตาให้หลี่ฮุย หลี่ฮุยรับมุกทันที เขาแกล้งทำเป็โกรธจัดลุกพรวดขึ้นชี้หน้าหานเซียวแล้วตวาดเสียงกร้าว
"ที่นี่ไม่ใช่ที่ให้แกมาพูดกวนนะ! ฉันจับแกโยนเข้าคุกขังลืมยังได้เลย!"
"แหม เบ่งซะใหญ่โตเชียว..."
อยู่ๆหานเซียวก็หุบรอยยิ้มแววตาเปลี่ยนเป็คมกริบ
"ฉันมาจากองค์กรเจอร์มินัล คิดจะเอาเื่แค่นี้มาขู่ฉันเรอะ? คิดว่ามันจะได้ผลรึไง? เก็บลูกไม้ตื้นๆ พวกนี้ไปเถอะ อย่าเอามาเล่นละครให้ขำเลย"
"อยากให้ฉันร่วมมือก็ได้แต่ต้องแสดงความจริงใจหน่อย... ไปตามคนที่มีน้ำหนักพอจะคุยกับฉันมา"
"พวกนาย... ไม่คู่ควร!"
น้ำเสียงของเขากดต่ำและดุดันขึ้นเรื่อยๆ พอสิ้นประโยค หานเซียวก็ออกแรงกระชากกุญแจมือเต็มแรงจนเก้าอี้เหล็กถูกดึงลอยเหนือพื้นหนึ่งนิ้วก่อนจะกระแทกลงมาดังก้องกังวานไปทั่วห้องปิดทึบแห่งนี้
เฝิงจวินกับหลี่ฮุยสบตากันอย่างเคร่งเครียด ภารกิจของพวกเขาคือการหยั่งเชิงหานเซียวซึ่งหานเซียวก็มองออกอย่างทะลุปรุโปร่งเลยจงใจทำตัวกร่างไม่เกรงกลัวใครเพื่อส่งสัญญาณบอกคนที่แอบดูอยู่หลังกระจกบานนั้นว่าฉันมีไพ่ตายนะเว้ย
จังหวะนั้นเองที่ลำโพงในห้องสอบสวนก็มีเสียงทุ้มลึกของผู้ชายดังขึ้น
"จัดให้ตามคำขอ ฉันจะคุยกับนายเอง"
"นายเป็ใคร?"
หานเซียวปรายตามองไปที่กระจกวันเวย์และรู้อยู่แก่ใจว่าคนที่อยู่หลังกระจกคือเ้าของเสียง
"ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวกรอง หน่วย 13... ฉันคู่ควรพอมั้ย?"
หานเซียวหัวเราะหึๆ
"ก็พอถูไถ"
เฝิงจวินกับหลี่ฮุยถึงกับหนังตากระตุก... ไอ้นี่มันหน้าด้านหน้าทนจริงๆ!
ผู้อำนวยการไม่ได้ใส่ใจคำพูดกวนประสาทนั้น
"เมื่อกี้บอกว่าตัวนายเป็สมาชิกองค์กรเจอร์มินัล..."
หานเซียวพูดแทรกเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง
"เคยเป็ต่างหาก"
"หมายความว่านายแปรพักตร์งั้นเหรอ?"
"อืม"
หานเซียวแอบยิ้มในใจ
"นายเคยทำหน้าที่อะไร?"
"นักวิจัยฝ่ายสนับสนุน"
"วิจัยเกี่ยวกับอะไร?"
"อาวุธจักรกล"
"นายโกหก"
ผู้อำนวยการสวนกลับทันควัน
"แค่ข้อมูลแค่นี้มันอธิบายเื่ค่าหัวหนึ่งล้านของนายไม่ได้หรอก"
กำลังรอให้ถามประโยคนี้อยู่พอดีเลยหานเซียวตีหน้าตาย
"อย่ามาทำเป็พูดว่าฉันโกหกเลย เอาจริงๆลึกๆแล้วพวกนายกำลังคาดหวังให้ฉันมีของเด็ดๆที่มันคุ้มค่ากับเงินรางวัลหนึ่งล้านนั่นต่างหาก... ข้อมูลข่าวกรองไงล่ะ พวกนายถึงได้ตามสืบเื่ฉันแทนที่จะใช้ไม้แข็งจัดการไปเลย"
"ข้อมูลมันจะเกิดประโยชน์ก็ต่อเมื่อตกไปอยู่ในมือของขุมกำลังที่มีอำนาจมากพอจะลงมือจริงเท่านั้น การที่ฉันยอมโผล่หัวมาให้พวกนายจับก็ถือเป็การแสดงความจริงใจที่จะร่วมมือแล้ว ฉันเป็ศัตรูกับเจอร์มินัล ไม่ใช่ศัตรูของพวกนาย"
ผู้อำนวยการเสียงขรึมลง
"แล้วทำไมเราต้องร่วมมือกับนายด้วย? ลองมองดูรอบๆสิ ที่นี่ถิ่นเรา เรามีวิธีง้างปากนายตั้งเยอะแยะ!"
หานเซียวขยับตัวอย่างสบายอารมณ์ก่อนจะพูดขึ้นมาลอยๆว่า
"บันทึกการสื่อสารปีศักราชดารา 687 วันที่ 14 มิถุนายน... จุดปล่อยสัญญาณดาวอความารีน... เป้าหมายปราการที่แปดของดาร์กสตาร์... เนื้อหาถูกเข้ารหัสระดับสูงสุด"
ผู้อำนวยการชะงักไป...เขาเงียบกริบไปนานถึงสิบนาทีเต็ม
หลี่ฮุยกับเฝิงจวินสะดุ้งโหยง พวกเขาเข้าใจได้ทันทีว่าข้อความที่พวกเขากำลังฟังไม่รู้เื่นี้ทำให้ผู้อำนวยการต้องให้ความสำคัญในระดับสูงสุด ถึงขั้นต้องขอเวลาไปปรึกษากับเบื้องบน!
พอผู้อำนวยการเอ่ยปากพูดขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาก็เต็มไปด้วยความตึงเครียดถึงขีดสุด
"นายแน่ใจเหรอ?"
"ถ้าไม่ได้เห็นมากับตา ฉันจะรู้จักชื่อดาร์กสตาร์ได้ยังไงล่ะ?"
หานเซียวยิ้มมุมปาก
"ทีนี้... เรามาคุยเื่ความร่วมมือกันแบบจริงจังได้รึยัง?"
"...ตกลง"
ผู้อำนวยการตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง ถ้าสิ่งที่หานเซียวพูดเป็ความจริง ข้อมูลระดับนี้ถือว่าคอขาดบาดตายต่อชิงหลงและดาวอความารีนทั้งดวงอย่างยิ่งยวด
หานเซียวแอบขำอยู่ภายในใจ นี่คือบทพูดที่เขาเตรียมไว้ต้มตุ๋นพวกนี้ั้แ่แรกแล้ว
ทุกอย่างมันต้องเริ่มเล่าจากภูมิหลังของโลกใบนี้... นับั้แ่ยุคสำรวจเป็ต้นมา ขุมอำนาจระดับจักรวาลทั้งสามได้ปะทะและคานอำนาจกันมานับหมื่นปี แต่ก็ไม่มีใครสามารถทำลายใครได้ กฎแห่งป่ามืดคือรูปแบบพื้นฐานของสังคมจักรวาล เหมือนกับวิวัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของทุกยุคทุกสมัยนั่นแหละ เมื่อความวุ่นวายและความป่าเถื่อนสิ้นสุดลง ระเบียบก็จะถือกำเนิดขึ้น ขุมอำนาจระดับจักรวาลทั้งสามบรรลุข้อตกลงที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ จับมือกันสำรวจอวกาศและสร้างระบบระเบียบของจักรวาลขึ้นมาใหม่
จักรวาลไม่เคยโดดเดี่ยว ท่ามกลางดวงดาวที่ทอแสงระยิบระยับ เผ่าพันธุ์นับไม่ถ้วนใช้ชีวิตอยู่ตามมุมต่างๆ ของเอกภพ กองยานอวกาศที่มีจำนวนมหาศาลราวกับหมู่ดาวแล่นตัดผ่านมหาสมุทรที่ไม่มีผืนน้ำแห่งนี้ ข้อมูลข่าวสารนับอนันต์ล่องลอยผ่านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและการสื่อสารผ่านแสง รอคอยให้มีคนมาดักจับ ความคิดและเจตจำนงนับไม่ถ้วนพัวพันกันจนกลายเป็เสียงกระซิบแห่งจิติญญา เหมือนกระแสน้ำที่มองไม่เห็นซึ่งไหลเวียนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า
ความเงียบสงบเป็แค่เปลือกนอกเพราะเอาเข้าจริงแล้ว... จักรวาลนั้นคึกคักอย่างเหลือเชื่อ
อารยธรรมทุกแห่งล้วนต้องเคยผ่าน่เวลานี้กันมาทั้งนั้น... ่เวลาที่เฝ้ามองท้องฟ้าและตั้งคำถามว่า บนดวงดาวอันไกลโพ้นเ่าั้จะมีสิ่งมีชีวิตเหมือนพวกเขาหรือไม่? หลงระเริงคิดไปเองว่าเผ่าพันธุ์ของตนคือสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาแค่หนึ่งเดียวในจักรวาล ก้าวเท้าเข้าสู่อวกาศด้วยความหยิ่งผยองราวกับเป็ลูกรักของพระเ้า พร้อมกับความทะเยอทะยานอันแรงกล้าที่จะพิชิตกาแล็กซี... ก่อนจะถูกตบหน้าด้วยความจริงที่ว่า พวกเขาไม่มีสิทธิ์ไปพิชิตสตาร์โอเชียน พวกเขาไม่ได้โดดเดี่ยวและเผ่าพันธุ์ของพวกเขาก็ไม่ได้พิเศษอะไรเลย
จักรวาลในส่วนที่ถูกสำรวจแล้วถูกแบ่งออกเป็หลายเขตดาวเช่นวงแหวนดาราแตกสลายทะเลทรายดาราโบราณ แขนกังหันสีเงิน ทะเลจิติญญาแห่งดวงดาว ฯลฯ ในแต่ละเขตดาวก็จะประกอบไปด้วยกระจุกดาวนับสิบและกระจุกดาวก็ถูกแบ่งย่อยเป็ระบบดาวต่างๆตามด้วยโซนดวงดาวที่มีตัวเลขกำกับ และหน่วยย่อยที่สุดก็คือดวงดาวที่มีจำนวนมหาศาลเหมือนเม็ดทรายในมหาสมุทร ไล่เรียงระดับชั้นกันไปประกอบกันขึ้นเป็โลกแห่งทะเลดาวที่แปลกประหลาดและตระการตา
พิกัดหลักของดาวอความารีนคือวงแหวนดาราแตกสลายกระจุกดาวโคลตัน ระบบดาวการ์ตัน โซนที่เก้า ดาวอความารีน
ส่วนพิกัดที่ระบุตำแหน่งแบบเป๊ะๆนั้นจะเป็ระบบพิกัดหลายมิติที่ประกอบด้วยแกนหลายแกน ใช้การคำนวณที่สลับซับซ้อนระหว่างตัวอักษรและตัวเลข
ขุมอำนาจระดับอวกาศที่เข้ามาติดต่อกับดาวอความารีนคืออารยธรรมชั้นสูงจากระบบดาวการ์ตันที่มีชื่อว่ากอโดร่า ส่วนดาร์กสตาร์ที่หานเซียวหยิบยกขึ้นมาอ้างคือขุมกำลังฏที่แยกตัวออกมาจากกอโดร่า เป็พวกมักใหญ่ใฝ่สูงที่คอยหาจังหวะล้มล้างการปกครองของกอโดร่าเพื่อขึ้นเป็ใหญ่เสียเอง สองฝ่ายนี้คือศัตรูคู่อาฆาตที่เจอหน้ากันเป็ต้องฆ่า
ทะเลดาวนั้นกว้างใหญ่ไพศาล ขุมอำนาจและอารยธรรมนับไม่ถ้วนต่างมีเครือข่ายเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน ระดับของอารยธรรมส่วนใหญ่จะถูกชี้วัดจากขีดความสามารถในการเดินทางข้ามอวกาศ ยกตัวอย่างเช่น อารยธรรมกอโดร่า ต่อให้ไม่ต้องพึ่งพาประตูดาราหรือรูหนอนที่อารยธรรมระดับสูงกว่าสร้างไว้ให้ก็สามารถเดินทางข้ามโซนดวงดาวได้ด้วยเทคโนโลยีของตัวเองดังนั้นกอโดร่าจึงถูกจัดให้อยู่ในระดับอารยธรรมระดับระบบดาวซึ่งเจริญกว่าดาวอความารีนหลายขุม... ดาร์กสตาร์เองก็อยู่ในระดับเดียวกัน
ถ้าองค์กรเจอร์มินัลแอบติดต่อกับดาร์กสตาร์จริงแล้วได้รับการสนับสนุนด้านทรัพยากรหรือเทคโนโลยีการทหารจากพวกมันล่ะก็... หกประเทศมหาอำนาจจะต้องซวยบรรลัยแน่! ขุมอำนาจชั่วร้ายอย่างดาร์กสตาร์ไม่มีทางยอมทำตามสนธิสัญญาการติดต่อระหว่างอารยธรรมครอบจักรวาลฉบับปรับปรุงครั้งที่เจ็ดที่ขุมอำนาจระดับจักรวาลทั้งสามตั้งกฎเอาไว้ในยุคสำรวจหรอก
รายละเอียดเบื้องลึกเกี่ยวกับการติดต่อกับขุมอำนาจอวกาศ ถือเป็ความลับระดับสุดยอดของหกประเทศมหาอำนาจ ดังนั้นทันทีที่หานเซียวพูดเื่นี้ออกมา ผู้อำนวยการจึงไม่สงสัยในความน่าเชื่อถือของมันเลยสักนิด... และนั่นคือเหตุผลที่เขาเครียดจนหัวแทบะเิ
แต่ในความเป็จริงแล้ว องค์กรเจอร์มินัลไม่เคยแอบติดต่อกับดาร์กสตาร์เลยสักนิด! แต่ยังไงซะชิงหลงก็ไม่มีปัญญาไปตรวจสอบเื่พรรค์นี้ได้อยู่แล้ว เขาจะปั้นน้ำเป็ตัวหลอกแหกตายังไงก็ได้ทั้งนั้น
การโยนข้อมูลสุดตกตะลึงออกไปจะบีบให้หน่วย 13 ต้องเห็นหัวเขามากขึ้น แถมยังเป็การอัปเกรดระดับความอันตรายขององค์กรเจอร์มินัลในสายตาของชิงหลงไปในตัวซึ่งจะช่วยดันให้เควสต์หลักของเขาคืบหน้าไปได้สวย... มีแต่ได้กับได้ ทำไมจะไม่ทำล่ะ?
การเกาะชิงหลงกินมันก็แค่แผนชั่วคราว หานเซียวไม่ได้กะจะอาศัยจมูกคนอื่นหายใจไปตลอดชาติอยู่แล้ว หน่วย 13 ไม่มีทางไว้ใจเขาเต็มร้อย สำหรับหานเซียวนั้นความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายก็แค่การแกล้งเล่นตามน้ำยืมมือคนอื่นปูทางให้ตัวเอง เื่จะให้เขามาทำงานถวายหัวรับใช้รัฐบาลน่ะฝันไปเถอะ! เขาแค่กะจะยืมอำนาจและเส้นสายของชิงหลงมาใช้จัดการกับเจอร์มินัลเพื่อฟาร์มเลเวลชิลๆ พอปีกกล้าขาแข็งเมื่อไหร่ หานเซียวก็จะถีบหัวส่งชิงหลงแล้วบินเดี่ยวทันที
วีรกรรมการต้อนรับสุดพิเศษที่พวกแกทำกับฉัน ฉันจดลงบัญชีหนังหมาไว้หมดแล้ว วันหลังพ่อจะมาคิดบัญชีรวบยอดให้เข็ด หานเซียวเขย่ากุญแจมือเบาๆและคาดโทษในใจ
ดาวเริ่มต้นแต่ละดวงก็เปรียบเสมือนเซิร์ฟเวอร์ที่แยกขาดจากกัน เควสต์หลักก็แตกต่างกันไป ด้วยความเนิร์ดส่วนตัว หานเซียวเคยศึกษาไทม์ไลน์และเหตุการณ์สำคัญใน่เวลาต่างๆของขุมกำลังแต่ละฝ่ายในจักรวาลมาอย่างทะลุปรุโปร่ง ซึ่งตอนนี้ความรู้พวกนั้นมันได้กลายมาเป็คลังข้อมูลข่าวกรองอันล้ำค่าที่สุดของเขาไปแล้ว
ถึงดาวเริ่มต้นแต่ละดวงจะอยู่ห่างไกลกันคนละซีกจักรวาล แต่ในอวกาศก็มีกรุ๊ปทัวร์ข้ามดาวที่ให้บริการด้านการเดินทางโดยเฉพาะ ขอแค่มีเครื่องมือสื่อสารข้ามดาวก็สามารถติดต่อไปหาได้แล้ว พวกเขาจะระบุพิกัดต้นทางของสัญญาณโดยอัตโนมัติ แล้วอาศัยประตูดาราที่ขุมอำนาจระดับจักรวาลสร้างทิ้งไว้ตามกระจุกดาวและระบบดาวต่างๆเพื่อวาร์ปข้ามมิติ ขอแค่มีปัญญาจ่าย ต่อให้คุณอยากจะเดินทางข้ามจักรวาลจากฟากนึงไปอีกฟากนึงก็ไม่ใช่ปัญหา ยังไงซะลีกการแข่งขันระดับมืออาชีพก็ต้องออกแบบมารองรับผู้เล่นจากดาวทุกดวงอยู่แล้ว ถ้ามารวมตัวกันไม่ได้แล้วจะจัดแข่งอีสปอร์ตกันยังไงล่ะ? กิจกรรมและทัวร์นาเมนต์สเกลใหญ่ของเหล่าผู้เล่นมักจะใช้ดาวที่เป็กลางหรือไม่ก็ดาวร้างเป็สังเวียนจัดงานเสมอ
"ขอแผนที่ประเทศชิงหลงแผ่นนึง กับปากกาด้วย"
อยู่ๆหานเซียวก็เอ่ยปากสั่ง
เฝิงจวินกางแผนที่ชิงหลงลงบนโต๊ะ หานเซียวหยิบปากกาขึ้นมาวงกลมจุดสามจุดลงไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับเขียนรายละเอียดสั้นๆกำกับไว้
"นี่คือพิกัดฐานย่อยลับสามแห่งขององค์กรเจอร์มินัลที่ซ่อนตัวอยู่ในเขตของชิงหลง... ถือซะว่านี่คือของขวัญแสดงความจริงใจในการร่วมมือจากฉันก็แล้วกัน"
"นายรู้แค่สามแห่งงั้นเหรอ?"
"แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่นี้หรอก รอให้พวกนายส่งคนไปตรวจดูให้แน่ใจก่อนว่าข้อมูลของฉันเป็ของจริงรึเปล่าแล้วเราค่อยมาคุยเื่ที่เหลือกันต่อ"
ขืนคายความลับไปหมดรวดเดียวมันก็ไม่มีประโยชน์อะไร หานเซียวไม่ยอมหงายไพ่ทุกใบในมือให้ดูง่ายๆหรอก
"นายมีเงื่อนไขอะไร?"
ผู้อำนวยการถามเข้าประเด็นขณะที่เฝิงจวินกับหลี่ฮุยถึงกับหูผึ่งตั้งใจฟัง
หานเซียวยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย
"ฉันก็แค่อยากร่วมมือถล่มองค์กรเจอร์มินัล"
แค่นี้เองเรอะ?!
"ฉันจะรายงานเื่ของนายให้เบื้องบนรับทราบ ระหว่างนี้ก็นอนเล่นอยู่ที่นี่ไปก่อนแล้วกัน"
พูดจบ ผู้อำนวยการก็ตัดการติดต่อไปทันที
หานเซียวเลิกคิ้วขยับกุญแจมือให้เกิดเสียงกระทบกันเบาๆ
"อย่าปล่อยให้ฉันรอนานนักล่ะ ฉันลางานมาได้แค่วันเดียวเองนะ"