(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    ตอนที่ 6 นาย...ออกไป

    ตอนที่ 6 นาย...ออกไป
    ปัญญาประดิษฐ์หรือ A.I. ที่มีนามว่า อัลฟ่า จะควบคุมดูแลโลก The Era Online เอาไว้ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว คนในบริษัทPhoenix Studio ก็ไม่สามารถเข้าไปแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนโลก The Era Online ได้แม้แต่นิดเดียว พนักงานทั้งหมดในบริษัททำได้แค่พัฒนาเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับเกม และ ประชาสัมพันธ์เท่านั้น แม้แต่ประธานบริษัท Phoenix Studio โนเบล เบอร์นาท ผู้ที่เป็นคนสร้าง AI อัลฟ่าและโลก The Era Online ก็ทำได้เพียงแค่เข้าไปดู ฐานข้อมูล แต่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้
    ทำให้ The Era Online ได้รับการขนานนามว่าเป็นสุดยอมเกมที่มีเนื้อหาและตำนานเป็นของตัวเองที่สุดตั้งแต่มีเกม VRMMORPG มาเลย ทุกคนมีสิทธิที่จะเป็นที่ 1 ไม่ว่าจะเป็นใคร ไม่มีการโกง ไม่มีโปรแกรมช่วยเล่นหรือแฮคเกอร์คนไหนสามารถเจาะทะลวง AI อัลฟ่า ได้
    ในฐานะที่ย้อนเวลากลับมาสิ่งหนึ่งที่เขาคิดมาตลอด คือการวางแผนในการเล่น การไม่วางแผนล่วงหน้าจะทำให้การเล่นเป็นสิ่งที่ยากลำบาก เจสเปอร์ต้องการสถานที่ที่เงียบสงบในการใช้ความคิด เขาเลยเลือกที่จะตรงไปห้องสมุด
    “ผมขอจองห้องส่วนตัว ขนาดเล็กเป็นเวลา 3 ชั่วโมงครับ”
    เจสเปอร์ยื่นบัตรนักศึกษาให้ทางบรรณารักษ์ เมื่อตรวจสอบว่าเป็นนักศึกษามหาลัยแห่งนี้จริง บรรณารักษ์ก็ให้ เจสเปอร์ สแกน ลายนิ้วมือเพื่อยืนยันขั้นตอนสุดท้าย
    ห้องส่วนตัวในห้องสมุด ในมหาลัย HCCU มีมากมายหลายห้อง มีทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ เพื่อให้นักศึกษามาค้นคว้าข้อมูลร่วมกัน ในห้องขนาดเล็กเป็นห้องสี่เหลี่ยมขนาด 1-2 คน มีโซฟา โต๊ะและกระดานดิจิตอล อยู่ภายใน แต่ด้วยความที่มันเป็นห้องส่วนตัวทำให้มีนักศึกษามามั่วสุม พลอดรักอยู่กันเป็นประจำ ทางมหาลัยจึงได้ออกมาตรการคุมเข้ม มีเจ้าหน้าที่เดินตรวจอยู่ตลอดเวลา
    เจสเปอร์มาที่ห้องของตัวเอง และ เปิดโทรศัพท์ของตนขึ้นมา โยนข้อมูลในช่วงเริ่มต้นที่มีฉายขึ้นบนกระดานดิจิตอล ข้อมูลทั้งหมดมีมากจน ตาลาย หากดูข้อมูลพวกนี้ในโทรศัพท์คงใช้เวลานานมากและอาจตกหล่นจุดสำคัญไปได้ กระดานดิจิตอลจึงมีส่วนช่วยอย่างมากในการเรียบเรียงข้อมูล เพียงแค่เลือกข้อมูลที่ต้องการมันก็จะปรากฏขึ้นบนกระดานทั้งหมดอย่างเป็นระเบียบ ก่อนอื่นเลยเขาต้องหาที่พักใหม่ซะก่อนและจำเป็นต้องมีห้องที่ใหญ่กว่านี้ ยังไม่ต้องหวังถึงบ้านแค่ห้องหรูๆสักห้องก็เหมาะสมแล้ว
    ภายในห้องส่วนตัวในห้องสมุด เขานั่งอ่านข้อมูลบนกระดานและจดโน็ตอยู่เป็นระยะ เจ้าหน้าที่ที่เดินผ่านไปผ่านมาเพื่อเดินตรวจ ก็เหลือบมองมาที่ห้องของเจาเปอร์ ตั้งใจมั่นทบทวนบทเรียน ถือว่าน่าชื่นชม ยิ่งดูข้อมูลบนกระดานมีตัวหนังสือเต็มไปหมด แถมยังมีไฮไลต์จุดสำคัญเอาไว้เยอะมาก แถมมีภาพที่วาดเองกับมือชี้จุดอยู่เต็มไปหมด เจ้าหน้าที่คนนั่นไม่รู้เลยว่าข้อมูลที่อยู่ในกระดานไม่มีเนื้อหาการเรียนแม้แต่นิดเดียว เพราะมองจากระยะไกล จึงมองไม่ถนัดคิดว่านักศึกษากำลังทบทวนบทเรียนอย่างจริงจัง แต่เจสเปอร์ไม่รู้เลยว่าเจ้าหน้าที่ได้คิดแบบนั้นไปแล้ว ในหัวของเจ้าหน้าที่ไม่อยากรบกวนห้องส่วนตัวห้องนี้เลยไม่เดินมาตรวจตรงจุดนี้อีก
    ไม่นานหลังจากเจ้าหน้าที่เดินตรวจ ประตูห้องของเจสเปอร์ก็มีคนเข้ามา เป็นผู้หญิงคนนึง ที่ใส่หมวก ใส่แว่นดำและผ้าปิดปาก ปิดบังใบหน้ามากกว่าตัวเค้าเองซะอีก รูปร่างไม่ต้องพูดถึงขนาดใส่เสื้อคลุมทั้งตัวก็มองดูรู้เลยว่าเธอหุ่นดีมากแค่ไหนและที่สำคัญกลิ่นน้ำหอมเธอหอมมาก เจสเปอร์ได้กลิ่นก็เคลิ้บเคลิ้มเหมือนทั้งห้องนั่นหอมอบอ้วนไปด้วย กลิ่นดอกไม้อ่อน
    “นาย ออกไป”
    หญิงสาวตรงหน้าเค้าพูดกับเขามาเพียงแค่ประโยคเดียว แต่ในประโยคเหล่านั่นแฝงไปด้วยเจตนาไล่อย่างชัดเจนเจสเปอร์ไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้อีกทั้งเธอปิดบังใบหน้าของเธอด้วย
    “ฉันใช้ห้องนี้อยู่ หากเธอต้องการใช้ห้องอื่นก็ไปแจ้งบรรณรักษ์สิ” เจสเปอร์ก็อยากจะยกห้องนี้ให้แต่เขายังใช้งานไม่เสร็จ
    “ห้องอื่นเต็มหมดแล้ว และห้องอื่นมีเจ้าหน้าที่เดินตรวจจนน่าลำคาน ห้องนี้เหมาะที่สุดแล้ว ไม่มีคนกวนใจ” หญิงคนนั่นยังพูดโดนเจตนาเช่นเดิม
    เจสเปอร์ไม่สามารถอ่านความรู้สึกเธอได้ เพราะเธอใส่แว่นและผ้าปิดปากอยู่ตลอด
    “ผมต้องขอโทษด้วย ผมจำเป็นต้องใช้ห้องนี้จริงๆและอีกอย่างผมมาก่อน” เจสเปอร์ตอบกลับอย่างสุภาพ
    “ออกไป” พูดจบเธอก็วางกระเป๋าของเธอลงบนโต๊ะและนั่งลงบนโซฟาทันทีไม่ได้สนใจคำพูดของเขาเลยแม้แต่น้อย
    งั้นก็ดีในเมื่อพูดดีด้วยแล้วยังไม่เข้าใจอีก ก็อย่าหาว่าเขาน่าไม่อายก็แล้วกัน เจสเปอร์เก็บของออกจากโต๊ะทั้งหมดและนั่งลงกับพื้น รวบรวมข้อมูลต่อไป โดยไม่สนความเป็นอยู่ของผู้หญิงคนนี้ ในเมื่อเธอจะดื้อดึงเองก็ไม่จำเป็นที่จะต้องผ่อนปรน แต่ถึงยังไงเธอก็เป็นผู้หญิงจะให้ทำอะไรที่รุนแรงก็เกรงว่าจะไม่เหมาะ
    ผ่านไปนานกว่า 5 นาที
    “ทำไมนายยังไม่ออกไปอีก” หญิงสาวคนเดิมจ้องมองเจสเปอร์ราวกับจะฆ่าเขาด้วยสายตา
    “ฉันก็บอกเธอไปแล้วว่า ฉันกำลังใช้งานห้องอยู่และจำเป็นที่จะต้องใช้ห้องจริงๆ”เจสเปอร์ไม่เงยหน้าหันมามองผู้หญิงคนนั่นสักนิด
    “นายจะออกหรือไม่ออก”น้ำเสียงเธอดุดันมากขึ้นกว่าเมื่อสักครู่อยู่เล็กน้อยแต่ก็ยังนั่งกอดอกและจ้องมองมาอย่างแน่วแน่
    “เธออยากจะทำอะไรก็ทำ ฉันสาบานได้เลยว่าจะไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย”
    เจสเปอร์ก้มหน้า เงยบนกระดานสมาธิเขาจดจ่ออยู่กับข้อมูลเหล่านั้นจนไม่วางตา ไม่รู้ว่ามันผ่านไปนานแค่ไหน อาจจะสัก 10-20นาที เขาก็ยังไม่สนใจความมีอยู่ของผู้หญิงคนนี้สักนิด
    “นายกำลังทำอะไร” เธอพูดขึ้นมาอีกครั้งหลังจากนิ่งเงียบจ้องมองเจสเปอร์อยู่นาน
    “บอกไปเธอก็ไม่เข้าใจหรอกและเธอไม่จำเป็นต้องมองผมตลอดเวลาขนาดนั่นก็ได้ ผมไม่ใช่คนไม่ดีอะไร คุณอยากทำอะไรก็ทำเถอะ ผมไม่สนใจสิ่งที่คุณทำหรอก”
    เจสเปอร์ยังคงง่วนกับข้อมูลตรงหน้า บรรยากาศที่น่าอึดอัดค่อยๆเบาบางลง ผู้หญิงคนนั่นไม่ได้จ้องมองเขาเหมือนเมื่อครู่แต่กำลังนั่งอ่านหนังสือเล่มนึงในมือ มีการขีดไฮไลท์อยู่เป็นระยะ ตอนนี้เธอถอดแว่นกันแดดกับหมวกออกแล้ว ขนาดเจสเปอร์ที่ไม่สนใจเธอและไม่ได้ขยับไปไหน แต่สายตาก็เหลือบมองเธออยู่บ่อย ผมดำยาว กับแววตา ทีสดใส นั่นสามารถสระกดผู้คนได้เลย ใบหน้าเธอเล็กมากๆ ขนาดมีผ้าปิดปากใส่อยู่ ก็ยังไม่สามารถบดบังความสวยและความมีเสน่ห์ของเธอได้เลย
    เจ้าหน้าที่กลับมาเดินตรวจอีกครั้ง เจ้าหน้าที่เดินตรวจห้องอื่นๆพบว่ามีหลายห้องกำลัง พลอดรักกัน ทำให้ต้องเสียเวลาตรวจมากขึ้น ทั้งชั้นมีโซนห้องส่วนตัวอยู่เยอะมากถึงแม้จะเป็นกระจกใส นักศึกษาพวกนี้ก็ไม่อายที่จะพลอดรักกัน แต่เมื่อเดินตรวจถึงห้อง เจสเปอร์ เจ้าหน้าที่ก็ตกใจมากเมื่อภายในห้องมีผู้หญิงอีกคนอยู่ด้วย เขาเผลอเชื่อใจชายหนุ่มในห้องนี้จนไม่อยากรบกวน ผ่านไปสักพักไอ้หนุ่มคนนี้กับพาผู้หญิงเข้าห้อง ต้องจับตาดูให้ดีกว่านี้
    เวลาค่อยๆผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง เจ้าหน้าที่เดินกลับมาตรวจห้องเจสเปอร์ เป็นรอบที่ 5 แล้ว เจ้าหน้าที่คนนั่นก็ต้องเปลี่ยนความคิดอีกรอบ นักศึกษาในห้องนี้ทั้งสองคน ดูเหมือนไม่เปลี่ยนท่าทางกันเลยรึยังไง ฝ่ายชายที่นั่งอยู่ที่พื้นง้วนกับมือถือและสมุดจดในมือ กระดานดิจิตอลก็แสดงเนื้อหาอยู่เต็มไปหมดไม่ซ้ำกันสักครั้งที่เดินมาตรวจ ส่วนผู้หญิงก็ยังไม่ถอดผ้าปิดปากออกมาเลยแถมยังจดจ่อในหนังสือเล่มเดิมแถมมากกว่าผู้ชายที่พื้นอีกตั้งหาก นี้สิถึงสมกับการเป็นนักศึกษาที่สะอาดทั้งร่างกายทั้งจิตใจ ชายหนุ่มในห้องก็หล่อเหลามากๆ ถ้ามีหน้าตาแบบนี้คงมีผู้หญิงมาติดแน่ๆ แต่นักศึกษาหญิงคนนั่นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เธอสวยราวกับเทพธิดา ถ้าตนเองเป็นเด็กผู้ชายในห้อง ก็คงพอใจแล้วละที่มีเธอมาเคียงข้าง เจ้าหน้าที่คิดไปไกลจนลืมตัวไปชั่วขณะ เขาวางใจห้องนี้แล้วหลังจากสังเกตมานาน
    ภายในห้องยังคงไม่มีเสียงพูดคุยกันสักประโยค มีเพียงเสียงกระดาษที่พลิกตามจังหวะ เจสเปอร์รวบรวมข้อมูลและวางแผนเบื้องต้นเสร็จไปส่วนนึงแล้ว ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจเล็กน้อย เมื่อก้มมองนาฬิกาในข้อมือของตัวเองก็ต้องตกใจ ตนใช้เวลาไปเกือบ 2 ชั่วโมงแล้ว แต่ข้อมูลที่ต้องเตรียมยังมีอีกสักนิดหน่อย เจสเปอร์อยากเดินออกไปหาอะไรดื่มสักนิดเพื่อผ่อนคลายตัวเองลง
    “ฉันจะออกไปซื้อน้ำ เธออยากได้อะไรไหม”
    เจสเปอร์มองไปที่เธอ เพราะเธอก็นั่งอยู่ทีเดิมมานานไม่ต่างกัน การที่เขาออกไปข้างนอกอาจจะช่วยให้เธอผ่อนคลายขึ้น“...”ไม่มีเสียงตอบรับจากหญิงสาวปริศนาคนนี้ เธอเพียงมองมาที่เจสเปอร์ เหมือนกับกำลังประเมินอะไรสักอย่าง
    “ฉันจะไปซื้อน้ำกระป๋องตรงตู้กดน้ำอัตโนมัตินะ ฉันใส่อะไรลงไปในนั่นไม่ได้หรอก”
    “…”
    เธอไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่มอง เจสเปอร์ออกไปจากห้อง เมื่อเจสเปอร์รับสายตาไปเธอก็ค่อยๆเลื่อนผ้าปิดปากลงมา เผยใบหน้าทั้งหมดออกมา หากใครได้มาเห็นก็คงตรงอยู่ภายใต้มนต์เสน่ห์ของเธอแน่ๆ นางฟ้าประจำมหาลัย สาวสวยอันดับ 1 ที่ไม่ต้องประกวดก็ได้ตำแหน่งไปครองอย่างไร้คู่แข่ง ‘เทพธิดาไอรีน’ นางฟ้าประจำมหาลัย HCCU เธอเดบิวต์เป็นไอดอล GirlGroup วง Blessing มา 2 ปีแต่ตัววงกลับไม่โด่งดังเท่าที่ควรมีเพียงงดงามของไอรีนเท่านั้นที่โดดเด่นจนล้ำหน้าเพื่อนร่วมวง ทำให้เธอมีงานเดียวเข้ามามากมายจนเป็นที่อิจฉาของเพื่อนร่วมวง สื่อต่างๆยิ่งชอบที่จะเขียนข่าวดราม่า มีเกาเหลาภายในวงบางละ ไอรีนจะออกจากวง Blessing บางละ ทางค่ายเองก็ไม่ได้ออกมาปกป้องเธอจากข่าวพวกนี้เลย ทำให้เธอต้องดิ้นรนด้วยตัวเอง
    เจสเปอร์ซื้อน้ำอัดลมให้ตัวเองพร้อมกับขนมปังและก็ไม่ลืมที่จะซื้อชามะลิร้อนกระป๋องให้กับหญิงปริศนาคนนั่นด้วย ถึงแม้เธอจะไม่ได้ขอให้ซื้อให้ก็ตาม แต่การจะกินของต่อหน้าคนอื่นโดยไม่แบ่งเจสเปอร์ทำตัวไม่ถูกจริงๆ