"ท่านย่า!! นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน”เขาถามหญิงชราด้วยความสงสัยบ่งบอกเลยว่าหน้าตาของเขาตอนนี้มีแต่เครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด
“เ้า้าอะไรละองค์ชาย? ทำไมเ้าจึงมาถามย่าเช่นนี้?”
“เหตุใดท่านย่าถึงให้ลู่ซิ่วอิงนั้นย้ายมาอยู่ตำหนักใหม่?”
“ก็ไม่เห็นแปลกเลยนี่นางมาขอข้าก็ยกให้ก็แค่นั้น”
“แต่นางเป็ชายาของข้าก็ต้องอยู่ที่ตำหนักของข้าสิท่านย่า”
“ก็เ้าไม่ได้มีใจที่รักนางไม่ใช่หรือไงจะให้อยู่ด้วยกันไปมันก็อึดอัด ย่าก็ผิดเองที่หาผู้หญิงดีๆ มาให้เ้าแต่เ้ากลับไม่ได้สนใจนาง ฉะนั้นแล้วย่าก็เห็นสมควรที่จะให้นางออกมาอยู่ตำหนักของตัวเอง"หยางลี่จูพูดพร้อมกับชำเลืองมองหน้าของหลานชายและสังเกตดูปฏิกิริยาของชายหนุ่มว่าจะมีปฏิกิริยาใดโต้ตอบนางหรือไม่
“นี่เ้า!! เ้าแค่เถียงข้าไม่ชนะถึงกลับมาขอให้ท่านย่าย้ายเ้ามาอยู่ตำหนักใหม่อย่างนั้นหรอ?”
“องค์ชายท่านจะใส่ใจไปไปทำไมข้าจะอยู่ตำหนักใหม่หรือไม่มันก็ไม่เกี่ยวกับท่าน”
“ลู่ซิ่วอิง เ้า้าจะเอาชนะข้าอีกอย่าคำพูดของเ้าที่พูดกับข้าก็เปลี่ยนไป”
“ข้ามีบังอาจคิดเช่นนั้นหรอกองค์ชายใครจะกล้าล่วงเกินท่าน ที่เป็ถึงบุตรชายคนโตของท่านอ๋องหยางซูและหลานชายองค์โตขององค์ไท่เฟย อีกอย่างที่ผ่านมาข้าบังอาจล่วงเกินท่านใช้คำพูดกับท่านไม่เหมาะสม ขอโปรดองค์ชายให้อภัยกับความโง่เขลาของข้าด้วย”หญิงสาวแสดงละครตบตา เพื่อให้ชายหนุ่มหมดคำพูดที่จะต่อว่านางได้อีก
“รู้จักนักแสดงอย่างฉันน้อยไปแล้วหยางเฟยหลง”นางคิดในใจและมองดูสีหน้าของชายหนุ่ม
“นี่เ้าประชดประชันข้างั้นรึ” พูดแล้วชายหนุ่มก็จับแขนหญิงสาวกระชากขึ้นมา
“โอ๊ยข้าเจ็บนะองค์ชายเหตุใดท่านจึงต้องกระชากแขนข้าเช่นนี้ล่ะ" หญิงสาวแสดงท่าทีเ็ปที่ชายหนุ่มกำแขนของนางไว้แน่น
“ท่านย่าช่วยข้าด้วย องค์ชายเฟยหลงรังแกข้า"ซิ่วอิงนางแสดงบทสาวน้อยที่ทำตัวหน้าตาน่าสงสารเพื่อให้ย่าอย่างหยางลี่จูเห็นอกเห็นใจและสงสารนาง
“นี่เฟยหลงเ้าจะทำอะไรนาง? เ้าปล่อยนางเดี๋ยวนี้”
“แต่ท่านย่าข้าไม่ได้ทำอะไร นางถึงขั้นเ็ปเลยนางมารยา ท่านอย่าได้หลงเชื่อนางเป็อันขาดนะท่านย่า”
“นางมารยางั้นหรอข้ารู้จักนางั้แ่นางยังตัวเล็กๆ นางไม่เคยมีพิษมีภัยกับใครแล้วนางไม่เคยเสแสร้งเ้าอย่ามาว่าร้ายนางให้ข้าเห็นนะ”
“ท่านย่า ท่านเข้าข้างนางที่เป็คนนอกแต่ท่านไม่เข้าข้างข้าที่เป็หลานแท้ๆของท่าน”
“องค์ชาย ข้าอยากให้เ้าเข้าใจนางไม่ได้เป็อย่างที่เ้าคิด ข้ารู้จักนางั้แ่นางยังเล็กเชื่อข้าเถอะ”
“เ้า!!!…ลู่ซิ่วอิง เราจะได้เห็นดีกัน”เฟยหลงยื่นหน้าไปหาซิ่วอิง แล้วกระซิบคำพูดกับนางเมื่อเขาถอยออกห่างจากใบหน้าของนาง สิ่งที่เขาเห็นสายตาและรอยยิ้มของนางยิ้มเยาะเย้ยชายหนุ่มที่ครั้งนี้องค์ไท่เฟยเข้าข้างนางและยังฝเฟยหลงก็ได้พ่ายแพ้ไปกับนาง วันนี้นางมีชัยอีกครั้งที่สามารถเอาชนะชายหนุ่มได้ ทำให้ชายหนุ่มที่มองเห็นปฏิกิริยาของนางในตอนนี้รู้สึกหมั่นไส้นางยิ่งกว่าเก่า
“งั้นข้าขอตัวนะท่านย่า”
“องค์ชายจะไปแล้วเหรอเพคะ”ซิ่วอิงทำท่าทำทางโบกมือใส่ชายหนุ่ม หยางลี่จูเห็นการกระทำของหญิงสาวนางไม่คิดที่จะดุหญิงสาว แต่กลับอมยิ้มที่มุมปากมองดูท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูของหญิงสาวในตอนนี้
“ซิ่วอิงมาหาย่าหน่อย”
“เ้าค่ะท่านย่า ท่านมีอะไรใช้ข้ารับใช้”
“ต่อไปนี้เ้าอยู่ที่นี่ ข้าจะสั่งคนไว้หากไม่ใช่คนของข้า จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาที่นี่เ้ามีอิสระแล้วในการอยู่ในตำหนักนี้ แต่อย่าคิดว่าการที่ย้ายมาอยู่ตำหนักเ้าข้าจะไม่ว่าอะไร จริงๆแล้วก็อยากให้เ้าอยู่ใกล้กับองค์ชายให้มากที่สุดแต่ในเมื่อองค์ชาย ยังมีนิสัยแบบนี้ ถึงเ้าแล้วเขาจะอยู่ด้วยกันมันก็จะไม่เป็ผลดี”
“แต่ท่านย่า องค์ชายไม่พึงพอใจข้าจะให้ข้าทำเช่นไร”
“เ้าก็ลองอ้อนองค์ชายดูสิ”
“ข้าทำไม่เป็หรอกท่านย่า”
“อยู่ข้างนอกจะทำอะไรก็ระวังหน่อย และถึงแม้เ้าจะมีตำหนักเป็ของตัวเองเ้าก็ยิ่งต้องระวังอย่างยิ่ง อย่าได้ชะล่าใจ”
“เ้าค่ะท่านย่า” หญิงสาวตกปากรับคำ และคิดว่าตอนนี้เหตุการณ์ยังดูสงบอยู่ทำไมองค์ไท่เฟยถึงยังรู้สึกหวาดระแวงเื่ขององค์ชายอยู่อย่างนี้ล่ะ
ตกกลางคืนเงียบสงัดบนหลังคามีเงาของใครคนหนึ่งค่อยๆเดินบนหลังคาด้วยฝีเท้าที่เบามาก เขาเดินมาที่ตำหนักขององค์ชายเฟยหลงในขณะนั้นเฟยหลงกำลังนั่งอ่านตำราอยู่ กระเบื้องบนหลังคาค่อยๆ ถูกแย้มออกใครคนนั้นกำลังเล็งเข็มพิษเพื่อจะเป่าใส่องค์ชายเฟยหลงแต่ทันใดนั้นก็มีใคนคนหนึ่งได้เปิดประตูเข้ามาที่ตำหนักขององค์ชายทำให้คนที่อยู่ข้างบนหลังคาถึงกับใและรีบถอยหนีไปทันที
“หยางเฟยหลงเ้ากำลังทำอะไรอยู่?” หญิงสาวถามชายหนุ่มด้วยท่าทีที่หยอกล้อเขาทำให้คนที่กำลังศึกษาตำราอยู่ถึงกลับไม่สบอารมณ์ที่หญิงสาวเข้ามาโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต
“เ้ามีตำหนักของเ้าแล้วเ้าจะเข้ามาในตำหนักข้าทำไม?”
“ในเมื่อตอนกลางวันเ้าบอกว่าข้าเป็ชายาของเ้าเช่นนั้นข้าก็มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาที่ตำหนักเ้าสิ”
“อย่าได้เพ้อเจ้อไปซิ่วอิงเ้าบอกปฏิเสธข้าาต่อหน้าท่านย่าแล้วเ้าจะมาเรียกร้องคำว่าชายาอะไรในตอนนี้ไหนคำพูดของเ้าเมื่อตอนกลางวัน"
“ที่ท่านไปต่อว่าข้าที่ตำหนักขององค์ไท่เฟยไม่ใช่ว่าเ้าไม่พอใจที่ข้าย้ายตำหนักออกมาหรอกหรอ?”
“จะเป็อย่างนั้นได้ยังไงกัน?”
“ข้ารู้ว่าท่านไม่อยากให้ข้าย้ายออกจากตำหนักนี้”
“เ้าคิดเองเออเองทั้งนั้น”
“องค์ชายไม่พึงปรารถนาที่จะให้ข้ามาอยู่ที่นี่เหตุใดท่านจึงไปตามข้าที่ตำหนักขององค์ท่านเฟย?”
“เ้าคิดว่าเ้าพิเศษขนาดไหนถึงจะไปขอนั่นขอนี่กับองค์ไท่เฟยได้ถึงจะเป็ชายาของข้าแต่เ้าก็ไม่ได้มีตำแหน่งใหญ่โตอะไรฐานะเ้าก็ไม่ได้สูงกว่าข้าฉะนั้นการที่ข้าไปโวยวายเ้าเหตุผลก็เพราะเ้าเรียกร้องมากเกินไป"
“ข้าเรียกร้องนั้นหรอ”
“อย่าคิดว่าท่านย่ารักเ้ามากแล้วเ้าจะขออะไรก็ได้ทุกอย่างนะซิ่วอิง”
“งั้นข้าขออภัยท่านพักผ่อนเถอะข้าไม่กวนท่านแล้ว”ในขณะที่ซิ่วอิงพูดสายตานางก็เหลือบขึ้นไปมองบนหลังคาตอนนี้ใครคนนั้นที่อยู่บนหลังคาได้จากไปแล้วนางจึงขอตัวกลับเพราะไม่มีเหตุอันใดที่จะต้องอยู่ที่นี่
“นึกอยากมาก็มา นึกอยากไปก็ไปเ้าเห็นตำหนักข้าเป็สวนสนุกนักหรือไง?”
“คงอย่างนั้นมั้งคะองค์ชาย”พูดจบหญิงสาวก็เดินออกจากตำหนักของหยางเฟยหลงทันที โดยไม่รีรอให้เขาเรียกเธอเธอมองหน้าคนติดตามที่ตามเธอมา 2 คนเหมือนรู้ว่าหญิงสาว้าอะไรทั้งสองจึงแอบแยกจากหญิงสาวออกไป
ในวันรุ่งขึ้นซิ่วอิงนำเื่นี้ไปรายงานองค์ไท่เฟยว่าเมื่อคืนมีคนแอบย่องขึ้นไปบนหลังคาตรงห้องนอนที่ตำหนักของหยางเฟยหลง
"นี่มันชักจะเหิมเกริมกันใหญ่แล้วถึงขนาดเข้ามาในตำหนักเลยงั้นเหรอ?
“ท่านใจเย็นๆก่อน คนของข้ายังไม่สามารถจับตัวคนๆนั้นได้”
“ข้าจะต้องหาวิธีให้องค์ชายมาอยู่ในตำหนักของเ้าให้ได้”
คำพูดขององค์ไท่เฟยนั้นทำให้หญิงสาวถึงกับใ
“อะไรวะอุตส่าห์ขอให้อยู่คนเดียวแล้วจะให้หมอนั่นกลับมาอยู่กับฉันอีก" ซิ่วอิงบ่นพึมพำในใจ
“เ้าเห็นว่ายังไงซิ่วอิง”
“เป็ไปไม่ได้หรอกเพคะองค์ไท่เฟยที่จะทำให้องค์ชายย้ายมาอยู่ตำหนักของข้า”
“งั้นเหรอ เ้าว่าอย่างนั้นเหรอซิ่วอิง”หญิงชราพูดพร้อมกับยิ้มเยาะอยู่ในใจ
ในขณะที่หยางเฟยหลง ไม่ได้อยู่ที่ตำหนักเพราะเขาไปหาหยางซู ในขณะนั้นมีบ่าวคนหนึ่งวิ่งมาแจ้งข่าวกับหยางเฟยหลง
“องค์ชาย! องค์ชายพะยะค่ะเกิดเื่ใหญ่แล้วพะยะค่ะ”
“เื่อะไรไหนเ้าว่ามาซิ?”
“ตอนนี้ตำหนักขององค์ชายเกิดไฟไหม้พะยะค่ะ”เฟยหลงแสดงท่าทีใ นี่มันเกิดอะไรขึ้นทั้ง ๆที่ข้าเพิ่งออกมาได้ไม่นาน
“แล้วตอนนี้ที่ตำหนักเป็ยังไงบ้าง?”
"ไฟไหม้เสียหายหลายส่วนตอนนี้พวกทหารและองครักษ์กำลังดับไปอยู่พะยะค่ะ
“ท่านพ่อข้าขอตัวก่อนเอาไว้ข้าค่อยมาคุยธุระกับท่านใหม่”
“ไปสิ แล้วซิ่วอิงล่ะ? ซิ่วเองอยู่ที่ไหนนางเป็อะไรหรือเปล่า?”
“ท่านพ่อไม่ต้องห่วงนางหรอกพะยะค่ะนางได้ขอตำหนักใหม่กับองค์ไท่เฟยเป็ที่เรียบร้อยแล้วฉะนั้นท่านไม่ต้องห่วงว่านางจะได้รับอันตรายใดๆเลย”พูดจบเขาก็รีบออกจากตำหนักของออ๋องหยางซูทันทีและตรงไปยังตำหนักของตัวเองที่กำลังเกิดไฟไหม้
“ท่านแม่” หยางซูยกมือขึ้นลูบเเคราของตัวเองเบาๆมันคงไม่ใช่สิ่งที่เขาคิด แต่จู่ๆ ตำหนักขององค์ชายจะเกิดเพลิงไหม้มันก็เป็เื่ที่น่าแปลกใครจะกล้าลงมือกลางวันแสกๆ คนนอกนี่ไม่มีทางเข้ามาทำอะไรในตำหนักได้คนที่หาญกล้าเพียงนี้ มีเพียงแค่คนเดียว
“ท่านกำลังสนุกอยู่หรือไงท่านแม่?” อ๋องหยางพูดพึมๆเบาๆ