นางกำนัลนับ 20 คนเดินเรียงแถวไปที่ตำหนักขององค์ชายและองค์หญิงแห่งแคว้นฉีเพื่อให้แต่ละพระองค์เลือกนางกำนัลคนสนิทโดยสถานที่แรกก็คือตำหนักองค์รัชทายาท
เหวยเซียงเป็นางกำนัลท้ายแถวนางได้เห็นรูปลักษณ์ของชายสูงศักดิ์ ก็พบว่าพระองค์ทรงดูสง่างามมากและจากที่ได้ยินเสียงกระซิบของเหล่านางกำนัลทำให้รู้ว่าพวกนางต่างพากันอยากอยู่ที่นี่กันทั้งนั้นแม้แต่เหวยเซียงเองก็ตาม นางเองก็ปรารถนาที่จะได้อยู่ตำหนักแห่งนี้
องค์รัชทายาทเสด็จสำรวจนางกำนัลแต่ละคนจนกระทั่งทรงหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาวโฉมงามที่อยู่ตรงกลางแถว
“เอาล่ะ เราขอเลือกนาง” องค์รัชทายาทตรัส
“ขอบพระทัยเพคะ” นางกำนัลที่ได้รับเลือกก็ยิ้มอย่างเอียงอาย
เหวยเซียงคิดในใจว่า “นี่เป็การเลือกนางกำนัลนะ ไม่ใช่พระชายาเสียหน่อย”
เหล่านางกำนัลที่ไม่ถูกเลือกพากันเดินคอตกแล้วเรียงแถวไปที่ตำหนักองค์ชายรองต่อไป
************************************************
ณ ตำหนักองค์ชายรอง
เหวยเซียงมองเห็นพระองค์ครั้งแรกก็รู้สึกไม่ถูกชะตาพระองค์ทรงดูเย่อหยิ่ง แลดูไม่เป็มิตรเอาเสียเลย
และเช่นเดียวกัน องค์ชายรองเสด็จสำรวจนางกำนัลก็พบว่า พระองค์ทรงไม่พอพระทัยผู้ใดเลย สักพักพระองค์ก็ทรงทำเหมือนหลับตาจิ้มและผู้ที่ได้รับเลือกก็คือเหวยเซียงนั่นเอง
“ห๊า พระองค์ทรงเลือกหม่อมฉันหรือเพคะ” เหวยเซียงใเพราะคิดว่าตนคงไม่มีใครเลือกและเตรียมใจที่จะไปอยู่โรงครัวหรือโรงซักผ้าอะไรอย่างนี้
“มีปัญหาอะไรงั้นหรือ” องค์ชายรองตรัส
“ปะ เปล่าเพคะ” เหวยเซียงกล่าว
“ถ้าไม่มีอะไรก็ตามมา”
เหวยเซียงจำต้องเดินตามองค์ชายรองไปที่ห้องพักส่วนตัวของนางซึ่งอยู่ติดกับห้องบรรทมขององค์ชายรอง
“เอ่อ ทำไมห้องพักของหม่อมฉันถึงอยู่ใกล้ห้องบรรทมของพระองค์มากเลยล่ะเพคะ”เหวยเซียงสงสัย
“เราเป็คนใจร้อน หากเ้าไม่รีบมาพบ เราอาจโมโหได้ ตอนนี้เ้าไปเก็บของก่อนแล้วเข้ามาในห้องเรา เราจะมอบของขวัญให้” องค์ชายรองตรัส
“เอ่อ มีของขวัญให้นางกำนัลด้วยงั้นหรือเพคะ” เหวยเซียงรู้สึกแอบดีใจ
“ถือเป็สิ่งตอบแทน ที่เ้ายอมมาทำงานให้เราก็แล้วกัน” องค์ชายรองตรัส
“ขอบพระทัยเพคะ” เหวยเซียงคิดในใจว่า “โดยแท้จริงแล้ว พระองค์ก็ทรงมีเมตตาต่อเหล่าบริวารนี่เอง”
หลังจากเหวยเซียงจัดข้าวของเสร็จเรียบร้อยแล้วนางจึงรีบเข้าไปในห้องทรงงานขององค์ชายรองก็พบว่า
“เอ่อ ทำไมของขวัญถึงล้ำค่านักล่ะเพคะ” เหวยเซียงมองไปก็เห็นกองทอง กองอัฐ กองเพชรนิลจินดา และกองยา
“แต่เราให้เ้าเลือกได้แค่กองใดกองหนึ่งเท่านั้น” องค์ชายรองตรัส
เหวยเซียงเดินเข้าไปใกล้และค่อยๆพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เลยกล่าวว่า “หม่อมฉันขอเลือกกองยาเพคะ”
“นี่เ้าเป็หมองั้นหรือ” องค์ชายรองทรงแปลกพระทัย
“ก็พอมีความรู้อยู่บ้างเพคะ” เหวยเซียงยังไม่กล้าอวดตน
“แล้วทำไมไม่เลือกของมีค่าล่ะ” องค์ชายทรงสงสัย
“ยาสมุนไพรพวกนี้ต่างมีราคาแพงมากและไม่สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไปเพคะ และอีกอย่างหม่อมฉันเป็เพียงนางกำนัลหากเจ็บป่วยขึ้นมา ก็คงไม่มีหมอหลวงที่ไหนมารักษา ต่างกับของมีค่าซึ่งเมื่อหม่อมฉันมาอยู่ในวังก็ไม่มีความจำเป็ต้องใช้ทรัพย์สินพวกนี้นี่เพคะ”เหวยเซียงวิเคราะห์
“ฉลาดมาก งั้นงานที่เราจะให้เ้าไปทำก็คือเ้าจงไปตามช่องทางลับตามแผนที่นี้ แล้วมอบยานี้ให้กับองค์หญิงเซียงเซียงจากนั้นก็รับสารลับจากองค์หญิงแล้วรีบกลับมาส่งให้เรา” องค์ชายตรัส
“อ้าว ยานี้ไม่ได้มอบให้หม่อมฉันหรือเพคะ” เหวยเซียงแอบรู้สึกผิดหวัง
“เปล่า ตัวเลือกที่เราจะให้เ้ามีแค่สามกองต่างหาก ส่วนยานั้น เราแค่วางไว้ใกล้ๆเฉย และในเมื่อเ้าไม่อยากได้ทั้งสามกอง เราขอเปลี่ยนใจไม่ให้เ้าก็แล้วกัน”องค์ชายตรัสอ้าง
“เอ่อ พระองค์ทรงตั้งพระทัยแกล้งหม่อมฉันใช่มั้ยเพคะ” เหวยเซียงโมโห
“รีบไปทำงานของเ้าได้แล้ว เหวยเซียง” องค์ชายทรงไม่อธิบาย
เหวยเซียงจึงไม่ได้รับของขวัญจากองค์ชายรองนางเดินไปหยิบแผนที่มาดู แล้วรีบหยิบกองยามาใส่ในผ้าพร้อมกับห่อเป็อย่างดีก่อนที่จะแอบลอบเดินไปในช่องทางลับตามแผนที่
************************************************
และแล้วเหวยเซียงก็เดินทางมาถึงตำหนักขององค์หญิงเซียงเซียง
“เ้ามาทำอะไรที่นี่” กงกงที่อยู่หน้าตำหนักองค์หญิงสงสัย
“องค์ชายรองส่งข้ามาเพื่อมอบห่อยาให้กับองค์หญิงเซียงเซียงเ้าค่ะ” เหวยเซียงกล่าวธุระ
“งั้นรอที่นี่ก่อน ข้าจะเข้าไปทูลรายงาน” กงกงกล่าว
“เ้าค่ะ” เหวยเซียงจึงรออยู่หน้าตำหนัก
สักพักกงกงก็ออกมารับห่อยาจากมือของเหวยเซียงเหวยเซียงจึงรีบหันหลังกลับตำหนักองค์ชายรอง
“ช้าก่อน องค์หญิงทรงอยากพบเ้า เดินเข้าไปในห้องบรรทมได้เลย” กงกงกล่าว
“เ้าค่ะ”
เหวยเซียงเดินเข้าไปก็ได้ยินเสียงองค์หญิงทรงดุใส่นางกำนัลคนใหม่ที่เพิ่งเลือกเมื่อสักครู่
“ทำไมเ้าดูกล้าๆ กลัวๆ เช่นนี้ แล้วข้าจะหวังพึ่งเ้าได้อย่างไร” องค์หญิงทรงบ่น
“ขอประทานอภัยเพคะ”
องค์หญิงทรงไม่ถูกพระทัยนางกำนัลที่พระองค์ทรงเลือกดังนั้นจึงทรงหันพระพักตร์มามองนางกำนัลขององค์ชายรองแทน
“เ้าเป็นางกำนัลที่มาใหม่ใช่หรือไม่” องค์หญิงตรัส
“ใช่แล้วเพคะ” เหวยเซียงพยักหน้าด้วย
“งั้นข้าถามเ้าหน่อย ระหว่างเสื้อผ้าสามชุดนี้ เ้าว่าเราถูกใจชุดไหนมากที่สุด”องค์หญิงตรัส
เหวยเซียงมองไปที่ฉลองพระองค์ที่องค์หญิงทรงสวมแล้วหันไปมองเสื้อผ้าสามชุดที่วางอยู่บนโต๊ะ ก็เลยว่า “พระองค์ทรงถูกพระทัยฉลองพระองค์ที่วางอยู่ตรงกลางโต๊ะเพคะ”
“เ้ารู้ได้อย่างไรว่าเราชอบชุดนี้” องค์หญิงทรงแปลกพระทัย
“พระองค์ทรงมีอาการหนาวง่าย แม้อากาศเย็นเพียงเล็กน้อยพระองค์ก็ทรงรู้สึกสั่นและพระหัตถ์ของพระองค์ก็ทรงเย็นเฉียบใช่หรือไม่เพคะดังนั้นหม่อมฉันคิดว่าพระองค์ทรงโปรดฉลองพระองค์ที่ดูหนาและให้ความอบอุ่นส่วนฉลองพระองค์ที่พระองค์ทรงสวมอยู่นั้น พระองค์คงสวมเพื่อหลอกนางกำนัลใช่มั้ยเพคะ”เหวยเซียงวิเคราะห์
“ถูกแล้ว เ้าฉลาดมาก เราชักอยากได้เ้าเป็นางกำนัลของเราซะแล้วสิ”องค์หญิงทรงโปรดเหวยเซียงและแอบเสียดายที่เหวยเซียงเป็นางกำนัลข้างกายเสด็จพี่ไปแล้ว
ในใจของเหวยเซียงก็คิดว่า “หม่อมฉันก็อยากอยู่กับพระองค์เพคะ แต่หม่อมฉันรู้ดีว่าหม่อมฉันจะย้ายตำหนักได้ก็ต่อเมื่อองค์ชายรองทรงยอมอนุญาตเท่านั้น”
“ไม่เป็ไร ยังไงพวกเราคงได้เจอกันเรื่อยๆเ้าจะเป็ผู้ส่งสารระหว่างเรากับเสด็จพี่หยางต้วนอะนี่คือสารลับให้เสด็จพี่ของเรา ห้ามทำหายเด็ดขาด” องค์หญิงตรัสกำชับ
“เพคะ” เหวยเซียงรับสารลับมาเก็บไว้เป็อย่างดีแล้วรีบกลับตำหนักขององค์ชายรองทันที
************************************************
ณ ตำหนักองค์ชายรอง
นางกำนัลรุ่นพี่ได้วางสำรับอาหารบนโต๊ะเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“หม่อมฉันส่งสารเรียบร้อยแล้วเพคะ” เหวยเซียงกล่าว
“ดีมาก งั้นเ้ากินสิ” องค์ชายรองตรัส
“นี่คือรางวัลของหม่อมฉันงั้นหรือเพคะ” เหวยเซียงแอบดีใจเพราะอาหารบนโต๊ะน่าทานมาก
“เปล่า เรากลัวมีคนวางยาพิษ แค่จะให้เ้าทดสอบพิษให้เท่านั้น” องค์ชายตรัสอย่างเ็า
ในใจเหวยเซียงคิดว่า “ที่แท้จะให้หม่อมฉันเป็หนูลองยานี่เอง”
“นั่นเ้าจะทำอะไรน่ะ” องค์ชายทรงแปลกพระทัย
“ก็ใช้เข็มเงินทดสอบพิษไงเพคะ” เหวยเซียงไม่ยอมตายง่ายๆ
“ทำไมเ้าไม่ชิมทันทีล่ะ” องค์ชายทรง้าเหวยเซียงเป็ผู้ทดสอบด้วยตัวเอง
“หม่อมฉันก็รักตัวกลัวตายเหมือนกันนะเพคะ ก่อนชิมอะไรก็ขอให้หม่อมฉันมั่นใจเสียก่อน เื่อะไรที่หม่อมฉันจะยอมเสี่ยงชีวิตล่ะเพคะ”เหวยเซียงรู้ดีว่าทุกชีวิตมีค่า ไม่ว่าจะเป็ยาจกหรือเศรษฐี
“ตามใจ ให้ทดสอบและชิมอาหารของแขกของเราด้วย” องค์ชายตรัสสั่ง
เหวยเซียงคิดในใจว่า “อุตส่าห์คิดว่าองค์ชายทรงให้หม่อมฉันร่วมประทานอาหารด้วยที่แท้พระองค์ก็ทรงให้หม่อมฉันทดสอบพิษของอาหารนี่เอง”
“แขกของเรามาแล้ว เ้าออกไปได้” องค์ชายตรัสอย่างไร้เยื่อใย
สักพักหญิงงามก็เดินเข้ามาในห้องอาหารขององค์ชาย
เหวยเซียงคิดในใจว่า “โห งดงามมาก นางคือใครกันนะ”
“นั่งก่อนสิ เอิ่นลั่ว” องค์ชายทรงยืนต้อนรับพร้อมกับผายมือให้หญิงงาม
“ขอบพระทัยเพคะ” เอิ่นลั่วเดินเข้าไปนั่งฝั่งตรงกันข้ามกับองค์ชาย
“มีอะไรหรือเปล่าเหวยเซียง ทำไมถึงยังไม่ออกไปอีกหรือจะร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน” องค์ชายตรัสประชด
“มิบังอาจเพคะ หม่อมฉันจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้” เหวยเซียงรู้สึกอิจฉาหญิงงามเพราะสาวงามมักจะได้รับการปฏิบัติตัวในเชิงให้เกียรติเสมอในขณะที่สาวไร้ความงามก็ได้รับความจริงใจ นั่นคือการปฏิบัติตรงๆ ไม่ชอบก็ด่าว่าถ้าชอบก็เท่าทุน ไร้คำกล่าวชมใดๆ
เหวยเซียงออกมาด้านนอกก็เห็นนางกำนัลรุ่นพี่ยืนกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างเหวยเซียงอยากรู้จึงเข้าไปทัก
“ข้าชื่อเหวยเซียง เพิ่งมาใหม่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะเ้าคะ” เหวยเซียงแนะนำตัว
“อดทนหน่อยก็แล้วกันเหวยเซียง ข้าอยู่ที่นี่มานานก็ไม่เห็นว่าจะมีใครทนอยู่รับใช้องค์ชายรองได้นานเลยสักคน เ้าอาจเป็คนแรกก็ได้นะ”นางกำนัลรุ่นพี่ปลอบใจ
“ข้าจะพยายามเ้าค่ะ” แต่ในใจคิดว่า “ข้าอาจไปไวกว่าหมู่ก็ได้นะ ข้ารู้สึกไม่ถูกชะตากับองค์ชายรองเลยจริงๆ”
“ดูสีหน้าเ้า คงจะสงสัยว่าหญิงผู้นั้นเป็ใครล่ะสิท่า” นางกำนัลรุ่นพี่กล่าว
“แล้วนางเป็ใครหรือเ้าคะ” เหวยเซียงอยากรู้จริงๆ
“นางเปรียบเสมือนเป็กุนซือขององค์ชายรอง นางมีนามว่า เอิ่นลั่ว” นางกำนัลรุ่นพี่กล่าว
“นางเป็คนรักขององค์ชายด้วยใช่มั้ยเ้าคะ” เหวยเซียงเค้นถาม
“ก็ไม่เชิงนะ แต่ถ้าดูจากสีหน้าขององค์ชาย นางน่าจะใช่คนรักของพระองค์จริงๆ”นางกำนัลกล่าว
“แล้วเอิ่นลั่วจะทนไหวหรือเ้าคะ” เหวยเซียงสงสัย
“องค์ชายทรงมีสองมาตรฐานน่ะ กับพวกเรา จะทรงปฏิบัติตัวราวกับเ้านายกับลูกน้องแต่สำหรับเอิ่นลั่ว แม้นางจะเป็เพียงหญิงชาวบ้านที่เพิ่งย้ายมาอยู่ในวังได้ไม่นานแต่พระองค์ทรงปฏิบัติกับนางอย่างให้เกียรติ ทรงดีกับนางราวกับไข่ในหิน” นางกำนัลเล่า
“น่าอิจฉาจริงๆ” นางกำนัลรุ่นพี่อีกคนกล่าว
“แสดงว่าเอิ่นลั่วนั้นเป็ทั้งสาวงามและมีความฉลาดสามารถให้คำปรึกษาได้อย่างดีเยี่ยมเอิ่นลั่วจึงเป็บุคคลที่ทรงคุณค่าสำหรับองค์ชายรอง” เหวยเซียงคาดเดา
“พวกเรารีบแยกย้ายไปทำงานกันต่อเถอะ หากองค์ชายรองทรงทอดพระเนตรเห็นเข้าพระองค์ทรงอาจกริ้วได้” นางกำนัลรุ่นพี่เตือน