ตอนที่ 12 กรรมตามสนองตัวเอง
เป็เพราะเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของสวี่ม่ายซุ่ยที่กำลังลากตัวหลินเซียวกลับ เหล่าสหายพวกนั้นจึงได้แต่เฝ้ามองโดยไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
สวี่ม่ายซุ่ย “เห็นคนบ้านอื่นไหม ทำไมลูกไม่เป็อย่างเขาบ้าง เขาไม่มีใคราเ็เลยสักคน แต่ทำไมมีลูกที่าเ็คนเดียว”
“พูดมาว่าใครทำร้ายลูก แม่จะได้ตามไปเอาเื่ถึงบ้าน”
หลินเซียวมองสวี่ม่ายซุ่ยที่มีท่าทางดุร้ายอย่างตะลึงงันไม่ได้สติ
“แม่ แม่จะไปหาเขาที่บ้านจริง ๆ เหรอ?”
“แน่สิ คิดว่าแม่กำลังล้อเล่นกับลูกเหรอ? ดูแผลใหญ่เบ้อเริ่มที่หัวลูกซะสิ” สวี่ม่ายซุ่ยพูดด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
“สรุปจะพูดไม่พูด?”
หลินเซียวมองสวี่ม่ายซุ่ยที่กำลังเดือดดาล จากนั้นก็ส่ายหัว
สวี่ม่ายซุ่ย “ไม่พูดใช่ไหม? อย่างนั้นแม่จะไปถามต้าเฉียง”
หลินเซียวได้ฟังแล้วก็รีบกอดขาสวี่ม่ายซุ่ยพลางร้องเสียงหลง “แม่… แม่… แม่อย่าไป ผมบอกแล้ว ๆ”
สวี่ม่ายซุ่ย “ใคร?”
หลินเซียวเหลือบมองสวี่ม่ายซุ่ยและพูดอย่างระมัดระวัง “หู่จือ”
สวี่ม่ายซุ่ยได้ฟังก็อึ้งไป “พวกลูกไม่ได้เป็พวกเดียวกันหรือ?”
หลินเซียว “เป็ผมที่ไม่ระวังเอง”
สวี่ม่ายซุ่ย “...”
“งั้นก็สมควรแล้ว ไป กลับบ้าน แม่ไม่อนุญาตให้ลูกออกจากบ้านครึ่งเดือน”
หลินเซียว “อ๋า! นี่มันโหดร้ายเกินไปแล้ว”
สวี่ม่ายซุ่ย “ถ้าไม่โหดร้ายลูกก็ไม่หลาบจำ”
เมื่อกลับถึงบ้านก็เห็นแม่ต้าเฉียงอุ้มหลินฟานด้วยสีหน้าอยากรู้
“แม่หลินเซียว เธอกลับมาแล้วเหรอ?”
สวี่ม่ายซุ่ย “อืม รบกวนคุณแล้วค่ะพี่สะใภ้”
แม่ต้าเฉียง “เกิดเื่อะไรขึ้น หลินเซียวไม่เป็อะไรมากใช่ไหม?”
สวี่ม่ายซุ่ยยิ้มฝืนยิ้ม “ไม่เป็อะไร”
แม่ต้าเฉียง “ไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว ตอนแรกที่เห็นเือาบหน้ายังใอยู่เลย นี่โดนใครตีมา ทำไมไม่ไปหาเขาล่ะ”
สวี่ม่ายซุ่ยเหลือบมองหลินเซียว เห็นเขามองเธอด้วยความประหม่าจึงฝืนยิ้มตอบไป “มันเป็เื่ทะเลาะกันในหมู่เด็ก ๆ ไม่จำเป็ต้องรบกวนผู้ใหญ่หรอกค่ะ”
แม่ต้าเฉียงเห็นสวี่ม่ายซุ่ยพูดดังนั้น จึงลังเลอยู่ครู่หนึ่งและพูดเตือน “หลินเซียวถูกคนตีเป็แผลใหญ่เพียงนี้ทำไมเธอถึงปล่อยไปล่ะ ผู้คนคงคิดว่าเธอยังรังแกได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อน”
สวี่ม่ายซุ่ยได้ฟังก็เห็นด้วย เพราะอย่างไรคนในหมู่บ้านส่วนใหญ่ก็ทราบเื่อาการาเ็ของหลินเซียวแล้ว ถ้าเธออ่อนแอแบบนี้ ผู้คนคงคิดว่าเมื่อวานเธอแค่เสียสติ
คิดแล้วคิดอีกจึงตอบไปด้วยสีหน้าที่ลำบากใจ “พี่สะใภ้ ในเมื่อพี่พูดเช่นนี้ ฉันก็จะไม่ปิดบัง อันที่จริงการาเ็ของหลินเซียวไม่ได้เกิดจากคนทุบตีแต่เกิดจากเขาไม่ระวังเอง ตอนที่พวกเขาทะเลาะกับเด็กชนบทกลุ่มนั้น ตอนที่ทะเลาะกันอยู่ หู่จือได้ขว้างหินขู่ให้พวกเขาใกลัว แล้วตอนที่ขว้างออกไปนั้นมันกลับไปโดนหัวของหลินเซียวพอดี”
นี่คือสิ่งที่หลินเซียวบอกเมื่อเธอกลับมา
เมื่อแม่ต้าเฉียงได้ยินก็เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจและหลังจากนั้นก็พูดด้วยเสียงหัวเราะ “ไอหยา เป็แบบนี้นี่เอง”
“ฉันยังกลัวว่านิสัยที่เพิ่งจะเก่งกาจของเธอจะหายไปอีกแล้ว ปรากฏว่าเป็เช่นนี้นี่เอง ไม่ต้องไปโทษใครเขาเลย”
เมื่อพูดจบจึงหันไปเหลือบมองและหยอกล้อกับหู่จือ “พวกเธอสองคนทำไมไม่ตกลงเื่ตำแหน่งที่ทะเลาะกันให้ดีล่ะ”
หลินเซียวโกรธเคืองที่โดนแม่ต้าเฉียงหยอกล้อ จึงเดินกระทืบเท้ากลับห้องด้วยความหงุดหงิด
สวี่ม่ายซุ่ย “เด็กคนนี้ กลับไปต้องจัดการแล้ว”
แม่ต้าเฉียง “เธออย่าพูดถึงเขาเลย ต้าเฉียงกับคนอื่น ๆ ก็เป็แบบนี้ นี่! เสื้อแขนสั้นของหลินฟานดูดีมากเลย เธอตัดเย็บยังไงเหรอ?”
สวี่ม่ายซุ่ย “อันนี้ง่ายมาก ก็แค่ตัดผ้าให้เป็ชิ้น ๆ นำมาเย็บประกอบกันก็เสร็จ”
แม่ต้าเฉียงได้ยินแล้วก็นึกอยากได้ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “น้องสะใภ้ คือว่าฉันตัดเย็บเสื้อผ้าไม่เป็ และเสื้อของฉันก็ตัวเล็กเกินไปแล้ว เธอตัดชุดให้ฉันสักสองชุดได้ไหม”
สวี่ม่ายซุ่ยเห็นแม่เฉียงกำลังมองหน้าเธออย่างมีความหวังก็พยักหน้าตกลงอย่างไม่ต้องคิด “ได้ งั้นพี่เอาขนาดและผ้ามาส่งให้ฉันถ้ามีเวลาว่างนะ”
แม่ต้าเฉียงได้ยินก็ดีใจยิ้มออกมา “ขอบคุณมากน้องสะใภ้ พรุ่งนี้เธอดูได้ไหม?”
สวี่ม่ายซุ่ย “พรุ่งนี้ฉันต้องไปบ้านแม่ ส่งมาวันหลังเถอะ”
แม่ต้าเฉียง “ได้ อย่างนั้นก็ต้องรบกวนเธอแล้ว ฉันจะกลับไปเตรียมก่อน”
สวี่ม่ายซุ่ย “ได้”
เมื่อส่งแม่ต้าเฉียงกลับไป สวี่ม่ายซุ่ยก็กลับเข้าไปในห้องจึงเห็นว่าหลินเซียวกำลังจ้องมองสวี่ม่ายซุ่ยอยู่ตลอด
สวี่ม่ายซุ่ย “มองอะไร”
หลินเซียวขมวดคิ้วและตอบด้วยความโกรธ “แม่สัญญากับผมว่าจะไม่เอาเื่นี้ไปบอกคนอื่นแล้วนี่”
สวี่ม่ายซุ่ย “ถ้าแม่ไม่บอกคนอื่น คนอื่นจะคิดว่าครอบครัวเราขี้ขลาด ถึงเวลานั้นก็จะมารังแกลูกอีก”
หลินเซียว “อย่างนั้นแม่ไม่กลัวว่าพวกผมจะถูกทุบตีเหรอ?”
สวี่ม่ายซุ่ย “ถูกตีก็สมควร พวกลูกสมควรโดนทุบตีแล้ว”
หลินเซียว “แม่ไม่มีเหตุผล”
สวี่ม่ายซุ่ย “หลังจากนี้ไม่ต้องอ้างเหตุผลอะไรแล้ว รีบไปเขียนการบ้านให้แม่”
หลินเซียว “ฮึ!” เมื่อพูดจบก็เข้าห้องนอนไป
สวี่ม่ายซุ่ยเห็นคราบเืบนเสื้อของเขา จึงพูดกับเขาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “มานี่”
หลินเซียวหันกลับมามองเธอ เมื่อเห็นเธอจึงก้มหน้าและเดินเข้าไปอย่างไม่เต็มใจ
สวี่ม่ายซุ่ยรอเขาเดินเข้ามา ลากเขาเข้ามาดูอย่างละเอียดอีกรอบ เห็นว่าบนร่างกายเขาส่วนอื่นไม่ได้รับาเ็จึงไปหยิบเสื้อผ้าที่ตากบนเชือกมาเปลี่ยนให้ และวัดขนาดตัวเขาก่อนที่จะให้เข้าห้องไป
ก่อนเข้าห้องก็ได้กำชับอย่างไม่วางใจ “ห้ามเล่น กลับห้องไปทำการบ้านก่อน”
หลินเซียวพึมพำอย่างไม่พอใจ “ยังไม่ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ใช่เหรอ? จะให้อ่านหนังสืออะไร?”
สวี่ม่ายซุ่ยไม่อาจบอกเขาตรง ๆ ได้ว่าเขาต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยในอนาคต ดังนั้นจึงทำได้เพียงพูดด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม “สอบไม่สอบ หรืออยากจะเป็คนที่ไม่รู้หนังสือ”
หลินเซียว “ไม่รู้หนังสือแล้วจะเป็อะไร บนเกาะนี้คนไม่รู้หนังสือก็มาก”
สวี่ม่ายซุ่ยหัวเราะเบา ๆ “เหมือนกับชุ่ยฮวาพี่สาวเหวินเสียงน่ะเหรอ เข้าห้องน้ำก็วิ่งไปเข้าห้องน้ำผู้ชาย”
เป็เพราะพี่สาวเหวินเสียงไม่รู้หนังสือ จึงวิ่งเข้าไปในห้องน้ำชายแล้วอีกทั้งยังทำให้เกิดความฮือฮาบนเกาะ
หัวหน้าเกาะก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ทำได้เพียงวาดภาพรูปผู้ชายผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เอาไว้
หลินเซียวตอบกลับเสียงแข็งอย่างมั่นใจ “บนประตูห้องน้ำมีภาพวาด ผมก็สามารถแยกแยะชายหญิงได้”
สวี่ม่ายซุ่ย “ถ้าไม่เห็นภาพวาดล่ะ ลูกเลือกที่จะอั้นเอาไว้และไม่เข้าห้องน้ำตลอดชีวิตเลยเหรอ?”
หลินเซียว “ผมไปได้...”
สวี่ม่ายซุ่ยจ้องมองเขม็งก่อนที่เขาจะพูดจบ เ้าเด็กพวกนี้จะเป็กังวลมากจะไปทำไม ถึงเวลาหาห้องน้ำไม่ทันก็หาที่ปลดทุกข์ที่อื่นแทนได้
หลินเซียว “เขียนก็เขียน” พูดจบก็กลับห้องไปด้วยความโกรธ
สวี่ม่ายซุ่ยก็ถือโอกาสนี้รีบตัดเสื้อผ้าให้เขา พรุ่งนี้เธอก็ไปบ้านแม่ของเธอได้แล้ว เธอไม่อยากให้ลูกทั้งสองใส่เสื้อขาด ๆ จนทำให้คนพูดกันว่าอยู่ท่ามกลางลมใบไม้ร่วงอีกต่อไป
เมื่อตัดเย็บเสื้อผ้าของหลินเซียวเสร็จ จึงหยิบเสื้อผ้าสกปรกที่วางอยู่บนเก้าอี้แล้วเดินออกไป
ลูกคนนี้ดื้อมาก เสื้อผ้าสองชิ้นต่อวันก็ไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยน ดังนั้นจึงต้องรีบซักให้เขา
ใครจะรู้ว่าเพิ่งกดน้ำ ก็เห็นผู้หญิงร่างผอมกำลังดึงหูของเด็กชายเดินเข้ามาด้วยความโกรธ
“ฉันต้องจัดการเ้าเด็กดื้อคนนี้ให้ได้ ถ้าจัดการไม่ได้ ฉันก็ไม่ใช่แม่ของแกแล้ว”
สวี่ม่ายซุ่ยยืนขึ้นและพูดทักทายไป “น้องสะใภ้ เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?”
ผู้หญิงคนนั้นปล่อยหูของหู่จือด้วยความโกรธ รีบเปลี่ยนใบหน้าเป็ยิ้มทันทีและพูดกับสวี่ม่ายซุ่ย “พี่สะใภ้ หลินเซียวเป็อย่างไรบ้าง าเ็หนักไหมคะ?”
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
กรรม โดนลูกหลงจากกลุ่มตัวเองซะงั้น จำเป็บทเรียนเลยนะหลินเซียวเอ๊ย
ชิวเฟิง