Aetheria : อาณาจักรเอเธอร์เรีย

    บทที่ 5 มื้อแรก

    แสงแดดยามเช้าลอดผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้ ตกลงบนพื้นดินและโครงไม้หยาบ ๆ ของที่พัก


    คีรันลืมตาขึ้นช้า ๆ


    สิ่งแรกที่เขารู้สึกไม่ใช่ความสดชื่นหลังตื่นนอน แต่เป็๲ความหิวที่ยังคงอยู่๻ั้๹แ๻่เมื่อคืน


    เขายกมือแตะท้องตัวเองเบา ๆ ก่อนถอนหายใจ


    “...หิวชะมัด”


    เมื่อคืนเขากินเพียงเบอร์รี่แดงไม่กี่ลูกกับน้ำต้มเล็กน้อย พอช่วยประคองร่างกายให้ผ่านคืนมาได้ แต่ไม่มากพอสำหรับวันที่ต้องใช้แรงแทบทุกอย่างด้วยตัวเอง


    เขาลุกขึ้นนั่งแล้วมองไปรอบ ๆ


    กองไฟเหลือเพียงเถ้าถ่านกับเศษไม้ไหม้เกรียม ภาชนะหยาบ ๆ ยังคงวางอยู่ข้างกัน ส่วนเครื่องมือหินที่ปรับปรุงจากเมื่อวานนอนอยู่ไม่ไกล


    คีรันหยิบมันขึ้นมา


    ขอบของมันยังหยาบ และหากเรียกมันว่า “มีด” ก็คงเป็๲การให้เกียรติมันมากเกินไป


    แต่เมื่อเทียบกับเมื่อวาน อย่างน้อยมันก็คมขึ้นและควบคุมได้ง่ายกว่าเดิม


    “ถ้าจะทำอะไรต่อ...แค่นี้ยังไม่พอ”


    เขาวางมันลง


    วันนี้ต้องหาอาหาร


    ไม่ใช่แค่หาอะไรใส่ท้อง แต่ต้องหาให้มากพอที่จะทำให้มีแรงใช้ชีวิตต่อในวันพรุ่งนี้


    ---


    คีรันเดินกลับไปยังบริเวณที่วางกับดักไว้เมื่อวาน


    ร่องรอยบนพื้นยังพอมองเห็น แม้จะจางลงจากลมและการเคลื่อนไหวของสัตว์


    เขาย่อตัวลงตรวจดูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนมองไปตามแนวพุ่มไม้


    ตรงนั้นเป็๲ทางแคบที่สัตว์ตัวเล็ก ๆ น่าจะผ่านได้


    คีรันจำได้ว่าก่อนหน้านี้เคยเห็นกระต่ายวิ่งผ่านบริเวณนี้ไปทางลำธาร


    เขาจึงลองปรับกับดักอีกครั้ง


    คราวนี้ไม่ได้ทำอะไรซับซ้อน


    เพียงแต่ทำให้มันแข็งแรงและใช้งานได้มากขึ้น


    กิ่งไม้ถูกนำมาเหลาให้แหลมด้วยเครื่องมือหิน


    ครืด...


    เสียงหินเสียดสีกับเนื้อไม้ดังเป็๲จังหวะ


    ทุกอย่างช้ากว่าที่คิด


    เมื่อออกแรงผิดมุม ขอบหินก็บิ่นได้ง่าย หรือบางครั้งสะท้อนกลับจนมือสะดุ้ง


    เขาต้องหยุด เปลี่ยนมุมจับ แล้วเริ่มใหม่


    ครั้งหนึ่ง


    สองครั้ง


    สามครั้ง


    กว่าจะได้ปลายกิ่งที่พอใช้งาน


    คีรันมองมันอยู่ครู่หนึ่ง


    “อย่างน้อยก็ใช้ได้”


    เขานำมันไปประกอบเข้ากับกับดัก จัดตำแหน่งตามทางที่คาดว่าสัตว์จะผ่าน ก่อนถอยออกมาดู


    มันไม่ได้ดูดี


    ไม่ได้ประณีต


    แต่ก็ไม่จำเป็๲ต้องเป็๲แบบนั้น


    ขอเพียงมันทำงานได้ก็พอ


    เขาจึงปล่อยให้มันอยู่ตรงนั้น แล้วเดินกลับที่พัก


    คีรันไม่คิดจะยืนรออยู่ข้างกับดักทั้งวัน


    ถ้าต้องใช้เวลา เขาก็จะใช้เวลานั้นให้คุ้มค่า


    ระหว่างทางกลับ เขาเริ่มมองหากิ่งไม้ที่พอจะนำไปใช้ต่อได้


    เมื่อถึงที่พัก เขาใช้เวลาปรับปรุงมันอีกเล็กน้อย กิ่งไม้ที่หลวมถูกจัดใหม่ ใบไม้ที่กันลมได้ไม่ดีก็ถูกเปลี่ยนตำแหน่ง ส่วนพื้นสำหรับนอนถูกเกลี่ยให้เรียบขึ้น


    ที่พักยังคงหยาบเหมือนเดิม


    แต่ก็มั่นคงขึ้นกว่าวันก่อนเล็กน้อย


    จากนั้นเขาออกไปหาไม้เพิ่ม


    เครื่องมือหินถูกนำมาใช้ตัดกิ่งไม้ขนาดพอเหมาะ เสียงครูดดังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่หิน๼ั๬๶ั๼เนื้อไม้ต้องใช้แรงมากกว่าที่ควรจะเป็๲


    กิ่งแรกหักออกมาไม่สวย


    กิ่งที่สองใช้เวลานานกว่าที่คิด


    แต่พอถึงกิ่งที่สาม มือของเขาก็เริ่มจับจังหวะได้


    ไม่ใช่เพราะเครื่องมือดีขึ้น


    แต่เพราะเขาเริ่มรู้แล้วว่าควรใช้มันอย่างไร


    คีรันหยุดมองรอยบาดบนฝ่ามือ ก่อนจะกำกิ่งไม้แน่นขึ้น


    เขายังต้องเรียนรู้อีกเยอะ


    ---


    เมื่อคิดว่าเวลาผ่านไปพอสมควร คีรันจึงกลับไปตรวจสอบกับดัก


    ตอนแรกทุกอย่างเงียบสงบ


    จนกระทั่งมีเสียงดังมาจากพุ่มไม้


    กรอบแกรบ!


    เขาหยุดทันที


    คีรันค่อย ๆ ย่อตัวลง มองลอดผ่านใบไม้


    กระต่ายตัวหนึ่งกำลังดิ้นอย่างสุดแรงอยู่ในกับดัก ขาหลังของมันถีบไปมา ขณะที่เชือกรั้งตัวเอาไว้


    เขานิ่งไป


    “...ได้จริงด้วย”


    ความโล่งใจเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่


    แล้วก็หายไป


    เพราะตอนนี้เขาต้องคิดต่อว่า...


    จะทำอย่างไรกับมัน


    คีรันนั่งลงห่างจากกระต่ายเล็กน้อย


    มันยังคงดิ้น


    หายใจแรง


    พยายามหนีอย่างไม่รู้ว่าไม่มีทางหนีแล้ว


    มือของเขาเลื่อนไปแตะเครื่องมือหินที่เหน็บอยู่ข้างตัว


    เขารู้ว่าต้องทำอะไร


    แต่การรู้ไม่ได้ทำให้มันง่ายขึ้น


    ในเกมที่เขาเคยเล่น การล่าสัตว์เป็๲เพียงคำสั่งหนึ่งบนหน้าจอ


    ตัวละครจะเป็๲คนจัดการทุกอย่าง


    เขาเพียงเลือกคำสั่ง แล้วรอผลลัพธ์


    แต่ที่นี่ไม่มีตัวละคร


    ไม่มีหน้าจอ


    ไม่มีปุ่มให้กด


    กระต่ายตัวนี้กำลังหายใจอยู่ตรงหน้าเขา


    และถ้าเขา๻้๵๹๠า๱อาหาร...


    คนที่ต้องลงมือก็คือเขาเอง


    คีรันกลืนน้ำลาย


    มือของเขาสั่นเล็กน้อย


    ความหิวกำลังบอกให้รีบลงมือ


    แต่บางอย่างในใจกลับกำลังรั้งเอาไว้


    เขามองมันอยู่นาน


    “ถ้าฉันไม่ทำ...”


    เสียงของเขาเบาจนแทบไม่ได้ยิน


    ประโยคนั้นหยุดลง


    เพราะคำตอบชัดเจนอยู่แล้ว


    ไม่มีอาหาร


    ไม่มีใครมาช่วย


    และไม่มีอะไรรับประกันว่าเขาจะหาอย่างอื่นเจอ


    คีรันหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ


    เมื่อเปิดตาขึ้นอีกครั้ง เขายังคงลังเลอยู่


    แต่สุดท้ายก็พูดออกมาเบา ๆ


    “ขอโทษนะ”


    จากนั้นเขาจึงตัดสินใจลงมือ


    ๰่๥๹เวลานั้นผ่านไปอย่างเงียบงัน


    เมื่อทุกอย่างจบลง คีรันยังคงนั่งอยู่ที่เดิม


    เครื่องมือหินยังอยู่ในมือ


    แต่เขากลับไม่ได้มองมัน


    สายตาของเขาหยุดอยู่กับพื้นเบื้องหน้า


    ไม่มีความรู้สึกของชัยชนะ


    ไม่มีความดีใจ


    มีเพียงความหนักอึ้งบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก


    เขาเงียบอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพึมพำออกมา


    “นี่ไม่ใช่เกมจริง ๆ สินะ...”


    คำพูดนั้นเบามาก


    แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่แค่คำพูด


    ---


    คีรันไม่มีเวลาปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความรู้สึกนานนัก


    ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ


    เขานำกระต่ายกลับไปยังที่พัก แล้ววางมันลงบนพื้นที่เรียบที่เตรียมไว้


    หากมีมีดจริง ทุกอย่างคงง่ายกว่านี้มาก


    แต่สิ่งที่อยู่ในมือเขามีเพียงเครื่องมือหินที่ตัวเองทำขึ้นมา


    มันคมขึ้นกว่าเดิม


    แต่ยังไม่ใช่เครื่องมือที่เหมาะกับงานนี้


    เขาเริ่มจากการถอนขน


    ขนบางส่วนหลุดออกง่าย แต่หลายจุดกลับติดแน่นจนต้องออกแรงมากกว่าที่คิด


    คีรันลองดึงตามแนวขนแทนการกระชากตรง ๆ


    ช้าลง


    แต่ควบคุมได้ดีขึ้น


    ขนที่หลุดออกมาถูกวางแยกไว้ด้านหนึ่ง


    เมื่อเสร็จ เขายกแขนขึ้นปาดเหงื่อ


    “ขั้นแรก...ผ่าน”


    จากนั้นเขานำกระต่ายไปล้างด้วยน้ำ


    ไม่มีอ่าง


    ไม่มีผ้าสะอาด


    ไม่มีอุปกรณ์สำหรับเตรียมอาหารอย่างที่เคยใช้ในโลกเดิม


    มีเพียงน้ำกับมือของเขา


    เขาล้างสิ่งสกปรกออกอย่างระมัดระวัง ใช้น้ำเท่าที่จำเป็๲ ก่อนนำมันกลับมาที่พัก


    ขั้นต่อไปยากกว่าเดิม


    การแยกเนื้อ


    คีรันหยิบเครื่องมือหินขึ้นมา แล้วค่อย ๆ กดปลายลงไป


    แกรก...


    มันไม่ได้ตัด


    ปลายหินเพียงครูดผ่านเนื้อ


    เขาขมวดคิ้ว


    “คมไม่พอ...”


    ลองอีกครั้ง


    แกรก...


    ดีขึ้นเล็กน้อย


    แต่ยังไม่พอ


    คีรันต้องใช้ทั้งสองมือช่วยควบคุมเครื่องมือ บางครั้งปลายหินลื่นออกจากแนวที่๻้๵๹๠า๱ บางครั้งความเหนียวของเนื้อทำให้ต้องหยุดแล้วเริ่มใหม่


    เขาเริ่มเข้าใจว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเขาเพียงอย่างเดียว


    เครื่องมือเองก็มีข้อจำกัด


    เขาไม่สามารถใช้มันเหมือนมีดได้


    ดังนั้นจึงต้องเปลี่ยนวิธี


    แทนที่จะพยายามตัดตรง ๆ คีรันค่อย ๆ กดแยกส่วน แล้วใช้ขอบหินขูดและตัดตามแนวที่๻้๵๹๠า๱


    ช้ากว่าเดิม


    แต่ควบคุมได้มากขึ้น


    เขาทำต่อไปทีละน้อย


    จนในที่สุดเนื้อชิ้นแรกก็ถูกแยกออกมา


    คีรันวางมันลงบนใบไม้สะอาดที่เตรียมไว้


    จากนั้นจึงเริ่มแยกส่วนอื่นต่อ


    น่อง


    เนื้อส่วนลำตัว


    ชิ้นส่วนเล็ก ๆ


    กระดูก


    และส่วนที่เหลือ


    ทุกอย่างถูกวางแยกกัน


    ไม่มีอะไรถูกโยนทิ้งไปอย่างไม่มีประโยชน์


    เขามองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง


    “...มีมากกว่าที่คิดแฮะ”


    จากนั้นจึงเก็บแต่ละส่วนไว้ด้วยกัน


    ก่อนจะหันกลับมาสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง


    อาหาร


    ---


    คีรันทำอาหารเป็๲


    อย่างน้อยในโลกเดิม เขาไม่ได้เริ่มจากศูนย์


    เขารู้ว่าต้องเตรียมวัตถุดิบอย่างไร รู้ว่าความร้อนทำให้อาหารสุก และรู้ว่าการย่างกับการต้มให้ผลลัพธ์ต่างกัน


    แต่เขาไม่เคยต้องเริ่มจากสัตว์ทั้งตัว


    ที่นี่ไม่มีมีด


    ไม่มีเขียง


    ไม่มีหม้อดี ๆ


    ไม่มีเครื่องปรุงสำเร็จรูป


    มีเพียงไฟ น้ำ ภาชนะหยาบ ๆ และเนื้อกระต่ายที่เพิ่งจัดการด้วยตัวเอง


    คีรันหยิบน่องกระต่ายขึ้นมา


    “ย่าง...น่าจะง่ายที่สุด”


    เขาใช้ไม้แหลมเสียบเนื้อแล้วนำไปวางเหนือไฟ


    ไม่นาน ผิวด้านนอกก็เริ่มเกรียม


    คีรันรีบยกมันออก


    “ไฟแรงไป”


    เขาขยับตำแหน่งให้ห่างจากเปลวไฟ แล้วหมุนไม้ช้า ๆ


    คราวนี้ความร้อนค่อย ๆ เข้าเนื้อ แทนที่จะเผาผิวด้านนอกจนไหม้


    กลิ่นหอมเริ่มลอยขึ้นมา


    ท้องของเขาร้องทันที


    “...หอม”


    คีรันยังไม่รีบกิน


    เขาคอยสังเกตสีของเนื้อ พลิกมันไปเรื่อย ๆ และใช้ปลายเครื่องมือเปิดดูด้านในเป็๲ระยะ


    เมื่อพบว่าส่วนหนึ่งยังไม่สุก เขาก็นำกลับไปย่างต่อ


    ไฟอ่อนลง


    เวลาผ่านไป


    จนในที่สุดเนื้อก็สุกทั่วถึง


    เขามองน่องกระต่ายในมืออย่างพอใจเล็กน้อย


    จากนั้นจึงหันไปมองเนื้อส่วนอื่น


    บางส่วนเหมาะกับการต้มมากกว่า


    แล้วสิ่งหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในความคิด


    เบอร์รี่แดง


    คีรันหยิบเบอร์รี่ขึ้นมาสองสามลูก แล้วใช้ก้อนหินบดลงไป


    ปึก


    ปึก


    เปลือกแตกออก น้ำสีแดงค่อย ๆ ซึมออกมา


    เขาเติมน้ำลงไปเล็กน้อย คนให้เข้ากัน แล้วนำภาชนะขึ้นตั้งเหนือไฟ


    กลิ่นเปรี้ยวอ่อน ๆ ลอยขึ้นพร้อมไอร้อน


    คีรันมองมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนใส่เนื้อกระต่ายส่วนที่เตรียมไว้ลงไป


    น้ำเริ่มเดือดช้า ๆ


    เขานั่งเฝ้าอยู่ข้างกองไฟ


    นี่เป็๲ครั้งแรกที่เขาต้องจัดการวัตถุดิบจากสัตว์๻ั้๹แ๻่ต้นจนจบ


    ครั้งแรกที่ต้องทำอาหารจากสิ่งที่ตัวเองเพิ่งฆ่า


    และเป็๲ครั้งแรกที่เขาพยายามสร้างรสชาติขึ้นมาเองในโลกนี้


    เขาไม่รู้ว่ามันจะออกมาดีหรือแย่


    แต่ไม่ว่าจะเป็๲แบบไหน อย่างน้อยเขาก็จะได้เรียนรู้จากมัน


    เมื่อเนื้อสุก คีรันจึงเริ่มชิม


    เขากัดน่องกระต่ายย่างคำแรกอย่างระมัดระวัง


    เนื้อมีเพียงรสชาติของมันเอง


    ไม่มีเกลือ


    ไม่มีเครื่องปรุง


    ไม่มีอะไรเพิ่มเติม


    แต่สำหรับคนที่แทบไม่ได้กินอาหารจริงจังมาหลายวัน...


    มันอร่อย


    ไม่ใช่เพราะมันเป็๲อาหารชั้นดี


    แต่เพราะมันเป็๲อาหารที่เขาหามาด้วยตัวเอง จัดการด้วยตัวเอง และทำขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง


    คีรันเคี้ยวช้า ๆ


    “...ในที่สุดก็ได้กินของจริงสักที”


    เขากินต่ออีกคำ คราวนี้เร็วขึ้นเล็กน้อย


    ความหิวที่กดทับมาตลอดทั้งวันค่อย ๆ เบาลง


    จากนั้นเขาจึงหันไปชิมเนื้อที่ต้มกับเบอร์รี่แดง


    คีรันใช้กิ่งไม้คนเบา ๆ ก่อนตักน้ำขึ้นมาชิมเพียงเล็กน้อย


    ทันทีที่รส๼ั๬๶ั๼ลิ้น เขาก็ชะงัก


    “เปรี้ยว...”


    เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย


    แต่ไม่ได้รู้สึกว่ามันแย่


    ความเปรี้ยวของเบอร์รี่ช่วยตัดความจืดของเนื้อได้พอดี


    เขาลองอีกคำ


    คราวนี้สีหน้าผ่อนลง


    “...ก็ใช้ได้”


    คีรันนั่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง


    ถ้าบดเบอร์รี่ให้ละเอียดกว่านี้ ใช้น้ำมากขึ้นอีกนิด หรือปรับวิธีการต้ม...


    ครั้งหน้ามันอาจดีกว่านี้


    แต่ไม่ใช่วันนี้


    ร่างกายของเขาเหนื่อยเกินกว่าจะทดลองต่อแล้ว


    สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ เขาเพียงเก็บมันไว้ในหัว


    เบอร์รี่แดงมีรสเปรี้ยว


    น้ำจากมันสามารถนำมาใช้กับเนื้อได้


    และเมื่อใช้ในปริมาณที่เหมาะสม มันไม่ได้ทำให้อาหารแย่ลง


    สำหรับวันนี้ แค่นี้ก็พอแล้ว


    ---


    เมื่อกินจนอิ่ม คีรันนั่งพิงโครงไม้ของที่พัก


    ท้องที่เคยร้องประท้วงมาตลอดทั้งวันเงียบลงในที่สุด


    เขาหลับตาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนลืมขึ้นมองสิ่งต่าง ๆ ที่เหลืออยู่ข้างตัว


    กระดูกถูกวางรวมกับส่วนอื่น


    ขนที่ถอนออกแล้วถูกเก็บไว้อีกด้าน


    ไม้ที่ตัดมาเพิ่มถูกกองอย่างเป็๲ระเบียบ


    เครื่องมือหินวางอยู่ไม่ไกลจากมือ


    ทุกอย่างที่เขามีในตอนนี้ล้วนมาจากสิ่งที่หาได้บนเกาะ


    ไม่มีอะไรพร้อมใช้


    ไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ


    คีรันมองสิ่งเ๮๣่า๲ั้๲อยู่เงียบ ๆ


    ในโลกที่ไม่มีอะไรให้หยิบใช้ตามใจ ทุกอย่างย่อมมีคุณค่าในแบบของมันเอง


    เขายังไม่ทันคิดอะไรต่อ แสงสีฟ้าอ่อนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า


    > **[บันทึกความสำเร็จ]**

    >

    > • การปรับปรุงกับดักขั้นต้น

    > • การจับสัตว์ขนาดเล็กด้วยกับดัก

    > • การจัดการวัตถุดิบจากสัตว์เบื้องต้น

    > • การแยกส่วนเนื้อสัตว์เบื้องต้น

    > • การย่างเนื้อขั้นต้น

    > • การต้มเนื้อขั้นต้น

    > • การปรุงอาหารขั้นต้น


    ข้อความอีกส่วนหนึ่งปรากฏขึ้นตามมา


    > **[บันทึกสูตรอาหารอัปเดต]**

    >

    > **น่องกระต่ายย่าง**

    > สถานะ: ทดลองสำเร็จ

    >

    > **ต้มเนื้อกระต่ายกับเบอร์รี่แดง**

    > สถานะ: ทดลองสำเร็จ


    คีรันมองข้อมูลเ๮๣่า๲ั้๲อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยื่นมือปิดหน้าต่างลง


    เขาไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเก่งขึ้นมากมาย


    ตรงกันข้าม วันนี้กลับทำให้เขาเห็นชัดกว่าเดิมว่า ยังมีอีกมากที่เขาไม่รู้


    ความรู้จากโลกเดิมยังช่วยเขาได้


    แต่เมื่อไม่มีมีด ไม่มีเตา ไม่มีหม้อ ไม่มีเครื่องปรุง และไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เคยมี...


    ความรู้เ๮๣่า๲ั้๲ก็เป็๲เพียงจุดเริ่มต้น


    ส่วนที่เหลือ เขาต้องเรียนรู้ใหม่ด้วยตัวเอง


    คีรันเอนตัวลงกับพื้น


    “...พรุ่งนี้ค่อยคิด”


    เปลือกตาของเขาค่อย ๆ ปิดลง


    ความเหนื่อยล้าจากทั้งวันกลืนกินความคิดทีละน้อย


    ไม่นานนัก ที่พักเล็ก ๆ แห่งนั้นก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง


    ---


    อีกด้านหนึ่งของเกาะ คลื่นทะเลยังคงซัดเข้าหาชายฝั่งอย่างสม่ำเสมอ


    ซ่า...


    คลื่นลูกหนึ่งพัดบางอย่างเข้ามาตามแนวน้ำ


    มันเป็๲เศษไม้ขนาดใหญ่ที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำทะเล ผิวด้านหนึ่งแตกหักและหยาบกร้านจากการถูกคลื่นกัดเซาะ


    คลื่นอีกลูกซัดเข้ามา


    เศษไม้นั้นถูกผลักขึ้นไปบนชายหาด ก่อนจะขยับตามแรงน้ำไปอีกเล็กน้อย แล้วหยุดนิ่งในที่สุด


    ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น


    ไม่มีใครรู้ว่ามันลอยมาจากไหน


    มีเพียงเศษไม้ขนาดใหญ่ชิ้นหนึ่งที่ถูกทะเลพัดมาติดอยู่บนเกาะแห่งนี้


    และค่ำคืนนี้ก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างเงียบงัน