ข่าวผลการทดสอบด่านที่สองแพร่สะพัดไปทั่วสำนักราวกับไฟลามทุ่ง...
ชื่อของ "หลินเฟิง" ศิษย์ชั้นนอกผู้ลึกลับ ได้กลายเป็ที่รู้จักของทุกคนในชั่วข้ามคืน เขาไม่ใช่แค่ "ม้ามืด" อีกต่อไปแล้ว แต่คือ "ตัวเต็ง" ที่แข็งแกร่งที่สุดในสายตาของทุกคน! การโค่นอสูรจักรกลระดับหลอมกายาขั้นที่ห้าได้ด้วยตัวคนเดียว เป็วีรกรรมที่แม้แต่ศิษย์ชั้นในบางคนยังอาจจะทำไม่ได้ด้วยซ้ำ
เหล่าผู้รอดชีวิตจากห้องอสูรจักรกล ซึ่งเหลือเพียงสิบสองคนสุดท้าย ได้รับอนุญาตให้พักผ่อนฟื้นฟูร่างกายและพลังปราณเป็เวลาหนึ่งวันเต็ม บรรยากาศระหว่างพวกเขานั้นแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีใครกล้ามองหลินเฟิงด้วยสายตาดูแคลนอีกต่อไป มีเพียงความยำเกรง, ความชื่นชม, และ...แววตาแห่งการแข่งขันที่ลุกโชน
วันต่อมา...เหล่าสิบสองยอดฝีมือรุ่นเยาว์แห่งศิษย์ชั้นนอก ก็ถูกนำทางมายังสถานที่อันน่าตกตะลึงที่สุดแห่งหนึ่งในสำนักเมฆาอรุณ...สถานที่สำหรับด่านทดสอบสุดท้าย...บันได์
เบื้องหน้าของพวกเขาคือหุบเหวลึกที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง ท่ามกลางหมู่เมฆที่ลอยละล่อง มีแท่นศิลาขนาดมหึมาลอยอยู่อย่างน่าอัศจรรย์เป็ชั้นๆ สูงขึ้นไปสู่ท้องฟ้า! แท่นศิลาชั้นล่างสุดมีขนาดใหญ่ที่สุด และจะค่อยๆ เล็กลงไปเรื่อยๆ ในชั้นที่สูงขึ้นไป บนยอดสูงสุดนั้นมีแท่นศิลาขนาดเล็กจิ๋วที่พอให้คนสองคนยืนต่อสู้กันได้เท่านั้น แต่ละแท่นเชื่อมต่อกันด้วยสะพานแสงสีทองจางๆ
ภาพที่เห็นนั้นช่างยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม ราวกับเป็บันไดของเหล่าทวยเทพอย่างแท้จริง
ไม่เพียงเท่านั้น ที่ลานชมวิวบนหน้าผาฝั่งตรงข้าม เหล่าผู้าุโระดับสูงทั้งหมดของสำนัก, ท่านเ้าสำนัก, และศิษย์ชั้นในทั้งหมดต่างก็มารวมตัวกันเพื่อเป็สักขีพยาน! นี่คือเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ชีวิตของศิษย์ชั้นนอกคนหนึ่งจะเคยได้ัั!
"ยินดีกับพวกเ้าทั้งสิบสองคน ที่สามารถมาถึงด่านสุดท้ายนี้ได้" ผู้าุโหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดังกว่าปกติ เพื่อให้ทุกคนได้ยินกันอย่างทั่วถึง "ด่านสุดท้าย 'ประลองบนบันได์' นี้ คือการทดสอบฝีมือที่แท้จริงของพวกเ้า!"
"กฎกติกานั้นเรียบง่าย! พวกเ้าทั้งหมดจะเริ่มต้นที่แท่นศิลาชั้นล่างสุด การจับคู่จะมาจากการจับสลาก ผู้ชนะจะได้สิทธิ์ขึ้นไปยังแท่นที่สูงขึ้นไปหนึ่งขั้น ส่วนผู้แพ้...จะถูกตัดสิทธิ์ทันที! ผู้ใดที่ตกจากแท่นศิลาก็จะถูกตัดสิทธิ์เช่นกัน! การประลองจะดำเนินต่อไปเช่นนี้ จนกระทั่งเหลือสองคนสุดท้ายที่จะได้ประลองกันบนแท่นสูงสุดเพื่อตัดสินว่าใครคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด! จงจำไว้ว่านี่คือการประลอง ห้ามลงมือถึงตายเด็ดขาด! เริ่มการจับสลากได้!"
ศิษย์ทั้งสิบสองคนเดินไปจับสลากไม้ไผ่จากกล่องที่ศิษย์ชั้นในถือมา หลินเฟิงมองไปยังคู่แข่งที่เหลืออยู่ของเขา ในจำนวนนี้ มีสามคนที่โดดเด่นและน่าจับตามองเป็พิเศษ:
ถังหู่: ชายหนุ่มร่างั์กล้ามเนื้อเป็มัดๆ พลังของเขาอยู่ในระดับหลอมกายาขั้นที่สี่ เป็สายพลังทำลายล้างโดยตรง
หลี่เยว่: ศิษย์หญิงเพียงไม่กี่คนที่เหลือรอด เธอมีร่างอรชรอ้อนแอ้น แต่แฝงไว้ด้วยความเร็วที่น่ากลัวราวกับภูตพราย เชี่ยวชาญการใช้มีดสั้นคู่
เย่เฉิน: ชายหนุ่มท่าทางสุขุมเยือกเย็น เขามักจะเอาชนะคู่ต่อสู้ด้วยกลยุทธ์และไหวพริบเสมอ เป็คู่แข่งที่น่ากลัวในด้านสติปัญญา
ไม่นานนัก การจับคู่รอบแรกก็ถูกประกาศขึ้น
"คู่ที่หนึ่ง! ถังหู่ ปะทะ...!"
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด! ถังหู่ใช้พละกำลังที่เหนือกว่าทุบคู่ต่อสู้จนกระเด็นตกแท่นศิลาไปอย่างรวดเร็ว! หลี่เยว่ใช้ความเร็วของเธอหลอกล่อคู่ต่อสู้จนหัวหมุนก่อนจะใช้ด้ามมีดกระแทกเข้าที่ท้ายทอยจนสลบไป! การต่อสู้แต่ละคู่จบลงอย่างรวดเร็ว สมกับเป็ยอดฝีมือที่ถูกคัดมาแล้ว
และแล้วก็ถึงตาของหลินเฟิง
"คู่ที่สี่! หลินเฟิง ปะทะ หวังเฉา!"
หวังเฉาเป็ศิษย์ที่มีพลังอยู่ในระดับก่อร่างขั้นที่เก้า แม้จะยังไม่ทะลวงเข้าระดับหลอมกายา แต่ก็มีฝีมือไม่ธรรมดา
"ข้ารู้ว่าท่านแข็งแกร่งมากศิษย์พี่หลิน แต่ข้าจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ!" หวังเฉากล่าวอย่างมุ่งมั่น
หลินเฟิงเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย "เชิญ"
หวังเฉาคำรามลั่นแล้วพุ่งเข้าใส่ทันที เขาใช้เพลงดาบวายุที่รวดเร็วและต่อเนื่องโจมตีใส่หลินเฟิงเป็ชุด!
หลินเฟิงยังคงเยือกเย็น เขาไม่ได้ใช้พลังของระดับหลอมกายาเข้าสู้โดยตรง แต่กลับใช้ "เพลงหมัดศิลาแกร่ง" ที่ทุกคนคุ้นเคยเป็อย่างดีในการตั้งรับ!
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เขาใช้สันมือและท่อนแขนที่แข็งแกร่งดุจหินผา ปัดป้องเพลงดาบของหวังเฉาได้อย่างหมดจด! ทุกการเคลื่อนไหวของเขาดูเรียบง่าย แต่กลับมีประสิทธิภาพอย่างเหลือเชื่อ เขาสามารถอ่านทิศทางดาบของคู่ต่อสู้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
"เป็ไปได้ยังไง!" หวังเฉาใ เพลงดาบที่เขาภูมิใจกลับทำอะไรหลินเฟิงไม่ได้เลย!
ในจังหวะที่หวังเฉาเสียสมาธิไปชั่วครู่...หลินเฟิงก็ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย!
เขาก้าวเท้าเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็ว แล้วใช้ฝ่ามือกระแทกเข้าไปที่ด้ามดาบของหวังเฉาอย่างแรง! แรงกระแทกนั้นทำให้หวังเฉาเสียหลักและดาบเกือบหลุดมือ และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง...หลินเฟิงก็ใช้ฝ่ามืออีกข้างผลักเข้าไปที่หน้าอกของหวังเฉาเบาๆ
มันเป็การผลักที่ดูไม่รุนแรง แต่กลับส่งผลให้หวังเฉาที่กำลังเสียหลักอยู่แล้วลอยถอยหลังไปจนถึงขอบแท่นศิลา...แล้วก็...ร่วงหล่นลงไปในหุบเหวเบื้องล่าง! (แน่นอนว่ามีค่ายกลรองรับอยู่ด้านล่าง)
หลินเฟิงชนะไปได้อย่างหมดจดงดงาม และได้สิทธิ์ขึ้นไปยังแท่นศิลาชั้นที่สองเป็คนที่สี่!
การประลองดำเนินต่อไปจนกระทั่งเหลือผู้ชนะเพียงหกคนบนแท่นที่สอง และไม่นานนัก การต่อสู้รอบที่สองก็เริ่มต้นขึ้น!
คู่ต่อสู้ของหลินเฟิงในรอบนี้แข็งแกร่งกว่าเดิมมาก เขาคือศิษย์ที่อยู่ในระดับหลอมกายาขั้นที่สาม!
การต่อสู้ครั้งนี้ดุเดือดยิ่งขึ้น คู่ต่อสู้ใช้เพลงหมัดที่หนักหน่วงโจมตีใส่หลินเฟิงไม่ยั้ง ทำให้เขาต้องเริ่มใช้พละกำลังที่แท้จริงของระดับหลอมกายาในการเข้าปะทะ!
ตูม!
หมัดของทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ! คู่ต่อสู้ถึงกับหน้าซีดเผือดเมื่อพบว่าพละกำลังของหลินเฟิงนั้นเหนือกว่าเขาอย่างสิ้นเชิง!
หลินเฟิงใช้จังหวะที่คู่ต่อสู้ใ โจมตีสวนกลับไปเป็ชุดด้วยเพลงหมัดที่ดูเหมือน "เพลงหมัดศิลาแกร่ง" แต่กลับรวดเร็วและหนักหน่วงกว่าหลายเท่า! จนในที่สุด คู่ต่อสู้ก็ทานรับไม่ไหวและถูกซัดตกแท่นศิลาไปเป็คนที่สอง!
การต่อสู้ในรอบนี้จบลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน...และบัดนี้...บนแท่นศิลาชั้นที่สามที่สูงขึ้นไปอีก...เหลือผู้รอดชีวิตเพียงแค่สี่คนสุดท้ายเท่านั้น!
หลินเฟิง...ถังหู่...หลี่เยว่...และเย่เฉิน!
พวกเขาทั้งสี่ยืนอยู่คนละมุมของแท่นศิลา จ้องมองกันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยจิติญญาแห่งการต่อสู้ที่ลุกโชน! สายลมที่พัดกรูเกรียวอยู่รอบตัวนั้นเย็นเยียบ แต่กลับไม่อาจดับไฟในใจของพวกเขาได้
นี่คือรอบรองชนะเลิศ! ผู้ชนะในรอบนี้จะได้ขึ้นไปสู่แท่นที่สูงที่สุด!
ศิษย์ชั้นในคนหนึ่งถือกล่องจับสลากขึ้นมาอีกครั้ง...
"การจับคู่ในรอบรองชนะเลิศ..."
ทุกคนต่างกลั้นหายใจรอ...