Battery of Hope

    ฝันร้ายมาเยือน———มีนาคม-เมษายน 2020


    ฝันร้ายมาเยือน ——มีนาคม - เมษายน 2020

    นิวยอร์กระบาดหนักมาก คนตายเพิ่มขึ้นวันละหลายๆร้อย สู่หลักวันละหลายๆพัน ดิ้นรนที่สุดอยากกลับบ้าน

    แต่ดูเหมือนทุกสนามบินปิด หลายสายการบินหยุดบินและที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้น เมืองไทยเริ่มระบาด ลุงตู่ประกาศปิดประเทศ ห้ามเครื่องบินบินเข้าไม่มีกำหนด!


    มาถึงวันนี้กินอะไรก็ไม่อร่อยแล้ว ห่วงลูกมาก ถ้าป่วยมา อุบัติเหตุเกิด จะหาหมอยังไง หลายสิ่งอย่างพรั่งพรูอยู่ในความคิดเงียบๆ ลุงไม่ได้ออกไปทำงานอีก ทำที่บ้านเต็มตัว ยังดีหน่อยเมืองที่อยู่ ยังไม่ระบาด ยังพอเดินห่างๆ สูดอากาศนอกบ้านกันได้


    แต่บางครั้งสิ่งที่เรากลัวมันมักจะเกิดขึ้นจริง จู่ๆ ลิเริ่มมีไข้ ตัวร้อน และไข้ขึ้นสูงเรื่อยๆ ให้กินยา ไข้ลดพอหมดฤทธ์ยาไข้มาอีก บอกแล้วที่นี่นัดหมอยาก โทรไปวันนี้ลูกไข้ 39องศา คิวไม่มีได้คิวอีกทีอีกสองวัน! คือตัวพ่อตัวแม่ป่วยพอรอได้นะ แต่ลูกป่วยมันรอไม่ได้จริงๆ และไข้ลิก็ไม่มีวี่แววจะลดลงเลย


    พี่ก๋อย!! คือคนแรกที่คิดถึง ทราบมาว่า คุณพ่อพี่ก๋อยเป็๞หมอ อย่างน้อยต้องได้คำแนะนำบ้าง ไลน์ขอความช่วยเหลือพี่ก๋อยวันนั้นเลย ก็ได้คำแนะนำมาตามคาด แต่สิ่งที่เกินคาดมาคือ พี่ก๋อยมีญาติผู้พี่ เป็๞หมออยู่ที่เมกา แถมเป็๞หมอเด็กด้วย!! และพี่ก๋อยก็ขอความช่วยเหลือไปยังพี่ติ๊ก เขียนเล่าอาการไปเสร็จ พี่ติ๊กโทรมาหาทันที คืนนั้น...ถามอาการวินิจฉัย แนะนำการดูแลและส่งใบสำหรับไปซื้อยามาให้พร้อม น้ำตาไหลจนได้ ในชั่วโมงที่ลูกป่วย ไปหาหมอไม่ได้ไม่รู้จะพึ่งใคร และไม่รู้จะทำยังไงดี ก็มีน้ำใจจากคนที่ไม่รู้จักส่งตรงมาทันเวลา  ลิต้องกินยาสองตัวสลับกัน ไข้เริ่มลดและอาการเม็ดๆ ที่เรียกว่าส่าไข้เริ่มออกเต็มตัว จนที่สุดไม่มีไข้มาอีก พี่ติ๊กให้หยุดยาได้ แต่ทุกวันก็ยังไลน์ถามอาการจนลิหายดี ???? กราบขอบพระคุณพี่ก๋อย และพี่ติ๊ก ตรงนี้อีกรอบค่ะ แล้วไลน์พี่ติ๊ก ก็เริ่มใช้บ่อยขึ้น ทุกๆครั้งที่ลิมีอาการไม่ค่อยสบาย ก็จะไลน์หาพี่ติ๊กเสมอๆ แม้กระทั่งตัวอย่างใบรับรองแพทย์ (Fit to fly) ที่ต้องใช้ก่อนจะบินกลับมาที่นี่ก็ได้รับความอนุเคราะห์มาจากพี่ติ๊กท่านนี้ค่ะ


    ตลอดเดือนเมษายน ที่ไทยระบาดหนักขึ้น รัฐบาลยังสั่งคุมเข้ม และปิดหลายๆสถานที่ ความหวังที่จะได้บินกลับ หมดสิ้นอีกครั้ง เมื่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งปิดสนามบินต่อเดือนพฤษภาคมอีกทั้งเดือน!!


    แบตเตอรี่ความหวังก้อนที่สาม ถูกใช้จนหมด ดูเหมือนต้องอยู่เมกาต่อไปเรื่อยๆ นับจากนี้ แต่จะอยู่อย่างไรดี ให้ปลอดภัยที่สุด...ลิก็กำลังซน หกล้มหกลุก กลัวเ๧ื๪๨ตกยางออกมากๆ สิ่งที่ทำให้ความรู้สึกยิ่งเครียด สิ่งที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่คือจินตนาการแห่งความกลัวของตัวเอง กลัวว่าโรคจะเกิดขึ้นกับเรา กลัวว่าไม่รู้ต้องทำอย่างไร กลัวว่าถ้าเราช่วยตัวเองให้เอาตัวรอดไม่ได้ แล้วติดเชื้อขึ้นมา ลูกจะทำยังไง แล้วถ้าเราติด ลิจะติดไหม เราจะมีโอกาสได้พาลูกกลับไปเมืองไทยอีกหรือเปล่า??? หลากหลายคำถามผุดขึ้นในหัวอีกครั้ง ในขณะที่คำถามเดิมยังหาคำตอบ หรือทางออกไม่ได้เลย....