ยอดชายา : พลิกชะตาด้วยศาสตร์พยากรณ์

    บทที่ 37 วาจาสิทธิ์ คำทำนายแม่นยำเหนือใคร

    บทที่ 37 วาจาสิทธิ์ คำทำนายแม่นยำเหนือใคร


    "เฮ้อ วันนี้ดวงกุดจริง ๆ แย่งซื้อข้าวหลามไม่ทัน"


    "ทำไมไม่ทำข้าวหลามมาเยอะกว่านี้หน่อยนะ ยังมีอีกตั้งหลายคนที่ไม่ได้ของ"


    "ทุกคนที่ยังไม่ได้ข้าวหลามก็อย่าเพิ่งท้อใจไป พรุ่งนี้เช้าข้าจะมาขายที่นี่อีก ใครอยากกินก็มารอที่นี่ได้ รับรองว่าได้กินแน่นอน"


    ฉู่ชิงเฉินเริ่มเก็บข้าวของที่แผง


    "แม่นางพูดแล้วต้องคำไหนคำนั้นนะ พรุ่งนี้ข้าจะมารอจองที่แต่เช้าเลย คอยดูสิว่า จะยังซื้อไม่ได้อีกไหม"


    "ข้าพูดคำไหนคำนั้นเสมอ ทำการค้าต้องเน้นความซื่อสัตย์เป็นสำคัญ" ฉู่ชิงเฉินตอบกลับเรียบ ๆ


    เมื่อข้าวหลามขายหมดเกลี้ยง ผู้คนก็ไม่มีเหตุให้รั้งอยู่ต่อจึงแยกย้ายกันไป


    พ่อค้าขายซาลาเปาเนื้อที่อยู่ข้าง ๆ เห็นฉู่ชิงเฉินขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ก็เกิดอาการริษยาจนตาร้อน เดิมที ซาลาเปาเนื้อของเขาขายดีมาก แต่พอฉู่ชิงเฉินมา ลูกค้าประจำหลายคนกลับปันใจไปซื้อข้าวหลามของนางแทน จะไม่ให้เขาโมโหได้อย่างไร?


    "ถุย! ก็แค่ข้าวหลาม มีอะไรน่าตื่นเต้นนักหนา จะมาสู้ซาลาเปาเนื้อของข้าได้หรือ! ซาลาเปาเนื้อจ้า ซาลาเปาเนื้อร้อน ๆ!"


    พ่อค้าถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างแรงไปทางฉู่ชิงเฉิน ราวกับทำแบบนี้แล้วจะระบายความแค้นได้ ก่อนจะเริ่มตะโกนขายของแข่ง


    "ต่างคนต่างก็ใช้ความสามารถหาเงิน ข้าขายข้าวหลามหมด เจ้าก็ขายซาลาเปาของเจ้าต่อไปสิ เหตุใดต้องมาคอยจิกกัดข้าด้วย ใจแคบแบบเจ้านี้ ก็คงเป็นได้แค่คนขายซาลาเปาไปตลอดชีวิตนั่นแหละ"


    ฉู่ชิงเฉินเงยหน้าขึ้นมองโหงวเฮ้งของพ่อค้าคนนั้น คิ้วที่ต่อกันสนิท และตำแหน่งหว่างคิ้วที่หมองคล้ำและแคบ บ่งบอกว่าใจแคบและชอบริษยาผู้อื่น ไม่มีทางเจริญก้าวหน้าไปทำเรื่องใหญ่โตได้


    "อ้อ ข้าขอเตือนเจ้าไว้สักคำนะ ข้าเห็นหว่างคิ้วของเจ้าออกสีเขียวคล้ำ ข้างจมูกมีเส้นเอ็นปูดนูน สีหน้าดูซีดเซียว เกรงว่าจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น เช่น รถชน ทางที่ดีเจ้ารีบเก็บแผงกลับบ้านไปหลบภัยเสียเถอะ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน"


    ฉู่ชิงเฉินเพียงแค่เหลือบมองแวบเดียว ในเมื่อมองออกแล้วนางก็เลยยอมเสียสละพูดเตือนสักประโยค ถือเสียว่าทำกินสร้างกุศลรายวัน


    "ยัยผู้หญิงปากเสีย มาแช่งกันได้ยังไง! ข้าอยู่ดี ๆ จะมีอุบัติเหตุได้ยังไง เจ้าพูดจาเลอะเทอะชัด ๆ ขายเสร็จแล้วก็รีบไสหัวไปซะ อย่ามาทำตัวเป็นคนทรงเจ้าหลอกลวงคนแถวนี้ ใครเชื่อเจ้า สมองก็คงมีปัญหาแล้ว"


    พ่อค้าโมโหจัด หากไม่เห็นว่าเป็นผู้หญิงเขาคงเข้าไปต่อยสักหมัด อยู่ดี ๆ มาหาว่าเขาจะโดนรถชน


    "ข้าพูดในสิ่งที่เห็นเพื่อความสบายใจของข้าเอง จะเชื่อหรือไม่ก็สุดแท้แต่เจ้า"


    ฉู่ชิงเฉินไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับคนประเภทนี้ รอบข้างยังมีคนมุงดูเหตุการณ์อยู่ไม่น้อย นางหิ้วถังเปล่าสองใบเดินปลีกตัวออกจากฝูงชนไป


    "นั่นสิ แม่นางคนนั้นดันไปแช่งเขาว่าจะเกิดอุบัติเหตุ ออกจะไร้จรรยาบรรณไปหน่อยนะ"


    "แล้วทำไมไม่มีใครเชื่อล่ะว่าแม่นางคนนั้นพูดจริง? เผื่อว่านางจะเป็นยอดฝีมือที่ดูดวงได้ล่ะ" ชายคนหนึ่งพูดขึ้นมาแต่ก็ยังรู้สึกไม่มั่นใจในคำพูดตัวเองนัก


    "เลิกไร้สาระเถอะ ในแคว้นต้าเฉิง ใครเคยเห็นสตรีเก่ง ๆ มานั่งดูดวงบ้าง แถมยังอายุน้อยขนาดนี้อีก" คนดูเหตุการณ์ยังคงโต้เถียงกันจนหน้าดำหน้าแดง


    แต่ทว่า ในตอนนั้นเอง บนท้องถนนมีคนขับรถม้าผ่านมา ม้าตัวนั้นไม่รู้ว่าตกใจอะไรมา อยู่ดี ๆ ก็เกิดอาการพยศ และพุ่งตรงมายังแผงขายซาลาเปาเนื้ออย่างประหลาด ทั้งที่รถม้าควรจะผ่านฝูงชนไปได้


    คนขับพยายามรั้งบังเหียนสุดแรงเกิดแต่ก็ไร้ผล เขาตกใจจนเหงื่อกาฬไหลพราก คิดในใจว่าคราวนี้พินาศแน่ ๆ


    ม้าพุ่งเข้าชนแผงลอยเต็มแรง ซาลาเปาเนื้อที่เพิ่งนึ่งเสร็จใหม่ ๆ ปลิวว่อนกระจายไปทั่ว


    พ่อค้าซาลาเปาที่เห็นม้าพุ่งชนแผง แล้วตรงมาที่ตัวเองก็ตกใจจนขาอ่อนแรง ลืมกระทั่งวิธีวิ่งหนี จึงถูกม้าชนกระเด็นไปต่อหน้าต่อตาผู้คน


    ทุกคนต่างตกตะลึงไปตาม ๆ กัน ปากของแม่นางคนเมื่อครู่เหมือนมีมนต์ขลัง คำนวณได้แม่นยำยิ่งนัก นี่ไม่ใช่คนหลอกลวงแล้ว นี่มันเทพธิดาพยากรณ์ชัด ๆ!


    คนขับรถม้าเห็นคนถูกม้าชนกระเด็นก็หน้าซีดเผือด รีบเข้าไปอุ้มร่างนั้นส่งโรงหมอทันที แม้พ่อค้าจะได้รับบาดเจ็บและกระดูกหักหลายแห่ง แต่โชคดีที่ไม่โดนจุดสำคัญ ชีวิตจึงยังรักษาไว้ได้


    พ่อค้าที่ประสบเคราะห์กรรมครั้งใหญ่รู้สึกนึกเสียใจยิ่งนัก ถ้ารู้แบบนี้ เขาน่าจะเชื่อคำเตือนของแม่นางคนนั้น รีบเก็บแผงกลับบ้านเสีย ก็ไม่ต้องมานอนเจ็บปวดกระดูกทั้งตัวแบบนี้แล้ว แถมยังต้องนอนติดเตียงไปเป็นเดือนอีก


    ฉู่ชิงเฉินหิ้วถังเก็บความร้อนสองใบเดินไปมาก็รู้สึกไม่สะดวกนัก นางตั้งใจจะซื้อของเพิ่มอีกสองสามอย่าง จึงต้องหาที่ลับตาคนเพื่อส่งถังสองใบนี้กลับเข้ามิติไปก่อน จะได้ทำตัวให้คล่องแคล่ว


    นางเดินเข้าไปในตรอกแห่งหนึ่ง ขณะที่กำลังจะยัดถังกลับเข้าไป นางก็ได้ยินเสียงคนซุบซิบกันเบา ๆ จากด้านหลัง


    "นางคนนั้นแหละ ครู่เดียวก็ขายข้าวหลามหมดเกลี้ยง หาเงินได้ไม่น้อยเลย พี่ใหญ่ พวกเราไปแย่งเงินในมือนางมาเถอะ"


    ฉู่ชิงเฉินยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่ง นางวางถังสองใบลงบนพื้น แล้วยืนรอให้โจรขโมยเงินสองคนเดินเข้ามาหา


    "ปละ... ปล้น!"


    คนตัวสูงคนหนึ่งในนั้นชัดเจนว่าเพิ่งเคยทำเรื่องแบบนี้ครั้งแรก เมื่อเห็นฉู่ชิงเฉินยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่วิ่งหนี แถมยังสงบเงียบจนน่ากลัว เขาก็เริ่มลนลานเสียเองจนพูดจาติดอ่าง


    "ข้างหน้าเป็นทางตัน เจ้าวิ่งหนีไปไม่ได้หรอก ส่งเงินมา แล้วข้าจะพิจารณาปล่อยเจ้าไป"


    อีกคนหนึ่งที่ตัวเตี้ยกว่าก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วตะคอกใส่ฉู่ชิงเฉิน ก็แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนเดียว มีอะไรน่ากลัว


    "ไอ้พวกตาถั่ว กล้ามาปล้นถึงถิ่นย่าทวดเชียวหรือ พวกเจ้าดวงซวยแล้ว"


    ฉู่ชิงเฉินยืนนิ่งอยู่ที่เดิม แต่ทั่วร่างกลับแผ่ซ่านด้วยกลิ่นอายที่น่าเกรงขามจนน่าขนลุก


    โจรทั้งสองคนต่างชะงักไปชั่วครู่ ก็แค่หญิงสาวคนหนึ่ง เหตุใดจึงมีบารมีแรงกล้าขนาดนี้ ดูเหมือนขุนพลผู้เด็ดขาดที่ผ่านสนามรบมานับครั้งไม่ถ้วน


    "ถ้ากลัวก็รีบไสหัวไปซะ" ฉู่ชิงเฉินปรายตามองด้วยสายตาเฉียบคมจนคนตัวสูงสะดุ้งเฮือก


    "พี่ใหญ่ ข้าว่าเราเจอของแข็งเข้าให้แล้วล่ะ รีบเผ่นกันเถอะ อย่าเอาชีวิตมาทิ้งเพื่อเงินไม่กี่ตำลึงเลย" คนตัวสูงกระซิบเตือนข้างหูพี่ใหญ่


    "ไอ้ขี้ขลาด! ก็แค่ผู้หญิงคนเดียวจะกลัวอะไรนักหนา นางจะกินหัวเจ้าหรือไง เข้าไปพร้อมกันเนี่ยแหละ ชิงเงินในมือนางมา!"


    คนตัวเตี้ยพอได้ยินคำยุส่งก็เริ่มมีลูกฮึด ทั้งคู่เดินตรงเข้าหาฉู่ชิงเฉิน ตั้งใจว่าคนหนึ่งจะเข้าไปรวบตัวให้ล้มลง ส่วนอีกคนจะค้นหาเงินในตัว


    ความคิดนั้นดี... แต่ความจริงนั้นโหดร้ายนัก


    ฉู่ชิงเฉินไม่รอให้ทั้งสองเข้าถึงตัว นางหยิบถังเก็บความร้อนที่หนักสามสิบกว่าชั่งขึ้นมา แล้วทุ่มใส่ทั้งสองคนสุดแรง


    ถังเก็บความร้อนพุ่งเข้าใส่คนทั้งคู่เต็มแรงจนล้มลงกองกับพื้นลุกไม่ขึ้นทันที


    ฉู่ชิงเฉินจึงเดินเข้าไปอย่างช้า ๆ แล้วยกเท้าเหยียบลงบนพุงของคนตัวเตี้ยอย่างแรง


    "ยังจะชิงเงินอีกไหม?"


    "ไม่กล้าแล้ว ท่านย่าทวดโปรดเมตตาด้วย ผู้น้อยตาไม่มีแววเอง ครั้งหน้าไม่กล้าแล้ว!" ชายตัวเตี้ยร้องไห้อ้อนวอนขอชีวิต สตรีตรงหน้าพวกเขาหาเรื่องด้วยไม่ได้จริง ๆ


    "ต่อไปจงกลับตัวเป็นคนดีซะ อย่าได้ริทำสันดานโจรแบบนี้อีก ถ้าข้ารู้อีกล่ะก็ ข้าไม่เอาไว้แน่" ฉู่ชิงเฉินขยี้เท้าลงบนพุงชายหนุ่มเป็นการเตือน


    "ท่านย่าทวดสั่งสอนได้ถูกต้องแล้ว ผู้น้อยกลับไปจะกลับตัวเป็นคนใหม่ ท่านได้โปรดยกเท้าอันสูงส่ง ไว้ชีวิตผู้น้อยสักครั้งเถอะ"


    "ไสหัวไปให้พ้น!"


    ฉู่ชิงเฉินจึงถอนเท้าออกด้วยความพอใจ เดิมทีพวกเขาก็ไม่ใช่คนชั่วช้าที่แก้ไขไม่ได้ นางจึงไม่อยากลงมือถึงตายให้เสียกุศล


    ทั้งคู่ถอนหายใจทิ้งด้วยความโล่งอก แล้วรีบตะเกียกตะกายหนีไปอย่างรวดเร็ว


    ฉู่ชิงเฉินพยุงถังเก็บความร้อนขึ้นมา แล้วนึกในใจว่า 'เก็บกลับไป'


    พริบตาเดียว ถังเก็บความร้อนทั้งสองใบก็หายวับเข้าไปอยู่ในมิติเรียบร้อย

    คล้ายกับเรื่องยอดชายา : พลิกชะตาด้วยศาสตร์พยากรณ์ ที่คุณอ่าน