ตาเฒ่าชิงหลงพาหลินเอ๋อกลับมายังโรงเตี้ยมเดิมเพื่อพักผ่อน ถึงแม้จะรู้ว่าฉางเฟยมาหานางและรู้ว่านางพักอยู่ที่นี่ก็ตามแต่เขาก็ไม่เกรงกลัว เขากล่าวกับหลินเอ๋อเป็การปลอบใจว่าหากเจอกับฉางเฟยอีกครั้งอีกฝ่ายจะไม่สามารถเข้าหาหรือทำอะไรนางและลูกของนางได้เป็อันขาดซึ่งหลินเอ๋อก็เชื่อใจเขา
“นอนพักซะ”พูดพร้อมลูบหัวหลินเอ๋อไปพลางก่อนจะลุกขึ้นยืน
“ท่านผู้เฒ่า...”หลินเอ๋อเอ่ยเรียกทำให้อีกฝ่ายต้องชะงัก ก่อนจะหันกลับมามองนางด้วยความสงสัย
“มีอะไรเหรอ”
“ท่านจะ... ไม่ทิ้งข้าใช่ไหม”เมื่อได้ยินคำถาม ชิงหลงก็ยกยิ้มที่มุมปาก
“หากวันใดข้าเอ่ยปากว่าจะลา วันนั้นเ้าบั่นคอของข้าได้ทันที”เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ทำให้หลินเอ๋อสบายใจก่อนจะค่อยๆหลับตาลง ชิงหลงก้าวเท้า
เดินออกจากห้องนอนของนางก่อนจะปิดประตู แต่ยังไม่ทันจะได้ไปไหนชิงหลงเองเป็ผู้กล่าวเปิดประเด็นก่อน
“มานานแล้วหรือยัง”ก่อนจะเงยหน้ามองฉางเฟยที่กำลังยืนกอดอกมองเขาอยู่
“นานพอที่จะเห็นว่าเ้าทำอะไรกับเมียของข้าบ้าง”ชิงหลงส่งเสียงหัวเราะในลำคอ”ข้าขอเตือนเ้านะตาเฒ่า ย่ามายุ้งกับเื่ที่ไม่ใช่เื่ของเ้าถ้ายังอยากมีชีวิต”
“มันอาจจะใช้ได้ผลนะหากว่าคนที่กำลังยืนฟังอยู่ตรงนี้ไม่ใช่ข้า”ชิงหลงสวนกลับนั้นยิ่งทำให้ฉางเฟยต้องชักกระบี่ออกจากฝัก
“ถือว่าข้าเตือนเ้าแล้วนะ”
ท่ามกลางเสียงของผู้คนภายนอกและเสียงดนตรีภายในโรงเตี้ยมที่ยังคงเล่นอยู่ ชายทั้งสองผู้ต่างวัยต่างจ้องหน้ากันโดยไร้ซึ่งความหวาดกลัวต่อกันและกัน ชิงหลงไม่แม้แต่จะมีท่าทีอยากสู้อะไร เขาหยิบเอายาสูบในกระเป๋าขึ้นมาคาบและจุดไฟใส่มัน
“เ้าก็โตๆแล้ว มีครอบครัวแล้ว มีการงานที่ดีมียศฐาที่สูง ใยต้องมาลังควานอดีตเมียที่เ้าทิ้งไปแล้วด้วยล่ะ”ปากที่คาบยาสูบปล่อยคำถามที่ทำเอาฉางเฟยจุกในอกขึ้นมา
“นางเป็เมียข้า และยังเป็อยู่”
“หึ... ช่างกล้าพูดนะ กับคนที่ทิ้งนางไปแต่งงานใหม่ เพื่อสิ่งอื่นถึงกับยอมทิ้งสตรีที่รักเ้าสุดหัวใจถึงขั้นว่าตนลำบากแค่ไหนก็ยังยอมลำบากออกตามหาเ้า แต่เ้ากลับทำร้ายนางทั้งร่างกายและจิตใจ ข้าถามหน่อยว่าจะไม่สำนึกบ้างงั้นเหรอ”
“หุบปากเน่าๆของเ้าได้แล้วตาเฒ่า”
“ที่ข้าพูดหากไม่เป็ความจริงเ้าก็แย้งได้”ชิงหลงเอนตัวพิงก็เสาร์ไม้มองฉางเฟยที่กำลังจ้องเข้าอย่างเอาเป็เอาตาย
“ข้าไม่อยากเสียเวลาคุยกับเ้าแล้ว ขอเตือนเป็ครั้งสุดท้ายหลีกทางไปซะ”
“แล้วถ้าข้าไม่หลีกล่ะ เ้าจะทำไม”ชิงหลงดันตัวขึ้นยืนตรงมองอีกฝ่ายที่มีท่าทีเหมือนจะเข้าจู่โจม”เ้าไม่ได้รักนางแล้ว เ้าแค่ยังเสียดายนางอยู่ เสียดายความสาว เสียดายเพียงร่างกายของนางก็เท่านั้น”
“อย่ามาทำเป็รู้จักข้าดีไปหน่อยเลยตาเฒ่า เ้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับข้าซักนิด”คำพูดของฉางเฟยทำให้ชิงหลงเกิดต้องเผยยิ้มออกมา
“ทำไมข้าจะไม่รู้.....”พูดจบก็พ้นควันออกมาจากปาก”ข้ารู้มากกว่าตัวเ้าเองเสียอีกฉางเฟย”
“พูดมากเกินไปแล้ว!!”ฉางเฟยไม่ทนฟังคำพูดของชิงหลงพุ่งเข้าหาหมายจัดการทว่าเมื่อคมกระบี่ฟันลงที่ร่างของชิงหลง ร่างนั้นกลับกลายเป็เพียงแค่ควันยาสูบธรรมดาๆ
“เื่ที่เ้ากับครอบครัวของเ้าคุยกัน ข้ายังรู้เลยฉางเฟย”
ควับบบบ!!!
ฉางฟายหวดกระบี่ไปทางด้านหลังพร้อมหันไปหาแต่ก็ว่างเปล่า สายตาที่ตอนนี้กำลังจับจ้องมองหาศัตรูยังคงทำงานอย่างเต็มที่ สติของฉางเฟยตอนนี้เริ่มประมวลผลทกๆอย่างรอบตัว จิตที่ปล่อยออกมาค้นหาต้นตอของเสียงที่กำลังดังอยู่เรื่อยๆ
“นางนั้นไร้ความผิด ไร้ความผิดมาโดยตลอดแต่พวกเ้า ครอบครัวของเ้ากลับยัดเยี้ยดความผิดที่นางไม่ได้ก่อให้เพื่อเป็สาเหตุในการฆ่านาง”
ควับบบ!!!
“ออกมานะตาเฒ่าเ้าเล่ห์!!”ฉางเฟยะโเรียกพร้อมกับหวดกระบี่ไปมาเพื่อค้นหาอีกฝ่าย
“ข้าจะขอเตือนเ้าแค่หนนี้หนเดียว หยุดคุกคามนางซะแล้วข้าจะไม่วุ่นวายกับเ้า กับครอบครัวของเ้า”
ควับบบบบบ!!
“ถ้าไม่ฟังคำข้า เ้าและตระกูลของเ้าจะได้พบกับคำว่าล่มจมอย่างรุนแรง.....”ชิงหลงที่ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าของฉางเฟยซึ่งเขาจ้องมองเขาหยู่หลังหาตัวอยู่นาน
“คิดว่าข้าจะกลัวคำขู่ของเ้างั้นเหรอ!!”ฉางเฟยพุ่งเข้าหาชิงหลงในทันทีแต่ทว่า เมื่อระยะที่เขาพุ่งเข้าหานั้นมันใกล้เกินไปจึงทำให้ฉางเฟยไม่ทันจะได้สังเกตว่า ในมือของชิงหลงมีบางอย่างอยู่!
ฟึบบบบบ!!!!....
ไม่รอช้าเมื่อเห็นโอกาสชิงหลงยกมือที่อัดแน่นไปด้วยพลังลมปราณสีขาวใสกระแทกใส่ฉางเฟยทันที แล้วทุกอย่างก็หยุดนิ่งไปในที่สุด ทุกๆอย่างที่เคยเคลื่อนไหวแม้แต่ตัวของฉางเฟยเองก็หยุดชะงัก ความรู้สึกยังมีแต่ไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือขยับตัวได้ ดวงตาของเขายังคงมองเห็นชิงหลงที่เป็เพียงสิ่งเดียวที่ขยับตัวได้ ตาเฒ่าค่อยๆเดินเข้าไปหาฉางเฟย จับคมกระบี่ของอีกฝ่ายแล้วไล่ไปจนถึงข้อมือ
“ข้ารู้ว่าเ้าเป็ใคร ข้ารู้ว่าเ้ามาจากไหน ข้ารู้ว่าเ้าจะทำอะไร ข้ารู้ว่าเ้าคิดอะไร...”ชิงหลงหยุดเดินก่อนจะก้มตัวลงที่ข้างหูของฉางเฟย”แล้วเ้าล่ะ.... รู้อะไรเกี่ยวกับข้าบ้าง....”
เหมือนคนนอนหลับไร้ซึ่งสติที่จู่ๆก็ฟื้นตื่นและพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงไม้โดยมีผ้าห่มผืนเล็กคลุมกายเท่านั้น ฉางเฟยทีได้สติกวาดสายตามองไปรอบๆตัวและพบว่าเขานอนอยู่ในห้องของโรงเตี้ยมที่เขามาเมื่อคืน เมื่อนึกย้อนกลับไปเหตุการณ์สุดท้ายที่เขาจำได้คือการกระทำของชิงหลง หยุดทุกๆอย่างด้วยฝ่ามือเดียว
แล้วเขาก็เหมือนง่วงนอนกะทันหันและทุกอย่างก็มืดลงแทบจะทันที คำถามที่เกิดขึ้นในหัวอยู่ตอนนี้มันมาจากคำถามของตาเฒ่าชิงหลงที่ทิ้งท้ายเอาไว้ให้เข้าได้คิด
“ตาเฒ่านั้น... เป็ใครกันแน่”ฉางเฟยถามกับตัวเอง วิชาที่เขาโดนเล่นงานเมื่อคืนไม่ใช่วิชาที่เขารู้จัก ไม่เคยปรากฏที่ไหนมาก่อนเท่าที่เขารู้ และการที่เขาไม่สามารถค้นหาตัวตนตอนที่ชิงหลงหายตัวไปแต่มีเสียงดังอยู่ตลอดๆนั้นอีกด้วย คนธรรมดาๆไม่สามารถกระทำได้ต่อให้เป็จอมยุทธก็ยากที่จะกระทำเช่นนั้นเพราะตัวเขาเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใครด้วยซ้ำ
อีกด้านหนึ่ง
“คิดดีแล้วใช่ไหมที่ทิ้งเขาเอาไว้ที่นั้น”ชิงหลงเอ่ยถามในขณะที่กำลังควบรถม้าซึ่งเอามาจากโรงเตี้ยมโดยมีหลินเอ๋อและบุตรสาวของนางนั่งอยู่ด้านหลัง
“ข้าไม่อยากพูดถึงเขาอีก”นางกล่าวตอบ แน่นอนว่าเมื่อคืนใช่ว่านางจะไม่รู้เื่เพียงแต่นางเห็นอย่างเดียวแต่ไม่ได้ยินเสียง เห็นทุกๆอย่างที่ฉางเฟยทำ นางปรากฏตัวหลังจากที่ชิงหลงเล่นงานเขาจนสลบด้วยวิชาประหลาดก่อนจะเป็ผู้ขอให้ชิงหลงไว้ชีวิตเขาและให้นำร่างไร้สติของเขาไปไว้บนเตียงก่อนที่พวกนางจะพากันหนีออกมา
“ก็ตามแต่ใจเ้าเถอะ”พูดจบก็หันมาทำหน้าที่ของตนเอง ส่วนหลินเอ๋อมองบุตรสาวของตนที่กำลังมองนางอยู่เช่นกัน
“ไม่เป็ไรนะ... ต่อจากนี้มีแค่แม่ดูแลเ้าก็ไม่เป็ไร”พูดจบก็ก้มลงหอมหน้าผากลูกสาวเบาๆ
ฉางเฟยเมื่อกลับมาถึงบ้านเขาก็ส่งคนออกไปตามตัวผู้รู้ในเคล็ดวิชาระดับสูงมาที่บ้านและพร้อมกันนั้นยังได้ส่งคนออกไปสืบหาข่าวของชิงหลง สืบย้อนหลังถึงภูมิประวัติที่มา ทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับตาเฒ่าน่าสงสัยนั้นเขา้ามันทั้งหมด และเมื่อเหล่าผู้รู้มาฉางเฟยก็เล่าถึงสิ่งที่ชิงหลงกระทำกับตนพร้อมตั้งคำถามว่ามันคือวิชาอะไร
“จากที่ข้าฟังมันคล้ายกับวิชาสะกดิญญาของพรรคอีกาสีเืเลยนะ”
“แต่ข้าเห็นต่าง ข้ามองว่ามันคือวิชาลับของบู้ตึ๊ง วิชาค่ายกลหกเหลี่ยมเสียมากกว่า”เหล่าผู้รู้เริ่มออกความคิดเห็นซึ่งฉางเฟยก็รับฟังอย่างตั้งใจและคิดตาม
“แล้วท่านล่ะท่านราชครู”ฉางเฟยหันไปถามอีกบุคคลหนึ่งซึ่งกำลังนั่งฟังคนอื่นๆแสดงความคิดเห็น
“ข้ากำลังคิดถึงเคล็ดวิชาแขนงหนึ่งอยู่”ท่านราชครูเอ่ยตอบกลับไปทำให้ฉษงเฟยเกิดสนใจขึ้นมา”มันเป็เคล็ดวิชาโบราณที่หายสาบสูญไปเมื่อพันปีก่อนแล้ว”
“เมื่อพันปีก่อน ตรงกับวิชาดัชนีสลายกระดูกที่ฉางซื่อเล่าให้กับข้าฟังด้วยเช่นกัน”
“ข้ากำลังสงสัยในชายแก่ผู้นี้ที่ท่านแม่ทัพได้เผชิญหน้ามามาก วิชาที่เขาใช้ล้วนแล้วแต่เป็วิชาที่หายสาบสูญไปเกือบทั้งสิ้น”
“แล้วพอจะมีวิธีรับมือหรือแก้ไขอะไรบ้างไหมท่านราชครู”อีกฝ่ายยกมือขึ้นรูปหนวดเคราของตน
“ยากเกินกว่าจะต้านทาน หากเป็วิชาโบราณก็ย่อมขึ้นชื่อว่าร้ายกาจ ยิ่งเป็ของเหล่าอดีตยอดยุทธแล้วด้วยยิ่งเป็ของแสลงต่อคนปัจจุบันมาก”
“ข้าไม่มีทางเอาชนะตาเฒ่านั้นได้เลยงั้นเหรอ”ฉางเฟยถามกลับไป ตอนนี้ในหัวของเขาคิดเพียงจะเอาหลินเอ๋อกลับมาหาตนให้ได้ แต่จะทำเช่นนั้นได้เขาต้องเอาชนะชิงหลงให้ได้เสียก่อนเพื่อกำจัดเสี้ยนหนามชิ้นสำคัญ
“มันก็ใช่ว่าจะเอาชนะไม่ได้”ท่านราชครูกล่าวขึ้น ทำให้ฉางเฟยหันไปมองทันที
“ยังไง”
“ที่สำนักดาบโลหิตมีเคล็ดวิชาดาบชิ้นสำคัญซึ่งยังไม่เคยมีใครเรียนสำเร็จมาก่อน และเพราะแบบนั้นมันจึงถูกเก็บรักษาเอาไว้รอผู้มีฝีมือนำมันออกมาใช้งาน”
“วิชาอะไรท่านราชครู”ราชครูเฒ่าหันมองฉางเฟย
“เคล็ดวิชา ดาบพิชิตมารโลหิต”