ขอโทษที่ผมเป็นหนุ่มสุดฮอต

    บทที่ 37 การเผชิญหน้าที่ร้านกาแฟ

    บทที่ 37 การเผชิญหน้าที่ร้านกาแฟ


    บริษัทเฟยอวิ๋นเป็นหนึ่งใน 500 บริษัทชั้นนำของโลก และยังเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหนานผิง อาคารเฟยอวิ๋นมีความสูงถึง 47 ชั้น มีบริษัทในเครือกว่า 54 แห่ง และมีแผนกมากกว่า 1,000 แผนก เรียกได้ว่ามีพนักงานมากกว่า 8,000 คน 


    ดังนั้นเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในบริษัทเฟยอวิ๋นจึงมีไม่ต่ำกว่าสิบเรื่องต่อวัน อย่างน้อยก็ต้องมีสักแปดเรื่อง ดังนั้นในช่วงเวลาพักผ่อนหลังอาหารเย็นของทุกวัน หัวข้อสนทนาจึงไม่เคยซ้ำกัน และทุกวันจะเป็นเรื่องราวใหม่ ๆ เพราะในบรรดาพนักงานแปดพันกว่าคน ต้องมีสักคนสองคนที่กลายเป็นประเด็นให้พูดถึง


    แน่นอนว่าวันนี้ หัวข้อสนทนาในวันนี้คือพนักงานตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่ไต่เต้าได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทเฟยอวิ๋น ไม่มีใครรู้ว่าเขามาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่มีใครรู้ภูมิหลังที่แท้จริงของเขา แม้แต่ว่าเขามีเส้นสายหรือไม่ก็ไม่มีใครรู้  แต่เขากลับทำลายแผนการพัฒนาพนักงานใหม่ที่แข็งแกร่งที่สุดของบริษัทเฟยอวิ๋น โดยใช้เวลาไม่ถึงสองเดือน เขาก็เลื่อนตำแหน่งจากพนักงานธรรมดาเป็นผู้จัดการระดับกลาง ความสำเร็จนี้เปรียบเสมือนอีกาที่กลายเป็นหงส์


    ในแต่ละเดือนบริษัทเฟยอวิ๋นจะมีพนักงานเพียงไม่กี่คนที่มีโอกาสได้รับการเลื่อนตำแหน่ง จากพนักงานธรรมดากลายเป็นพนักงานปกขาว*[1] นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญทั้งเงินเดือนและสวัสดิการ ล้วนเปลี่ยน

    แปลงไป อาจกล่าวได้ว่าชีวิตของเขาจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง


    แน่นอนว่าสิ่งนี้ย่อมกลายเป็นประเด็นให้คนพูดถึง เพราะหลายคนต่างอิจฉาคนที่ได้รับโอกาสเลื่อนตำแหน่ง… 


    แต่เรื่องของโม่เฟิงกลับยิ่งผลักดันให้เป็นที่สนใจมากขึ้น เพราะคนที่เคยเลื่อนตำแหน่งเร็วที่สุดคือประธานบริษัท เขาเข้ามาทำงานที่บริษัทเฟย อวิ๋นโดยใช้เวลาหกเดือนในการเลื่อนเป็นหัวหน้าแผนก ใช้เวลาอีกสองปีเลื่อนขึ้นเป็นผู้จัดการ และใช้เวลาห้าปีจึงได้เลื่อนเป็นประธานบริษัท เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลในตำนาน พูดได้ว่าทุกคนที่เคยติดตามข่าวของบริษัทเฟยอวิ๋นจะต้องรู้จักบุคคลผู้นี้ “หลิวหลิน” ผู้บริหารหนุ่ม ชายผู้เก่งกาจที่ไม่เคยลงทุนพลาด

    ทว่าตอนนี้ โม่เฟิงกลับทำลายสถิติของชายผู้เก่งกาจคนนี้ลงได้ แน่นอนว่าย่อมได้รับความสนใจมากขึ้นไปอีก


    ด้วยเหตุนี้และการพูดคุยกันปากต่อปาก ชื่อของโม่เฟิงจึงกลายเป็นพายุหมุนขนาดย่อมในหมู่พนักงานระดับล่าง กระตุ้นความปรารถนาและความท้าทายให้กับพนักงานใหม่อีกหลายคน


    ขณะเดียวกันก็มีผู้ที่คาดการณ์อย่างกล้าหาญ ทำนายว่าโม่เฟิงมีโอกาสที่จะก้าวข้ามหลิวหลินหรือไม่ ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นไม่ค่อยดีนัก ท้ายที่สุด หลิวหลินจบการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยเหยียนจิง และยังมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับประธานบริษัท บางคนถึงกับบอกว่าในตอนแรกที่หลิวหลินได้เลื่อนตำแหน่งช้ากว่า ก็เพื่อให้เขาได้ทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม  การเลื่อนตำแหน่งเป็นเพียงเรื่องของเวลา ดังนั้น โม่เฟิงจึงไม่มีทางเทียบกับหลิวหลินได้เลย


    แต่เมื่อมีคนเห็น โม่เฟิงขับรถ BMW อย่างสง่าผ่าเผย ชื่อของโม่เฟิงก็ถูกพูดถึงมากขึ้น เพราะจากข้อมูลของแผนกบุคคล โม่เฟิงไม่มีปัญญาที่จะซื้อรถ BMW ได้เลย

    ดังนั้นบางคนจึงคาดเดาว่า โม่เฟิงเป็นเพียงเบี้ยที่ถูกวางเอาไว้โดยผู้บริหารระดับสูงคนใดคนหนึ่ง วัตถุประสงค์ของการทำเช่นนี้ย่อมเป็นการทำให้การที่โม่เฟิง ได้เลื่อนขั้นนั้นไร้ความหมาย


    แน่นอนว่าเบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดนี้ต้องมีเงาของติงว่านหรูและติงหรูจวินอยู่ด้วย ไม่เช่นนั้นในบริษัทที่เต็มไปด้วยบุคคลสำคัญมากมายขนาดนี้ แม้ว่าจะมีคนที่เลื่อนตำแหน่งเร็วแบบนี้จริง ๆ คงไม่มีใครรู้ และคงไม่ก่อเป็นกระแสขนาดนี้แน่


    วันเสาร์นี้ หลิวชิ่งโทรหาโม่เฟิงกะทันหัน บอกว่าจะแนะนำคนรู้จักให้  โม่เฟิงรู้ดีว่าคนแบบหลิวชิ่งถ้าไม่มีธุระก็คงไม่มาหาเขา จึงตกลงทันทีและขับรถไปที่ร้านกาแฟของหลิวชิ่ง เพราะหลังจากเหตุการณ์แบบสอบถามครั้งที่แล้ว เขาก็ไม่ได้ไปที่ร้านกาแฟนั้นอีกเลย ทำให้เขารู้สึกเกรงใจเล็กน้อย เพราะกาแฟที่นั่นเขาก็ให้กินฟรี


    ร้านกาแฟของหลิวชิ่งวันนี้คึกคักมาก หลังจากเหตุการณ์ครั้งที่แล้ว  ร้านนี้ก็เหมือนได้โฆษณาฟรี ตอนนี้กลายเป็นที่รู้จักของคนส่วนใหญ่  คนที่อยากลองก็มาที่นี่มากขึ้น ประกอบกับหัวสมองทางธุรกิจของหลิวชิ่งก็ไม่เลว มีการจัดกิจกรรมใหม่ ๆ อยู่เสมอ ธุรกิจจึงดำเนินไปอย่างราบรื่น


    ทันทีที่โม่เฟิงก้าวเข้าไปในร้านกาแฟ พนักงานเสิร์ฟที่รออยู่ก็พาเขาไปที่ห้องส่วนตัว ภายในห้องนั้นมีผู้ชายสองคนนั่งอยู่ คนหนึ่งคือหลิวชิ่ง  ส่วนอีกคนเป็นชายในชุดสูทสีดำ ดูอายุมากกว่าหลิวชิ่งเล็กน้อย ทั้งคู่นั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน


    เมื่อเห็นโม่เฟิงเข้ามา หลิวชิ่งก็ลุกขึ้นยืนทันที ชี้ไปที่ชายที่โม่เฟิงคุ้นหน้าคุ้นตาคนนั้นแล้วพูดว่า “น้องเฟิง ผมขอแนะนำให้คุณรู้จัก นี่พี่ชายผมเอง หลิวหลิน ทำงานที่บริษัทเฟยอวิ๋นกับคุณไง… ส่วนนี่พี่โม่เฟิงที่ผมชอบเล่าให้ฟัง ผมกำลังคิดอยู่ว่าจะโปรโมทร้านยังไงดี เขาก็โผล่มาเองซะแล้ว!”


    โม่เฟิงจับมือกับหลิวหลิน แล้วพูดด้วยความสงสัย “คุณหลิวหลิน เราน่าจะเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน แต่ผมนึกไม่ออกจริง ๆ”



    หลิวหลินยิ้มเล็กน้อย เพราะเขาก็คือหลิวหลิน หนุ่มเนื้อหอมประจำบริษัทเฟยอวิ๋น ผู้บริหารที่โม่เฟิงเคยเจอที่โรงอาหาร วันนั้นโม่เฟิงแทบไม่ได้มองหน้าหลิวหลินเลย  แต่หลิวหลินกลับจ้องมองเขาอย่างละเอียด และหลังจากนั้นก็มีคนมาถามเขาเกี่ยวกับโม่เฟิง แม้ว่าเขาจะจำชื่อไม่ได้ แต่เมื่อน้องชายเอ่ยถึงเขาก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นคน ๆ เดียวกัน  เพราะโลกนี้กว้างใหญ่  มีคนชื่อซ้ำกันเยอะแยะ


    แต่ตอนนี้เมื่อได้เจอกับโม่เฟิง เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าโม่เฟิงเป็นเหมือนหยกดิบ ถ้าแกะสลักดี ๆ ย่อมมีประโยชน์มหาศาล  แต่ถ้าไม่สามารถควบคุมได้ ในอนาคตเขาจะต้องกลายเป็นภัยอย่างแน่นอน หลิวหลินจึงแสร้งยิ้มแล้วพูดว่า “น่องไก่ที่นายแนะนำให้วันนั้นที่โรงอาหาร อร่อยมากเลยนะ  ผมดื่มเบียร์หมดเกลี้ยงเลยล่ะ!”


    ตอนนี้หลิวชิ่งก็ประหลาดใจเล็กน้อย “พี่กับพี่โม่เฟิงรู้จักกันด้วยเหรอ?!”


    โม่เฟิงเกาหัวเล็กน้อย ทำท่าทางเขินอายแล้วพูดว่า “ผมกับคุณหลิวเคยเจอกันที่โรงอาหารของบริษัทครับ แต่ตอนนั้นไม่รู้จักกันก็เลยไม่ได้ทักทาย ตอนนี้นึกขึ้นได้แล้ว ผมรู้สึกเสียใจจริง ๆ ครับ”

    หลิวหลินหัวเราะ “น้องโม่เฟิงสุภาพเกินไปแล้ว วันนี้เรามาคุยเรื่องส่วนตัวกันดีกว่า ไม่คุยเรื่องงาน โอเคไหม?”


    โม่เฟิงได้แต่พยักหน้ารับคำ เพราะวันนี้เขาเป็นแขกที่ถูกเชิญมา เป็นที่แน่ชัดว่าอีกฝ่ายต้องการดึงเขาเข้าร่วมด้วย แต่โม่เฟิงจะไม่ยอมตกหลุมพรางง่าย ๆ แม้ในตอนนี้เขาต้องการคนสนับสนุน เพราะติงหรูจวินคงช่วยเขาตลอดไปไม่ได้ เขาต้องหาทางยืนหยัดในบริษัทด้วยตัวเอง


    ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเขาต้องการเลื่อนตำแหน่ง เขาต้องมีคนหนุนหลัง แต่ติงว่านหรูน่าจะถูกเลี้ยงดูโดยใครสักคนที่อำนาจมาก ดังนั้นจึงไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้ ถ้าเขาต้องการความช่วยเหลือ ติงว่านหรูสามารถช่วยเหลือจากเบื้องหลังได้ เหมือนในครั้งนี้ แม้ว่าเธอจะช่วยเขาแต่ก็ไม่มีใครรู้ นี่คือวิธีที่ปลอดภัยที่สุด


    ตอนนี้โม่เฟิงมีติงว่านหรูเป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง และมีติงหรูจวินเป็นผู้ปกป้อง การเลือกผู้มีอำนาจหนุนหลังในตอนนี้ จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะผู้มีอำนาจในตอนนี้ เพียงแค่ช่วยให้เส้นทางของเขาราบรื่นขึ้นเท่านั้น และช่วยให้เขาก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ มิเช่นนั้น โม่เฟิงคงไม่เลือกคนผู้นี้


    ในขณะเดียวกัน โม่เฟิงก็ไม่ชอบถูกควบคุม แม้จะเลือกพึ่งพาอาศัยกัน แต่ก็ไม่อาจทำให้ตัวเองต้องทนทุกข์ทรมานได้ สำหรับอำนาจและเงิน โม่เฟิงชอบอิสระเสรีมากกว่า แต่การมีผู้หญิงมากมายอยู่รอบตัว ทำให้เขาต้องคำนึงถึงเงินทองและอำนาจ นี่อาจเป็นทางเลือกที่ช่วยไม่ได้ของชีวิต


    หลิวชิ่งรู้ดีว่านี่เป็นการวัดใจกันครั้งแรกของทั้งสองฝ่าย และรู้ด้วยว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องยอมประนีประนอม มิฉะนั้น ความร่วมมือย่อมไม่เกิดขึ้น เขาไม่ต้องการให้คนที่เขาหมายตาไว้ ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของพี่ชาย เพราะแบบนั้น เป้าหมายที่เขาทำมาก็ไร้ความหมาย ในความคิดของเขา เขาด้อยกว่าพี่ชายอยู่แล้ว ดังนั้น เขาจึงต้องหาคนที่สามารถเอาชนะพี่ชายได้ หรือไม่ก็คนที่เท่าเทียมกับพี่ชายของเขา ดังนั้น ตอนนี้เขาจึงเอนเอียงไปทางโม่เฟิงมากกว่า หลิวชิ่งจึงไม่ได้กดดันโม่เฟิง


    โม่เฟิงไม่สามารถคาดเดาแรงจูงใจของหลิวชิ่งได้ ในความคิดของเขา พี่น้องคู่นี้ควรจะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ดังนั้น แม้ว่าหลิวชิ่งดูเหมือนจะเข้าข้างเขา แต่อาจเป็นเพราะมารยาทของเจ้าบ้านก็ได้ โม่เฟิงจึงยังคงระมัดระวังตัว พูดอย่างสุภาพว่า “ตั้งแต่ผมได้ทำงานที่เฟยอวิ๋น ผมได้ยินชื่อเสียงของคุณหลิวมาตลอด วันนี้ได้พบตัวจริง ยิ่งรู้สึกไม่ธรรมดา ไม่ทราบว่าคุณหลิวพอจะให้คำแนะนำอะไรผมบ้างไหมครับ?”


    ดูเหมือนว่าโม่เฟิงเรียกหลิวหลินว่า “คุณหลิว” แต่จริง ๆ แล้วเป็นการหยั่งเชิง เพราะถ้าเขาแข็งกร้าวเกินไป จะต้องทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่พอใจ เพราะไม่มีใครอยากสร้างศัตรู


    แม้ว่าศัตรูคนนี้อาจช่วยเหลือเขาได้ แต่ก็เหมือนกับการเลี้ยงงูพิษไว้ ดังนั้น โม่เฟิงจึงวางท่าทีต่ำกว่าเพื่อดูท่าทีของหลิวหลิน ถ้าอีกฝ่ายเต็มใจที่จะคบหากันแบบคนเท่าเทียมกัน ก็ยังพอคุยกันได้ ไม่อย่างนั้น ก็ทำได้แค่เสแสร้งไปเท่านั้น


    หลิวหลินที่คลุกคลีอยู่ในโลกธุรกิจมานาน ย่อมมองออก เขาจะไม่ตอบตกลงอย่างขอไปที  แต่พูดอย่างสุภาพว่า “โม่เฟิง เรียกพี่ว่าคุณหลิวแบบนี้มันดูห่างเหินไปหน่อยนะ ในเมื่ออยู่ด้วยกันแล้ว ก็เรียกพี่หลิวเถอะ จะเรียกคุณหลิวทำไมกัน”


    หลิวชิ่งยิ้มแล้วพูดว่า “พวกเราก็เป็นพวกเดียวกัน ไม่ต้องเกรงใจกันหรอก ถ้าพี่ชายไม่ว่าอะไร ที่นี่ก็ให้พี่ใหญ่ที่สุดก็แล้วกัน ส่วนผมกับโม่เฟิงเป็นน้องเล็ก เป็นไง แบบนี้ดีไหม แบ่งตามอายุ ไม่ต้องมาเปรียบเทียบกัน”


    ในขณะนั้น หลิวหลินครุ่นคิดอย่างหนักถึงข้อดีข้อเสีย เพราะเป็นพี่น้องคลานตามกันมา เขาจึงรู้ดีว่าน้องชายคิดอะไรอยู่ เขาไม่ได้โกรธที่น้องชายเข้าข้างคนนอก เพราะเขารู้ดีว่าหากโม่เฟิงคิดร้ายกับเขา น้องชายย่อมต้องเข้าข้างเขา นี่สิถึงเรียกว่าสายเลือดเดียวกัน การทะเลาะเบาะแว้งเล็ก ๆ น้อย ๆ ในยามปกติถือเป็นเรื่องเล็กน้อย ยิ่งไปกว่านั้น การ กระทำเช่นนี้ยิ่งทำให้พี่น้องสนิทสนมกันมากขึ้น


    สำหรับโม่เฟิงนั้น หลิวหลินไม่เคยสนใจ เพราะถึงแม้ว่าชื่อเสียงของโม่เฟิงในตอนนี้อาจจะโด่งดัง แต่ในสายตาของเขาก็ยังเป็นเพียงตัวละครเล็ก ๆ ตัวหนึ่ง เพราะระดับความต่างชั้นระหว่างพวกเขามันมากเกินไป ถึงแม้ในอนาคตโม่เฟิงจะมีความสำเร็จมากมาย แต่หลิวหลินก็เชื่อมั่นว่าเขาเองก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน ยิ่งไปกว่านั้น ทุกย่างก้าวข้างหน้าล้วนเต็มไปด้วยความยากลำบาก สิ่งที่จำเป็นคือการสร้างสายสัมพันธ์


    ฉะนั้น มันไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้น สำหรับโม่เฟิง เขาจึงมองว่าเป็นเพียงรุ่นน้องคนหนึ่งเท่านั้น ในตอนนี้น้องชายได้พูดทุกอย่างออกมาอย่างชัดเจนแล้ว เขาจึงไม่อาจขัดใจน้องชาย จนทำให้น้องชายรู้สึกเสียหน้าได้ หลังจากชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียแล้ว หลิวหลินก็ยังรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของพี่น้องสำคัญกว่าเรื่องไร้สาระเหล่านี้ 



    [1] พนักงานปกขาว (White-collar worker) หมายถึง คนที่ทำงานในสำนักงาน นั่งห้องแอร์ ทำงานในสภาพที่ค่อนข้างสะอาด มักนิยมสวมเสื้อผ้าสีขาว จึงเป็นที่มาของคอปกเสื้อสีขาว

    คล้ายกับเรื่องขอโทษที่ผมเป็นหนุ่มสุดฮอต ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801