ตอนที่ 19
ต้องกลับไป และค่ำคืนของเรา
✧༝· • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·༝✧
พอคาวีร์อันตรธานหายไป ภาคินก็รีบจูงฉันออกจากห้องอาหาร และเมื่อเราเดินออกมา เสียงโครมคราม ของโต๊ะ เก้าอี้ จานชาม ข้าวของต่างๆ ที่กำลังถูกทำลาย ก็ดังออกมาไม่ขาดสาย ห้องอาหารสุดหรูก็คงจะยับเยินไม่มีชิ้นดี และฉันก็ไม่รู้ว่า พรุ่งนี้มันจะยังเหลือความเป็ห้องอาหารอยู่มั้ย
ฉันกับภาคินเดินกันออกมาอย่างเงียบๆ เขาอาจจะไม่ได้ะเิพลังออกมาแบบที่คุณอารัญทำ แต่ฉันก็รับรู้ได้ว่าความรู้สึกของเขาในตอนนี้ก็คงไม่ต่างกัน เพราะฉันเห็นได้ชัดเจนว่า แววตาและสีหน้าของเขานั้นมันคับแค้นขุ่นเคืองเพียงใด สิ่งที่เกิดขึ้นมันส่งผลไม่น้อยเลยต่อพวกเขา รวมถึงฉันด้วย
กลางดึกคืนนั้น บนเตียงใหญ่สี่เสา ชุดนอนผ้าพลิ้วตัวโคร่งบนเรือนร่างบาง ที่แผ่สยายอยู่บนที่นอน ฉันไม่อาจที่จะข่มตาให้หลับได้ลง เพราะคาวีร์และเงามืดของเขายังคงตามมาหลอกหลอนฉันอยู่ในทุกห้วงคำนึง
ฉันสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู และเมื่อฉันเปิดประตูออก ก็เจอกับคุณอารัญยืนอยู่ตรงหน้า ฉันหลีกทางเพื่อให้เขาเข้ามาในห้อง เขาเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ไม่พูดอะไรจนกระทั่งมานั่งที่ปลายเตียง
“ผมขอโทษ...” เสียของเขาหม่นหมอง และว่างเปล่า
ฉันนั่งลงข้างๆ เขา “ไม่เป็ไรค่ะ...” แต่จริงๆ แล้วฉันยังคงพรั่นพรึง ยังคงรู้สึกถึงกรงเล็บอันดำมืดของคาวีร์ที่ยังเกาะกุม ดูดกลืนจิตใจฉันอยู่ไม่ไปไหน
คิ้วขมวดเข้าหากัน เขามองเข้ามาในตาฉันอย่างเ็ป เขาคว้ามือฉันไปจับไว้ “เอวา… ผม…” เขาก้มหน้า มือใหญ่ของเขากุมมือฉันเอาไว้แน่น ส่ายหัวอย่างหมดอาลัยตายอยาก “ผมคงจะต้องส่งคุณกลับไป...”
ฉันใจหายวาบ “อะไรนะคะ?!”
“ผมจะต้องส่งคุณกลับไป” เขาพูดมันออกมาอีกครั้ง ชัด และเคลียร์ “พรุ่งนี้”
ฉันชาไปทั้งตัว “พรุ่งนี้!” ฉันรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันใหญ่หลวง แต่ฉันไม่คิดว่ามันจะออกมาอีหรอบนี้ ทั้งสับสนและงง ฉันดึงมือออก “ฉันไม่กลับ!”
“ที่รัก... ผมอยากให้คุณอยู่ที่นี่มากกว่าอะไรทั้งนั้น แต่เพราะคุณมีค่ากับผมมาก คุณเลยต้องกลับไป มันอันตรายเกิดกว่าที่คุณจะอยู่ที่นี่ได้ ผมเคยคิดว่าผมจะเก็บคุณไว้เป็ความลับ ผมเคยคิดว่าผมจะปกป้องคุณได้ แต่เหตุการณ์วันนี้มันชัดเจนแล้วว่าผม... ผมทำไม่ได้...”
“แต่…”
“ไม่มีแต่...” สายตาของเขาหนักแน่น “ผมเองยังปกป้องตัวเองไม่ได้เลย” เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นมากุมแก้มของฉันเอาไว้อย่างรักใคร่ “ผมไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ และผมจะไม่ยอมให้คุณมาเสี่ยงกับผมเป็อันขาด” หลังจากสิ้นเสียงคำพูดสุดท้าย ริมฝีปากของเราก็เจอกัน มันฉับพลัน และเร่าร้อน เกินกว่าจะที่ต้านทานได้
“ฉันจะต้องจากที่นี่ไปนานเท่าไหร่...” ฉันถาม ริมฝีปากของเรายังคงคลอเคลียกัน
“ผมไม่รู้…” เขาตอบฉัน ริมฝีปากของเขาปัดไปมาบนริมฝีปากของฉัน
“แต่ไม่ใช่ตลอดไปใช่มั้ยคะ?”
จูบของเราอ้อยอิ่ง เนิบนาบ อยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะเว้นระยะห่าง เขาเอื้อมมือมาลูบผมของฉันออกจากหน้าผาก “ไม่ตลอดไป… ผมสัญญา...”
ทุ่งกว้าง ดอกไม้ สายลม แสงแดด คฤหาสน์หลังนี้ และทุกคนที่นี่ ฉันไม่รู้ว่าถ้าฉันจากไปแล้วเมื่อไหร่จะได้กลับมา มันอาจจะนานเป็ปีๆ หรืออาจจะไม่ได้กลับมาเหยียบที่นี่อีกเลยก็เป็ได้
ฉันคล้องแขนที่ต้นคอเขา ดึงเขาเข้ามาชิดอีกครั้ง จูบเขาให้ลึกราวกับว่ามันคือครั้งสุดท้าย เขาจูบฉันกลับอย่างลึกซึ้งกว่าเดิม ริมฝีปากของเรายังคงนัวเนีย ในขณะที่เขาอุ้มฉันขึ้นไปนั่งบนตัก
ถึงแม้ว่า กรงเล็บของคาวีร์จะยังคงซึมลึกอยู่ในห้วงคิดคำนึงของฉัน และยังคงทำให้ฉันอกสั่นขวัญแขวน แต่ฉันไม่แคร์ ฉันผลักคุณอารัญให้นอนลงไปบนเตียง จับมืออุ่นๆ ของเขามาวางไว้ที่สะโพก โน้มตัวลงไปหาเขา จูบเขาต่อ กลืนกินเขาต่อ อย่างไม่รู้จักพอ บ่งบอกให้เขารู้ว่า ฉัน้าเขามากเพียงใด เขายิ้มมุมปาก ส่งสายตาที่อ่อนโยนปนเ้าเล่ห์ ก่อนที่เขาจะยกพลิกฉันลงไปอยู่ข้างล่าง อย่างรวดเร็วและง่ายดาย
รสจูบของเขาที่บรรเลงลงมาบนตัวฉันเหมือนเป็คำตอบว่าเขาก็้าฉันไม่ต่างกัน จากริมฝีปาก ลงมาที่ลำคอ และลงไปเรื่อยๆ ชุดนอนตัวโคร่งผ้าโปร่งพลิ้วถูกกรีดขาดด้วยกรงเล็บอันแหลมคม ฉันหดเกร็งไปทั้งตัวเพราะความรู้สึกจากริมฝีปากของเขาบนเนื้อหนังมังสาของฉัน หลังแอ่นรับเมื่อเขาไปถึงจุดอ่อนไหวที่สุดบนเนินอก เขาขบมันเบาๆ อย่างทะนุถนอม แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้อารมณ์ของฉันแตกกระจุยกระจาย
ปลายนิ้วของเขาวนเวียนอยู่ที่กระดูกเชิงกราน มันละเมียดละไม โอ้โลม ปฏิโลม ละเลียดลงไปตามต้นขาของฉัน ก่อนที่จะชอนไช ซุกซนขึ้นมาตามลำตัว
“เอวา…” เขาเรียกชื่อฉันเบาๆ ในขณะที่เลื่อนมือขึ้นมาเค้นเขี่ยเนินอกและยอดไตของมัน ริมฝีปากและลิ้นจากยอดอกอีกข้าง ค่อยๆ ลากกลับมาที่ริมฝีปากอวบอิ่มของฉันอีกครั้ง รสจูบของเขาอ้อยอิ่งและเย้ายวนมากกว่าเดิมหลายเท่า มืออีกข้างที่ว่างอยู่ของเขา คลึงเคล้น เข้าไปตรงกลางระหว่างขาสองข้างของฉันอย่างไม่ลังเล และนั่นก็ทำเอาฉันอ่อนระทวย ไปหมดทั้งตัว นิ้วมืออันสันทัดจัดเจนทำให้ฉันกระสันจนต้องครางออกมา ก่อนที่เขาจะปิดปากของฉันด้วยจูบที่หนักแน่น มันร้อนแรงยิ่งขึ้น และมาพร้อมกับจังหวะของนิ้วที่ขยับอย่างเร่งเร้าอยู่ตรงหว่างขาของฉัน ฉันแอ่นร่าน ยินยอมพร้อมใจให้เขารุกล้ำเข้ามาอย่างเชื้อเชิญ ยอมให้เข้าเล่นกับฉันอย่างยินดี
แต่อยู่ ๆ เขาก็หยุดชะงัก และมีท่าทีลังเล “เอวา...” เขาเรียกฉันเสียงกระเส่า “ถ้าผมไม่หยุดตอนนี้ ผมจะหยุดไม่ได้แล้ว...” เสียงที่หนาหนักอึ้ง และลมหายใจรวยริน ซุกหน้าลงมาที่หน้าอกหน้าใจของฉัน
ฉันผลักเขาออกจากตัว แล้วลุกขึ้นมานั่ง เขาจ้องฉันตาเป็มัน หิวกระหาย ฉันเองก็เช่นกัน เรายังคงสอดประสานความ้าผ่าสายตา ชุดนอนผ้าพลิ้วตัวโคร่งได้ถูกฉีกออกไปแล้ว และก็ไม่เหลืออะไรอีกแล้วบนร่างกายของฉัน สายตาของเขาละจากดวงตามาที่หน้าอก ไล่ลงมาตามร่างกาย และไปหยุดที่่ขาของฉัน ฉันมองเขา ความกระหายในตัวฉันของเขาทำให้อารมณ์ฉันพลุ่งพล่าน ฉันค่อยๆ แยกขาออกจากกัน อย่างไร้ยางอาย ให้เขาเห็นว่าฉันนั้นพร้อม และ้าเขามากเพียงใด
คำพูดของฉันออกมาพร้อมลมหายใจหอบถี่ บนใบหน้าที่แดงก่ำ “ฉัน้าคุณ...”
เขามองจุดศูนย์กลางตรงหว่างขาของฉัน ด้วยสัญชาตญาณนักล่า ฉีกเสื้อผ้าของตัวเองออก และโยนมันทิ้งลงไปบนพื้น แล้วเขาก็ย่างกรายเข้ามาเพื่อจัดการกับฉัน
เขาจู่โจมฉันอย่างรวดเร็ว ราวกับสิงโตตะปบเหยื่อ อาวุธคู่กายผงาดผึ่งผาย แสดงแสนยานุภาพ ก่อนที่จะล่วงลึกลงมาในอาณาเขตของฉัน เขาเชื่องช้า แต่หนักแน่น จากนั้นพายุภายใต้ร่างกายของราชสีห์ก็โหมกระหน่ำเข้ามาไม่ขาดสาย เขาเด็ดขาด และมีชัยเหนือฉันโดนสิ้นเชิง ราวกับว่าฉันคือเหยื่ออันโอชะ ที่ถูกกลืนกินไปจนหมดสิ้น ฉันพลุ่งพล่านไปทั้งกายและใจ ฉันเชื่อใจเขา ฉัน้าเขา ถึงแม้ว่านี่จะเป็ครั้งแรก ครั้งเดียว และครั้งสุดท้ายก็ตาม ฉันครางชื่อเขาออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างพึงพอใจ ระหว่างที่เขาบรรเลงเพลงรัก เขาทำให้ฉันหัวหมุนและเมามาย เราสองคนผลัดกันรุกรับอย่างกระตือรือร้น ซ่องสุมความร้อนรุ่ม ลุกไหม้ เปลวไฟโหมกระหน่ำ จวบจนมอดไหม้ถึงจุดหมายไปพร้อมกัน
……..
นอนเงียบๆ หนุนหัวบนแผ่นอกแน่น สุขสมและโศกเศร้าคละเคล้ากัน มือใหญ่อันอ่อนโยนลูบหัวของฉันเบาๆ นิ้วเรียวยาวม้วนเกลียวไปตามเส้นผมของฉัน รอยจูบประทับลงมาข้างหน้าผาก “ฝันดีนะครับ ที่รักของผม”
ฉันไม่อยากนอนเลย ฉันไม่อยากสูญเสียแม้แต่เสี้ยววินาทีกับเขาไป แต่หนังตาอันหนักอึ้ง และความละมุนจากไออุ่นของเขาทำให้ฉันง่วงเต็มที ฉันได้แต่บอกตัวเองว่า ฉันจะจดจำค่ำคืนนี้ไว้ตลอดไป และอีกไม่กี่อึดใจฉันก็หลับไปโดยปริยายในอ้อมแขนของเขา ชั่วขณะหนึ่งที่ฉันแยกไม่ออกว่ามันคือความจริงหรือความฝัน ชั่วขณะหนึ่งที่ฉันรู้สึกถึงลมหายใจแ่ที่มาพร้อมเสียงกระซิบ “ผมรักคุณ...”
✧༝· • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·༝✧