พิษที่เดิมถูกกดเอาไว้ ถูกเฉียวซีบีบให้ไปที่นิ้วก้อยทีละนิดๆ สีหน้าของอาไหลดูเ็ปมากขึ้นเรื่อยๆแต่นางก็พยายามอดทนต่อความเ็ป กระทั่งเหงื่อไหลท่วมหน้าผากกระนั้นก็ปล่อยให้เฉียวซีทำต่อไป หลังจากพิษถูกบีบไปที่นิ้วก้อยเฉียวซีก็ใช้เข็มปักลายทิ่มลงที่นิ้วก้อยอย่างรุนแรง แล้วเืสีดำก็ไหลออกมารอจนกระทั่งสีของเืจางลงแล้ว นางจึงดึงเข็มปักลายอีกเล่มออก
“วันนี้เอาเท่านี้ก่อน ไว้พรุ่งนี้มาทำต่อ ทำต่อเนื่องกัน 5วันพิษในร่างกายเ้าก็จะถูกขับออกจนหมดแล้ว” เดิมนางคิดว่าจะร้ายแรงกว่านี้จนกระทั่งได้เห็นสีของเืที่เป็พิษจากเื่นี้นางจึงวินิจฉัยสถานการณ์และความร้ายแรงของพิษออกว่าร้ายแรงน้อยกว่าที่นางคิดมาก
“5 วันก็สามารถถอนพิษได้แล้วหรือ” นางรู้เื่ยาพิษนี้อยู่บ้างเดิมทีน้องสาวผู้แสนดีของนางก็ไม่ได้อยากให้นางมีชีวิตอยู่ต่อไปเสียด้วยซ้ำดังนั้นจึงได้ใช้พิษลับของตำหนักร้อยบุปผานี้กับนาง หากนางไม่ได้เติบโตมากับยานางคงจะถูกฆ่าตายในที่เกิดเหตุทันทีไปแล้ว
อย่างไรก็ตามในตอนนั้นนางก็เหมือนกับได้ตายไปแล้วจริงๆ ถูกน้องสาวโยนทิ้งตามอำเภอใจน่าเสียดายที่ไม่เป็ไปดังปรารถนาน้องสาววางแผนไว้เป็อย่างดีแต่กลับพลาดเพียงจุดเดียวเดิมทีในร่างกายของนางก็มีกระบวนการต้านพิษอยู่ประเภทหนึ่งของบางอย่างจะถูกร่างกายของนางทำให้เจือจางลงไปส่วนที่ไม่ถูกทำให้เจือจางจะกลายเป็พิษชนิดใหม่ในร่างกายของนาง แต่ด้วยร่างกายเช่นนี้นางไม่มีหนทางแก้แค้นได้เลย
นางนำของมีค่าทั้งหมดในตัวมาแลกเปลี่ยนเป็ค่าเดินทางและมุ่งหน้าลงทางใต้จนมาถึงสถานที่แห่งนี้ ไม่คาดคิดว่ายังไม่ทันได้เข้าเมืองพิษก็ออกฤทธิ์ทำให้หน้ามืดเป็ลมล้มอยู่ข้างทางเหตุการณ์หลังจากนั้นคงไม่จำเป็ต้องเล่าแล้ว
“ใช่ ร่างกายของเ้าจะเป็เช่นไรเ้าก็รู้ดีอยู่แล้วทุกอย่างล้วนเกิดจากพิษ ยามนี้ขจัดพิษแล้วพักผ่อนให้มากสักหน่อยก็สามารถฟื้นฟูร่างกายขึ้นมาได้มากแล้ว”เจตนาของเฉียวซีเข้าใจได้ง่ายมาก สิ่งที่นางหมายถึงคือ หลังจากนี้ 5วันเ้าก็สามารถไปจากที่นี่ได้แล้ว
“วางใจเถอะ ข้ารับปากแล้วจะต้องทำตามนั้นแน่นอน”เด็กผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ความสามารถเช่นนี้ หัวสมองเยี่ยงนี้โดยพื้นฐานแล้วไม่ใช่สิ่งที่ชาวไร่ชาวนาควรจะมีเลยนี่ทำให้รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเสียจริง
“เ้าเข้าใจก็ดีแล้ว เ้าพักผ่อนก่อนเถิด” นางต้องทำความสะอาดเืที่เป็พิษเหล่านี้เสียมันช่างรกหูรกตา ทั้งยังส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว
เงิน 2 ตำลึงในวันนี้ บวกเข้ากับเงินสี่ร้อยอีแปะครั้งก่อนอย่างน้อยที่สุดตอนนี้ก็พอจะมีเงินอยู่ในมือบ้างถือว่ามีหลักประกันในชีวิตอยู่เล็กน้อย
หลังจากทานอาหารกลางวันเฉียวซีได้นำไหขนาดกลางสองใบที่ซื้อกลับมาไปล้างที่แม่น้ำ
“พี่ใหญ่ ข้าจะไปที่บ้านท่านอาสะใภ้ฮัวสักหน่อยนะ”บ้านอาสะใภ้ฮัวเป็หนึ่งในไม่กี่ครอบครัวในหมู่บ้านเฉียวที่ให้ความช่วยเหลือพวกเขาแต่ชีวิตของพวกเขาก็ไม่ได้ดีนัก ในบ้านยังมีเด็กอีกสองคนต้องเลี้ยงดู
“ได้สิ ไปดีมาดีนะ” เฉียวซงยื่นหัวออกมาจากหน้าต่างและพูดขึ้น
“พี่รองข้าไปด้วย” เมื่อเฉียวไป่รู้ว่าพี่สาวจะไปที่บ้านอาสะใภ้ฮัวเขาก็วิ่งออกมาจากห้องอย่างรวดเร็ว พร้ะโกนว่าอยากไปกับเฉียวซี
“เช่นนั้นก็ไปด้วยกันเถอะ พี่ใหญ่พวกข้าไปก่อนนะ”จูงมือน้องชายคนเล็กไปยังบ้านอาสะใภ้ฮัว
เมื่อมาถึงบ้านอาสะใภ้ฮัว เพิ่งมองเห็นประตูรั้วบ้านที่ปิดไม่สนิทของพวกเขาก็ได้ยินเสียงเด็กวิ่งเล่นดังออกมาจากในสวน
เฉียวซีเคาะประตู “ท่านอาสะใภ้ฮัว ข้าเฉียวซีเอง ท่านอยู่ไหม”
“พี่ซี ท่านมาแล้ว รีบเข้ามาเร็วเข้า”โก่วเซิ่งเป็คนแรกที่ได้ยินเสียงเคาะประตูเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นก็เห็นเฉียวซียืนอยู่ที่ประตูและยังมีเฉียวไป่อยู่ข้างหลังนางด้วยเขาวิ่งไปทำท่าจะจับมือของเฉียวไป่ด้วยความดีใจ “พี่ไป่ก็มาด้วยหรือ”
“อืม เ้ากำลังทำอะไรเหรอ” เฉียวไป่ทำท่าทางเป็ผู้ใหญ่ตัวเล็กพร้อมผละออกจากมือของโก่วเซิ่งที่ยื่นเข้ามา
“พวกเขาไม่เล่นกับข้า ข้าก็เลยเล่นอยู่ในสวนพี่ไป่พวกเราไปเล่นด้วยกันเถอะ” แม้โก่วเซิ่งจะยังเด็ก แต่เขาก็รู้จักความมากถึงจะฟังคำพูดของเด็กๆ ในหมู่บ้านไม่เข้าใจทั้งหมด แต่ก็พอจะเข้าใจความหมายได้บ้างไม่มีคนเล่นกับเขา เขาจึงต้องเล่นคนเดียวที่บ้านของตัวเอง
“ครั้งหน้าหากพวกเขาไม่เล่นกับเ้า เ้าก็ไปบ้านข้านะข้าจะเล่นเป็เพื่อนเ้าเอง” พวกเขาสองครอบครัวไปมาหาสู่กันค่อนข้างบ่อยแต่ก่อนพวกเขาสองคนก็เล่นด้วยกันประจำ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีมากทีเดียว
“อืม ต่อไปข้าจะไปเล่นกับเ้า ไม่ไปเล่นกับพวกนั้นแล้ว” โลกของเด็กช่างเรียบง่ายเหลือเกินเ้าดีกับเขา เขาก็จะดีกับเ้า ไม่มีเื่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากมายนัก
“ได้”
“โก่วเซิ่ง เอานี่ไปสิ ข้าให้เ้า ”เฉียวซีลูบหัวโก่วเซิ่งและยื่นซาลาเปาไส้เนื้อให้เขา
“ว้าว ท่านพี่ซี นี่ซาลาเปาไส้เนื้อไม่ใช่หรือ หอมจังเลย!” แม้โก่วเซิ่งจะอยากกินแต่เขาก็ไม่รับ
“ใช่แล้ว มาเอาไปกินสิ”
“ไม่ขอรับ แม่บอกว่าจะเอาอะไรจากบ้านท่านพี่ไม่ได้”พ่อและแม่บอกว่าลุงเฉียวและอาเฉียวไม่อยู่แล้ว ครอบครัวท่านพี่ซีจึงลำบากมากจะกินของที่พวกเขาให้เหมือนเมื่อก่อนได้อีกต่อไปแล้ว
“โก่วเซิ่งเป็เด็กดีจริงๆ ครอบครัวของพี่ซีไม่ได้เป็อย่างที่แม่เ้าพูดหรอกอะไรที่ให้เ้า เ้าก็รับไว้เถิด”
“ได้จริงๆ เหรอ~~~” แท้ที่จริงแล้วเขาหวังอยู่ในใจแต่ก็จำคำของแม่ได้ จึงไม่กล้าทำ
“ได้สิจ๊ะ” เด็กในครอบครัวยากจนได้รับการสั่งสอนมาดีั้แ่ยังเล็กจริงๆแต่โก่วเซิ่งเพิ่งจะอายุ 4 ขวบเอง เขาจะไปรู้เื่อะไร
โก่วเซิ่งจึงรับซาลาเปาไปอย่างเชื่อฟังเขาเตรียมจะฉีกแบ่งอีกครึ่งหนึ่งให้เฉียวไป่ แต่เฉียวซีเร็วกว่านางจึงห้ามโก่วเซิ่งทันที
“เฉียวไป่กินไปแล้ว พี่ซีให้เ้านะ เ้าเก็บไว้เองเถอะ” คิดไม่ถึงเลยว่าเด็กคนนี้จะแบ่งครึ่งให้เฉียวไป่
“เช่นนั้นข้าก็ไม่กินแล้ว ไว้ตอนเย็นรอให้ท่านพ่อกับพี่ชายข้ากลับมาก่อนแล้วพวกข้าค่อยแบ่งกันกิน” นำซาลาเปาไปเก็บในครัวแล้วะโเข้าไปในห้อง “แม่พี่ซีมา แม่ออกมาเร็ว”
อาสะใภ้ฮัวได้ยินเสียงจึงวางสิ่งที่ทำอยู่ในมือลงนางเดินออกมาพลางเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนที่คาดไว้ที่เอว
“หนูซีมาหรือ รีบเข้ามานั่งในบ้านก่อนเถอะ ข้างนอกมันหนาว”อาสะใภ้ฮัวรับเฉียวซีเข้าบ้านอย่างเป็กันเอง
“ท่านอาสะใภ้ฮัว บ้านท่านมีถั่วเหลืองไหม” หลังจากนั่งลงเฉียวซีก็ถามอย่างตรงไปตรงมา
“ถั่วเหลือง มีสิ เ้าจะเอาถั่วเหลืองไปทำอะไรหรือ สิ่งนี้กินไม่ได้นะเอาไว้ให้หมูกิน” ถั่วเขียวยังพอจะสามารถทำอาหารทานได้ยามนี้ถั่วเหลืองสามารถใช้เป็เพียงแค่เมล็ดพันธุ์ที่จะนำไปปลูกในปีต่อๆ ไปเท่านั้นซึ่งครอบครัวชาวไร่ชาวนาทุกครอบครัวมักจะมีติดบ้านกันทั้งนั้น
“อาพอจะแบ่งให้ข้าสักหน่อยได้ไหม” บ้านของนางไม่เหมาะกับการเพาะปลูก ที่ดิน3 ไร่นั้นให้ผลผลิตได้ไม่มากเมื่อก่อนมีพ่อของนางอยู่จึงไม่ต้องเสียภาษีให้ราชสำนัก เมื่อพ่อไม่อยู่แล้ว ธัญพืชที่เก็บเกี่ยวมาต่างต้องส่งไปทั้งหมดมิหนำซ้ำยังไม่พออีก จึงต้องนำเงินไปชดเชยไม่เช่นนั้นบ้านของนางคงจะไม่อยากจนข้นแค้นถึงเพียงนี้หรอก
“ได้สิ สิ่งนี้จะนำไปขายก็ไม่ได้อะไร จะเก็บเอาไว้ก็ได้แต่เก็บไว้เฉยๆ เ้านั่งรอสักพักนะข้าจะไปหยิบมาให้”
ไม่นานอาสะใภ้ฮัวก็หยิบถั่วเหลืองออกมาหนึ่งถุง “หนูซีเ้าดูซิว่าพอหรือไม่”
“พอเ้าค่ะ พอแล้ว ขอบคุณท่านอาสะใภ้ฮัวมากนะเ้าคะ”
“จะเกรงใจไปทำไมกัน นี่ก็ไม่ใช่ของดีอะไรสักหน่อย”
“แล้วท่านอากับต้าซานไม่อยู่หรือ”
“พวกเขาสองพ่อลูกเข้าไปหางานทำในเมือง ฤดูหนาวในไร่นาไม่มีงานให้ทำเลยพากันออกไปหาเงินไว้ฉลองปีใหม่น่ะ” เมื่อกล่าวถึงสามีและลูกชายคนโตของตนใบหน้าของอาสะใภ้ฮัวก็เต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม
“ท่านอาเ้าคะ ประเดี๋ยวทุกอย่างจะดีขึ้นเอง”ยามนี้นางไม่กล้าพูดอะไรใหญ่โต แต่หลังจากนี้หากมีลู่ทางนางจะต้องช่วยเหลือครอบครัวอาสะใภ้ฮัวอย่างแน่นอน
“ข้าก็หวังเช่นนั้น” ทุกปีล้วนต้องใช้ชีวิตเช่นนี้จะแย่ลงก็คงไม่แย่ไปกว่านี้เท่าไรหรอก