ใช้เวลาฟันฝ่ารถติดอีกประมาณครึ่งชั่วโมง ปกป้องก็พาคนที่ไม่เคยมาตลาดนัดสวนจตุจักรมาถึงที่หมายโดยปลอดภัย เมื่อจอดรถเสร็จทั้งคู่ก็เดินเข้าตลาดนัดสวนจตุจักรมาด้วยกัน
“พี่จะไปเดินดูต้นไม้นายอยากเดินดูอะไรก็ตามสบาย นายเห็นยอดหอนาฬิกานั่นมั้ย” ปกป้องชี้ให้อธิบดีดูยอดแหลม ๆ ของหอนาฬิกาที่โผล่เหนือหลังคาของร้านค้าขึ้นมาให้เป็จุดสังเกตสามารถจับทิศทางกันได้
“ครับ”
“ถ้าหลงก็เดินไปตั้งหลักตรงนั้นแล้วกันนะ แล้วถ้ายังไม่รู้จะไปยังไงต่อก็โทรหาพี่ได้”
“โอเคครับ”
หลังจากนั้นทั้งสองหนุ่มก็แยกย้ายกันปกป้องเดินตรงไปยังโซนขายต้นไม้ ส่วนอธิบดีที่ยังไม่เคยมา ก็เดินดูของไปเรื่อย ๆ มีของหลายอย่างที่ชายหนุ่มสนใจจึงได้ของติดไม้ติดมือมาเต็มเป้ จนล้นมาที่มือทั้งสองข้างอีกด้วย
เมื่อคิดว่าควรจะได้เวลากลับเสียทีเพราะเงินในกระเป๋าก็เริ่มจะไม่เหลือ แถมมือก็ไม่มีจะถือของแล้วด้วยอธิบดีจึงได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาปกป้อง เพื่อจะถามว่าเขาจะกลับหรือยังจะได้ไปเจอกันที่รถ ซึ่งก็ได้ความว่าปกป้องนั้นไปรออยู่ที่รถแล้วชายหนุ่มจึงรีบเดินจะกลับไปที่รถ แต่เดินไปเดินมาก็เหมือนว่าจะวนอยู่ที่เดิมซึ่งก็แน่ใจว่าตนเองหลงเมื่อเดินมาเจอร้านเดิมอยู่สองรอบ ชายหนุ่มจึงได้เดินให้หลุดจากหลังคาของโครงการ[1]เพื่อมองหายอดหอนาฬิกาตามที่ปกป้องบอกเอาไว้และเขาก็พบรอยยิ้มแห่งความดีใจประดับขึ้นบนใบหน้าหวานทันทีพร้อมกับยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผากไปด้วย
อธิบดีไปตั้งหลักที่หอนาฬิกาแล้วเดินไปทางทิศที่เป็จุดแรกที่แยกจากปกป้องมาแต่เดินมานานก็ยังไม่โผล่ไปจุดที่ทั้งสองแยกกันเสียที ชายหนุ่มจึงไปถามพ่อค้าแม่ค้าในร้านถึงที่จอดรถซึ่งเขาก็อธิบายรายละเอียดได้ไม่มากนัก คำตอบที่ได้จากสามร้านที่เขาไปถามจึงไม่ค่อยจะไปทางเดียวกันนักสุดท้ายแล้วจึงได้หยิบโทรศัพท์โทรหาปกป้องอีกครั้ง สารภาพว่าตนหลงทาง
“พี่ป้อง ผมหลงทางครับจำไม่ได้แล้วว่าไปที่จอดรถทางไหน”
(แล้วตอนนี้นายอยู่ไหนล่ะ)
อธิบดีเงยหน้าดูหมายเลขโครงการและซอยที่ติดไว้ที่หน้าร้านของแต่ละร้านแล้วบอกไปยังปลายสาย จากนั้นสัญญาณอีกฝ่ายก็ตัดไปทันทีชายหนุ่มพยายามจะเดินออกมาในที่โล่ง เพื่อให้ปกป้องมองเห็นเขาได้ง่ายขึ้นจนกระทั่งหลุดหลังคาโครงการที่แจ้งกับปกป้องไป ก็พบว่าเป็ถนนกั้นกลาง
ฝั่งที่เขายืนอยู่แดดจ้าจึงตั้งใจจะข้ามถนนไปรออีกฝั่งเพื่อหลบแดด เขามองซ้ายมองขวาเห็นว่าไม่มีรถวิ่งมา เท้าจึงก้าวออกไปแต่ได้เพียงสองก้าว ตัวก็ต้องปลิวกลับมาที่เดิมเพราะใครคนหนึ่งดึงแขนเขาไว้อย่างแรงจนแทบจะเป็กระชาก พร้อมกับเสียงที่ดังขึ้น
“ระวังครับ! ระวัง!!”
“ระวัง!!”
สองเสียงดังขึ้นเกือบพร้อมกัน เสียงแรกเป็ของเด็กวัยรุ่นที่เล่นเลื่อนสเก็ตบอร์ดมาด้วยความเร็วและเลยไปได้อย่างหวุดหวิดส่วนอีกเสียงมาจากคนที่อธิบดีซบอกอยู่ตอนนี้ ความรู้สึกใจหายและมึนงงเกิดขึ้นมาพร้อมกัน
“เป็อะไรรึเปล่า”
คำถามจากเสียงที่คุ้นเคยทำให้อธิบดีเงยหน้าขึ้นมองหน้าคนที่ช่วยดึงเขาไว้ให้พ้นจากการปะทะโดยไม่ได้ตั้งใจก่อนจะตั้งสติได้ หัวใจของเขาก็รู้สึกเหมือนมีประกายวิบวับขึ้นมา นี่เป็ครั้งที่สองแล้วที่ใจเขาเต้นแรงผิดปกติเพราะการกระทำของปกป้องหลังจากเมื่อเช้าที่คนตัวใหญ่ช่วยหยิบเศษขนมปังออกจากปากเขาให้
“เฮ้ย! ออโต้นายเป็อะไรรึเปล่า” ปกป้องปล่อยมือที่จับแขนของคนที่ตนช่วยไว้แล้วถอยห่างออกมาหนึ่งก้าว เพื่อดูให้ชัดเจนว่าคนที่เจอแรงดึงจนเข้ามาปะทะกับลำตัวของเขานั้นปลอดภัยดีหรือไม่
“เอ่อมะ...ไม่เป็อะไรครับ” อธิบดีดึงสติกลับมาทันได้ตอบกลับเ้าของคำถามก่อนจะรีบเปลี่ยนเื่ เพราะเห็นว่าคนตรงหน้ากำลังจ้องหน้าเขาอยู่ใบหน้าที่เขารู้สึกว่ามันร้อนผ่าว ๆ อยู่ตอนนี้ แต่ไม่แน่ใจว่าร้อนเพราะแดดหรือว่าเป็อาการร้อนจากความรู้สึกภายในกันแน่
“ไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว งั้นก็ไปกันเถอะ แล้วนั่นซื้ออะไรมาเยอะแยะมา...พี่ช่วยถือ” ปกป้องพูดจบ ก็ไม่ได้รอให้อีกฝ่ายตอบรับหรือปฏิเสธ เขาก็ทำตัวเป็มือซ้ายให้ชายหนุ่มร่วมบ้านโดยการยื่นมือไปหยิบของจากมือซ้ายของอธิบดีมาถือแทน ส่วนมือขวาโอบไหล่คนตัวเล็กแล้วพาเดินไปพร้อมกัน
“นายหิวรึยัง”ปกป้องเอ่ยถามขณะที่ขับรถออกมาจากที่จอดรถ
“นิดหน่อยครับ”
“อยากกินอะไรล่ะ ประเภทข้าวหรือก๋วยเตี๋ยว”
“ก๋วยเตี๋ยวก็ได้ครับ”
“หึหึ กลัวไม่อร่อยเหมือนทำเองรึไง”ปกป้องเอ่ยแซว เพราะจากที่แม่ของเขาบอกว่า คนที่นั่งข้างเขานั้นก็ทำอาหารอร่อย
“ฮ่าฮ่าฮ่า ก็มีส่วนครับเอาไว้มื้อเย็นนี้ผมจะเป็พ่อครัวเอง พี่ป้องเตรียมท้องไว้กินได้เลย”
“ได้เลยไอ้น้อง พี่จะล้างท้องรองั้นตอนนี้ไปเอาก๋วยเตี๋ยวรองท้องกันก่อนนะ” พูดจบปกป้องก็เหยียบคันเร่งพารถตรงไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวเ้าประจำซึ่งเป็ก๋วยเตี๋ยวเรือชามเล็ก ๆ แต่รสเด็ดแทบไม่ต้องปรุงกันเลยสองหนุ่มแทบจะกินแข่งกันเพราะแต่ละคนกินกันจนชามเรียงสูงเป็ตั้ง
ก่อนจะกลับบ้านทั้งสองหนุ่มยังไปแวะซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้ออาหารสดสำหรับมาทำอาหารที่บ้านกันอีกด้วย
หนุ่มร่างใหญ่เข็นรถตามหนุ่มร่างเล็กที่หยิบจับของลงรถเข็นได้อย่างชำนาญงานนี้หนุ่มใหญ่จึงทำตัวเป็ป๋าจ่ายค่าของทั้งหมด แม้ว่าอธิบดีจะบอกว่ากินด้วยกันเขาขอแชร์ด้วย แต่ปกป้องก็บอกว่า
“เื่ตังค์พี่ออกเองส่วนนายก็ไปออกแรงทำให้พี่กินไง”
เมื่อกลับมาถึงบ้านสองหนุ่มก็แยกย้ายกันไปทำภารกิจของตัวเอง ปกป้องจัดการเอาต้นไม้ออกจากรถไปปลูกลงกระถางจัดสวนของตนเองส่วนอธิบดีก็หิ้วของเข้าครัวไปจัดการแปรรูปให้กลายเป็อาหารน่ากิน
เมนูเย็นนี้ที่พ่อครัวหัวป่าก์โชว์ฝีมือก็คือต้มยำทะเลน้ำข้น ผัดผักสามสหาย หมูทอดกระเทียมพริกไทย และน้ำพริกปลาทูกับผักลวก พร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ อาหารบ้าน ๆ แต่ทำให้ปกป้องถึงกับกินจนพุงกางพิสูจน์ว่าคำบอกเล่าจากคุณอัจฉราที่ว่าอธิบดีทำอาหารอร่อย ไม่ใช่แค่เพียงราคาคุย
“เติมข้าวอีกมั้ยพี่ ผมตักให้”
“ไม่ไหวแล้วว่ะ ท้องจะแตกแล้วฝีมือนายดีนี่หว่า กับข้าวโคตรอร่อยเลย”
“จริงดิ งั้นให้ผมทำให้กินทุกวันเลยมั้ย”อธิบดียิ้มไม่หุบเมื่อได้ยินคำชม เสนอตัวเป็พ่อครัวประจำบ้านให้เสียเลยเพราะเขาเองก็เกรงใจที่ต้องมาอยู่ที่บ้านนี้ฟรี ๆ โดยที่ไม่ได้ทำอะไรตอบแทนบ้างเลย
“ไม่ต้องทุกวันก็ได้เอาวันที่นายมีเวลาแล้วกัน เพราะเดี๋ยวนายเปิดเรียนก็จะไม่มีเวลามาทำแล้วมั้ง”
“มันก็ไม่ได้ยากอะไรนี่พี่วันไหนรีบก็ทำที่มันง่าย ๆ สิ”
“อือ งั้นก็แล้วแต่นายสะดวกละกันดีเหมือนกันพี่ก็เบื่อกับข้าวนอกบ้านว่ะ กินซ้ำ ๆ วน ๆ จนเบื่อไปหมดแล้ว”
สองอาทิตย์ต่อมา
แค่เพียงผ่านไปสองอาทิตย์ ก็ทำให้ปกป้องรู้สึกเคยชินกับการมีอีกคนอยู่ร่วมบ้านด้วยซึ่งมันทำให้เขารู้สึกว่าบ้านเป็บ้านมากขึ้น ทั้งที่เมื่อก่อนอยู่คนเดียวมาได้ตั้งหลายปีไม่เคยรู้สึกว่าขาดแต่เมื่อมีอีกคนมาอยู่ด้วย กลับทำให้เขารู้สึกครบขึ้นมาเสียอย่างนั้น
และตอนนี้จากเคยชินก็เริ่มจะกลายเป็เคยตัวแล้วด้วย ทั้งนี้ก็เพราะคนตัวเล็กที่มาอยู่ร่วมบ้านเดียวกับเขานั้นเป็คนขยัน เอาใจใส่ คุยเก่ง และที่สำคัญใบหน้าหวาน ๆ ทะเล้น ๆ ประดับลักยิ้มนั้นมันติดตาเขา จนถึงขนาดหลับตาก็ยังเห็น ไหนจะยังรสมือของคนตัวเล็กอีกที่ทำให้เขาติดใจจนคนที่ฝากท้องไว้กับร้านอาหารนอกบ้านเป็ปกติ เปลี่ยนเป็ทำงานเสร็จก็รีบกลับมากินข้าวที่บ้านแทน
“พี่ว่านายทำอาหารอย่างนี้ชักเริ่มจะไม่ดีแล้วว่ะ”ปกป้องเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังนั่งพักพุงดูทีวีชิล ๆ หลังจากที่รับประทานอาหารค่ำกันเสร็จ
“หือ?...” อธิบดีทำหน้างง ก็เมื่อครู่ตอนที่กำลังกินอาหารกันอยู่ชายหนุ่มยังเอ่ยชมไม่ขาดปากว่าอาหารที่เขาทำอร่อยทุกอย่าง
ปกป้องมองคนที่กำลังจ้องหน้าเขาตาปริบ ๆแล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ ก่อนจะเฉลยให้คนที่ทำหน้าเป็น้องหมาสงสัยได้หายงง
“พี่ว่า่นี้พี่ชักจะลงพุงแล้วนะเนี่ยกินฝีมือนายตลอด แถมมาหนักกัน่เย็นอีกต่างหาก
“ถ้างั้นเราไปวิ่งออกกำลังกายกันบ้างดีมั้ยพี่ผมว่าจะชวนพี่อยู่เหมือนกัน ไปวิ่งกันสักสองสามรอบสวนของหมู่บ้านก็ยังดี”
“ก็ดีเหมือนกันนะ เริ่มพรุ่งนี้ละกันไปตอนนี้ไม่ไหวว่ะ เดี๋ยวจะอ้วกเอา”
“ครับพี่” อธิบดีเอ่ยพร้อมโชว์รอยยิ้มฉบับของตัวเองที่ประดับด้วยลักยิ้มสองข้าง ซึ่งยิ่งส่งให้ใบหน้าขาวเนียนใสของคนพูดดูหวานมากเข้าไปอีกและแววตาที่ไหวระริกราวกับเด็กดีใจที่ได้ของเล่นถูกใจนั้นก็ทำให้ปกป้องอดใจไม่ไหวมือใหญ่ยื่นออกไปขยี้ผมของเ้าของใบหน้าหวานเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู
แต่คนที่ได้รับความเอ็นดูตอนนี้กลับเหมือนถูกไฟช็อต ถึงกับแข็งค้าง สมองหยุดสั่งการทว่าหัวใจกลับเต้นแรงอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่เสียงทุ้มจะดังขึ้นช่วยเรียกสติให้กลับมา
“พรุ่งนี้เปิดเรียนวันแรกใช่มั้ยนายเตรียมพร้อมแล้วรึยัง ยังขาดอะไรอีกรึเปล่า”
“ไม่มีแล้วครับ ผมเตรียมไว้หมดแล้ว”
“อือ ดี แล้วพรุ่งนี้เรียน่ไหนจะออกไปพร้อมพี่เลยมั้ย พี่แวะไปส่งที่มหา’ลัยได้นะนายจะได้ไม่ต้องไปรอรถให้เมื่อย แถวนี้อะไรก็ดี เสียตรงรถไฟฟ้ามาไม่ถึงนี่แหละถ้าจะรอรถเมล์ก็ต้องรอนานหน่อยน่ะ หรือว่านายจะเอาบิ๊กไบค์พี่ไปใช้มั้ยล่ะ”
“ไม่ดีกว่าพี่เดี๋ยวเกิดไปทำของพี่ล้มขึ้นมาแย่เลย...” อธิบดีส่ายหน้าหวือทันที ถึงแม้ว่าการขี่มอเตอร์ไซค์จะเป็สิ่งหนึ่งที่อยู่ในความคิดของเขาแต่ก็ไม่คิดที่จะเอามอเตอร์ไซค์คันสวยของเ้าของบ้านออกไปใช้ เพราะดูจากการเก็บรักษาของปกป้องก็พอจะรู้ว่ามันเป็ของรักของหวงของผู้เป็เ้าของมากแค่ไหน“...ผมว่าจะไปเอาคันที่บ้านมาใช้อยู่ครับ แต่่นี้ขอใช้บริการรถเมล์ศึกษาเส้นทางไปก่อนส่วนพรุ่งนี้ผมมีเรียนบ่ายครับ”
“อือ” ปกป้องพยักหน้ารับทราบก่อนจะหันไปคว้าดัมเบลข้างโซฟามายกขึ้นยกลงไปด้วยตามความเคยชิน
[1]ตลาดนัดสวนจตุจักรหรือที่หลายคนนิยมเรียกกันว่า JJ แบ่งโซนขายเป็โครงการ มีทั้งหมด 27 โครงการ