ในขณะที่กำลังเข้าห้องเรียน เ้าอ้วนก็วิ่งตรงเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม ซึ่งก็คือ เฉียนจินเป่า “พี่หยู่ พี่ไปกินยาวิเศษมาหรือไง ทำไมถึงเปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดนี้ทั้งพละกำลัง ทั้งสภาพร่างกาย ทำเอาคนอื่นๆพากันประหลาดใจกันเป็แถว”
“อ่าๆ เ้าอ้วน มีเื่อะไร? รีบเข้ามาประจบแต่เช้า ทำเอาฉันหายงัวเงียเลย”
“ฮึๆ พี่หยู่ อย่างที่ว่านั้นแหละ เ้าอ้วนอย่างฉันจะมีอะไรดี ที่ฉันพอทำได้ก็มีแค่ประจบประแจง ขอแค่มีอะไรพิเศษกว่าชาวบ้านนิดหน่อยก็รู้สึกดีแล้ว แค่คิดว่าจะปล่อยให้คนอื่นเข้ามาทักว่าพี่ดูเปลี่ยนแปลง ฉันก็ร้อนใจขึ้นมาทันที ” เ้าอ้วน พูดพลางตบลงบนบริเวณหน้าอก
“พอแล้วๆ มีอะไรก็บอกฉันมา เผื่อฉันอาจจะช่วยนายได้!”
“พี่หยู่สมกับเป็พี่หยู่จริงๆ ฉันไม่ได้แค่หลงใหล แต่ฉันยังรู้สึกเคารพเลื่อมใส จริงๆตอนนี้ฉันไม่ได้้าให้พี่ช่วยอะไร ฉันแค่อยากจะขอเป็ลูกน้องพี่ได้ไหม ?”
“ลูกน้อง? ฉันไม่เคยคิดเื่จะมีลูกน้อง ” เฉิงหยู่ ไม่ค่อยเข้าใจที่เขาพูด
“พี่หยู่ บุรุษผู้เข้มแข็ง ต้องเสริมสร้างอำนาจบารมี ทำไมถึงไม่้าลูกน้องล่ะ คราวหน้าเวลาเดินไปไหนมาไหนจะได้ไม่น้อยหน้าใครไง หรือเ้าอ้วนอย่างฉันใช้การไม่ได้ ขอแค่ได้ติดตาม จะสั่งให้ฉันทำอะไรย่อมก็ได้” เฉียนจินเป่า มั่นอกมั่นใจมาก
“เห้ๆ ดูไม่ออกเลยนะเนี่ย ว่านายจะเป็คนที่มีความพยายามสูง ดี! นายให้ใจมาขนาดนี้ งั้นฉันจะยอมรับนาย ถึงตอนกลางวันเราก็ไปกินข้าว”
“ฮึ” เฉิงหยู่ พอเดินมานั่งลงโต๊ะ หลินยวี่ฮั่น ที่อยู่ข้างๆก็เค้นเสียงพร้อมเบือนหน้าหนี
“ไง ? ฮั่นฮั่น แม้แต่เธอเองก็ดูออกใช่หรือเปล่าว่าฉันแกร่งขึ้น ?” เฉิงหยู่ ถามเชิงหยอกล้อ
“นายจะเปลี่ยนแปลงอะไรยังไง ฉันไม่รู้ด้วยหรอก รู้แต่ว่านายมันพวกเ้าชู้ปลิ้นปล้อนเื่นี้ฉันเห็นชัดเจนเต็มสองตาเลย”
“อืมๆ ฮั่นฮั่น เธอก็เป็ซะแบบนี่ ถ้าไม่ใช่ว่าเวลาของเราที่อยู่โรงเรียนมันสั้นเกินไป ฉันคงกิ๊กกับเธอแล้วล่ะ?”
“ไร้ยางอาย”
“ฮั่นฮั่น เธออย่าเครียดนักสิ ถึงแม้พวกเราจะไม่ได้เรียนที่นี่แล้ว แต่ใจของฉันก็ยังมีนั่งอยู่ข้างในเธอเสมอ ถ้าหากเธอรู้สึกโดดเดี่ยว วันนี้ฉันจะยอมอยู่ข้างๆเธอวันหนึ่งเต็มๆดีไหม เอาน่า ได้ยินแบบแล้วก็แสดงอาการดีใจสักหน่อยสิ?”
หลินยวี่ฮั่น ไม่แยแส ยังคงก้มหน้าอ่านหนังสือต่อไป
“ฮั่นฮั่น ฉันไม่ได้อ่านหนังสือหนึ่งวันเต็มๆ ไม่ค่อยสบายใจเลย ที่เป็แบบนี้ก็เพราะเธอไม่ยอมให้ยืมหนังสือ”
เมินเฉย
เฉิงหยู่ เขาพยายามคิดหาวิธีที่จะยืมหนังสือจาก ยวี่ฮั่น แต่ก็จนปัญญา เห็นทีสงสัยต้องลงมือ แล้วจู่ๆ หลินยวี่ฮั่น ก็พบว่า เฉิงหยู่ แย่งหนังสือไปหน้าตาเฉย ทำให้เธอกล่าวขึ้นด้วยความโกรธ “นายจะทำอะไรน่ะ”
“ก็ยืมไง เธอตอบตกลงแล้วนี่น่า ?”
“ฉันไปตอบตกลงตอนไหนกัน?”
“ฉันก็เพิ่งถามเธอไป แต่เธอดันไม่ตอบ”
……..นี่มันไร้ยางอายสิ้นดี ?
“ฉันเงียบก็เพราะว่าฉันปฏิเสธ”
เฉิงหยู่ ก็ปล่อยมือออกจากหนังสือ แล้วก็พูดกับ หลินยวี่ฮั่น “ฮั่นฮั่น เธอทำแบบนี้นิสัยไม่ดีเลยนะ เป็ผู้หญิงควรจะใจดีให้มากกว่านี้หน่อยสิ ถ้าเป็เช่นนั้นฉันอาจจะชอบเธอมากกว่านี้”
“ใครใช้ให้นายมาชอบ”
“งั้นเวลาที่เธออ่านหนังสืออยู่ แล้วฉันก็นอนมองอยู่ข้างๆ แบบนี้เธอชอบหรือไง? ถ้าหากว่าฉันจำไม่ผิดล่ะก็ ฮั่นฮั่นเธอเป็หัวหน้าชั้นของพวกเรานิ ทำแบบนี้แล้วคนอื่นๆจะพึ่งพาเธอได้ยังไงล่ะ ระวังคนเขาจะหมดศรัทธานะ แล้วยังมีครูที่คอยจับตาดูพฤติกรรม เธอรู้หรือเปล่า ? เพราะเธอทำแบบนี้ ประเทศเราก็เลยขาดกุลสตรีไปอีกหนึ่งคน เช่นนี้จะทำหน้าที่หัวหน้าห้องได้ยังไง ?” เฉิงหยู่ กล่าวกระทบตรงจุด
หลินยวี่ฉั่น ได้ยินก็โกรธจนหน้าแดง ร่างกายสั่นเทา
หลินยวี่ฮั่นที่กำลังโกรธ จู่ๆใบหน้าสีแดงก็กลายเป็เขียวคล้ำ ตัวซีด ทั้งยังมีอาการหายใจติดขัด ก่อนจะล้มลงไป
เฉิงหยู่ ก็รีบคว้าร่าง หลินยวี่ฮั่น เอาไว้ก่อนจะถ่ายเทพลังิญญาเข้าไปในร่างของเธอ เนื่องจากเธอน่าจะมีปัญหาเื่การหายใจ เขาจึงลงมือปรับพลังภายในร่างเพื่อให้เธอหายใจสะดวกขึ้น ไม่ช้า หลินยวี่ฮั่น ที่ได้สติก็พบว่าตัวเองในเวลานี้ได้อยู่ในอ้อมแขนของเฉิงหยู่ ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าตนเองหายใจได้คล่องขึ้น
“ทำไมเธอถึงป่วยได้?” เฉิงหยู่ ใช้แขนเสื้อของเขา ค่อยๆเช็ดเหงื่อให้เธอ
พอเห็น เฉิงหยู่ เช็ดเหงื่อให้ ใบหน้าเธอก็เริ่มแดงขึ้นมาทันที ในหัวก็โล่งไปหมด ทำได้แค่พยักหน้าโดยไม่ได้กล่าววาจาใดๆ แม่ของเธอเองก็เป็หอบหืด ั้แ่เกิดมาเธอก็มีอาการแบบนี้ ทำให้ตอนเด็กๆไม่สามารถออกไปเล่นเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ อาการมักจะกำเริบเมื่อความดันขึ้น แม่ของเธอเองก็เป็เช่นเดียวกัน ทำให้แม่ของเธอต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ไหนจะต้องคอยซื้อยารักษา ไหนจะส่งให้เธอเรียนหนังสือ แค่นึกถึงความลำบากเหล่านี้เธอก็น้ำตาคลอ
“เธอร้องทำไมกัน? ฉันรู้นะว่าครั้งนี้เป็ความผิดฉัน ถ้าฉันไม่ทำให้เธอโมโหคงไม่เป็แบบนี้ ฉันสัญญาว่าจากนี้จะไม่ยั่วโมโหเธออีก” เฉิงหยู่ พูดพลางสบตากับหลิวยวี่ฮั่น เขารู้สึกแล้วว่าตัวเองทำเกินไปหน่อย
หลังจากนั้น ก็นำเอาโอสถออกมาจากแหวนมิติหนึ่งขวด แล้วเทยาสีน้ำตาลออกมาหนึ่งเม็ด “กินนี่ซะ”
หลินยวี่ฮั่น มองดูขวดยาที่ส่งกลิ่นหอมในมือเขา พลางถามขึ้น “นี่มันคืออะไร?”
“เมื่อครู่ฉันได้รักษาอาการให้เธอ โดยช่วยบรรเทาอาการไว้เพียงชั่วคราว ไม่ได้ช่วยให้หายขาด แต่หลังจากกินยาเม็ดนี้ เธอก็จะเหมือนกับคนปกติทั่วไป สามารถะโโลดเต้น ร้องไห้ได้หัวเราะได้ อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกฉันยั่วโมโห”
“สิ่งนี้มันจะช่วยรักษาฉันให้หายได้จริงๆหรือ?”
“เมื่อกี้เธอก็ััได้แล้วไม่ใช่หรอ เธอรู้ว่าฉันเก่งกว่าหมอที่เธอไปหาใช่ไหมล่ะ พูดก็พูดเถอะ ฉันคงไม่คิดทำร้ายเธอ และก็ไม่เคยคิดจะทำเช่นนั้น”
“งั้น ฉันจะกินมัน” หลินยวี่ฮั่น แม้จะลังเลหน่อยๆแต่ก็เลือกที่จะกินมัน แล้วทันใดนั้นร่างกายก็รู้สึกอบอุ่นแปลกๆ ความรู้สึกถึงความสบาย
“นาย ให้ฉันอีกเม็ดจะได้ไหม?” หลินยวี่ฮั่น เอ่ยปากขออย่างไม่เกรงใจ
“จะเอาอีกหรอ ? ยานี้ต่อให้กินมากไปก็ไม่เกิดประโยชน์” เฉิงหยู่ ไม่สามารถเข้าใจ
“ฉันจะเอาไปให้แม่ แม่ของฉันก็เป็โรคหอบหืดเหมือนกัน!” หลินยวี่ฮั่น พูดเสียงดัง
“อ่อ มิน่าล่ะอายุยังน้อยแต่กับป่วยเป็โรคเช่นนี้ ถ้างั้นตอนเย็นหลังเลิกเรียนเธอค่อยเอามันไป ให้เธอพกติดตัวไว้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่!” เฉิงหยู่ ก็อธิบายให้เข้าใจ
“ขอบใจมาก! ตอนนี้ฉันหายดีแล้วใช่ไหม?” หลินยวี่ฮั่น เอ่ยคำขอบคุณ ถึงแม้ว่าตัวเธอเองตอนนี้ก็ไม่แน่ใจว่าหายขาดแล้วหรือยัง แต่ถึงอย่างไรมันก็ทำให้เธอรู้สึกซาบซึ้ง
“หึหึ แน่นอนสิ! ลองให้ฉันยั่วโมโหเธอดีไหมล่ะ? จะได้รู้ว่าอาการจะกำเริบอีกไหม?” เฉิงหยู่ หยอกล้อ
หลินยวี่ฮั่น ก็มองตาค้อนใส่ เฉิงหยู่
“ฮั่นฮั่น เวลาที่เธอแสดงความอ่อนโยนกับฉันเช่นนี้! เธอดูน่ารักมากเลย!”
“นายไปเอายาเหล่านี้มาจากไหนกัน มันต้องแพงมากแน่ๆ รอฉันมีเงินแล้วฉันจะชดใช้คืนให้”
“ดูเธอสิ ที่เธอพูดเมื่อกี้ทำให้เธอดูไม่น่ารักเอาเสียเลย ฉันไปทวงเงินจากเธอเมื่อไหร่กัน?”
“ฉันรู้ว่านายไม่้าเงิน แต่ว่ายาของนายมันแปลกมาก แน่นอนว่าจะต้องใช้เงินไปมากมาย”
“ยานี่ฉันเป็คนปรุงมันขึ้นมาเอง ราคาก็ถูกมากๆด้วย ถ้าเธออยากจะตอบแทนฉันล่ะก็ คราวหน้าเธอก็ต้องยิ้มให้มากๆ เพราะฉันชอบเวลาที่เธอยิ้ม”
พอได้ยินอย่างนี้แล้ว หลินยวี่ฮั่น ก็เขินอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปซ่อนไว้ที่ไหน
เฉิงหยู่ ตระหนักได้ว่าอาการ หลินยวี่ฮั่น ดีขึ้นมาก หลังจากผ่านเหตุการณ์นี้ไป สาวน้อยคนนี้ก็เริ่มแสดงอาการเขินอาย ยิ่งพูดเธอก็ยิ่งเขิน สนุกจริงๆ
“ฮั่นฮั่น ตอนนี้ให้ฉันยืมหนังสือเธอได้หรือยัง ?” เฉิงหยู่ พูดไปยิ้มไป
แม้แต่เวลานี้ หลินยวี่ฮั่น ก็ไม่ได้พูดอะไร
“ถ้าเธอเงียบเช่นนี้ก็แสดงว่าเธอตกลง” เฉิงหยู่ หยิบหนังสือขึ้นมา หลินยวี่ฮั่น ก็ไม่ได้คัดค้านปฏิเสธ
หลังจากหมด่คาบเช้าเขาก็ได้นัดเจอ หลินยวี่อั่น ไปเจอที่ตึกด้านหลังโรงรียน
“นายให้ฉันมาทำอะไรที่นี่ ?” หลินยวี่ฮั่น กล่าวด้วยใบหน้าแดงๆ
“ฉันไม่ได้บอกเธอหรือว่า วันนี้ฉันจะตามติดเธอหนึ่งวัน ?” เฉิงหยู่ พูดอย่าง ภาคภูมิใจ
ทั้งสองคนเดินไปยังโรงอาหารด้วยกัน เฉิงหยู่และหลินยวี่ฮั่น ก็ถูกสายตาบรรดาคนที่อยู่ในโรงอาหารจ้องมอง ต่อมาชายรูปร่างอ้วนท้วมก็มานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพูดจ้อไม่หยุด เหตุนี้เขาจึงไล่ให้ไปซื้ออาหาร ระหว่างนั่งอยู่กับเธอ
่ที่เดินอยู่ก็ได้ยินเสียงชายคนนึงพูดขึ้นมา “ยวี่ฮั่น ฉันซื้อตั๋วหนังมาสองใบ หนังเื่นี้ตอนนี้กำลังดังมากๆเลย หลังเลิกเรียนพวกไปดูด้วยกันเถอะ”
“เจียงิ นายจะต้องให้ฉันพูดอีกกี่ครั้ง ว่าให้เรียกฉันว่า หลินหวี่ฮั่น หรือเพื่อนหลิน” หลินยวี่ฮั่น ไม่สบอารมณ์เท่าไหร่
พอได้ยินเช่นนี้ เฉิงหยู่ ก็ลอบดีใจ พลางยิ้มขึ้นพูดออกไปว่า “ฮั่นฮั่น เวลามากินข้าวทำไมถึงมักเจอแต่สุนัขตามอยู่เรื่อย เธอดูสิเหมือนมันจะหิวมาก ?”
“นายพูดถึงใครน่ะ? แล้วยัง ฮั่นฮั่น นายเรียกเธอแบบนั้นหรอ ?” เจียงิ พูดด้วยความโมโห
“พูดถึงสุนัขน่ะหรือ ? แล้วนายคิดว่ายังไงล่ะ ?”
“เฉิงหยู่ ฉันจะบอกนายให้ อย่าคิดว่านายเป็ญาติของท่านเทศมนตรีแล้วฉันจะกลัวนายนะ แล้วก็อย่าได้ใจเพียงเพราะว่านายล้ม เสี่ยวตงหยวน ได้” เจียงิ พูดอย่างเย้ยหยัน
“ฮั่นฮั่น ทำไมเธอกินแต่ของแบบนี้ล่ะ มีแต่ผักกะหล่ำปลีทั้งนั้น ไม่เห็นมีเนื้ออยู่เลย” เฉิงหยู่ ไม่แยแส เจียงิ แม้แต่น้อย เอาแต่ก้มมองกับข้าวของ หลินยวี่ฮั่น พลางขมวดคิ้ว
“กินอะไรมันก็ไม่สำคัญหรอก แค่รู้สึกว่าตัวเองมีให้กินก็พอแล้ว” หลินยวี่ฮั่น ตอบกลับไป
พอเห็นเ้าอ้วนถือจานมาสองจานเท่านั้นล่ะ เฉิงหยู่ ก็หยิบจานข้าวของ ยวี่ฮั่น ออก เ้าอ้วนก็เอาจานข้าวจานหนึ่งวางไว้ด้านหน้าของเธอ “กินนี่ดีกว่า”
“ไม่เอา” หลินยวี่ฮั่น ผลักจานนั้นออกไปกลางโต๊ะ แล้วขมวดคิ้วขึ้น
“ถ้าเธอไม่กิน ฉันจะไม่ให้ยาเธอนะ” เฉิงหยู่ ข่มขู่
“นี่นาย…..” หลินยวี่ฮั่น ได้แต่ทำหน้าไม่พอใจใส่ เฉิงหยู่
“ตอนนี้ฉันพูดไปชัดเจนแล้ว จะยอมกินไม่กินก็แล้วแต่เธอ” เฉิงหยู่ กล่าวแบบไม่แยแส
พอเห็นเช่นนี้แล้ว หลินยวี่ฮั่น จึงต้องทานอาหารจานนั้น และนี่ส่งผลให้ เจียงิ โมโหมาก แม่งเอ้ย! ตัวเองยังยืนหัวโด่ หลินยวี่ฮั่นไม่แม้แต่จะสนใจ แต่กับ เฉิงหยู่ ทำไม ยวี่ฮั่น ถึงต้องเชื่อฟังมันขนาดนั้น แล้วแบบนี้ใครกันจะไปทนได้
“เฉิงหยู่ นายคิดจะใช้กำลังข่มขู่ ยวี่ฮั่นงั้นหรือ ยวี่ฮั่น เธอไม่ต้องกลัว เธอบอกฉันได้เลยว่าเขาใช้วิธีอะไรบีบบังคับเธอ เดี๋ยวฉันจะเป็คนจัดการกับมันเอง” เจียงิ กล่าวขึ้นเสียงดัง จนทำให้คนอื่นๆที่กำลังทานข้าวต่างหันมาให้สนใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
นี่มันเื่อะไรกัน หนุ่มเืร้อนสองคนคิดจะสู้กันเพื่อแย่ง บุปผางามแห่งโรงเรียนงั้นหรอ ? ไม่รู้เลยว่าจะเชียร์ข้างไหนดี แต่มันคงจะสนุกน่าดู เจียงิ ในยามนี้ดูเหมือนกำลังเดือดดานถึงขีดสุด เขาตั้งท่าเตรียมพร้อมจะลงมือตลอดเวลา! และดูเหมือนว่านี่จะกลายเป็อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญในโรงเรียนไปแล้ว แน่นอนว่าหลายคนให้ความสนใจ!
แต่ว่าบรรยากาศบริเวณที่เกิดเหตุกลับดูน่าอึดอัด ทำไมน่ะหรือ ? เพราะว่า หลินยวี่ฮั่น และ เฉิงหยู่ ไม่ได้สนใจเขา แม้แต่เ้าอ้วนเองก็ยังตั้งตาตั้งตาอยู่กับการกินข้าว
เจียงิ ที่โกรธอยู่แล้วก็โกรธมากยิ่งขึ้น หมัดทั้งสองข้างกำแน่น “พวกแกรอก่อนเถอะ ฉันจะทำให้รู้ว่าผลลัพท์ที่เมินใส่ฉันมันจะเป็ยังไง!!!” เจียงิ ะเิโทสะคำรามออกมา ก่อนจะเดินจากไป
จบตอน