ไม่นานเกินรอที่ว่ายเปียวเข้าห้อง เสียง เคาะประตูศิษย์พี่คนหนึ่ง อดรนทนไม่ไหวอีกต่อไป จะเอ่ยออกมาแล้ว
“ศิษย์ผู้น้อง ข้ามาซื้อยาโอสถรักษาโรคมือเน่าตามที่เ้าประกาศ หน่อย” เมื่อไม่อายอีกต่อไปที่จะกล่าวขึ้น
ครั้นมองมือตนเองตอนนี้ เป็สีม่วงคล้ายบวมช้ำเื
ว่ายเปียวเอ่ยเสียงเรียบที่เชิญอีกฝ่ายเข้ามา ภายในห้อง ก็ทักเื่มืออีกฝ่ายขึ้น ที่แสร้งทอสีหน้า เป็กังวล “พิษนี้ ดูท่าจะร้ายแรงนัก ท่านปล่อยไว้นานแบบนี้ได้อย่างไร?”
ขณะหรี่ตากล่าวต่อ “ดูจากอาการ อาจเสียหายไปถึงเส้นชีพจร ได้เชียวศิษย์พี่”
ชายคนนั้นได้ยินจากปาก ว่ายเปียว อดไม่ได้หนังตากระตุก ถี่ๆ อยากจะตบปากว่ายเปียว ขอทานตัวดี เอาพิษฝังไว้กับหนามเสียตรงนี้
‘ก็เป็เ้าที่หายหัว ทำให้พวกเราตกอยู่ในสภาพ ‘อนาถ’ เช่นนี้ ยังจะมาพูดทำหน้าไขสืออีก’
ซึ่งก็ได้แต่คิด เมื่อทำหน้าแหยงๆ กล่าวเฉไฉหน้าตายกลบเกลื่อน ซึ่งรู้สึกกระดากปากตนเองอยู่ไม่น้อย “อ่า อ่า เมื่อวานข้า เผลอทำงานแช่น้ำนานไปหน่อย อาจทำให้พิษกำเริบ ยาของเ้ารักษาอาการนี้ ได้หรือไม่?”
ว่ายเปียว ยิ้มหน้าละลื่น ชื่นบาน ตอบอย่างมั่นใจ “ยาของข้าใช้งานดี ชะงักงันอย่าบอกใครเชียวล่ะศิษย์พี่ หากเล่าสรรพคุณ 3 วันก็ยังไม่หมด…สรรพคุณรักษาครอบจักรวาลเชียว”
ศิษย์ผู้พี่รีบกล่าวตัดบท ที่เห็นว่ายเปียวกำลังสาธยายลุกเป็ไฟไหม้ “ข้าเชื่อแล้ว เ้าเสนอราคา…มาเถอะ”
ขณะมันเม้มปากน้อยๆ ที่กล่าวย้ำเสนอราคาในตอนท้าย
ว่ายเปียว หรี่ตา ฉีกปากเป็มุมโค้งขึ้น “สอง เม็ดยาลูกกลอนฝึกฝนพื้นฐานเท่านั้น”
ครั้นได้ยินหน้าก็บิดเบี้ยว เขียวคล้ำขึ้นทันตา “อะ อะไรนะ” ‘นี่มัน ขูดเืกินเนื้อกัน ชัดๆ’
ก่อนพลางหยิบไปที่ถุงข้างเอว “แต่ข้า ข้า ตอนนี้ มีแค่หนึ่งเม็ดยา ฝึกฝนพื้นฐานเท่านั้นเองศิษย์ผู้น้อง”
“อืมๆ ลดให้ศิษย์ผู้พี่เป็พิเศษแล้วกัน สำหรับลูกค้าคนแรกของข้า” เมื่อว่ายเปียว ยื่นขวดยา เตรียมไว้ก่อนหน้าออกมา ใส่มืออีกฝ่าย
ซึ่งแท้จริงก็คือยาลูกกลอนฝึกฝนพื้นฐานหนึ่งเม็ด เอามาบดแล้วปั้นใหม่ ผสมด้วย ขี้ ค้างคาวขึ้นรูปใหม่ เตรียมไว้เพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ
อีกฝ่าย ดม กลิ่นฉุนแรง ขึ้นจมูก จะเมินหน้าหนี
ว่ายเปียวกลั้วยิ้มในใจ สั่งให้รีบกิน “หากอยากหาย ท่านก็รีบกลั้นใจกลืนลงไปเสีย ศิษย์พี่”
“เอาก็เอา” เสียง อึก อึก ดังขึ้น มองเห็นเม็ดยาร้อนผ่าว ไหลลงลำคอชัดเจน
พริบตาต่อมาพลังในร่างศิษย์พี่ โคจร เืลมสูบฉีดขึ้นมาเอง ก็ราวกับมีเวทมนตร์ ที่มือกลับมามีสีเืไหลเดินปกติอีกครั้ง
วูม! “ฮ่าๆ มือข้าหายแล้ว มันกำลังหายแล้ว ศิษย์น้อง ขอบคุณ!”
คนที่แอบฟัง พากันสูดลมหายใจเย็นเข้าไปลึก จนเต็มปอด ไม่รีรออีกต่อไปที่มองมือตนเอง “ข้าขอซื้อยารักษามือด้วย!”
“ข้าด้วย!”
“ข้าขอก่อน!” ไม่เว้นแม้แต่ซวงเว่ย ที่บ่นออกเป็เสียงเดียวกัน เื่เม็ดยา ว่ายเปียวส่งให้ มีกลิ่นฉุนแรง จริงๆ ‘ข้าจะตายหรือเปล่า กินมันเข้าไป’
ซึ่งไม่ถึง50ลมหายใจ หน้าห้องว่ายเปียวดูยุ่งวุ่นวาย ก็กลายเป็คนรวยขึ้นมาอีกครา…ส่วนคนที่จ่ายไม่ไหว เขาก็ให้อีกฝ่ายทำสัญญา ทำงานให้เขาคนละ10วัน
ป้าซือ ออกจากห้องขอทานเป็คนสุดท้าย ยังมีทิฐิกับขอทานที่ต่อยตีอีกฝ่าย อดไม่ได้ลอบขบกรามน้อยๆ ที่เผยความเดือดดาล
“ชิ! มาถึงขั้นที่ลูกแกะที่พวกเขา จะบีบ จะฆ่าเมื่อใดก็ได้ โผล่หัวขึ้นมาลูบคมพวกเขาฝูงหมาป่า แล้วเชียวหรือ?” ที่มองไปยังห้องว่ายเปียว ด้วยความหยามเหยียด
ว่ายเปียวไม่ว่า เมื่อได้เม็ดยาฝึกฝนพื้นฐานมาแล้ว…เขาเชิญ! ศิษย์พี่ป้าซือ เอาเม็ดยาออกไปตามสบาย ที่ฮัมเพลงขึ้นมาน้อยๆ
นับเม็ดยาฝึกฝนพื้นฐานที่ได้มาเกือบๆ 10เม็ด กับหินปราณระดับต่ำ รวมๆ ราว40ก้อน ในถุงเก็บของ
เห็นได้ชัด ป้าซือ เป็กังวล กลัวว่าว่ายเปียว จะเล่นแง่เขาเป็การส่วนตัว ที่เอายาออกมาตรวจสอบ ก็เกิดเสียงบีบรัดฝ่ามือ ไม่ค่อยพอใจเท่าใดนัก
ภาพที่ทุกคน ไม่อยากเชื่อหน้าห้องว่ายเปียว มีการเคลื่อนไหว สะดุดตาในตอนเช้า พร้อมการสะพัดข่าวเม็ดยา ไปอยู่ที่ว่ายเปียวไม่น้อย
“โลกเดี๋ยวนี้มันกลับด้าน ชนชั้น มันพังทลายไปหมดแล้วหรืออย่างไร” ขณะหลายคนตั้งคำถามในใจตนเอง
จี้จิ่งเทียน อันดับ7ศิษย์สายนอก เดินออกจากการปิดด่าน ด้วยความ เดือดดาล ไม่อาจอยู่เฉยได้อีกต่อไป
จู่ๆ พลันมาจับมือป้าซือ ไว้ หมับ! ชายหนุ่มตรวจสอบแวบเดียว มันก็รับรู้พิษ หลอกเด็ก ว่ายเปียวใช้ทันที
“พวกเ้า ไอ้งั่งเอ๊ย! นี่มันพิษเกสรหญ้าม่วง เท่านั้น แค่เ้าเดินปราณพลัง ก็ขจัดมันออกจากร่าง ได้ง่ายๆ แล้ว”
ศิษย์ รอบๆ กำลังฝึกฝนได้ยิน ยังพากันหรี่ดวงตาจนเล็กแคบ เผยสีหน้าหลากหลายอารมณ์ ตามๆ กันแล้ว เมื่อเคยได้ยิน พิษเกสรหญ้าม่วง เด็กๆ ใครเดินป่า ก็มักจะเคยพานพบมัน ถึงขนาดเอาไปเล่นย้อมสีเสื้อผ้า
ด้านของรั่วเฉินกวาง ศิษย์สายนอกอันดับ 3 ยังพลางมองไปยังห้องว่ายเปียว ด้วยความตื่นตะลึงของตนเอง ที่ส่ายหัวน้อยๆ ‘เ้าหนูหาเื่ ตายแล้วไง! คราวนี้พวกเขา ไม่ปล่อยเ้า ไว้แน่’
ก่อนจี้จิ่งเทียน จะเอาเม็ดยา มาดู เขายิ่งหางตากระตุก ถี่ๆ ที่สบถขึ้นมา “นี่มัน เศษเม็ดยาทะลวงปราณชัดๆ แล้วส่วนประกอบดำๆ นี่มันบ้าบออะไร? ขี้ค้างคาว งั้นหรือ?”
เมื่อจิ้งจิ่งเทียน เฉลยขึ้นมา พวกที่ซื้อยารักษาจากว่ายเปียว ต่างก็หันมองไปทางห้องอีกฝ่าย…พวกเขาต่างก็สีหน้าโง่งมตามๆ กันหมดแล้ว “เื่จริงงั้นหรือ? โดนว่ายเปียว เล่นเข้าให้แล้วไง ถุยๆ”
ส่วนห้องไม่ห่าง... ปู้หาญซาน เด็กหนุ่มห้องข้างๆ เขายังอดไม่ได้หลุดขำกลิ้ง ส่ายหัว อยู่ภายในห้อง
ไม่ต่างจากหลินเอ๋อร์ห้องข้างๆ ว่ายเปียว ซึ่งนี่มันสุดยอดการปล้นชิงทรัพย์เลยไม่ใช่หรือไง
“ทว่าเ้าขอทาน ่นี้ใจกล้า ห่อฟ้าไม่เบา ไม่รู้ตนเองไปกินดีเสือ หัวใจหมีมาหรืออย่างไร?” หลินเอ๋อร์ มองไปที่ห้องว่ายเปียว คล้ายจะมองทะลวง จากม่านตาสีม่วงออกไปได้
จู่ๆ นางจะขมวดคิ้วมุ่น ใขึ้นมาอีกครั้ง ขอบเขตระดับ 4 งั้นหรือ?
ซึ่งการเลื่อนขั้นพลังที่รวดเร็วขนาดนี้ หลินเอ๋อร์ยังต้อง ประหลาดใจ ที่มองว่ายเปียว ผิวปาก ฮำ เพลงไม่ทุกข์ไม่ร้อน เอาขวดยามาแบ่งจัดส่วน ต่างๆ อย่างสบายใจ ที่คิดการณ์ไกล จะปิดขั้นพลังยาว
แต่ไม่ใช่สำหรับด้านป้าซือ มันได้สลัก ‘เป้าหมายเป็ว่ายเปียวไว้ตัว โตๆ’
เมื่อเชื่อคุณชาย จี้จิ่งเทียน ขับเคลื่อนปราณพลัง พิษนั้นก็หายไปต่อหน้าต่อตาทุกคน
ย่อมสร้างความเดือดดาลให้พวกคนที่เสียเม็ดยาให้อีกฝ่ายเป็แน่แท้ “ว่ายเปียว เ้าแกะน้อยที่จะบีบเมื่อใดก็ตาย เล่นพวกเราเสียแสบสันเชียวนะ”
ขณะไม่กล้าเสียงดังให้อับอาย พวกเขาเร่งเดินคอตกจากไปทันใด ที่แผ่จิตสังหาร หน้ามืดทะมึนขึ้นมาแล้ว…
ส่วนจี้จิ่งเทียน ส่งคำพูดปราณจิต ไปหาป้าซือ โดยตรง ก่อนที่เขาจะกลับห้อง ครั้นเห็นว่ายเปียวเคลื่อนไหว “หากเ้าขอทานโง่งมไป สนามต่อสู้ แย่งชิงของล้ำค่าเมื่อใด เ้าก็เอามันให้ตาย ไม่ต้องใจอ่อนกับมันแล้ว!”
ว่ายเปียว ออกจากห้อง หลายคนต่างก็มองเขาเป็ขอทานคนรวย อยากแย่งชิงของล้ำค่า จากอีกฝ่ายกันหมดแล้ว
ทว่าว่ายเปียว เดินหน้าทะเล้น ขึ้นเนินเขาเขตต่อสู้่ชิงทรัพยากร ไปอย่างไม่มีท่าที สะทกสะท้าน
ให้เกิดเสียงพูดคุยดังไล่หลัง “เ้าขอทานโง่งมนั้น มันยังคิดจะไป ลานต่อสู้่ชิงของล้ำค่าอีกแล้วหรือ สร้างเื่ไว้ตั้งขนาดนี้แล้ว”
“อืมๆ ช่างไม่มองเงาหัวด้านหลังของตนเองจริงๆ ว่ากำลังจะไม่มีเงาหัวอยู่” เมื่อศิษย์พี่บางคน เผยในแววตาเหี้ยม ดุร้าย กอดอาวุธ แลบลิ้น เหมือนอสรพิษ ไปที่ว่ายเปียว
หลายคนต่างร่างสั่นเทิ้ม ตามๆ กันอย่างไม่รู้ตัวขึ้นมา
ส่วนด้านว่ายเปียว เดินเรียบ…ก่อนมาหยุดหน้าร้านขายยา ซึ่งก็เป็ไปตามคาด ตอนนี้เม็ดยาเพิ่มปราณ กับเม็ดยารักษาราคาดีดขึ้นมาถึง 2เท่า เป็่เวลานาทีทอง โกยรายได้ของร้านขายยาเชียว
เมื่อว่ายเปียว รับเม็ดยารักษา ศิษย์พี่สายใน จวิ่นว่านซง อีกฝ่ายก็กล่าวออกมาในตอนท้าย “หากเ้าให้ข้าปรุงยา ราคาของมันจะขึ้นอีกเป็เท่าตัวแล้วนะเ้าหนู”
ว่ายเปียวยิ้มทอประกาย พยักหน้ารับคำ “รอข้าขาย ‘ยา’ ส่วนนี้หมดเมื่อใด ศิษย์พี่ เราค่อยมาตกลง ราคาทำธุรกิจกันอีกที”
“อืมๆ”
กริ่ง! เสียงประตูว่ายเปียวผลักออกจากร้านยา ดังขึ้นไม่นาน ก็รู้สึกมีคนไม่น้อยมาใช้บริการเหมือนเขาอยู่หนาตา เชียว…