นักบินคนนั้นคือเด็กปี1คลาสฉัน [จบ]

    EP.8 เสียงเรียกจากฟ้า

    กองบิน 1 โคราช นครราชสีมา


    ประตูห้อง Debrief (ห้องวิเคราะห์การบินหลังภารกิจ) เปิดออก หลังภารกิจการประชุมเสร็จสิ้น

    นักบินหลายคนทยอยเดินออกมาจากห้อง เสียงรองเท้าบู๊ตกระทบพื้นกระเบื้องดังเป็๞จังหวะสั้น ๆ อากาศเย็นจากเครื่องปรับอากาศค่อย ๆ จางหายไป เมื่อทุกคนก้าวออกสู่โถงทางเดิน

    อรรถพลยืดแขนเหนือศีรษะ


    “บินเช้าแบบนี้ทีไร หิวทุกที”


    นักบินอีกคนหัวเราะ


    “ก็พี่กินกาแฟแทนข้าวเช้านี่”


    เสียงพูดคุยยังดำเนินไปตามปกติ แต่จักราวุธไม่ได้ร่วมวง

    เขาหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกง หน้าจอสว่างขึ้น ข้อความที่ค้างอยู่ยังเหมือนเดิม


    Peachy : ถ้าสะดวกเมื่อไหร่โทรกลับมาหาด้วยนะคะ


    ภาพเหตุการณ์เมื่อเช้าแวบเข้ามาในหัว

    วิดีโอคอลตอนหกโมง

    เสียงเรียกที่เขากดปฏิเสธ

    เพราะตอนนั้นกำลัง Walk-around (ตรวจสภาพเครื่องบินรอบลำก่อนบิน) อยู่ ก่อนขึ้นบิน นักบินต้องแน่ใจว่าเครื่องบินไม่มีความผิดปกติแม้แต่จุดเดียว


    จักราวุธถอนหายใจเบา ๆ นิ้วเลื่อนไปที่ปุ่มโทรกำลังจะกด

    ทันใดนั้น—

    เสียง๻ะโ๠๲ก็ดังขึ้นจากปลายโถง


    “หัวหน้าเอิร์ธครับ!”


    เ๽้าหน้าที่ภาคพื้นวิ่งเข้ามา สีหน้าตื่น


    “เครื่อง 10305 test flight (เที่ยวบินทดสอบหลังซ่อม) มีปัญหา!”


    นักบินหลายคนหันมามองทันที อรรถพลขมวดคิ้ว


    “อะไรนะ!!”


    “นักบินรายงานว่า landing gear unsafe (ระบบฐานล้อแจ้งเตือนว่าไม่ปลอดภัย) ครับ!”


    จักราวุธชะงักไปเสี้ยววินาที


    10305…


    เครื่องที่เพิ่งถูกปลด ground (ระงับการบินชั่วคราว) หลังซ่อมเมื่อวันก่อนและกำลังอยู่ในเที่ยวบินทดสอบ


    อรรถพลหันไปทางจักราวุธ


    “ICE ไปดูหน่อย”


    โทรศัพท์ยังอยู่ในมือเขา หน้าจอยังค้างบทสนทนากับพีช

    จักราวุธกดล็อกหน้าจอ เก็บมันลงกระเป๋า ก่อนเดินตามอรรถพลไป


    Control Room

    เสียงวิทยุสื่อสารดังพร่าอยู่ตลอดเวลา ภายใน Control Room (ห้องควบคุมการบินของฝูงบิน) จอเรดาร์หลายจอแสดงตำแหน่งเครื่องบินเหนือสนาม ทันทีที่อรรถพลเปิดประตูเข้าไป เสียงจากวิทยุก็ดังชัดขึ้น


    “Control… Falcon Zero-Five.”


    เสียงนักบินทดสอบยังคงนิ่ง แต่ทุกคนในห้องรู้ทันทีว่าสถานการณ์ไม่ปกติ


    “ระบบแจ้งเตือนฐานล้อไม่ยืนยันว่าล็อกสมบูรณ์”


    ไฟเตือนฐานล้อไม่ขึ้นสีเขียว เ๽้าหน้าที่หันมาทางอรรถพล


    “ตอนนี้กำลังบินวนอยู่เหนือสนามด้านทิศเหนือครับ”


    บนจอเรดาร์ จุดเล็ก ๆ กำลังบินเป็๲วงเหนือฐานบิน เชื้อเพลิงค่อย ๆ ลดลงทีละนิด

    อรรถพลหยิบไมค์วิทยุขึ้นมา


    “Zero-Five ลอง cycle gear (เก็บและกางฐานล้อใหม่) อีกครั้ง”


    ไม่กี่วินาทีต่อมาเสียงตอบกลับจากบินก็ดังขึ้น


    “ยืนยัน…ยังแจ้งเตือนเหมือนเดิม”


    ห้องเงียบลงเล็กน้อย ถ้าฐานล้อไม่กางจริง การลงจอดจะเสี่ยงทันที

    จักราวุธมองหน้าจอข้อมูล สายตาไล่ดูค่าต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว


    Hydraulic pressure (แรงดันระบบไฮดรอลิก) — ปกติ

    Flight control (ระบบควบคุมการบิน) — ปกติ


    เขาพูดขึ้น


    “พี่เอิร์ธ”


    อรรถพลหันมา


    “ถ้า hydraulic ยังดี…”


    จักราวุธชี้ไปที่หน้าจอ


    “ล้อน่าจะลงแล้ว แต่ sensor (ตัวตรวจจับ) ไม่รายงาน”


    เ๯้าหน้าที่สองสามคนหันมามองเขาทันที

    อรรถพลนิ่งไปเสี้ยววินาที ก่อนพยักหน้า เขากดวิทยุ


    “Zero-Five fly-by runway (บินผ่านรันเวย์ระดับต่ำ) หนึ่งรอบ เราจะดูจากพื้น”


    ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงเครื่องยนต์ไอพ่นคำรามผ่านสนามบิน

    F-16 พุ่งผ่านรันเวย์ต่ำ กระจกห้องควบคุมสั่นเบา ๆ เ๯้าหน้าที่ที่มองผ่านหน้าต่าง๻ะโ๷๞ขึ้น


    “ล้อหน้ากาง!”


    อีกคนพูดตามทันที


    “ล้อหลังกางทั้งสองข้าง!”


    ห้องควบคุมถอนหายใจพร้อมกัน

    อรรถพลกดวิทยุทันที


    “Zero-Five landing gear confirmed You are clear to land.”

    (ยืนยันฐานล้อปกติ สามารถนำเครื่องลงจอดได้)


    เงียบไปหนึ่งวินาที ก่อนเสียงนักบินจะตอบกลับมา


    “Copy that.”


    บนจอเรดาร์ จุดเล็ก ๆ เริ่มหันหัวเข้า final approach (๰่๭๫การบินเข้ารันเวย์ขั้นสุดท้าย) รถกู้ภัยและรถดับเพลิงถูกเตรียมไว้ข้างรันเวย์

    ทุกคนในห้องเงียบ

    จนกระทั่ง—

    เสียงยางเสียดสีกับพื้นรันเวย์ดังขึ้น

    F-16 หมายเลข 10305 แตะพื้น ชะลอความเร็ว ก่อนหยุดนิ่ง

    เ๽้าหน้าที่คนหนึ่งหัวเราะเบา ๆ


    “รอดไปที”


    อรรถพลหันมามองจักราวุธ


    “เก่งมาก ICE”


    จักราวุธยักไหล่เล็กน้อย


    “พวกเราช่วยกันครับ”

    .

    .

    หลังเสร็จภารกิจไม่นาน เขาเดินออกมาจากห้อง Control Room หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วโทรกลับทันที

    สายดังอยู่ไม่นาน ก่อนจะมีเสียงตอบรับ


    “ค่ะ”


    น้ำเสียงของพีชยังคงสุภาพ แต่เหมือนกำลังอยู่ในที่เงียบ


    “เมื่อเช้าอาจารย์โทรมาหาผม มีอะไรหรือเปล่าครับ”


    ปลายสายเงียบไปเล็กน้อย


    “ตอนนั้น…ฉันอยากถามเ๱ื่๵๹งานกลุ่มนิดหน่อยค่ะ”


    เธอตอบ


    “เห็นคุณส่งไฟล์มาตอนดึก เลยไม่แน่ใจว่าคุณจะว่างหรือเปล่า”


    จักราวุธพยักหน้าเบา ๆ แม้อีกฝ่ายจะมองไม่เห็น


    “ตอนเช้าผมติดงานนิดหน่อย เลยไม่ได้รับสายครับ”


    “ค่ะ…ไม่เป็๲ไรค่ะ”


    เธอตอบ เงียบไปอีกเสี้ยววินาที เหมือนมีอะไรบางอย่างที่ยังไม่ได้พูด แต่สุดท้ายเธอก็ไม่พูดมันออกมา


    “งั้นเดี๋ยวฉันดูงานให้ แล้วจะแจ้งอีกทีนะคะ”


    “ครับ”


    สายถูกวางลงอย่างเรียบร้อย ไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ในสายตาและความรู้สึกบางอย่างของคนปลายสายก็ไม่เหมือนเดิม


    —----------------


    สามวันต่อมา ที่มหาวิทยาลัย


    เช้าวันพฤหัสของคณะวิศวกรรมศาสตร์เริ่มต้นเหมือนทุกวัน เสียงพูดคุยของนักศึกษาดังคลออยู่ทั่วห้อง ก่อนคาบเรียนจะเริ่มจริงจัง บนกระดานด้านหน้าห้องยังคงมีสมการแคลคูลัสยาวเหยียดจากคาบก่อน

    วาโยถอนหายใจ


    “พี่…”


    จักราวุธเงยหน้าจากสมุด


    “หืม?”


    “ผมติดตรงนี้”


    จักราวุธก้มมอง หยิบปากกาขึ้นมาเขียนเพิ่มสองบรรทัด


    “ลองจัดรูปก่อน”


    เขาพูดพร้อมเขียนวิธีการอย่างช้า ๆ


    “พอแยกแบบนี้ มันจะเห็นทางออกเอง”


    วาโยอานตาม เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้าขึ้น


    “พี่…ผมถามจริง พี่เก่งขนาดนี้ ซิ่วมาเรียนปีหนึ่งได้ไงกัน”


    จักราวุธยิ้มบาง ๆ


    “บางอย่างก็อธิบายยาก”


    ประตูห้องเปิดขึ้น

    อาจารย์พิชญาเดินเข้ามา เสียงคุยในห้องเงียบลงทันที

    เวลาผ่านไป จนหลังเลิกคลาส นักศึกษาทยอยเดินออกมาที่ระเบียง ลม๰่๭๫สายพัดผ่านโถงทางเดินยาว พีชกำลังจะลงบันได


    “พี่พีช”


    เธอหันกลับ

    แพร น้องสาวของเธอ เดินเข้ามา กล้อง DSLR ตัวใหญ่สะพายอยู่บนไหล่ เหมือนเธอเพิ่งออกจากงานถ่ายรูปมา


    “มาถ่ายรูปโปรเจกต์ชมรม”


    จังหวะนั้น วาโยกับจักราวุธเดินมาพอดี แพรหันไป


    “โย”


    “อ้าว พี่แพร”


    วาโยหันมาแนะนำ


    “พี่ในกลุ่มผมครับ จักราวุธ”


    จักราวุธพยักหน้าทัก


    “สวัสดีครับ”


    แพรมองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนถามวาโย


    “คนนี้ใช่ไหม”


    เธอพยักหน้าไปทางจักราวุธ


    “ที่เถียงพี่ฉันในคลาส”


    วาโยหัวเราะทันที พีชส่ายหัวเบา ๆ จักราวุธตอบเรียบ ๆ


    “ผมแค่แก้สมการครับ”


    แพรยิ้ม


    “กล้าดีอ่ะ”


    แพรวางกล้องลงบนโต๊ะหิน


    “ว่าแต่โย”


    “ครับ”


    “เสาร์หน้าว่างไหม”


    “มีอะไรครับ”


    แพรยิ้ม


    “Air Show ที่ดอนเมือง”


    พีชเงยหน้ามองทันที


    “ปีนี้จัดใหญ่เลยนะ แพรต้องไปถ่ายรูปอยู่แล้ว”


    เธอหันไปหาพีช


    “พี่ไปด้วยกันไหม”


    พีชคิดครู่หนึ่ง


    “คนเยอะนะ ขอดูก่อนละกัน”


    แพรหัวเราะ


    “ก็เพราะคนเยอะนี่แหละ มันถึงสนุก”


    เธอหันไปหาโย


    “โยไปไหม”


    “ผมเคยไปครั้งหนึ่ง เครื่องบินเยอะแยะเลย ปีนี้เขาจัดสองวันด้วยนะ วันศุกร์กับวันเสาร์”


    เขาหันไปถามจักราวุธ


    “พี่ล่ะ ไปด้วยกันไหม”


    จักราวุธเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบ


    “๰่๥๹นั้นผมน่าจะยุ่ง คงไม่ได้ไป”


    วาโยถอนหายใจ


    “พี่นี่ชีวิตทำงานจริง ๆ”


    จักราวุธยิ้มบาง ๆ


    “บางทีก็เป็๲แบบนั้น”


    พีชมองเขาแต่ไม่ได้พูดอะไร สายลม๰่๥๹สายพัดผ่านระเบียงคณะเบา ๆ

    Air Show งั้นเหรอ…

    เธอไม่เคยสนใจงานแบบนั้นมาก่อน แต่ครั้งนี้ไม่รู้ทำไม เธอกลับรู้สึกว่า อาจจะลองไปดูก็ได้


    ------------------


    เย็นวันนั้น ลานจอดรถของคณะเงียบลงมากแล้ว

    จักราวุธเดินมาถึงรถ โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นขึ้น ข้อความใหม่จากหัวหน้าเอิร์ธ


    Earthquke : พุธหน้า Ferry เครื่องบินไปที่ดอนเมือง งานของ ทอ. คำสั่งมาแล้ว เตรียมตัวไว้


    จักราวุธมองข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ลมเย็นพัดผ่านลานคณะ

    เขาเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า เงยหน้ามองท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนสี

    เสาร์หน้า ที่ดอนเมือง จะมีผู้คนนับแสนเงยหน้ามองท้องฟ้าเดียวกัน

    และในฝูงชนนั้น จะมีอาจารย์ของเขายืนอยู่

    โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า

    นักบินคนหนึ่งที่จะขึ้นบินในวันนั้น

    คือนักศึกษาที่นั่งเงียบ ๆ

    อยู่แถวหลังของห้องเรียนของเธอ