ตอนที่ 32รจนาเลือกคู่!
เสือน้อยก็คิดอะไรได้นิดหน่อยแต่ก็ช่างมันเถอะเขาจึงยื่นมาลัยข้อมือที่เตรียมมาให้เธอ
พร้อมพูดขึ้นว่า“เราตั้งใจเลือกมาให้เลย” เขาก็อธิบายว่าทำไมไม่เอากุหลาบให้
ทำไมต้องเป็มาลัยข้อมือด้วยโดยยังไม่ต้องรอแฟนสาวถาม เสือน้อยก็เล่าให้เธอฟังหมดแล้วและก็อยากให้เธอรู้สึกเป็คนพิเศษ เหมือนตอนที่…นางรจนาเสี่ยงทาย
พอเธอได้ยินก็ยกยิ้มมุมปากพอจะเข้าใจที่เสือน้อยเล่ามาบ้างส่วนเธอก็คุยกับเขาอยู่ครู่หนึ่งแต่ไม่ได้มีแก่นสารอะไรเื่ชายหนุ่มรุ่นพี่เสือน้อยก็ไม่ได้ถาม ก่อนที่จะแยกย้ายไปเข้าแถวของตัวเอง
วันแห่งความรักจึงเต็มไปด้วยสีสันแทบทุกคนในโรงเรียนต่างมอบของแทนใจให้แก่กัน ใครคนไหนหล่อหน้าตาดีก็จะมีสาว ๆเอาสติกเกอร์มาแปะให้
โดยเฉพาะพวกรุ่นพี่ผู้ชาย ม.ปลาย มันเป็ปกติมากที่รุ่นน้องสาว ๆ มักแอบชอบรุ่นพี่ ม.ปลายรุ่นพี่ผู้หญิงก็เป็เช่นเดียวกัน…
ทางโรงเรียนจะห้ามก็ห้ามไม่ได้จึงคิดว่าคล้ายเป็วันปล่อยผีไปวันหนึ่ง เพราะเทศกาลหรือวันแบบนี้มันไม่ได้มีทุกวัน…เพียงแค่ปีละครั้งเท่านั้น!
ในตอนเที่ยงก็คือ่เวลาแห่งการวิ่งไปมาของกลุ่มเด็กสาว ม.ต้น รุ่นพี่คนไหนหล่อก็จะพากันไปกรี๊ดกร๊าด เฮโลพากันไปติดสติกเกอร์
ซึ่งเสือน้อยก็มีคนมาติดบ้างเล็กน้อยสองสามดวงที่น่าสนใจก็คือไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็เพื่อน ๆในกลุ่มนี่แหละ…ที่ผลัดติดให้กันเอง
มันชั่งชีช้ำเสียเหลือเกินถ้าเดินออกจากโรงเรียน โดยเสื้อผ้าเอี่ยมสะอาดหมดจดแบบนี้ คงได้อายกันแย่
ด้วยเพราะกลัวอายกลุ่มเด็กหนุ่มจึงได้ปลอบประโลมตัวเอง ด้วยการผลัดกันติดให้กัน
เพื่ออย่างน้อยจะได้ให้คนอื่นรู้ว่า“กูก็มีคนสนใจนะเว้ย!” และส่วนมากมักเป็ผู้ชายตกกระป๋องแบบพวกเขาทั้งหลาย
พอเห็นเหตุการณ์ดังนี้จึงตั้งความหวังว่า“พอขึ้น ม.ปลาย ก็จะต้องมีคนมาติดให้พวกเขาแบบนี้ด้วยและต้องเอาดีสักทางให้ได้!” พวกเขาลอบกู่ร้องในใจ
……
ตอนกลางวันของกลุ่มเหมือนฝันกับมะปรางทั้งคู่เรียกได้ว่าเป็ตัวดึงดูดสายตาชั้นเลิศ สติกเกอร์บนเสื้อติดจนแทบไม่มีที่ว่างแล้ว
มะปรางก็โทรนัดรุ่นพี่คนสนิทมาหาจากนั้นทั้งคู่ก็คุยกันหวานแหวว ทำเอาเพื่อน ๆ ในกลุ่มแซวอิจฉากันยกใหญ่
จนกระทั่งเธอมอบมาลัยข้อมือที่พึ่งได้มาให้กับรุ่นพี่คนนี้แถมยังไม่ลืมเล่าเื่ราวของนางรจนา พอกลับมานั่งรอบกลุ่มกับเพื่อนแก๊งนางฟ้าทุกคนก็แซวกันนิดหน่อย
มีเพื่อนถามขึ้นว่าเธอจะเอายังไงกับนายเสือน้อยเพราะเหมือนว่าเธอจะสนอกสนใจพี่ธรมากกว่า
ตัวของเหมือนฝันเองก็พยายามฟังอย่างตั้งอกตั้งใจด้วยเช่นกัน…
เธอก็สารภาพว่าพอลองได้คบดูแล้วเหมือนจะชอบพี่ธรมากกว่า ส่วนเสือน้อยพอเธอได้คบสักพักก็รู้สึกว่างั้น ๆไม่ได้ตื่นเต้นเหมือนอย่างพี่ธร
“ถ้าไม่ชอบก็บอกเลิกมันไปเลยจะได้ไม่เสียเวลา”เพื่อนในกลุ่มแนะนำและโน้มน้าวเธอโดยเฉพาะเหมือนฝันที่เป็คนเชียร์ให้ทั้งคู่จีบกัน
จนเธอตัดสินใจได้ว่าจะบอกเลิกกับเสือน้อยเธอยังจำข้อตกลงของทั้งคู่ได้
“ถ้ามันเป็ไปได้ด้วยดีพวกเราก็คบเป็แฟนต่อไป แต่ถ้าคบแล้วดูเข้ากันไม่ได้ หรือว่ามะปรางเกิดมีคนใหม่ที่ถูกใจมากกว่าเราก็ขอให้บอกเลิกกันด้วยดี และกลับไปเป็เพื่อนกันเหมือนเดิมได้เอาแบบนี้ดีมั้ย!?”ย้อนไปวันตกลงคบกัน เสือน้อยก็พูดทำนองนี้ไว้
จนกระทั่งเลิกเรียนมะปรางจึงได้โทรนัดเสือน้อยมาหาตามลำพังและได้พูดเข้าประเด็นทันที “นี่เสือน้อยยังจำได้มั้ยวันที่เราตกลงเป็แฟนกัน...”
พอเห็นสาวสวยตรงหน้าเกริ่นมาแบบนี้ทำให้เขารู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดี...ไม่ดีมาก ๆ แต่ก็ยังพยักหน้าตอบไป “จำได้แม่นเลย...”
“คือว่าเราคิดว่าเราไม่ได้ชอบเสือมากขนาดนั้นพอได้ลองคบกันแล้ว...เอ่อ” เธอเว้น่ไว้ครู่หนึ่งก่อนพูดต่อว่า“ตอนนี้เรามีคนที่ชอบ...และรู้สึกดีกับเขา...มากกว่าเสือน่ะ”เธอพูดด้วยน้ำเสียงลำบากใจ
“เราพอจะเข้าใจ…ว่าแต่ตรงไหนที่ทำให้เราเสียคะแนนไปเหรอ?”เสือน้อยอยากรู้เื่นี้จริง ๆ เขาก็หมั่นไปเอาใจโทรไปแทบทุกวันวันก่อนยังคุยกันปกติดีอยู่เลย
ในใจของเธอก็ครุ่นคิดถึงเหตุผลต่างๆ นานา ที่มีส่วนสำคัญก็เป็คำพูดจากปากคน...
มันก็มีหลายเื่ที่ในใจเธอได้ยินได้ฟัง“อุ๊ย! ดูแฟนเธอสิ ยืนเป็มาสคอตหน้าโรงเรียนอีกแล้ว”
บางคนก็พูดว่า “นี่...มะปราง เราฝากเสือน้อยสั่งข้าวเหนียวหมูปิ้งมาให้หน่อยสิ!”ส่วนใหญ่จะแซว เื่แฟนของเธอเป็ลูกจ้างเดินขายของ
มันทำให้เธอรู้สึกอายจนต้องหาทางพูดเบี่ยงประเด็นเวลาที่มีคนมาคุยอะไรทำนองนี้กับเธอ ส่วนใหญ่เธอมักไประบายกับเพื่อน ๆถึงความน้อยเนื้อต่ำใจ
ทว่าเธอไม่สามารถพูดกับเสือน้อยได้เพราะไม่อยากทำร้ายจิตใจเขาขนาดนั้น
ตอนเด็ก ๆเธอรู้ว่าเสือน้อยเป็พวกหัวโจกแต่ก็คอยปกป้องผู้หญิงด้วยอย่างสุดชีวิตด้วยการชกกับรุ่นพี่เพื่อปกป้องยัยลูกหมี…จึงทำให้เธอรู้สึกดีกับเขาั้แ่นั้นเป็ต้นมา
อีกส่วนหนึ่งก็เพราะคนที่เข้ามาวิ่งในหัวใจเธอคนใหม่เขาดูตื่นเต้นเร้าใจ พูดจาดูดีหวานหู ถูกใจเธอเป็อย่างมากอีกทั้งพี่เขายังเอาใจเก่งด้วย
เธอรวบรวมความคิดก่อนจะตอบว่า“มันเป็เื่ของความรู้สึกน่ะ เราก็อธิบายไม่ถูก แต่ตอนอยู่ใกล้กับพี่เขาเรารู้สึกมีความสุขมาก ๆ” มะปรางสังเกตเห็นความผิดหวัง ผ่านสายตาของเสือน้อย
“ก็ได้เราเข้าใจแล้วเราเคยพูดไว้แล้วนี่ ถ้าเกิดมีคนใหม่ที่ถูกใจมากกว่าเรา ก็ขอให้บอกเลิกกันด้วยดี”เสือน้อยทวนคำพูดที่พ่อเคยสอนไว้
ทว่าตอนที่พูดกับตอนที่ทำ…มันเป็คนละเื่กันเลยพอเสือน้อยประสบพบเจอกับมันด้วยตัวเองจึงเข้าใจความรู้สึกโหวงเหวงที่ก่อตัวขึ้นภายในจิตใจ ความผิดหวัง โศกเศร้า มีพวกอารมณ์ต่างๆ ประเดประดังเข้ามาในใจของเขาไม่หยุด
แต่ก็ลุกขึ้นยืนพูดกันอยู่หลายประโยคก่อนที่จะโบกมือแยกย้ายกันไปอย่างเป็ทางการ พอเสือน้อยมองเห็นเธอจากไปพักหนึ่งแต่ก็มองไปเห็นว่าเธอลืมสมุดไว้ด้วยความเป็ห่วงจึงรีบวิ่งตามไปกลัวว่าเธอจะไม่มีการบ้านส่ง หรือมีงานสำคัญในอยู่สมุด
แต่วิ่งตามไปได้ไม่นานก็พบเธอกำลังเดินอยู่กับรุ่นพี่คนนั้นที่เขาได้เจอเมื่อเช้า
เสือน้อยกัดฟันเดินเข้าไปหาอย่างรวดเร็วทั้ง ๆ ที่ใจไม่อยากไปเลยจริง ๆ เขาจึงะโไล่หลัง ทำให้ทั้งคู่หันมามอง
มะปรางหันมามองเสือน้อยแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร เห็นเพียงรอยยิ้มสาดสะท้อนออกมาเท่านั้นก่อนมือข้างหนึ่งของเขาจะยื่นสมุดให้กับเธอ...
ขณะที่กำลังยื่นให้เขาก็พลางเหลือบตาไปเห็นมาลัยข้อมือ ที่ชายหนุ่มรุ่นพี่ถืออยู่
เขาคิดขึ้นในใจ “นั่นมันของเราที่ให้มะปรางไปเมื่อเช้านี่หว่า?”
สายตาของเขาหยุดที่มาลัยก่อนหันไปมองมะปรางด้วยสายตาเฉยเมย ปะปนไปด้วยสายตาลุ่มลึก…ก่อนที่จะหมุนตัวจากไป
เพราะเสือน้อยไม่รู้จะโกรธหรือขำตัวเองดีถ้าขำก็ขำที่ดันมอบมาลัยข้อมือให้เธอเอาไปเลือกคู่เสี่ยงทายตัวเขา้าสื่อให้เห็นว่าเธอถูกเขาเลือก…แต่เ้ากรรมเธอก็ดันเอามาลัยข้อมือแทนใจไปให้รุ่นพี่คนนั้นเสียนี่!
“ส่งต่อกันเป็ไม้วิ่งผลัดเลยนะพวกเอ็ง”เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่
“แบบนี้สินะ...รจนาเลือกคู่!”เขาขำในใจ ไอ้นั่นน่ะสังข์ทอง ส่วนเขาคือเป็ตัวประกอบเท่านั้น...เขาหัวเราะในใจ
เพลงตัวประกอบพี่กวางAB Normal ก็ดังขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวคล้ายประชดชีวิตในวันนี้ของเขา
วันนี้เขาไม่มีอารมณ์ทำอะไรแล้วจึงกลับบ้านเร็วผิดปกติส่วนเื่ราวที่พยายามขายมาทั้งวันอย่างรจนาเลือกคู่ ก็กลายเป็ว่าสำเร็จเป็ไปตามเป้าแต่มันเป็สำหรับคนอื่นนะไม่ใช่ตัวเอง
พอถึงบ้านเสือน้อยก็ทำตัวไม่ถูกจึงได้เดินไปหาเ้าทองสุข ก่อนไปนอนเปลในบ้านสวน เ้าควายรู้งานจึงเดินไปคลอเคลียให้กำลังใจ
เขาก็ลูบหัวมันลูบเขามันไปพลางๆ พอได้เวลาอาหารพี่นางก็ยกมาให้มันกิน ส่วนเขาก็ขึ้นบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำ
……
ที่ศาลาริมน้ำคีย์บอร์ดตัวหนึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะพร้อมหนังสือคีย์เสือน้อยที่อารมณ์เปลี่ยวเหงา นั่งบรรเลงเพลงไปมา บางครั้งก็ร้องเพลงไปด้วย
จนพ่อเดินมาเห็นจึงนั่งคุยกันเพราะอารมณ์ผิดปกติของลูกชายเขานั้นดูไม่ยาก“เป็ไงเรา...มีอะไรไหนเล่ามาให้ฟังสิ!?”
เสือน้อยก็ไม่มีอะไรปิดบังและมีคำถามในใจที่้าถามพ่ออยู่จึงเล่าเื่ออกไปจนหมดเปลือก...
พ่อผันได้ฟังก็ยิ้มๆ น่าสนใจ “รจนาเลือกคู่หรือ?” เขาอาจเก็บเป็แรงบันดาลใจไว้วาดภาพได้
จากนั้นพ่อก็พูดถึงเื่ที่เสือน้อยสงสัยเื่ “ถ้าไปไม่รอด ก็ยังแยกย้ายกันไปด้วยดี”
พ่อผันบรรยายว่า“กับความรักแค่ ม.1 มันก็แค่นี้เอง มันเปรียบเหมือนต้นกล้าที่ยังต้องผ่านการรดน้ำดูแลไล่แมลง ต้องผ่านลมผ่านฝนอีกมาก กว่าจะเจริญเติบโตเอ็งยังต้องเจออีกมากเสือน้อยเอ๊ย!”
นี่คือประสบการณ์ของพ่อผันในตอนเรียน
“แต่อย่างน้อยเลิกกันไปก็ยังเป็เพื่อนกันได้ไม่ต้องเกลียดกัน ตอนเจอหน้าก็จะไม่รู้สึกผิด ต้องหาทางหลบหน้าให้มันเหนื่อย สามารถยิ้มให้กันเมื่อยามพบหน้าอย่างน้อยเอ็งก็ไม่ต้องรู้สึกผิดอะไร”
ซึ่งเป็ประสบการณ์ล้ำค่าที่เขาตั้งใจถ่ายทอดให้ลูกอย่างค่อยเป็ค่อยไป
“เอ็งน่ะยังอ่อนเยาว์นักเื่ประสบการณ์ด้านความรักจำต้องเตรียมใจให้ดี ในมุมมองของผู้ใหญ่ความรักในวัยเด็กอายุ 13-14 มันก็เท่านี้เอง มันก็แค่ความรักประเดี๋ยวประด๋าวเป็ความรักแบบฉาบฉวยอยู่ได้ไม่นาน คิดหรือว่าจะรักกันไปตราบชั่วฟ้าดินสลายถือว่ามันเป็แค่เพียงประสบการณ์ที่ต้องพบเจอในชีวิต”
เขาถึงนิยามมันว่า“ปั๊บปี้เลิฟ หรือ ความรักแบบเด็ก ๆ พอได้เจอใครดีกว่าถูกใจกว่าก็ไปไง”
“ส่วนเื่ที่ว่ามะปรางเอามาลัยข้อมือของเอ็งไปให้คนอื่นนั้น…จะว่าผิดมั้ยมันก็ผิดแต่ด้วยอายุเท่านี้เอง เธออาจจะแค่ลืมนึกในส่วนนี้ไปก็เท่านั้นลืมใส่ใจความรู้สึกของคนอื่นที่มีให้ ประเดี๋ยวเอ็งก็เจอคนที่ชอบคนใหม่เองแหละน่า”พ่อตบไหล่ให้กำลังใจ
“อย่าไปคิดมากเลยมาๆ เดี๋ยวพ่อร้องเพลงปลอบ” ก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบกีตาร์โปร่งตัวโปรดมานั่งข้างลูกชายกีตาร์ตัวนี้มีลายเซ็นของพี่ป้อมอัสนีกับพี่โต๊ะวสันต์อยู่ครบ
พ่อยิ้มอ่อนโยนพร้อมถามขึ้นว่า“เอายัง?”
เสือน้อยถาม“เพลงอะไรล่ะพ่อ?”
“อารมณ์แบบนี้มันก็ต้องเพลงเธอปันใจสิวะ!”พ่อพูดพลางดีดกีตาร์ตั้งสายอยู่ครู่หนึ่ง
เสือน้อยยิ้มเจื่อนพี่ป้อมอีกแล้วเหรอ?เขาเหลือบไปมองปิ๊กกีตาร์หลากสี…ที่ห้อยอยู่บนคอมาั้แ่เด็กั้แ่วันเกิดฉลองคบหนึ่งขวบปี มันก็อยู่ติดตัวเขามาโดนตลอด
จนเขาจึงเรียกมันว่า‘หลวงพ่อปิ๊ก’ หลังจากนั้นพ่อผันก็เริ่มเกากีตาร์ร้องเพลงนำ
♫ “หัวใจสลายเมื่อเธอเดินไปกับเขาไม่คำนึงถึงเื่ราว” ♫
ส่วนเสือน้อยก็เล่นคีย์บอร์ดเสริมเมื่อถึงท่อนฮุกก็ะโร้องประสานเสียงกันดังลั่นที่ศาลาริมน้ำ
♪ “ถ้าจะมาไม่มาทั้งใจก็กลับไปเสียดีกว่า...” ♪
ทำเอาเด็กหนุ่มลืมความทุกข์ความเศร้าเพราะว่าได้ระบายมันออกไปกับเสียงเพลงแล้ว