ที่ตำหนักพระชายาเอก
บรรยากาศในตำหนักพระชายาเต็มไปด้วยความอึดอัด หลังจากการมาเยือนของ เสนาบดีไป๋ ผู้เป็บิดาของ ไป๋อวี้หลัน คำพูดที่รุนแรงของเขายังคงดังก้องในหัวของนาง
“เ้าเป็ถึงพระชายาเอก แต่กลับปล่อยให้สนมเหม่ยตั้งครรภ์ก่อน ทั้งวังหลวงนินทาว่าข้าเลี้ยงเ้ามาไม่ได้เื่ น่าอับอายจริงๆ!”
ไป๋อวี้หลันกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจ ดวงตาของนางวูบไหวด้วยความโกรธและความผิดหวัง นางรู้ดีว่าตระกูลไป๋คาดหวังให้นางเป็ผู้ควบคุมวังหลัง แต่สถานการณ์กลับพลิกผันอย่างน่าอดสู
ในความเงียบของค่ำคืน ไป๋อวี้หลันนอนนิ่งอยู่บนเตียงใบหน้าซีดเผือด นางสั่งให้นางกำนัลคนสนิทไปแจ้งข่าวกับองค์รัชทายาทว่า “พระชายาเอกไม่สบายหนัก และ้าให้ฝ่าาเสด็จมาดูแล”
ที่ตำหนักขององค์รัชทายาท
หลี่หย่งเทียนวางเอกสารในมือลงเมื่อได้รับข่าว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความลังเล แต่ในที่สุดก็ลุกขึ้นจากโต๊ะ “เตรียมม้า ข้าจะไปตำหนักพระชายาเอก”
เสียงฝีเท้าขององค์รัชทายาทดังขึ้นในยามค่ำคืน ไป๋อวี้หลันที่นอนอยู่บนเตียงยิ้มเย็นในใจ “ในที่สุด…เ้าเลือกที่จะมาที่นี่”
เมื่อหลี่หย่งเทียนเดินเข้ามาในห้อง นางที่ดูอ่อนแอและซีดเซียวทำให้เขาขมวดคิ้วด้วยความกังวล
“เ้าเป็อะไร?” เขาถาม น้ำเสียงยังคงเ็า
“ฝ่าา…” อวี้หลันพูดเบาๆ น้ำเสียงของนางแฝงไปด้วยความอ่อนล้า “ข้ารู้ว่าท่านไม่สนใจข้า แต่ข้า…ข้าเพียงอยากให้ท่านมา”
หลี่หย่งเทียนถอนหายใจ “ข้ามาแล้ว เ้าควรพักผ่อน”
นางพยักหน้าเรียบๆ ก่อนจะสั่งให้นางกำนัลคนสนิทนำชามาถวาย
“ดื่มน้ำชาเถิดเพคะ ฝ่าา ท่านคงเหนื่อยจากงานทั้งวัน” นางเอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง
หลี่หย่งเทียนรับถ้วยชามาโดยไม่สงสัย และดื่มเข้าไป ไม่นานหลังจากนั้น เขารู้สึกถึงความร้อนรุ่มในร่างกาย ดวงตาคมของเขาเบิกกว้างเมื่อรู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติ
“อวี้หลัน…เ้าใส่อะไรลงไปในชา?” เขาถามด้วยน้ำเสียงกระด้าง แต่เสียงของเขากลับสั่นเล็กน้อย
อวี้หลันลุกขึ้นจากเตียง ใบหน้าของนางไม่ได้แสดงความกลัว แต่กลับเต็มไปด้วยความเยือกเย็น “ท่านบอกว่าข้าคือพระชายาเอก… แต่ท่านไม่เคยสนใจข้าเลย ข้าเพียง้าให้ท่านอยู่กับข้าสักครั้ง…เพียงเท่านั้น”
หลี่หย่งเทียนพยายามควบคุมตัวเอง แต่ความร้อนรุ่มที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาไม่อาจต้านทานได้ เขาเดินเข้าหานาง จับแขนของนางไว้แน่น
“เ้า…รู้หรือไม่ว่ากำลังทำอะไร?” เขาถาม แต่แววตาของเขาเต็มไปด้วยความ้าที่ควบคุมไม่ได้ อวี้หลันไม่ได้ตอบ เพียงแต่มองเขาด้วยสายตาเย้ายวน ก่อนที่เขาจะก้มลงจูบริมฝีปากของนางอย่างเร่าร้อน
ในห้องโถงของตำหนัก เสียงหวานล้ำและความเร่าร้อนดังก้องไปทั่วคืน หลี่หย่งเทียนไม่อาจหยุดตัวเองได้ และในคืนนั้น ทั้งสองได้กันอย่างสมบูรณ์
เมื่อแสงอาทิตย์แรกสาดส่องเข้ามา หลี่หย่งเทียนตื่นขึ้นมาในห้องของพระชายา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและโกรธจัด ขณะที่มองไปยังร่างของไป๋อวี้หลันที่ยังคงนอนหลับอยู่ข้างเขา
“เ้า…” เขาพึมพำ ก่อนจะลุกขึ้นแต่งตัวอย่างเร่งรีบ
ไป๋อวี้หลันที่ลืมตาตื่นขึ้นมามองเขาด้วยสายตาเยือกเย็น แต่ใบหน้าของนางกลับเปื้อนรอยยิ้มบางๆ
“ฝ่าา…อย่าได้โกรธข้าเลย ท่านคือสามีของข้า…คืนที่ผ่านมาคือสิ่งที่ควรเกิดขึ้นอยู่แล้ว”
ยามเช้า แสงแดดอ่อนๆ ส่องลงมายังสวนหลวงที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ ไป๋อวี้หลัน ในชุดงดงามสง่างามประดับด้วยลวดลายหรูหรา ยืนรออยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ สายตาของนางจับจ้องไปยังเส้นทางที่นำมายังสวน
ไม่นาน หลินเหม่ยซิน ในชุดเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความงดงาม อันเหมาะสมกับตำแหน่งสนม ก็มาถึงพร้อมนางกำนัลที่ติดตาม นางหยุดโค้งตัวเล็กน้อยทักทายพระชายาเอก
“พระชายาเพคะ ท่านมีธุระใดจึงให้หม่อมฉันมาที่นี่หรือเพคะ?” เหม่ยซินเอ่ยอย่างสุภาพ
อวี้หลันยิ้มบาง “วันนี้อากาศดีนัก ข้าคิดว่าเราควรเดินเล่นและพูดคุยกันบ้าง เ้าก็คงไม่ว่าอะไรใช่หรือไม่?”
เหม่ยซินพยักหน้าอย่างลังเล “เพคะ หากพระชายาทรงประสงค์”
ทั้งสองเดินเคียงกันไปตามทางเดินในสวนหลวง เหล่าดอกไม้ที่บานสะพรั่งสร้างบรรยากาศงดงาม นางกำนัลทั้งสองฝ่ายเดินตามอย่างเงียบงัน
อวี้หลันแสร้งพูดคุยอย่างเป็มิตร “เ้ารู้หรือไม่ว่า องค์รัชทายาทดูแลเ้าดีเพียงใด? เ้าคงเป็คนที่โชคดีที่สุดในวังหลวงนี้”
เหม่ยซินก้มหน้าลงเล็กน้อย “พระชายาทรงกล่าวเกินไปแล้วเพคะ หม่อมฉันเพียงทำหน้าที่ของตนเท่านั้น”
“หน้าที่หรือ?” อวี้หลันหัวเราะเบาๆ “นั่นสินะ…เ้าทำหน้าที่ของเ้าได้ดีจริงๆ” เหม่ยซินชะงักเล็กน้อย เมื่อจับได้ถึงน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเสียดสี แต่เลือกที่จะไม่ตอบ
เมื่อมาถึงบ่อน้ำใหญ่ในสวนหลวงอวี้หลันหยุดเดิน ยืนมองผืนน้ำที่สงบนิ่ง ใบหน้าของนางยังคงยิ้มละไม “เ้ารู้หรือไม่…ข้าว่ายน้ำไม่เป็” อวี้หลันเอ่ยพลางหันมามองเหม่ยซิน
เหม่ยซินมองนางด้วยความสงสัย “พระชายาทรงหมายความว่าอย่างไรเพคะ?”
ทันใดนั้น อวี้หลันจับมือของเหม่ยซินแน่น ก่อนจะใช้แรงทั้งหมดดึงตัวเองล้มลงไปในบ่อน้ำใหญ่ เสียงน้ำกระเพื่อมดังลั่น ทำให้เหล่านางกำนัลที่ตามมาอยู่ห่างๆ รีบร้องะโด้วยความใ
“พระชายาตกน้ำ!”
นางกำนัลทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันวิ่งมาที่ริมบ่อ เห็นเหม่ยซินยืนตัวสั่นอยู่ใกล้ขอบบ่อ ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความใ และมือของนางยังคงเปียกชื้น
“พระสนม! ท่านเป็คนผลักพระชายาลงน้ำหรือเพคะ!” นางกำนัลคนหนึ่งร้องถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ไม่ใช่! ข้าไม่ได้ทำ!” เหม่ยซินรีบตอบ น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความตื่นกลัว
ในบ่อน้ำใหญ่ ไป๋อวี้หลัน ดิ้นรนพยายามเอาตัวรอด น้ำที่เย็นเฉียบและลึกทำให้นางหมดเรี่ยวแรงอย่างรวดเร็ว แต่นางกำนัลของนางรีบะโขอความช่วยเหลือจากทหารที่อยู่ใกล้ๆ
“ช่วยพระชายาเร็วเข้า!” เสียงของนางกำนัลพยายามส่งเสียงขอความช่วยเหลือ ไม่นานนัก องค์รัชทายาทหลี่หย่งเทียนเสด็จมาถึง
เมื่อพระองค์เห็นอวี้หลันที่ถูกช่วยขึ้นมาจากน้ำในสภาพเปียกปอน ใบหน้าของนางซีดเซียว และมีอาการไออย่างรุนแรง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
“เกิดอะไรขึ้น!” เขาตรัสถามเสียงดัง
นางกำนัลคนหนึ่งรีบตอบ “องค์รัชทายาท…พวกหม่อมฉันเห็นพระสนมเหม่ยผลักพระชายาเอกตกน้ำเพคะ!”
“ข้าไม่ได้ทำ!” เหม่ยซินรีบกล่าว น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
อวี้หลันที่นั่งพิงตัวอยู่บนพื้น แสร้งพูดด้วยเสียงแ่เบา “ท่าน…ได้โปรดอย่าตำหนินางเลย…ข้า…ข้าอาจสะดุดล้มเอง”
คำพูดที่แสนอ่อนโยนและให้อภัยของอวี้หลันกลับยิ่งทำให้บรรยากาศตึงเครียด หลี่หย่งเทียนมองไปที่เหม่ยซิน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความลังเล
“ท่าน… ข้าสาบานว่าไม่ได้ทำจริงๆ!” เหม่ยซินกล่าว แต่น้ำเสียงของนางไม่อาจเอาชนะสายตาของเหล่าบ่าวไพร่ที่มองนางด้วยความสงสัย
“หลี่หย่งเทียน…เ้ารักนางมากใช่ไหม? เช่นนั้นข้าจะทำให้ความรักของเ้ากลายเป็พิษที่กัดกร่อนตัวนางเอง!”
หลังจากที่ ไป๋อวี้หลัน ถูกช่วยขึ้นมาจากบ่อน้ำ นางที่ยังคงเปียกโชกและหนาวเย็นจนตัวสั่น ได้แต่พยายามฝืนร่างกายของตน แต่ความเย็นจัดจากน้ำและลมที่พัดโชยกลับทำให้นางอ่อนแรงลงเรื่อยๆ
ไม่นานนัก องค์รัชทายาทหลี่หย่งเทียน เสด็จมาถึง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เมื่อเห็นพระชายาที่ตัวสั่นอย่างรุนแรง
“อวี้หลัน!” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงดังกังวาน ก่อนจะรีบก้าวเข้ามาประคองร่างของนาง
อวี้หลันพยายามยิ้มให้เขา แต่ดวงตาของนางเริ่มพร่ามัว ร่างกายอ่อนล้าเกินจะทนรับไหว และสุดท้ายนางก็สลบไปในอ้อมแขนขององค์รัชทายาท
หลี่หย่งเทียนรีบอุ้มร่างของนางขึ้นทันที ความอ่อนล้าของนางทำให้เขารู้สึกถึงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ใต้ความสง่างามของเธอ
“รีบเตรียมตำหนัก! ข้าจะพานางกลับไปเดี๋ยวนี้!” เขาออกคำสั่งเสียงดัง บรรดานางกำนัลและทหารรีบปฏิบัติตามโดยไม่รั้งรอ เมื่อมาถึงตำหนัก องค์รัชทายาทวางร่างของอวี้หลันลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง ก่อนจะรีบเรียกหมอหลวงมาดูอาการ
ไม่นานนัก หมอหลวงก็เข้ามาตรวจดูอาการของพระชายาเอกอย่างละเอียด สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
“พระชายามีโรคหนาวสั่นติดตัวมาั้แ่เด็กพ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงกล่าว “ร่างกายของพระชายาไวต่อความเย็นมาก หากัักับน้ำเย็นหรืออากาศหนาวจัด อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง”
หลี่หย่งเทียนขมวดคิ้วแน่น “แล้วข้าควรทำอย่างไร?”
“ใน่นี้พระชายาควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ควรให้รับลมหรือััความเย็นมากจนเกินไปพ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงกล่าวต่อ “โปรดให้พระชายาพักผ่อน และรับประทานยาบำรุงอย่างต่อเนื่อง”
หลี่หย่งเทียนพยักหน้า แม้สีหน้าของเขาจะยังคงเคร่งเครียด แต่ดวงตาของเขากลับแฝงไปด้วยความกังวลที่ไม่เคยแสดงออกมาก่อน
ในค่ำคืนนั้น หลี่หย่งเทียนนั่งอยู่ข้างเตียงของไป๋อวี้หลัน นางยังคงนอนนิ่ง ใบหน้าซีดเซียวและร่างกายยังคงอ่อนแอ เขาจับมือของนางไว้เบาๆ ความอุ่นจากมือของเขาส่งผ่านไปยังนางอย่างช้าๆ
“เ้าเป็เช่นนี้ั้แ่เมื่อใดกัน?” เขาพึมพำเบาๆ ดวงตาจับจ้องไปยังใบหน้าของนาง
ในใจของเขา แม้จะมีความรู้สึกที่หลากหลายเกี่ยวกับไป๋อวี้หลัน แต่ในเวลานี้ เขาไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการเห็นนางในสภาพเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกปวดใจ
“พักผ่อนเสียเถิด…” เขากล่าวเบาๆ แม้รู้ว่านางคงไม่ได้ยิน
แม้นางยังไม่ได้สติเต็มที่ แต่ภายในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความพอใจ “หลี่หย่งเทียน…ข้าไม่สนว่าเ้าจะรักข้าหรือไม่ แต่ข้าจะทำให้เ้าไม่มีวันละเลยข้าได้อีกต่อไป”
“ในวังหลวงนี้ ความรักไม่สำคัญ… สิ่งสำคัญคือการทำให้เ้าไม่มีทางลืมว่าข้าคือใคร!”