ตอนที่20 พี่ชายเจ็ดคนปรากฏตัว
คุณนายฉินเพิ่งเดินเข้ามาเห็นฉากนี้พอดีเธอมีสีหน้าซีดเผือด ร้องะโเรียกหนูน้อยออกมาสุดเสียง “โจวโจว! ”
โจวโจวเองก็มองเห็นเช่นกันใบหน้านุ่มฟูไม่แสดงท่าทีหวาดกลัวเลยสักนิด โจวโจวเหยียดอุ้งมือเล็ก ๆ ออกไปจับลูกบอลไว้แน่น เธอหมุนข้อมือแล้ววางบอลไว้ข้างๆ ก่อนจะวิ่งออกไปหาคุณนายฉินต่อ “คุณย่า! ”
เห็นหนูน้อยไม่ถูกลูกบอลกระแทกหน้าคุณนายฉินถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอเข้าไปกอดเด็กหญิงเอาไว้ทั้งที่ยังมีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ในใจ แล้วถามไถ่ด้วยรอยยิ้มว่า “คิดถึงย่าไหม? ”
เธอพยักหน้าเป็ไก่จิกข้าวเปลือกหนูน้อยตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใส “คิดถึงค่ะ! ”
ขณะพูดหนูน้อยยังเอาตัวอวบอ้วนถูไถอยู่ในอ้อมกอดของคุณนายฉินด้วยสีหน้าออดอ้อนทำเอาคุณนายฉินใจอ่อนระทวย อยากจะกอดหนูน้อยไปตลอดไม่ยอมปล่อย
ขณะที่โจวโจวกำลังพูดคุยกับหญิงชราด้วยรอยยิ้มเธอก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากด้านหลังของหญิงชรา เธอจึงร้อง “ว้าว” ด้วยความตื่นเต้น
พี่ชายเยอะจังเลย!
หนูน้อยเห็นว่าภายในห้องโถงนั่งเล่นเต็มไปด้วยเด็กผู้ชายเจ็ดคนที่ยืนอยู่ในระดับความสูงที่แตกต่างกันคนโตสุดอายุประมาณ 14-15 ปี และคนที่อายุน้อยที่สุดน่าจะประมาณ 4 ขวบเท่านั้นพวกเขายืนเรียงแถวกันอย่างเป็ระเบียบ ดูงดงามเป็พิเศษ
เมื่อสังเกตเห็นว่าหนูน้อยกำลังจ้องพวกเขาคุณนายฉินจึงหันไปมองตาม และเมื่อเห็นเหล่าหลานชายที่ยืนอยู่เต็มห้องนั่งเล่นสีหน้าของเธอพลันเคร่งขรึมขึ้นมาทันทีเธอไม่ได้แสดงสีหน้าอ่อนโยนเหมือนตอนอยู่กับโจวโจวแล้วแต่กลับถลึงตาใส่พวกเขาอย่างโมโห “ย่าบอกตั้งกี่ครั้งแล้วว่าไม่อนุญาตให้เตะบอลในบ้านถ้าเตะไปโดนน้องสาวของพวกหลานขึ้นมา จะทำอย่างไร”
“น้องสาว? ” พี่สี่ฉินซีเป็ฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน เขามองโจวโจวด้วยความประหลาดใจแล้วถามด้วยความสงสัยว่า “เธอหัวโล้นไม่ใช่น้องชายหรอกหรือ ? ”
มีเด็กผู้หญิงที่ไหนบ้างที่โกนหัว
“เหลวไหล” คุณนายฉินจับมือโจวโจวไว้มือของหนูน้อยนุ่มมาก ทำเอาเธอใจอ่อนยวบตาม แต่พอเธอหันไปมองพวกหลานชายเธอก็ทำหน้ารังเกียจอีกครั้ง “ถ้าเป็น้องชายอีกล่ะก็แบบนั้นชาติก่อนย่าคงทำบาปมาเยอะน่าดู”
เธอหวังอยากมีลูกสาวมาทั้งชีวิตแต่ผลปรากฏว่าเธอไม่มีวาสนานั้น เพราะลูกของเธอทั้งห้าคนล้วนเป็ลูกชายทั้งหมดพอเธอฝากความหวังไว้ที่ลูกชายและลูกสะใภ้เพื่อหวังให้พวกเขามีหลานสาวตัวน้อยให้เธอได้เชยชมผลปรากฏว่าเธอรอคอยมานานกว่า 15 ปีแต่ก็ยังไม่มีลูกสะใภ้คนไหนคลอดลูกสาวให้เธอสักคน สุดท้ายเธอก็ยอมรับชะตากรรมของตนเอง
นับว่า์เมตตาเธอในตอนที่หญิงชรากำลังจะเลิกหวังนั้น ์ก็ได้ส่งหนูน้อยโจวโจวมาสู่อ้อมอกของเธอทั้งยังเป็เด็กน้อยที่น่ารักเชื่อฟัง ใครเห็นเป็ต้องรักอีกด้วยดังนั้นเวลาเธอเห็นพวกหลานชายที่เล่นจนเหงื่อซ่กไปทั้งตัวแบบนี้เธอจึงรู้สึกขัดหูขัดตาอย่างบอกไม่ถูก
เธอพูดด้วยน้ำเสียงเข้มงวดว่า“แนะนำให้พวกหลานรู้จักหน่อยแล้วกัน นี่คือโจวโจว ต่อไปนี้เธอคือน้องสาวของพวกหลานไม่อนุญาตให้ใครรังแกเธอทั้งนั้น และถ้าหากย่ารู้ว่าใครรังแกโจวโจวขึ้นมา……”
ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบประโยคหลังเธอก็ชำเลืองมองพวกเขาทีละคนด้วยแววตาที่วางอำนาจ
“จริงสิตอนนี้ถึงตาที่พวกเธอต้องแนะนำตัวบ้างแล้ว”
ตอนแรกพวกเขาไม่อยากแนะนำตัวแต่พอเห็นสายตาของผู้เป็ย่าที่มองปราดมาพวกเขาก็หดหัวกลับแล้วรีบทำตามอย่างเชื่อฟังทันที
“ฉันคือพี่ใหญ่ฉินเริ่น” เด็กชายที่สูงที่สุดและดูโตที่สุดเป็คนพูด เขาสวมแว่นตากรอบทองดูเหมือนสุภาพบุรุษผู้อ่อนโยน
“ฉันคือพี่รองฉินเอ๋อ” เด็กชายที่ยืนข้างฉินเริ่นพูดอย่างเกียจคร้านโดยไม่เหลียวมองเธอเห็นได้ชัดว่าเขาไม่สนใจเธอ
“ฉันคือพี่สามฉินตง” ฉินตงพูดอย่างใจเย็นด้วยสายตาที่เฉียบคมเด็กชายมองไปที่โจวโจวราวกับ้าตรวจสอบอะไรบางอย่าง
“ฉันคือพี่สี่ฉินซี” เด็กชายรูปร่างแข็งแรงคนที่พูดเมื่อครู่นี้มองไปยังโจวโจวด้วยความสงสัย
“ฉันคือพี่ห้าฉินหนาน” เด็กชายในชุดเอี้ยมพูดพลางเอามือล้วงกระเป๋าอย่างเท่ ๆด้านข้างของเขามีเด็กชายตัวเล็กหน้าตาเหมือนเขาเป๊ะยืนอยู่ด้วยทั้งคู่สวมเสื้อผ้าเหมือนกันและเป็ฝาแฝดกัน
โจวโจวกลับพูดขึ้นว่า “ไม่ใช่สักหน่อยพี่คือพี่หกต่างหาก”
เด็กชายถลึงตาใส่หนูน้อย“เธอนั่นแหละพี่หก ! ”
โจวโจวไม่เข้าใจที่เขาพูดเธอชี้ไปยังเด็กชายที่ยืนข้างเขาแล้วพูดว่า “คนนี้ต่างหากที่เป็พี่ห้า”
ได้ยินแบบนั้นความหงุดหงิดบนใบหน้าของฉินเป่ยหายไป เขาอุทาน “เอ๊ะ” ออกมาแล้วมองเธอด้วยความตกตะลึง พลางถามด้วยความสงสัยว่า “เธอรู้ได้ยังไง? ”
เขาไม่ใช่พี่ห้าจริงๆ นั่นแหละ เพราะที่จริงแล้วเขาชื่อฉินเป่ย เขาชอบให้คนอื่นเดาว่าพวกเขาเป็ใครเพราะแม้แต่พ่อกับแม่ของพวกเขายังเดาผิดอยู่หลายครั้ง คิดไม่ถึงเลยว่าโจวโจวที่เพิ่งพบพวกเขา……
กลับทายถูกด้วย!
“ดูจากโหงวเฮ้งบนใบหน้าไง” โจวโจวกระพริบตาปริบๆ แล้วตอบกลับด้วยสีหน้าสบาย ๆ
ดูจากโหงวเฮ้ง?
พอได้ยินแบบนี้ทุกคนก็พากันหันขวับไปมองเธอสายตาของพวกเขาถูกดึงดูดด้วยกระบี่ไม้ท้อที่หนูน้อยสะพายไว้ด้านหลัง
ฉินเริ่นยกมือขยับแว่นของเขาเขาเม้มริมฝีปากบาง แววตาที่มองไปยังโจวโจวดูแปลกไปเล็กน้อย
โจวโจวราวกับรู้สึกอะไรบางอย่างได้วินาทีแรกที่หนูน้อยหันไปสบตาเขา จู่ ๆ เธอก็เอามือปิดหัวตัวเองโผเข้าใส่อ้อมกอดของคุณนายฉิน แล้วแอบโผล่หน้าออกไปมองเขาและเมื่อเห็นว่าเขายังคงไม่ละสายตาออกไป หนูน้อยก็รีบหดหัวกลับไป
“เป็อะไรหรือ? ” เมื่อเห็นท่าทางของเธอ คุณนายฉินก็เกิดความสงสัยเธอกอดหนูน้อยเอาไว้แล้วถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
โจวโจวลอบมองฉินเริ่นในแววตาของเธอดูตื่นกลัว เธอกระซิบคุณนายฉินด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา “คุณย่าพี่ใหญ่ดูเหมือนนักวิทยาศาสตร์ที่พ่อเคยเล่าให้ฟังเลย เขาจะจับโจวโจวหั่นเป็ชิ้น ๆไหม ! ”
สายตาของพี่ใหญ่เหมือนอยากจะจับเธอไปวิจัยส่วนเื่ที่ว่าจะจับไปวิจัยด้วยวิธีไหนนั้นพ่อเคยบอกว่าพวกเขาจะใช้วิธีหั่นเป็ชิ้น ๆ เป็แผ่นสาวน้อย !
พูดไปใจก็สั่นหนูน้อยกลัวมากเลย
ได้ยินแบบนั้นคุณนายฉินมองเธอด้วยความประหลาดใจ ทึ่งในความมีสายตาเฉียบคมของเธอ
เด็กหญิงตัวน้อยพูดถูกหลานชายคนโตของเธอชอบวิชาวิทยาศาสตร์มาก แม้ว่าเขาจะมีอายุเพียง 15 ปีแต่เขาก็สอบเข้าภาควิชาฟิสิกส์ของมหาวิทยาลัย A ได้แล้วและในอนาคตเขาอาจเป็นักวิทยาศาสตร์ด้วย
เมื่อเห็นว่าหนูน้อยดูกลัวมากเธอจึงรีบลูบหัวปลอบประโลมหนูน้อย “ไม่ต้องกลัวนะไม่ต้องกลัวย่าอยู่นี่ พี่ใหญ่ของหนูนิสัยดี ไม่มีทางจับโจวโจวของเรามาหั่นเป็ชิ้นหรอกจ้ะ”
ขณะที่พูดเธอก็อดไม่ได้ที่จะมองค้อนลูกชายคนเล็กของเธออีกครั้งในใจของเธอโทษว่าเป็เพราะเขาพูดเื่ไร้สาระต่อหน้าหนูน้อย ทำให้ทิ้งเงาทางจิตใจไว้ให้เธอ
เมื่อเห็นสายตาของผู้เป็แม่ฉินเลี่ยมองกลับไปด้วยสีหน้าไร้อารมณ์และเขาเองก็ได้ยินคำพูดเมื่อครู่นี้ของโจวโจว ทำเอาเขาอดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้
ส่วนพี่ๆ ของเขาอยู่ไกลออกไปหน่อย จึงไม่ได้ยิน พอพวกเขาเห็นโจวโจวหลบอยู่ในอ้อมแขนของคุณนายฉินต่างคนต่างก็เบะปากแล้วคิดในใจว่า: เด็กผู้หญิงขี้ขลาดตาขาวชะมัด
ฉินหนานพูดว่า“นับว่าเธอฉลาด ฉันคือพี่ห้าต่อไปนี้หากไม่มีธุระอะไรไม่ต้องมารบกวนฉัน ฉันไม่ชอบมีน้องสาว”
การมีน้องสาวเป็อะไรที่น่ารำคาญที่สุดแล้วอย่างน้องสาวของเสี่ยวจ้วงยังเอาแต่ร้องไห้ทุกวัน แตะนิดแตะหน่อยก็ร้องไห้ไม่สนใจเธอก็ร้องไห้ น่ารำคาญสุด ๆ
“พูดอะไรน่ะ” คุณนายฉินตวัดสายตามองเขาี้เีจะสนใจเขาแล้ว จากนั้นเธอก็หันไปแนะนำพี่ชายคนสุดท้ายให้โจวโจวรู้จัก “โจวโจวนี่คือพี่เจ็ดของเธอ ฉินเฟิง”
โจวโจวมองตามไปก็เห็นฉินเฟิงนั่งอยู่บนรถเข็นหนูน้อยมองไปยังขาของเขาอยู่นานโดยไม่ละสายตาไปไหน
มีบางอย่างที่คนทั่วไปไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่าได้แต่เธอกลับสามารถมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน
เพียงแต่สิ่งที่เธอเห็นก็คือบนขาของพี่เจ็ดมีกลุ่มไอชั่วร้ายสีดำปกคลุม!
ไอ้ชั่วร้ายนี้เข้มข้นมากมันเข้มข้นจนซึมลึกเข้าไปถึงกระดูก
เธอหยุดมองขาเขาอยู่นานทำให้ฉินเฟิงเริ่มทำตัวไม่ถูก จนต้องหาอะไรมาบังขาของตนเองเอาไว้
เมื่อเห็นแบบนั้นโจวโจวก็กระพริบตาแล้วเงยหน้ามองเขาด้วยรอยยิ้ม
และในขณะที่หนูน้อยกำลังจะพูดอะไรนั้นจู่ ๆ ก็มีชายคนหนึ่งเดินลงมาจากชั้นบนจากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงที่พูดกระแนะกระแหนขึ้นว่า
“ไอ้หยาคุณชายห้าก็กลับมาเหมือนกันหรือ ไหนบอกว่าถ้าหากฉันไปอยู่ที่ไหนนายจะไม่มีวันไปเหยียบที่นั่นไง ? ”