บทที่ 4
"เ้าจะไม่เปลี่ยนใจจริงๆ น่ะหรือหรงเอ๋อร์ เ้าจะปล่อยให้แม่อยู่ในวังแห่งนี้คนเดียวจริงๆ หรือ เ้าไม่ห่วงแม่บ้างหรือ"หลังจากกลับมาจากการเที่ยวเล่นกับจ้าวเทียนหลง จ้าวหรงที่ตั้งใจว่ากลับมาเขาจะอาบน้ำเพราะรู้สึกเหนียวตัวมาก พอเข้ามาในตำหนักก็เจอกับจางกุ้ยเฟยที่นั่งรอเขาอยู่
"เสด็จแม่"จ้าวหรงถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะก่อนหน้านี้เข้าใจว่าทั้งสองคุยกันรู้เื่แล้วแต่ทำไมคราวนี้เสด็จแม่ถึงมาพูดเื่นี้อีก
"เ้าอายุแค่แปดขวบเองน่ะหรงเอ๋อร์ เ้าไม่รู้หรอกว่าด้านนอกเป็อย่างไรและที่ที่เ้าไปอยู่นั่นคือค่ายทหารนะ เ้าจะต้องไปอยู่ตัวคนเดียวนางกำนัลและขันทีก็ไม่สามารถตามไปดูแลเ้าได้ เ้าเปลี่ยนใจเถอะนะ"จางกุ้ยเฟยพูดเกลี้ยกล่อมลูกชายอีกครั้ง
"กุ้ยเฟยเพคะ"นางกำนัลคนสนิทเรียกจางกุ้ยเฟยด้วยน้ำเสียงปรามๆ และนั่นทำให้จางกุ้ยเฟยเม้มปากทันที เพราะคนที่อยู่ในตำหนักนี้ไม่มีคนของนางเลยแม้แต่คนเดียว
"ลูกรู้ว่าเสด็จแม่เป็ห่วงแต่เสด็จแม่ไม่ต้องเป็ห่วงลูกหรอกพ่ะย่ะค่ะ ลูกจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด ถึงจะลำบากลูกก็อยากจะไปอยู่ดี"จ้าวหรงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"เอาเถอะ แม่พูดอะไรออกไปก็ขัดเ้าไม่ได้อยู่แล้วนี่"จางกุ้ยเฟยถอนหายใจออกมา เพราะรู้ว่าตอนนี้พูดอะไรออกไปก็ไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของลูกชายได้อีกแล้ว
"ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะที่เสด็จแม่เข้าใจลูก" จ้าวหรงเข้าไปกอดจางกุ้ยเฟยด้วยความดีใจ
"โอ๊ย"จางกุ้ยเฟยร้องออกมาด้วยความเจ็บ
"เสด็จแม่เป็อะไรพ่ะย่ะค่ะ หรือลูกกอดแรงไป"จ้าวหรงถามเสียงตื่น
"ไม่มีอะไรหรอกลูก แม้แค่ใที่เ้าเข้ามากอดแม่อย่างไม่ทันตั้งตัวน่ะ"จางกุ้ยเฟยพูดด้วยรอยยิ้มมีใบหน้าจะเริ่มซีดเล็กน้อย
"ใช่เพคะองค์ชาย กุ้ยเฟยไม่ได้เป็อะไรหรอกเพคะ"เป่าเจียนนางกำนัลคนสนิทของจางกุ้ยเฟยรีบพูดขึ้นมา
"ลูกขออภัยพ่ะย่ะค่ะไม่คิดว่าจะทำให้เสด็จแม่ตกพระทัยขนาดนี้"จ้าวหรงค่อยๆ กอดพระมารดาเบาๆ
"หรงเอ๋อร์ของแม่"จางกุ้ยเฟยกอดจ้าวหรงเอาไว้อย่างแ่เบา ภายในใจของนางกำลังคิดอะไรให้วุ่น
"เสด็จแม่ ลูกขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้เหงื่อเต็มตัวลูกไปหมดเลย"จ้าวหรงผละออกจากจางกุ้ยเฟยเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเขานั้นเต็มไปด้วยเหงื่อ
"อย่างนั้นหรือ งั้นเ้าก็ไปอาบน้ำเถอะเดี๋ยวแม่จะเข้าครัวทำอาหารให้เ้าดีกว่า"จางกุ้ยเฟยบอก
"พ่ะย่ะค่ะ"จ้าวหรงรับคำก่อนที่จะแยกตัวออกไป
"กลับตำหนักกันดีกว่าเพคะกุ้ยเฟย"เป่าเจียนบอกกับจางกุ้ยเฟยที่ยังนั่งอยู่
"ไปสิ"จางกุ้ยเฟยลุกขึ้นก่อนจะเดินออกไปสายตาก็จ้องมองไปที่เป่าเจียนด้วยความไม่พอใจ
เพี๊ยะ เสียงฝ่ามือกระทบกับใบหน้าอย่างรุนแรงทำให้เ้าของใบหน้าหันไปตามแรงตบและยังมีเืไหลออกมาที่มุมปากอีกด้วย
"พระสนมทำแบบนี้กับหม่อมฉันไม่ได้นะเพคะ"เป่าเจียนที่โดนตบจนหน้าหันพูดเสียงแข็งออกไปด้วยความไม่พอใจ
"ข้าเป็พระสนมส่วนเ้าเป็แค่นางกำนัลเ้ามีสิทธิ์มาพูดแบบนี้กับข้าอย่างนั้นหรือ"จางกุ้ยเฟยถามออกไปด้วยความไม่ใจ
"แต่ฝ่าา"เป่าเจียนจะพูดต่อแต่ก็ต้องเงียบปากเอาไว้เมื่อจางกุ้ยเฟยบีบแก้มของนางเอาไว้
"ข้ารู้ว่าเ้าเป็คนของฝ่าา แต่แล้วอย่างไรเล่าเ้าก็เป็แค่นางกำนัลเท่านั้น เ้ากล้าดีอย่างไรถึงแสดงท่าทางเช่นนี้ออกมา หรือเพราะคิดว่าตัวเองเป็นางกำนัลคนโปรดของฝ่าา แล้วจะทำอะไรห้ามหัวข้าได้อย่างนั้นหรือ"จางกุ้ยเฟยยิ่งเพิ่มแรงบีบมากขึ้น
"ไม่ใช่อย่างนั้นนะเพคะพระสนม หม่อมฉันไม่เคยคิดเช่นนี้เลย"เป่าเจียนเริ่มมีอาการกลัวขึ้นมาบ้างแล้ว
"เ้าคิดว่าข้าจะเชื่อเ้าอย่างนั้นหรือ พวกเ้ายัง้าให้ข้าทำอะไรอีกข้าแค่้าให้หรงเอ๋อร์อยู่กับข้าแค่นี้ ข้าก็ทำไม่ได้อย่างนั้นหรือทำไมพวกเ้าถึงจะแยกพวกเราสองแม่ลูกออกจากกันด้วย"จางกุ้ยเฟยผลักเป่าเจียนออกไปอย่างแรง
"เ้าจะโทษใครได้ นอกจากตัวของเ้าเองจางฟางซิน"เสียงของจ้าวิที่ดังมาจากหน้าประตูทำให้เป่าเจียนยิ้มออก
ประตูที่ถูกเปิดออกมาทำให้จางกุ้ยเฟยเห็นว่านอกจากจ้าวิแล้วยังมีนางกำนัลและขันทียืนอยู่ตรงนั้นมากมาย
"ทำไมฝ่าาถึงโทษหม่อมฉันเพียงคนเดียวเล่าเพคะ ก็ในเมื่อทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฝีมือของหม่อมฉันแค่คนเดียว"จางกุ้ยเฟยถาม ออกไปอย่างเ็ป ทั้งๆ ที่คนทำผิดไม่ใช่นางเพียงคนเดียวแต่ก็มีพระองค์ด้วยไม่ใช่หรือทำไมต้องโทษนางทุกครั้ง
"พวกเ้าออกไปให้หมด"จ้าวิไล่นางกำนัลและขันทีออกไปให้หมด เมื่อทุกคนออกไปแล้วภายในห้องจึงเหลือแค่สองคน"เ้านี่มันไม่เคยเปลี่ยนไปเลยนะฟางซิน"จ้าวิส่ายหน้าเบาๆ อย่างเอือมระอา
"เพคะ หม่อมฉันก็คือจางฟางซินคนเดิมนั่นแหละเพคะ ทั้งๆ ที่หม่อมฉันมาก่อนหม่อมฉันคือคู่หมั้นของพระองค์ แต่ทำไมกันล่ะทำไมหม่อมฉันถึงได้เป็แบบนี้
ทั้งๆ ที่หม่อมฉันมาก่อนเว่ยลั่วอิงแต่ทำไมต้องเป็หม่อมฉันที่ต้องยอมให้นางทุกอย่าง แม้แต่หรงเอ๋อร์ ทั้งๆ ที่เขาเป็องค์ชายใหญ่แต่ก็เพราะพระองค์รักเว่ยลั่วอิง
พระองค์ถึงกับขับไล่หรงเอ๋อร์ออกจากวังไป สิ่งที่พระองค์เฝ้าพูดกับเขาทุกวี่ทุกวันก็เพื่อให้เขาปกป้องพระองค์ ทั้งๆ ที่เขาก็เป็เพียงแค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้น เพียงเพราะเขาไม่ได้เกิดมาจากเว่ยลั่วอิงหรือเพคะ ฝ่าาถึงทำแบบนี้กับเขาได้"จางฟางซินถามออกมาด้วยความเ็ป
"ใช่ เพราะเขาไม่ใช่เป็ลูกของอิงเอ๋อร์ เพราะถ้าเขาเป็ลูกของอิงเอ๋อร์เขาก็จะไม่ต้องเจอเื่อะไรแบบนี้ ถ้าจะโทษก็ต้องโทษตัวเ้าเองเถอะ เพราะมีแม่อย่างเ้าเขาถึงต้องเจอเื่แบบนี้
และยิ่งเ้าต่อสู้เพื่ออำนาจเท่าไหร่ลูกชายของเ้าจะต้องเ็ปมากขึ้นเท่านั้น อยู่ในที่ของเ้าแล้วชีวิตของเ้าก็จะมีความสุข
เ้าเลือกเอาเองก็แล้วกันนะฟางซินว่าจะเป็จางกุ้ยเฟยสนมคนโปรดของข้า หรือเลือกชีวิตสุขสบายของหรงเอ๋อร์
ข้าให้โอกาสเ้าเลือกแล้วเ้าก็เลือกให้ดีเถอะ เพราะถ้าเ้าเลือกพลาดขึ้นมา เ้าไม่มีโอกาสให้แก้ตัวอีกแล้ว"จ้าวิพูดจบก็เดินออกไปทันที
"เป่าเจียน หน้าเ้าไปโดนอะไรมาน่ะ"จ้าวหรงที่มาถึงตำหนักของจางกุ้ยเฟยถามนางกำนัลคนสนิทของมารด้วยความแปลกใจ เพราะใบหน้าของนางมีรอยช้ำอยู่ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ใบหน้าของนางยังปกติอยู่เลย
"หม่อมฉันเดินไม่ระวังจนสะดุดล้มเพคะ" เป่าเจียนก้มหน้าลง
"อย่างนั้นหรือ ทายาหรือยังล่ะ"จ้าวหรงถามด้วยความเป็ห่วงเพราะเห็นเป่าเจียนมาั้แ่เด็ก
"ทายาแล้วเพคะ องค์ชายรีบเสด็จเข้าไปเถอะเพคะ พระสนมกำลังรอองค์ชายอยู่"
"งั้นข้าไปหาเสด็จแม่ก่อนนะ"จ้าวหรงบอกก่อนจะเดินเข้าไปด้านในตำหนัก
"เพคะ"
"เสด็จแม่ทำอะไรอยู่หรือพ่ะย่ะค่ะ"จ้าวหรงที่เดินเข้ามาในตำหนักก็เห็นมารดานั่งหันหลังให้อยู่และเหมือนว่านางกำลังทำอะไรสักอย่าง
"มาแล้วหรือหรงเอ๋อร์ เข้ามาหาแม่สิ"จางกุ้ยเฟยกวักมือเรียกจ้าวหรงให้เดินเข้ามาใกล้ๆ
"เสด็จแม่ทำอะไรอยู่หรือพ่ะย่ะค่ะ"จ้าวหรงถามด้วยความแปลกใจ เมื่อตรงหน้ามีข้าวของมากมาย
"ของพวกนี้แม่อยากให้หรงเอ๋อร์พาติดตัวไปด้วยนะลูก"จางกุ้ยเฟยมองทองคำและตั๋วแลกเงินและข้าวของมีค่าที่วางอยู่ตรงหน้า
"ทำไมล่ะพ่ะย่ะค่ะ ข้าวของพวกนี้ลูกไม่จำเป็ต้องเอาไปเลยเสด็จแม่เก็บไว้ใช้เถอะ"จ้าวหรงถามด้วยความไม่เข้าใจ
"เอาไปเถอะลูก เผื่อ้าอะไรก็จะได้ซื้อเพิ่ม"จางกุ้ยเฟยลูบผมลูบชายเบาๆ
"ก็ได้พ่ะย่ะค่ะ"จ้าวหรงยอมรับข้าวของพวกนี้เอาไว้ เพราะคิดว่ายังไงก็คงไม่ได้ใช้
"ถ้าอย่างนั้นคืนนี้หรงเอ๋อร์นอนกับแม่นะ"
"จะดีหรือพ่ะย่ะค่ะลูกโตแล้ว ถ้าเสด็จพ่อมาหาเสด็จแม่ล่ะ"
"เสด็จพ่อมาหาแม่แล้วลูก นอนกับแม่นะ"จางกุ้ยเฟยกอดจ้าวหรงเบาๆ
"พ่ะย่ะค่ะ ลูกจะนอนกับเสด็จแม่คืนเลยจน กว่าจะออกจากวัง"
"ดีมากเลย งั้นตอนนี้เรามาทานข้าวกันดีกว่า"
"พ่ะย่ะค่ะ"จ้าวหรงรับคำด้วยรอยยิ้มเดินไปที่โต๊ะที่มีอาหารมากมายวางอยู่และที่วางอยู่ทั้งหมดนี้ก็เป็ฝีมือที่จางกุ้ยเฟยลงมือเองทั้งหมด
ตลอดสามวันนี้จ้าวหรงตัวติดกับจางกุ้ยเฟยมากเรียกได้ว่าแทบจะไม่ห่างกันเลยแม้แต่น้อย ซึ่งจ้าวหรงก็ไม่ขัด เพราะเข้าใจดีว่าสิ่งที่มารดาทำแบบนี้เพราะอะไร เพียงแต่จ้าวหรงไม่รู้ว่านี่อาจจะเป็ครั้งสุดท้ายที่จ้าวหรงและจางฟางซินผู้เป็มารดาจะอยู่ด้วยกันเช่นนี้