โดมินิคนั่งนิ่งมองใบหน้าสวยหวาน ที่ตอนนี้ซีดเซียวราวกับกระดาษก็ไม่ปาน เธอยังคงหลับตาพริ้ม กำลังอยู่ในห้วงแห่งการหลับใหล ดวงตาสีนิลวาวมองอย่างรู้สึกผิด เขาผิดมาตั้งแต่ที่ปล่อยเธอจากเขามาโน้นแล้ว ตอนนั้นเขาคิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้ จิตใจมันสับสนไปหมด แต่มาตอนนี้ เขาจะไม่ปล่อยเธอไปจากเขาอีกเป็นอันขาด
“อื้อออออ......”
ศุภิสราเริ่มขยับตัวเล็กน้อย และส่งเสียงครางอยู่ในลำคอระหง ก่อนที่เปลือกตาที่มีขนตาเป็นแผงยาวงอนจะค่อยๆ ขยับยุกยิก และเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ คิ้วโก้งโค้งคู่สวยขมวดเข้าหากัน เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม เห็นดวงตาสีนิลวาว จ้องมองมาที่เธอ
“คุณโดมินิค... ฉันเป็นอะไร?”
ศุภิสราเอ่ยถามชายหนุ่มตัวโต ผู้ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆตียงนอนคนไข้ ด้วยความอยากรู้ถึงสิ่งที่เธอกำลังเป็นอยู่ เพราะเมื่อตอนเข้าไปในห้องฉุกเฉิน หมอ พยาบาล ทำโน่นนี่นั่นและสุดท้ายก็ฉีดยาให้เธอ จนเธอผล็อยหลับไป ซึ่งไม่รู้เลยว่าที่เธอปวดท้อง เนื่องจากเป็นอะไรกันแน่
“.........”
คำถามที่ออกมาจากปากบางจิ้มลิ้ม ทำให้คิ้วเข้มหนาขมวดเข้าหากันอย่างงงๆ ที่หญิงสาวตัวเล็กไม่รู้ตัวเองเลยเหรอ ว่าตัวเองกำลังท้องลูกของเขาอยู่ในตอนนี้
“เธอท้อง... ลูกของฉัน”
โดมินิคนิ่งเงียบ และดวงตาสีนิลวาวจับจ้องมองสบประสานสายตา กับดวงตากลมโตคู่สวยอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ซึ่งเขาเน้นหนักในคำพูดประโยคหลังเป็นพิเศษ ด้วยความมั่นใจมากถึงมากที่สุด ว่าจะต้องใช่อย่างนั้น
“อะไรนะ!...... ฉะ ฉัน ท้องอย่างงั้นเหรอ”
ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้างอย่างตกใจ ตกตะลึงพรึงเพริด เมื่อรู้ถึงสิ่งที่ได้เกิดขึ้นภายในตัวเธอ และเหมือนถูกก้อนหินก้อนใหญ่ๆ หล่นลงมาใส่หัวเข้าอย่างจัง จนให้รู้สึกปวดตุ๊บๆ มึนงงอยู่สักพัก
“.........”
เปลือกตาที่มีขนตาเป็นแผงยาวงอน กะพริบตาถี่ๆ ขณะที่ภายในใจเฝ้าครุ่นคิด แต่จะคิดมากไปไย ในเมื่อเธอมีความเสี่ยงระดับสูงอยู่แล้วที่เธอจะมีโอกาสท้องเช่นนี้ เพียงแต่เธอลืมเรื่องนี้ไปชั่วขณะไปเลยจริงๆ เพราะมัวแต่ห่วงเรื่องปากท้องของตัวเอง จึงไม่ฉุกคิดถึงอาการที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้เลย
อยู่ๆน้ำใสๆ ก็พลันเอ่อขึ้นมาคลอเต็มดวงตากลมโตคู่สวย แล้วค่อยๆ ไหลรินร่วงหล่นออกทางหางตา มือเรียวเล็กยกขึ้นไปทาบที่หน้าท้องที่ยังคงแบนราบเรียบ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่คาดคิดว่าเขาจะเกิดมา แต่พอรู้ เธอก็หวงแหนและรักเขาไปแล้วจนหมดหัวใจ รักแบบไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งนั้น
“ศุ! ...... เป็นอะไร? ร้องไห้ทำไม? หรือว่าปวดท้อง หรือเจ็บตรงไหน? บอกฉันสิ?”
โดมินิคตกใจที่เห็นน้ำตาไหลรินออกมาทางหางตาของศุภิสรา เขาละล่ำละลักถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใยเป็นอย่างมาก เพราะตอนนี้เขาไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นกับเธออีก ร่างกายเธออ่อนแอมากอยู่แล้ว หากมีอะไรมากระทบอีก อาจจะเป็นอันตรายต่อลูกก็เป็นได้
“เปล่า... ฉันไม่ได้ปวดท้องหรอก และก็ไม่ได้เป็นอะไรด้วย คุณไม่ต้องมาทำเป็นห่วง ไม่ต้องมายุ่ง ลูกฉัน ฉันเลี้ยงเองได้”
ศุภิสราเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจขึ้นมา เมื่อคิดในแง่ลบไปเองฝ่ายเดียว ที่เขาคงไม่น่าจะต้องการ หากว่าเขาต้องการเธอกับลูกแล้วล่ะก็ เขาคงไม่ถีบหัวส่งเธอมาอย่างนี้หรอก ถึงเขาจะบอกว่าลูกเป็นลูกของเขาก็ตามทีเถอะ
“ใจเย็นๆ สิ ตอนนี้เธออยู่ในภาวะแท้งคุกคามอยู่นะ หมอไม่ให้ขยับตัวแรง ไม่ให้คิดมาก ไม่ว่าจะเรื่องอะไรทั้งนั้น”
โดมินิคจับแขนเรียว ปากบอกให้ศุภิสรามีสติ และไม่อยากให้คิดมาก เพราะเธอไม่ใช่แค่ร่างกายอ่อนแอ แต่สภาพจิตใจก็อ่อนแอด้วย หมอสั่งกำชับเอาไว้ ว่าจะต้องไม่ให้ศุภิสราขยับตัวเร็ว และไม่ให้เธอคิดมากกับเรื่องต่างๆ เพราะตอนนี้ ถึงจะบอกว่าเด็กปลอดภัย แต่ก็ยังไม่ได้ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์
‘แท้งคุกคามอย่างงั้นเหรอ’
ศุภิสราทวนคำพูดของโดมินิคอยู่ภายในใจ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ พยายามปรับสภาพจิตใจให้สงบ ถึงเธอยังไม่พร้อมที่จะให้เจ้าตัวเล็กเกิดมาในตอนนี้ แต่ในเมื่อเขาเกิดมาแล้ว เธอก็จะต้องรัก ทะนุถนอม ดูแล และหวงแหนอย่างที่สุด
๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑