พูดถึงโรงเรียนใหม่นี่มันก็ท้าทายดีนะ มีทั้งศัตรูแรดๆ แหลๆ ไม่เต็มบาทอย่างพวกสเต็ปนาง ไหนจะแก๊งบ้าๆ บอๆ ที่คอยป่วนประสาทพวกเราได้ตลอดเวลานั่นก็คือสเต็ปเทพ เพราะงี้ชีวิต ม.ปลาย ของฉันตอนนี้จึงมีแต่เื่ตื่นเต้นชวนปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งวันนี้ก็เช่นกัน
“ฟีนเร็วดิ” บิวหันมาะโเรียกสติฉัน
คาบสุดท้ายวันนี้คือวิชาพละซึ่งในเทอมนี้พวกเราจะได้เรียนบาสเก็ตบอลกัน กีฬาโปรดยัยแจงเค้าล่ะ
“จัดแถว!”
เสียงของ ‘อาจารย์เื่วิทย์’ ดังขึ้นพอดีกับที่พวกเราวิ่งมาถึงโรงยิมเป็กลุ่มสุดท้าย พวกฉันลนลานตั้งแถวกันใหญ่ ถึงอาจารย์แกจะหน้าตาดูเป็คนไม่น่ากลัวแต่ก็เป็ถึงหัวหน้าอาจารย์ฝ่ายปกครองเชียวนะ
“อย่างที่ทุกคนรู้กันแล้ว เทอมนี้เราจะเรียนบาสเก็ตบอลกัน พอครูสอนพื้นฐานเสร็จหลังจากนั้นก็จะมีการจัดการแข่งขันขึ้นภายในระดับชั้นของพวกเธอ”
อาจารย์เรืองวิทย์ยังคงประกาศต่อไป
“วันนี้ครูจะฝึกทักษะการรับส่งลูกง่ายๆ ทุกคนน่าจะเคยเรียนกันมาั้แ่ ม.ต้นแล้ว ดูกันให้ดีนะครับ”
พวกฉันยืนดูอาจารย์สาธิตอย่างสงบ เว้นก็แต่ยัยแจงที่ดี๊ด๊าร่าเริงเกินเหตุเพราะแม่นี่น่ะเค้าชอบคนมีอายุ แล้วแบบครูเรืองวิทย์นี่ก็ผู้ชายในอุดมคติของยัยแจงเค้าเลยแหละ
“เอาล่ะ เข้าใจกันแล้วนะ ทีนี้ก็จับคู่กันแล้วไปเอาลูกบาสมาฝึกได้ เดี๋ยวครูจะเดินดูเป็คู่ๆ ไป”
แน่นอนว่าฉันจับคู่กับยัยแจงที่สุดแสนจะชื่นชอบการเล่นบาสเก็ตบอลจึงผ่านด่านครูเรืองวิทย์มาได้อย่างง่ายดาย ผิดกับสา บิว และรถเมล์ที่มือลื่นเป็ปลาไหลจับลูกบาสไม่เคยได้จนอาจารย์ถึงกับส่ายหน้า และอยู่ๆ ครูดามก็เดินเข้ามาเรียกตัวอาจารย์เรืองวิทย์ออกไปประชุมด่วน พวกเราจึงถือโอกาสเปลี่ยนจากการฝึกรับส่งลูกมาเล่นลิงชิงบอลกันแทน
“ฟีน” บิวเรียกก่อนจะโยนลูกบาสให้ฉัน ตอนนี้รถเมล์กำลังเป็ลิงอยู่
“สา”
“อ๊ายยย” สากรี๊ดแล้ววิ่งหลบลูกบาสของพวกสเต็ปเทพที่ลอยเฉียดมา รถเมล์จึงได้ทีวิ่งไปเก็บลูกบาสที่ฉันโยนออกไป เพราะงั้นฉันเลยต้องเป็ลิงแทน
“ทุกคน เอาให้ฟีนเป็ตาแหกเลยนะ ฮ่าๆๆๆ”
ยัยแจงพูดขึ้นก่อนจะเริ่มส่งลูกบาสให้บิว แล้วฉันก็เริ่มวิ่งไล่จับโดยต้องคอยระวังลูกบาสจากพวกสเต็ปเทพที่เล่นอยู่ที่อีกฝั่งของสนามด้วย
“ว๊ากกก เอามาๆๆ”
“ก๊ากๆๆๆๆ ยัยฟีนแกอย่าจั๊กจี้ฉันเซ่!”
“แจง! ส่งมาเร็ว” บิว
“แจง ระวัง!” สา
“รถเมล์…รับ!”
จนกระทั่งยัยแจงส่งบอลสูงเกินไปแล้วรถเมล์ะโรับไม่ได้ ลูกบาสของเราก็เลยเด้งไปหานายเจลีแทน
“โยนมาเลย” ยัยแจงะโ
“อ่ะ” นายนั่นยิ้มตอบแล้วส่งลูกบาสมาให้ฉันแทน
“อ้าว งั้นแจงก็เป็ดิ” รถเมล์ว่า
“เฮ้ย! แบบนี้มันแกล้งกันชัดๆ นี่หว่า”
ยัยแจงพูดน้ำเสียงโมโหพร้อมกับปรี่เข้าไปหานายเจลีทันที
“นี่นายตั้งใจแกล้งฉันใช่มะ อยากโชว์เหรอว่าเล่นเก่งอ่ะ”
เสียงยัยแจงดังมากจนทำให้เพื่อนร่วมห้องพากันหันมามอง
“มาแข่งกันเลยดีกว่า มาดิ แน่จริงก็มาเลย!”
“ไม่อยากเล่นกับคนกระจอก” นายเจลีตอบด้วยน้ำเสียงกวนประสาทแล้วเดินกลับหลังไป หารู้ไม่ว่าทำแบบนี้ยัยแจงยิ่งโมโหกว่าเดิม
พลั่ก
ตุบ
O_o
“เฮ้ย”
ทั้งพวกฉันและสเต็ปเทพต่างอุทานด้วยความใ ในขณะที่นายเจลีค่อยๆ หันกลับมาด้วยสีหน้านิ่งขรึมเมื่อโดนยัยแจงขว้างลูกบาสไปที่หัวอย่างจัง
“โมโหก็เข้ามาเอาคืนดิ มาดิ มาเลย ไม่เคยกลัวหรอก”
ยัยแจงยังคงยั่วไม่เลิก ส่วนนายเจลีก็นิ่งผิดปกติมาก พวกสเต็ปเทพเริ่มทำหน้าเครียด
“ไอลี มึงเป็ไรป่ะ”
นายพีทวิ่งเข้าไปหานายเจลี แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเจลีสะบัดแขนที่นายพีทเอื้อมไปแตะออกอย่างแรงก่อนจะเดินเข้ามากระชากแขนแจง
“โอ๊ย”
ตอนนี้สีหน้าและแววตาของนายเจลีดูโมโหมากๆ ฉันไม่รู้ว่านายนั่นจะทำยังไงต่อไป ปกติหมอนี่จะพูดมากกวนประสาท แต่ตอนนี้กลับเงียบขรึมผิดปกติ ถึงแม้ฉันจะชอบด่านายพวกนี้ว่ากิ๊กก๊อก แต่ยังไงมันก็เป็ผู้ชายนะ แถมนายเจลียังสูงอย่างกับเสาไฟฟ้าด้วย ยัยแจงไม่รอดแน่เลยคราวนี้
“เข้าไปห้ามดิ” ฉันเดินเข้าไปหานายเมลล์ แล้วนายนั่นก็พยายามเข้าไปห้ามนายเจลีอีกครั้ง แต่ก็ถูกสะบัดออกมาอีกจนเซ
ตายแน่ๆ ตอนนี้นายเจลีเดินเบียดยัยแจงถอยหลังจนติดกำแพงแล้ว O_o
“ชอบเล่นแรงๆ ใช่มั้ย” เจลีพูดเสียงโหด ก่อนจะกระแทกลูกบาสในมือลงบนพื้นจนเกิดเสียงดังก้องไปทั้งโรงยิม
ปังงง
“อ๊ายยยยยยยย”
ผู้หญิงในโรงยิมพากันส่งเสียงกรี๊ดด้วยความใไม่เว้นแม้แต่พวกฉัน
“ชอบมากใช่มั้ยห๊ะ เื่ใช้กำลังน่ะ” นายเจลีะโดังลั่นโรงยิม ฉันไม่เคยคิดเลยว่านายนี่จะมีมุมเสียงดังน่ากลัวแบบนี้
“นายจะทำอะไร” เสียงยัยแจงเริ่มสั่นนิดๆ
“ชอบทำคนอื่นนักใช่มั้ย” แล้วนายเจลีก็เงื้อมือขึ้น ก่อนจะ…
“ไอลี!!!” พวกสเต็ปเทพพากันร้อง
“นี่แน่ะ”
“อ๊ายยย” ยัยแจงกรี๊ดพร้อมกับหลับตา “โอ๊ยยย เจ็บนะ! ><”
“ได้! หมดคาบแล้วมาดวลกันเลยนะ ยัยซาดิสม์”
รอยยิ้มกวนๆ ของนายเจลีกลับมาอีกครั้งเมื่อหมอนั่นได้หยิกบี้ขยี้แก้มยัยแจงจนหนำใจแล้ว
“ไอเชี่ย ทำซะน่ากลัวเลยนะ” นายเมลล์ว่าพร้อมกับถอนหายใจเมื่อนายเจลีเดินกลับไปหัวเราะร่ากับกลุ่มพรรคพวก
“กูก็แกล้งไปงั้นแหละ โบราณว่าหมากัดอย่ากัดตอบ”
“นายว่าฉันเป็หมาเหรอ” ยัยแจงคว้าลูกบาสจากมือฉันไปอีกครั้งก่อนจะ
ตุบ
“ยังอีก! ต้องให้เอาจริงใช่มะ” ครั้งนี้นายเจลีหลบลูกบาสที่ยัยแจงขว้างใส่ได้ แล้วนายนั่นก็พูดเหมือนผู้ใหญ่ดุเด็กเล็กเวลาทำผิดซ้ำๆ
ปรี๊ดดด
เสียงนกหวีดของครูเรืองวิทย์ดังขึ้นเมื่ออาจารย์กลับเข้ามาตอนหมดคาบพอดีจึงทำให้ศึกระหว่างนายเจลีกับยัยแจงยุติลงชั่วคราว
“จัดแถว!”
“เป็ไงล่ะ แกอ่ะผิดเต็มๆ เลยนะ” ฉันหันไปพูดกับยัยแจงในขณะที่เรากำลังรวมแถวกันอยู่
“นั่งลง” อาจารย์สั่งอีกครั้ง
“ไม่ผิดเลยนะ แกดูที่นายนั่นพูดดิ มันดูถูกกันชัดๆ อ่ะ” ยัยแจงยังคงเถียงพวกฉันต่อ
“นายเจลีมันดูแกถูกก็ดีแล้วนี่ ดีกว่าดูแกผิดๆ นะ”
“สา!” แจงหันไปเอ็ด
“ไม่ต้องมาทำอารมณ์เสียเลย” บิวว่า “ดีนะที่เจลีไม่ทำอะไรแจงอ่ะ”
“แล้วนี่แกหน้าแดงทำไมเนี่ย”
ฉันถามเมื่อเห็นคนผิวเข้มอย่างยัยแจงหน้าแดงไปถึงใบหู
“ฮั่นแน่ รถเมล์รู้นะ แจงเขินอ่ะดิที่ถูกคนหล่อหยิกแก้มอ่ะ แน่ะ ทำฟอร์ม”
“บ้าน่ารถเมล์!”
“กลุ่มนั้นอ่ะคุยกันจังเลย” เสียงอาจารย์เรืองวิทย์ดังขึ้นทำให้คนในชั้นหันมามองเราเป็ตาเดียวอีกครั้ง “หลังเลิกเรียนรับผิดชอบเอาลูกบาสไปเก็บด้วยนะ โทษฐานคุยกันเสียงดัง”
“ค่ะ” พวกฉันตอบหงอยๆ พร้อมกับก้มหน้าหลบอาจารย์
พอทุกคนออกไปจากโรงยิมกันหมดแล้ว สเต็ปเทพก็เดินมาประจันหน้ากับพวกเราอีกครั้ง นำทีมโดยนายเจลีอีกนั่นแหละ นี่ฉันต้องแข่งบาสกับนายพวกนี้จริงเหรอเนี่ย ผลมันก็เห็นๆ กันอยู่ พวกเราอ่ะแพ้แน่ -*-
“เอาไง จะแข่งยังไงก็ว่ามา” ยัยแจงเปิดฉาก
“ก็แข่งบาสไง แบ่งทีมกันเลย พวกเธอห้า พวกเราห้า ไออาร์ตเป็กรรมการ จบ”
“ได้ไง” ฉันแย้งนายเจลี “ให้อาร์ตเป็กรรมการ พวกนายก็โกงดิ”
จริงๆ แล้วเหตุผลคือ นอกจากยัยแจงแล้วทีมเราก็ไม่มีใครเล่นบาสเป็สักคน จะเอาอะไรไปสู้ไอพวกนี้เนี่ย
“แล้วจะเอาไงล่ะครับคุณผู้หญิง นู่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่ได้ จะให้แข่งเล่นลิงชิงบอลปัญญาอ่อนแบบพวกเธอรึไง” นายกรีนตอบหน่ายๆ
“ไม่รู้แหละ” ฉันยืนกรานอีกครั้ง “แข่งอะไรก็ได้ที่พวกฉันต้องไม่เสียเปรียบ”
“…ถ้างั้นเอางี้ดิ”
นายเจลีทำท่าเหมือนมีหลอดไฟสว่างวาบอยู่บนหัวก่อนจะเดินเข้ามาลากยัยแจงให้ไปยืนอยู่ตรงจุดโทษ แล้วนายนั่นก็ไปยืนใต้แป้นบาสตรงกับห่วงชู้ตพอดี
“ทำอะไรของนาย”
“แข่งชู้ตลูกโทษไง” คำตอบนี้ทำให้ยัยแจงกระจ่าง
“นายแน่ใจนะว่าจะอยู่ตรงนั้นอ่ะ”
“ใช่ ตื่นเต้นดีออก” เจลีตอบพร้อมรอยยิ้มมั่นใจ “ถ้าเธอชู้ตลง ลูกบาสก็จะตกมาโดนหัวผมไง เพราะงั้นก็พยายามรวบรวมความแค้นทั้งหมดแล้วก็ชู้ตมันให้ลงล่ะ”
“นี่นายท้าทายฉันเหรอ” ยัยแจงหมุนลูกบาสบนนิ้วชี้ข้างขวาโชว์ นั่นทำให้นายเจลีหุบยิ้มลงไปนิดนึง “จริงๆ แล้วฉันไม่อยากจะคุยหรอกนะว่าฉันน่ะเป็ตัวจริงของโรงเรียนเก่ามาสามปีซ้อนย่ะ ฮึบ!”
ไม่พูดพร่ำทำเพลง ลูกบาสจากมือยัยแจงถูกปล่อยออกไปตามแรงส่งของข้อมืออย่างสวยงาม แล้วก็…
ฟลุ่บ
ตุบ
“อ๊ากกก”
เย่! ยัยแจงชู้ตลงจนได้ ถือเป็การเปิดที่ดี
“เป็ไง แรงพอมะ”
“ดีใจไปก่อนเหอะ การตัดสินมันหลังจากนี้ต่างหาก” ว่าแล้วนายเจลีก็เดินมายืนแทนที่ยัยแจง “ตาเธอแล้ว”
“อะไร”
“ก็สลับที่กันไง วัดกันไปเป็คู่ๆ เลย ทีมไหนลงมากกว่าก็ชนะ ตอนนี้เธอนำหนึ่งแต้มก็จริงแต่ถ้าเพื่อนเธอชู้ตไม่ลงก็ลาก่อน”
ยัยแจงเริ่มหน้าซีด
“ทำไม กลัวแพ้เหรอ”
“กลัวที่ไหนอ่ะ มาดิ” แจงตอบแล้วเดินจ้ำอ้าวไปยืนใต้แป้นบาสแทนที่เจลี
“ในแก๊งอ่ะ ไอลีมันแรงเยอะสุดแล้ว เธอโดนแน่” เสียงนายกรีนะโขู่ก่อนที่นายมุกับนายพีทจะประสานเสียงร้องเพลงพร้อมกับเต้นส่ายตูด
“~ โด๊น โดนแล้วแหละ โด๊น โดนแล้วแหละ.. ~”
“เตรียมพาเพื่อนเธอไปห้องพยาบาลได้เลยนะ งานนี้ได้มีคนคอเคล็ดแน่” นายเมลล์หันมาขู่ฉันบ้าง
ไม่ลง ไม่ลง ไม่ลง ขอให้ไม่ลงด้วยเถอะ
“เอาล่ะนะ” นายเจลีให้สัญญาณ ในขณะที่ยัยแจงยืนเกร็งจนไหล่ติดกับคอแล้วหลับตาปี๋ทำหน้ายู่ “หนึ่ง…สอง…”
ฟลุ่บ
ตุบ
“โอ๊ยยย” ยัยแจงแหกปากลั่นตามมาด้วยการบรรเลงเสียงหัวเราะโดยพวกสเต็ปเทพ “ฝากไว้ก่อนเถอะไอบ้า!”
“เจ็บมั้ยแก” ฉันถามยัยแจงที่เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงกลับมา ในขณะที่บิว สา แล้วก็รถเมล์เริ่มหน้าซีดจากช็อตเมื่อครู่นี้
“ก็เจ็บสิแกถามได้ โอ๊ย ไอบ้านั่น ฉันจะต้องหาทางเอาคืนมันให้ได้”
“ได้ยินนะ” นายเจลีะโกลับมาจากอีกฟากหนึ่งของสนาม “เอาอีกเหรอ เมื่อกี้เห็นหน้าซีดเป็ไก่ต้มเลย”
“ฉันแค่แสบตาโว้ย แสงไฟในโรงยิมมันจ้าเฉยๆ”
“เหรอจ๊ะ”
“ย่ะ”
“ใครจะเป็รายต่อไปก็ว่ามา”
ปรากฏว่านายกรีนไปยืนรออยู่ใต้แป้นบาสแล้ว พวกเราหันมาสบตากันเชิงปรึกษาก่อนที่บิวจะทำหน้าเชิงยุให้สาเป็คนต่อไป
“เออ ฉันก็ได้”
ว่าแล้วสาก็ค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทีนึงก่อนจะเดินไปรับลูกบาสจากนายเจลีแล้วไปยืนที่จุดโทษเตรียมชู้ต
“จะชู้ตวันนี้หรือปีหน้าแม่คุณ” นายกรีนะโแซวพร้อมกับถอดแว่นตามาเช็ดสีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“เงียบๆ ไปเลย อย่ามาทำให้ฉันเสียสมาธิ”
“โยนๆ มาเหอะน่า ยังไงก็ไม่ลงอยู่แล้ว”
“อย่าคิดว่าฉันเล่นบาสไม่เก่งนะ”
“เฮ้อ ก็คิดมาตลอดแหละ” นายกรีนถอนหายใจอีกครั้ง แล้วมันก็เป็จริงอย่างที่หมอนั่นคิด เมื่อสาโยนลูกบาสเบี้ยวไปทางขวาเกือบเมตรโดนโต๊ะข้างแสตนเชียร์เข้าให้
โครม!
“เพื่อนเธอตาเหล่หรือแขนเบี้ยวเนี่ย” นายเมลล์เดินมากระซิบกวนประสาทฉัน แล้วทำไมนายบ้านี่ต้องมายืนข้างๆ ฉันด้วยล่ะเนี่ย
“เธอชู้ตไม่ลงนะซาร่า”
นายกรีนล้อสาก่อนจะเดินเข้าไปแท็กมือกับพวกสเต็ปเทพคนอื่นๆ ทีนี้ก็ถึงตาสาที่ต้องเดินไปลานปะาบ้าง
“จะเอาให้หลับเลยเดี๋ยวก่อน ยัง! ยังมาสบตาอีก ไม่ต้องทำหน้าตาน่าสงสาร ไม่ได้ผลหรอก ฮึบ!”
แป้ก
ลูกบาสกระทบกับแป้นบาสแต่ก็ไม่ลงห่วง
“โห่ เป็ไปได้เหรอวะไอกรีนชู้ตไม่ลง”
“กูต่อให้” กรีนตอบนายพีทด้วยรอยยิ้มนิดๆ แล้วเดินไปนั่งข้างนายอาร์ตบนแสตนเชียร์ ถ้าฉันเป็โรคหัวใจก็คงจะใจวายตายไปแล้วเพราะลุ้นจนตัวโก่ง ลูกบาสบวกกับแรงส่งนี่มันไม่ได้เบาๆ เลยนะ
“ตาเราแล้วนะครับที่รัก”
“อย่ามาเพ้อเจ้อ” บิวรับลูกบาสจากนายพีทพร้อมกับคิ้วขมวดบนใบหน้า
“ชู้ตให้เข้านะ คนสวยทำอะไรผมก็ไม่โกรธหรอก”
“เดี๋ยวเอาให้คอพับเลย พูดมาก ปากดี” บิวสวนกึ่งด่าแล้วโยนลูกบาสออกไปทันที “ฮึบ!”
วืดดด…
“ก๊ากกก ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” สเต็ปเทพขำจนตัวงอ
“ทีหลังไปฝึกโยนให้ถึงแป้นก่อนนะแล้วค่อยพูด ฮ่าๆๆๆ”
“เงียบไปเลยไม่ต้องมาสอน”
“เดี๋ยว” นายพีทรั้งแขนบิวไว้เมื่อบิวกำลังเดินสวนกับหมอนั่นเพื่อที่จะไปยืนแทนที่ใต้แป้นบาส “ไม่ต้องหรอก ผมยอมแพ้เองตานี้”
พูดจบนายพีทก็เดินอมยิ้มออกไปนั่งที่แสตนเชียร์แล้วแท็กมือนายอาร์ตกับนายกรีน ส่วนบิวก็เดินกลับมาพึมพำด้วยสีหน้างงๆ
“อะไรของมันวะ”
“รถเมล์ว่าพีทไม่อยากให้บิวเจ็บตัวแน่เลย เพราะดูยังไงพีทก็คงชู้ตลงแน่ๆ”
“ไม่จริงหรอก” บิวกระแทกเสียงแล้วหันไปมองนายพีทที่นั่งอยู่บนแสตนเชียร์ก่อนจะพูดพึมพำกับตัวเองอีกครั้ง “ไม่จริงหรอกมั้ง”
“งั้นก็ยังเสมอกัน 1-1 คู่ต่อไปใครจะชู้ต” เสียงนายอาร์ตะโถามขึ้น
“เราเอง”
รถเมล์ยกมือพร้อมกับเดินไปหยิบลูกบาสจากนายเจลีส่งไปให้นายมุ
“มุโยนก่อนเลย รถเมล์เล่นไม่เป็หรอก”
พูดจบแม่นั่นก็เดินไปยืนใต้ลานปะา นายมุทำหน้างงๆ ก่อนจะตั้งท่า
“จะโยนแล้วนะ”
“อื้อ”
“หนึ่ง สอง ซั่ม ฮึบ!”
แป้ก
“ไอมุ!!! มึงตาเหล่ป่ะเนี่ย” นายเจลีเดินเข้าไปแหกตานายมุดูเมื่อลูกบาสของนายมุเบี้ยวไปทางซ้ายออกนอกสนามไป
ทำไมพวกสเต็ปเทพมันเล่นห่วยแบบนี้เนี่ย ทั้งที่ตอนอยู่ในคาบชู้ตลงกันตลอดแท้ๆ หรือว่า…นายพวกนี้ตั้งใจจะไม่ให้ลงั้แ่แรกเพราะไม่อยากให้เราเจ็บตัว? ไม่จริงหรอก! ไอพวกนี้อยากแกล้งพวกเราจะตาย เป็เพราะไร้ฝีมือมากกว่า
“ตารถเมล์แล้วนะ”
ว่าแล้วรถเมล์กับมุก็สลับที่กัน คู่นี้ไม่น่าลุ้นสักเท่าไหร่เลย ยัยรถเมล์จะมีแรงแค่ไหนกันเชียว โยนตรงทางก็เก่งแล้ว แบบนี้เราไม่มีทางชนะพวกสเต็ปเทพแหง เฮ้อ...
“เอาแล้วนะ ชาร์จพลัง 3 0 4 1 5 2 ฮึบ!”
ฟลุ่บ
ตุบ!!!
“อ๊ากกก” เสียงนายมุร้องลั่น
เฮ้ย! รถเมล์ชู้ตลง O_O
“เชี่ยยย” พวกสเต็ปเทพพากันงงเป็ไก่ตาแตกไม่แพ้พวกฉัน ก่อนที่อาร์ตจะปรบมือให้รถเมล์ด้วยสีหน้าอึ้งทึ่งสุดๆ
“รถเมล์ขอโทษ รถเมล์ไม่ได้ตั้งใจ” รถเมล์พูดเสียงเหมือนจะร้องไห้แล้ววิ่งตามหลังนายมุที่กำลังเดินเซกลับไปหาพวกสเต็ปเทพต้อยๆ
“ดูดิ บอกเล่นไม่เป็ นี่ก็เชื่อใจ อุตส่าห์ยืนแบบไม่เกร็งอะไรเลย แม่งเอ้ย เจ็บชิบหาย” รถเมล์เริ่มเบะปากหลังมุบ่นไม่หยุด
“รถเมล์ขอโทษ รถเมล์ไม่ได้ตั้งใจอ่ะ ฮือ…รถ รถเมล์ ขะ ขะ ขอ โท โท...ษ ระ รถ มะ เมล์ ขะ ขะ ขะ ขอ ขอ ขอโทษ นะ ฮือ…”
ตอนนี้...รถเมล์สติแตกไปซะแล้ว -*-
“ฉันไม่ได้ว่าเธอยัยเปี๊ยก ฉันพูดลอยๆ เฉยๆ น่า” นายมุแก้ตัวพร้อมกับเข้าไปตบไหล่รถเมล์เบาๆ “เงียบเร็วเงียบ ไม่เอาไม่ร้อง นี่ยัยเตี้ยฉันบอกให้เงียบไง คนที่ร้องต้องเป็ฉันไม่ใช่เหรอวะ!!! -_-”
ว่าแล้วนายมุก็ดึงผมเปียรถเมล์ไปทีนึง
“โอ๊ย เจ็บนะ มุบ้า นี่แน่ะ!”
ตุบ
“โอ๊ย ยัยเตี้ย!!!” มุร้องลั่นหลังจากโดนรถเมล์เหยียบเท้าเข้าให้อย่างแรง
“สมน้ำหน้า ไม่สงสารแล้ว!” ว่าแล้วรถเมล์ก็เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงกลับมาหาพวกฉัน ยัยนี่เปลี่ยนอารมณ์เร็วชะมัด สงสัยจะเป็วันนั้นของเดือน
“ยัยถึก เร็วๆ ดิ”
ป๊อก
“โอ๊ยยย เจ็บนะไอบ้า” อยู่ๆ นายเมลล์ก็เดินมาดีดหน้าผากฉันเบาๆ พร้อมกับยัดลูกบาสใส่มือฉัน เออว่ะ เหลือคู่ฉันเป็คู่สุดท้ายนี่หว่า
“เอ้า เร็วๆ ดิ ชู้ตมา!”
หมอนั่นะโมาจากใต้แป้นบาสแล้ว เอาไงดีล่ะ ฉันก็เล่นบาสไม่เก่งด้วย ชู้ตไกลขนาดนี้คงไม่เข้าแน่ๆ เลย
“เฮ้อ ช้าว่ะ เลิกเล่นเหอะ เธอมันอ่อนเกินไป”
อะไรนะ?
“ฟีน พี่ว่าเราเลิกกันเหอะ”
“...ทำไมอ่ะ”
“ฟีนดำเกินไปว่ะ”
“ม่ายยย!!!” ฉันะโสุดเสียงแล้วโยนลูกบาสออกไปสุดแรงจนมันลอยเลยแป้นไป
ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ
ทั้งโรงยิมเงียบกริบ มีแต่เสียงลูกบาสเด้งกระทบพื้นอย่างแรงหลายทีก่อนจะหยุดลง
“แม่นาง…แรมโบ้” นายเจลีพูดขึ้นเป็คนแรกน้ำเสียงอึ้งๆ นี่ฉันพลาดใช่มั้ยเนี่ย โอ๊ย!!!
“โอกาสของคุณหมดแล้วนะครับ” นายเมลล์เดินไปหยิบลูกบาสพร้อมกับกวักมือเรียกฉันไปยืนที่ลานปะาแทน
เพราะนายคนเดียวเลย พูดเื่เลิกๆ อะไรนั่นขึ้นมาทำให้ฉันนึกถึงพี่ปอนด์ทำไม ฉันเกือบจะลืมคนใจร้ายนั่นได้อยู่แล้วเชียว บ้า บ้า บ้าที่สุดเลย!
“ไอฟีนนน หัวแตก!!! O_o”
เสียงยัยแจงดังขึ้นทำลายความคิดของฉันทันที เมื่อฉันเงยหน้าขึ้นก็พบกับลูกบาสที่กำลังใกล้เข้ามา แล้วด้วยสัญชาตญาณฉันก็รีบยกมือป้องหัวทันที
ฟลุ่บ!!!
ตุบ!!!!!!!!
“อ๊ากกกกกกกกกกก” นิ้วฉัน!!!
“เฮ้ย!!!” ทุกคนพากันใ
“ฟีน!!!” ยัยแจงวิ่งเข้ามาถึงตัวฉันเป็คนแรก
“โอ๊ย นิ้ว นิ้ว นิ้วนางซ้าย”
ฉันฝืนพูดออกมาด้วยเสียงสั่นระริกพยายามกลั้นน้ำตาแห่งความเ็ปที่มันกำลังจะไหลออกมาเอาไว้แต่ก็ไม่เป็ผล
“เฮ้ย ทำไมนิ้วแกมันเบี้ยวแบบนี้อ่ะ” ยัยแจงโวยวายด้วยน้ำเสียงใ
“นิ้วฟีนหักแน่เลยอ่ะ” สาพูดขึ้นด้วยสีหน้าใมากกว่า
“นิ้วนางข้างซ้ายด้วยอ่ะ” ตามมาด้วยบิว
ไม่เอานะ ถ้าใส่แหวนแต่งงานไม่ได้ฉันไม่ยอมจริงๆ ด้วย!
“โอ๊ย เจ็บอ่ะ” ฉันะโอีกครั้งเมื่อนายเมลล์วิ่งเข้ามานั่งยองๆ ข้างๆ แล้วดึงมือฉันไปดู
“เป็ไรมากรึเปล่า เมลล์ขอโทษ”
นายเมลล์มองหน้าฉันด้วยแววตาตื่นตระหนกแล้วหันไปตวาดเจลีกับนายมุด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูทั้งเป็ห่วงทั้งโมโห
“พวกมึงอ่ะเล่นเชี่ยไรกัน ชนแขนกูจนลูกลงเฉยเลย”
“นายต้องรับผิดชอบ ถ้าฉันใส่แหวนแต่งงานไม่ได้นะ ฉันไม่ยอมจริงๆ ด้วย ฮือ...โอ๊ยยย”
“อยู่นิ่งๆ อย่าเพิ่งโวยวายดิ ยื่นมือมา” ว่าแล้วนายเมลล์ก็จับมือฉันอีกครั้ง
ถึงแม้มันจะเป็ััที่รุนแรงแต่แววตานายนี่อ่อนโยนจนฉันหวั่นไหวไปหมดแล้ว สมองฉันต้องกระทบกระเทือนหนักแน่ๆ ถึงได้คิดแบบนี้กับนายเมลล์ตอนนี้ โอ๊ยยย เจ็บ T^T
“หักป่ะวะ” นายมุถาม
“กูว่าหักแน่เลยว่ะ ดูแล้วไม่น่ารอด” แล้วนายกรีนก็นั่งลงข้างๆ ฉันอีกคน นี่มันใช่เวลามาพูดอะไรให้เสียขวัญแบบนี้มั้ยไอพวกบ้า
“กูก็ว่า มึงจำได้มั้ย ที่ไอนั่นเคยนิ้วหักอ่ะ สภาพแบบนี้เลย” พอเหอะนายพีท ฉันไม่กล้ามองนิ้วตัวเองแล้วด้วยซ้ำ
“เออ ตอนนั้นที่ไปหาหมอ ไอนั่นเกือบโดนตัดนิ้วแล้ว มึงดูนี่ดิ หนักกว่าไอนั่นอีกนะเว้ย ต้องโดนตัดนิ้วแน่” นี่มันแย่ขนาดนั้นจริงๆ เหรอนายเจลี
ว่าแต่…ไอนั่นที่พูดถึงนี่มันเป็ใครวะ!!!
“หยุดพูดกันสักทีโว้ยยย” ฉันเริ่มไม่มีแรงพูดแล้ว จะเป็ลมแล้วนะ!
“มึงก็ยังไปแกล้งเค้าอีก” นายเมลล์หันไปตวาดใส่พวกสเต็ปเทพคนอื่นๆ ก่อนจะออกคำสั่ง “ใครก็ได้ไปหาน้ำแข็งมาประคบหน่อยดิ๊”
“เดี๋ยวฉันไปเอง ไอพวกไม่สร้างสรรค์แล้วยังปากเสียทำคนอื่นเสียขวัญ”
ว่าแล้วบิวก็ลุกออกไปโดยไม่ลืมมองค้อนพวกสเต็ปเทพอีกครั้ง นายพีทหันไปมองพรรคพวกอีกรอบก่อนจะวิ่งตามบิวออกไปด้วยสีหน้าสำนึกผิด
“มันต้องดึงนิ้วนะ เพราะนิ้วเธอมันซ้น” เมลล์ว่า ถึงน้ำเสียงนายจะอ่อนโยน แต่ฉันก็ทำใจอ่อนโยนไปกับนายไม่ได้อยู่ดี
ดึงนิ้วเหรอ!!! ตาย ตาย ฉันต้องตายแน่ๆ
“พร้อมมั้ย”
“ไม่เอาอ่ะ มันเจ็บ”
“แต่ถ้าไม่ดึงมันก็ไม่หายนะ”
“ฉันกลัวอ่ะ ฮือ…”
“ถึกๆ อย่างเธอทนได้อยู่แล้ว” อีกแล้วนะ! คำก็ถึกสองคำก็ถึก
“ไอบ้าาา!”
กึก
“อ๊ากกกกกกกกกกก” เสียงกระดูกที่ข้อนิ้วของฉันดังขึ้น ฉันร้องลั่นโรงยิมพอดีกับเสียงบิวที่ะโมาพร้อมกับนายพีท
“น้ำแข็งมาแล้ว”
“มึงจะเอามาแจกรึไงไอพีท แค่ก้อนสองก้อนก็พอไม่ต้องเอามาเป็กระติกก็ได้” นายเมลล์ว่าก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าที่สายื่นให้มาห่อน้ำแข็งประคบนิ้วให้ฉัน “หายเจ็บรึยัง ดีขึ้นรึเปล่า”
“…อือ” ตอนนี้อาการฉันเริ่มดีขึ้นอย่างที่นายเมลล์ว่าแล้ว ไม่อยากเชื่อเลย ว่านายนี่จะปฐมพยาบาลเป็กะเค้าเหมือนกัน
“ไปห้องพยาบาลเหอะ น่าจะให้อาจารย์ดูหน่อยนะ”
แล้วพวกฉันกับสเต็ปเทพก็เดินไปห้องพยาบาลด้วยกันตามความคิดเห็นจากนักกีฬามืออาชีพอย่างนายกรีน
โชคดีที่อาจารย์บอกว่าไม่เป็อะไรมาก แถมยังเอ่ยปากชมที่นายเมลล์ช่วยปฐมพยาบาลมาอย่างดีอีกก่อนที่อาจารย์จะจ่ายยาแก้ปวดพร้อมกับยานวดกล้ามเนื้อให้ฉัน
“สเต็ปเทพ!!!”
“อะไรอีกอ่ะ”
“พวกนายต้องชดใช้ที่ทำให้ฟีนนิ้วซ้น” ยัยแจงตอบนายเจลีแล้วเรียกร้องความยุติธรรมทันที “ต่อไปนี้พวกนายต้องจดเลคเชอร์ให้พวกฉันทุกวิชาจนกว่าฟีนจะหายเจ็บ”
“ไรอ่ะ ฟีนนิ้วซ้นคนเดียว พวกเธอเป็อะไรกันที่ไหนล่ะ” นายเจลีแย้ง อันที่จริงฉันถนัดขวา แต่นิ้วที่ซ้นน่ะมันนิ้วนางข้างซ้าย
“ก็พวกนายพูดให้พวกฉันเสียขวัญว่ายัยฟีนจะถูกตัดนิ้วอ่ะ” ยัยแจงยังแถต่อไป “ลองไม่ทำดูดิ”
“ทำไม ถ้าไม่ทำแล้วจะทำไม” เจลีถามน้ำเสียงท้าทาย
“พวกฉันก็จะ…จะ…”
“จะอะไร จะอะไร”
“ก็จะฟ้องพี่เอิร์ทไง” รถเมล์แทรกขึ้น
“เออ ใช่ ใช่แล้ว ฉันจะฟ้องพี่เอิร์ท ทั้งเื่นี้ แล้วก็เื่ลูกโป่งคราวก่อนนด้วย” ยัยแจงเออออตาม แต่จริงๆ แล้วยัยนี่เค้ายังโกรธกับพี่เอิร์ทอยู่ไม่ใช่เหรอวะ
“เออๆๆ ก็ได้วะ”
สุดท้าย นายพวกนี้ก็ต้องยอมแพ้เราจนได้ วะฮ่าๆ ถึงจะต้องแลกมาด้วยความเ็ปของฉันก็เถอะนะ
“แม่นางแรมโบ้” นายเมลล์เรียกฉันอีกครั้ง “อย่าลืมกินยาแก้ปวดล่ะ”
พูดจบนายนั่นก็ยัดถุงยาใส่มือพร้อมกับขยี้หัวฉันอีกทีก่อนจะวิ่งตามพรรคพวกออกไป เฮ้ย! ตกลงนายจะยังไงกันแน่เนี่ย เดี๋ยวก็กวนประสาท เดี๋ยวก็มาทำดี ทำแบบนี้ฉันสับสนนะ
ช่วยทำตัวเหมือนเราเป็ศัตรูกันจริงๆ หน่อยได้มั้ย ถ้าฉันหวั่นไหวขึ้นมาจะทำยังไงเล่า โธ่!