หลังจากที่งานเลี้ยงวิชาการจบลงริชาร์ดที่ส่งคนให้ไปตามหาสองแม่ลูกที่หนีหายออกมาเป็เวลา18ปี วันนี้ก็ได้รับข่าวดีในที่สุดเขายกยิ้มขึ้นมาอย่างกับว่าเขานั้นมีชัยเหนือสองแม่ลูกไปแล้วเรียบร้อยแต่ที่น่าแปลกใจก็คือนามสกุล แม่ลูกคู่นั้นเปลี่ยนนามสกุลหนีเพื่อปกปิดตัวตนเอาไว้และที่น่าดีใจคือมีลูกฉลามอีกตัวหนึ่งติดมาด้วยนี่สิ
“ไม่คิดเลยว่าเธอจะมีมันอีกตัวนะ ลอเรนจ์ เธอไม่ทำให้ฉันผิดหวังจริงๆ”เขายกแก้วไวน์ในมือขึ้นมาจิบเล็กน้อยก่อนจะผุดรอยยิ้มออกมาอีกครั้งก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเบอร์โทรออกไป
(ครับ)
“นายไปเยี่ยมบ้านอิเดสันแทนฉันหน่อยสิ สโตน”
(ที่นั้นมีอะไรน่าสนใจเหรอครับท่าน อ้อหรือจะเป็ลูกสาวของบ้านอิเดสันกัน)
“สองแม่ลูกนั้น”
(…)
ปลายเงียบไปราวกับกำลังทำความเข้าใจในประโยคของผู้เป็นายอยู่ซึ่งริชาร์ดไม่ได้อยากให้เสียเวลาอีกต่อไป
“ลอเรนจ์กับลูกชายเธอ น่าจะอยู่ในความคุ้มครองของพวกเขา”
(อ้า เป็แบบนี้นี่เอง รับทราบครับท่าน)
หลังจากที่สายตัดไปสโตนก็ก้มมองโทรศัพท์ที่อยู่ในมือด้วยใจที่เต้นโครมครามอย่างบ้าครั้งและดีใจดีใจที่ในที่สุดก็มีเบาะแสของสองแม่ลูกคู่นั้นสักทีหลังจากที่ตามหามาเป็เวลานาน
เขาเดินออกจากห้องด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุขก่อนจะสั่งการให้ลูกน้องไปเตรียมรถมา
“ไปที่พิพิธภัณฑ์ Edison Aquarium”
….
ท้องทะเลที่กว้างใหญ่มีสัตว์น้ำอาศัยอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็สัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ก็ต่างพากันเวียนว่ายรอบเรือลำใหญ่ที่อยู่กลางน้ำทะเลลึก
หลังจากที่เกิดเื่ราวที่วุ่นวายในพิพิธภัณฑ์และจบลงได้ด้วยคำพูดของลูเคียสคาร์ลก็เลยพาเจสสิก้าผู้เป็ลูกสาวตรงกลับบ้านในทันทีก่อนจะพากันล่องเรือออกมาด้วยกันเพียงลำพัง
“เป็ยังไงบ้างลูก”
“ตื่นเต้นมากเลยค่ะแด๊ด” เจสสิก้าหันมายิ้มให้ผู้เป็พ่อเห็นแต่ก็อดทำหน้าสงสัยออกมาไม่ได้ ก่อนจะตัดสินใจถามออกไป “ว่าแต่ทำไมเราถึงออกมาไกลกันขนาดนี้เหรอคะแล้วสองแสบนั้นจะออกมาจากพิพิธภัณฑ์ได้ยังไง”
“พวกเขาก็มีหนทางของพวกเขา เรามาสามารถที่จะกักขังพวกเขาได้หรอกนะลูก”
“แล้วแบบนี้มันจะไม่เกิดปัญหาที่ว่า มีสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ฆ่านักท่องเที่ยวบนเรือยอร์ชกลางทะเลเพียงครั้งเดียวตายยกลำเหรอคะ”เจสสิก้าก็ถามติดตลกในขณะที่ช่วยผู้เป็พ่อลากซากสัตว์ตัวใหญ่ที่ยังคงมีเืไหลท่วมร่างขึ้นไปเกี่ยวกับตะขอเกี่ยวบนเทรน
“เป็คำถามที่น่าคิดแต่เท่าที่เลี้ยงพวกนั้นมาก็ไม่เห็นจะมีข่าวน่ากลัวอะไรเลยนะ”
“อาจจะมีแต่แด๊ดไม่รู้ก็ได้นะคะ เอาละเจสว่าเราควรจะล่อพวกมันออกมาได้แล้ว”
ปึ่ก!
“อะ!” เรือโดนตัวอะไรบางอย่างชนจนโคลงเคลงไปมาสองพ่อลูกก็เลยเดินไปชะโงกหน้าลงไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนจะเห็นครีบของสัตว์นักล่าหลายตัวว่ายเวียนรอบเรือไปมา
“เอาละเรามาทำในสิ่งที่ควรทำให้เสร็จกันก่อนจะดีกว่า” คาร์ลพูดจบก็หยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าออกมาก่อนจะจัดการใส่ถุงแล้วมัดมันให้เรียบร้อยแล้วเปิดเสียงของวาฬอาหารอันโอชะที่สองพี่น้องตัวร้ายชื่นชอบออกมาก่อนจะโยนมันออกไปสู่ท้องทะเลในทันที
ไกลออกไปไม่ไกลสองพี่น้องที่ว่ายน้ำเล่นกันที่ท้องทะเลลึกได้ยินเสียงร้องของวาฬก็รีบหันหน้าแล้วว่ายตรงไปอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณของนักล่าขนาดใหญ่
หลังจากที่เจสสิก้าเห็นผู้เป็พ่อส่งตัวล่อเรียกเ้าสองแสบมาเธอก็เข้าไปนั่งประจำที่บนเทรนทันทีก่อนจะลองขับและบังคับคันโยกขึ้นมาซึ่งมันยากมากๆแต่ก็น่าสนุกดี เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่เธอให้อาหารเ้าสองแสบที่เป็ครอบครัวของเธอด้วยตัวเอง
….
คาร์ลที่คอยสังเกตผิวน้ำอยู่นั้นเริ่มเห็นแล้วว่าฉลามที่ว่ายเวียนรอบเรือกำลังแตกตัวแล้วว่ายน้ำหนีไปจนพื้นที่แถบนั้นไม่หลงเหลือเ้าตัวอันตรายอีกต่อไปเพราะเ้าแห่งความตายของท้องทะเลกำลังพุ่งตรงมาทางนี้แล้ว
ครีบของสัตว์ตัวใหญ่สองตัวโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาให้ได้สังเกตเห็นกัน
“มากันแล้ว!” ะโบอกลูกสาวเจสสิก้าที่ได้ยินก็รีบบังขับคันโยกให้ยกซากวัวที่ตายไปขึ้นมาก่อนจะค่อยๆบังคับให้หันหน้าไปทางนอกเรืออย่างช้าๆพอได้จุดที่คิดว่าเหมาะสมเธอจึงหยุดลงแล้วเฝ้ารอ
กลิ่นคาวและหยดเืที่ตกกระทบผิวน้ำโชยขึ้นมานาทีนั้นเจสสิก้าที่จ้องมองตรงไปข้างหน้าอย่างตื่นเต้นก็กวาดสายตาไปมาก่อนที่จะมีสัตว์ตัวใหญ่กระโจนขึ้นมาขากรรไกรที่อ้าออกให้เห็นถึงฟันขนาดใหญ่ก่อนจะกัดเข้าไปที่ซากวัวที่อยู่บนเทรนนั้นเพียงครั้งเดียวซากสัตว์ขนาดใหญ่ก็หายไป เหลือไว้เพียงชิ้นส่วนที่ติดกับตะขอเกี่ยวเอาไว้ถือว่าฉลาดใช่ได้
ตูม!!
น้ำพุ่งกระจายขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนจะตกลงกระทบผิวน้ำอีกครั้งจนเรือโคลงเคลงไปมา
“รุนแรงซะจริงนะ” เจสสิก้าบ่นพึมพำเบาๆก่อนจะจัดการบังคับเทรนอีกครั้งให้มันกลับเข้าเรือมาเพื่อที่จะเกี่ยวซากวัวอีกตัวขึ้นมาเพื่อให้อีกตัวที่เหลือ
ลูเคียสจ้องมองเ้าน้องชายที่ชิงตัดหน้าไปด้วยความโกธรแต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากว่ายน้ำแล้วชนเรือไปเพียงครั้งหนึ่ง
ปึ่ก!
“ว้าย!”
เสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังขึ้นซึ่งก็ไม่ใช่ใครนั้นคือเจสสิก้านั้นเองที่ตอนนี้เอาตัวไปวัดกับพื้นเรือเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“เป็ยังไงบ้างลูก” คาร์ลเข้ามาพยุงลูกสาวขึ้นมา
“เจ็บสิค่ะแด๊ด แบบนี้ไม่ดีเลยนะ” เจสสิก้าโวยวายขึ้นมาพลางลูบสะโพกเล็กน้อย“เฮ้อ ดูสิคะ มีแต่รอยเืเต็มไปหมดเลยนี่ถ้าคนไม่รู้เื่มาเห็นเข้า คงคิดว่าเจสาเ็สาหัสไม่ก็คงคิดว่าเจสแท้งลูกไปแล้วแน่ๆ”
“…”แต่คนที่ได้ยินคำพูดของลูกสาวอย่างคาร์ลถึงกับสะอึกไปเลย
แต่ทว่าคำพูดประโยคนั้นกลับทำให้สัตว์ใหญ่อย่างลูเคียสที่ได้ยินเข้าไปกลับชะงักนิ่งอยู่กับที่ราวกับนิ่งอึ้งไปแล้ว
‘พี่ชายเป็อะไรไป ไม่หิวแล้ว?’ นิโคสัสที่เห็นพี่ชายนิ่งไปเลยส่งคำถามไป
‘เปล่า ไปไกลๆเลยอิ่มแล้วนี่!’ ลูเคียสจึงหันมาไล่กัดน้องชายแทน
“เอาละๆ รีบทำให้เสร็จดีกว่านะจะได้กลับไปล้างเนื้อล้างตัวอีก”
“ได้ค่ะ”
ในตอนนั้นเองที่โทรศัพท์ของคาร์ลดังขึ้นเขาจึงต้องรับสายซะก่อนเพราะมันเป็เบอร์ที่คุ้นเคยกัน
“มีอะไรแนชลีย์”
(คุณคาร์ลค่ะ เมื่อสักครู่ ดร.สโตนมาหาค่ะ แล้วตอนนี้กำลังตรงไปหาคุณที่บ้านแล้ว)
….
คาร์ลที่ได้ยินอย่างนั้นก็หันกลับไปมองลูกสาวที่กำลังยกซากเนื้อวัวออกไปกลางทะเลอีกครั้งก่อนจะจ้องมองไปที่ผิวน้ำอีกครั้งอย่างกังวลใจ
ตอนนั้นเองที่ความยิ่งใหญ่ได้กระโจนขึ้นมาเหนือผิวน้ำอีกครั้งซึ่งครั้งนี้ตัวใหญ่กว่าตัวแรกที่กระโจนขึ้นมาก่อนจะอ้าปากแล้วใช้ขากรรไกรที่แข็งแรงนั้นฉีกกระชากซากวัวให้ขาดออกจากกันในครั้งเดียว
ตูม!!
น้ำกระจายขึ้นฟ้าอีกครั้งหลังจากการทิ้งตัวลงทะเลไปของสัตว์ขนาดใหญ่สองพี่น้องที่ได้ในสิ่งที่้าแล้วแต่ก็ยังไม่ได้ไปไหนยังคงว่ายเวียนอยู่แถวนั้น
เจสสิก้าที่สังเกตเห็นความผิดปกติจากผู้เป็พ่อก็เลยลงจากรถเทรนหลังจากที่บังคับคันโยกให้กลับมาเข้าที่อีกครั้งส่วนเศษชิ้นส่วนที่เหลือก็โยนลงทะเลไปแล้วเช่นกัน
“แด๊ดเป็อะไรหรือเปล่าคะ”
“พวกเราควรรีบกลับกันได้แล้ว”
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” เจสสิก้าก็ถามออกมาอีกครั้งหวังจะได้คำตอบ
“ดร.สโตนกำลังจะมาที่บ้าน” พูดออกไปให้รู้สาวได้รับรู้อีกส่วนหนึ่งคืออยากสื่อให้เ้าสองตัวร้ายได้ยินในสิ่งนี้ด้วย
ปึ่ก! ปึ่ก!
เสียงชนดังขึ้นสองครั้งเป็การบ่งบอกให้รู้ว่าพวกเขารู้เื่ที่้าจะบอกแล้ว
“แล้วคราบเืพวกนี้ใครจะเป็คนจัดการกันคะอีกอย่างเราออกมาไกลมากคงไม่มีทาง ว้าย!”
ไม่ทันขากคำเรือก็ถูกกระชากไปด้านหน้าอย่างรุนแรงด้วยเ้าตัวร้าย
“เกิดอะไรขึ้น!” คาร์ลพูดขึ้นมาก่อนจะวิ่งไปดูที่ด้านหน้าเรือก่อนจะพบว่ามีเชือกขนาดใหญ่มัดกับเรือเอาไว้ส่วนปลายอีกด้านนั้นก็อยู่ในน้ำและถูกกระชากด้วยความเร็วคาร์ลก็คิดขึ้นมาในใจทันทีราวกับรู้แล้วว่าใครเป็คนทำเื่แบบนี้
“ได้ยังไงกันนี่พ่อผูกเชือกไว้ั้แ่เมื่อไหร่” เจสสิก้าถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
“ไม่ใช่พ่อหรอกคงจะเป็ลูซไม่ก็นิค ที่ช่วยพ่อดูแลเ้าสองแสบนั้นแหละเอาน่าเตรียมตัวกันเถอะพ่อจะโทรหาลูซสักหน่อยว่าให้เขามาจัดการคราบเืพวกนี้แทนเรา”คาร์ลพูดขึ้นมาก่อนจะเดินไปก่อนจะทำทีเป็กดโทรศัพท์แต่ความจริงคือบอกเ้าสองพี่น้องที่กำลังดึงกระชากเรือให้แล่นไปด้วยความเร็วนี่ต่างหาก
“ฮัลโหลลูซ เดียวนายช่วยมาล้างคราบเืบนเรือให้อาหน่อยนะ อามีแขกที่บ้าน”
ใต้ท้องทะเลที่ตอนนี้มีเ้าตัวร้ายอยู่นั้นได้ยินคำพูดของคาร์ลทุกคำลูเคียสส่งสายตาไปให้นิโคลัสที่กำลังลากเรืออยู่นั้นก่อนจะส่งเสียงไปบอกผ่านทางความคิด
‘เดียวฉันจะตรงกลับไปก่อน แล้วเจอกันข้างหน้า’
‘ได้เลยพี่ชาย’
หลังจากแยกจากน้องชายลูเคียสก็หันหัวแล้วมุ่งหน้าไปอีกทิศทางหนึ่งในทันทีนั้นคือที่บ้านของเขาและครอบครัวนั้นเอง
….