บทที่สิบเอ็ด
เป็ไข้
“เขยิบไปอีก ผมไม่เสียสละนอนพื้นหรอกนะ” สิงหาราชเอ่ยพูดขึ้นกับคนที่ขึ้นไปนอนอยู่บนเตียงเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“เห็นหน้าคุณสิงห์ก็รู้แล้วค่ะ ว่าไม่ใช่คนแบบนั้น” นิรณาเอ่ยพูดสวนกลับไปในทันทีด้วยความหมั่นไส้
นิรณาเขยิบร่างกายของตัวเองอีกเล็กน้อย เธอเองก็ไม่คิดที่จะให้อีกฝ่าย ยอมเสียสละเพื่อตัวเอง ถึงขั้นต้องลงไปนอนกับพื้นเหมือนกัน แค่นี้นิรณาก็รู้สึกว่าตัวเป็ภาระให้กับสิงหราชมากพอแล้ว
แต่ครั้นจะให้นอนคนเดียวอยู่ที่ห้องของตัวเอง ท่ามกลางความมืดและฝนที่ตกหนักกระหน่ำแบบนี้ นิรณาก็ไม่มีความกล้าหาญมากพอถึงขนาดนั้น สุดท้ายถึงได้มัดมือชกขอสิงหราชมานอนด้วยแบบนี้
สิงหราชที่ได้ยินถ้อยคำเหน็บแนมนั้นอย่างชัดเจน ทำเพียงปรายตามองคนตัวเล็กด้วยสายตาดุ ๆ หากแต่ไม่ได้เอ่ยพูดต่อปากต่อคำอะไรกลับไป ร่างหนาทิ้งตัวลงนอนเคียงข้างกับอีกฝ่าย
บรรยากาศภายในห้องนอนกลับสู่สภาพที่มีเพียงความเงียบรายล้อมอีกครั้ง เมื่อทั้งสิงหราชและนิรณาต่างก็รู้สึกเกร็งต่อกัน จนไม่มีใครเลือกที่จะต่อบทสนทนาต่อ มีเพียงแค่ดวงตาสองคู่ที่ยังเปิดกว้าง และจับจ้องไปที่เพดานห้องผ่านแสงสลัว
คนทั้งคู่ปล่อยให้ความเงียบยังคงทำงานต่อไปเรื่อย ๆ ต่างฝ่ายก็ต่างนอนฟังเสียงของหยาดฝน ที่เทกระหน่ำลงมาอย่างหนักด้วยความรู้สึกประหม่า ไม่กล้าแม้ที่จะขยับตัวเพราะกลัวว่าจะไปรบกวนอีกคนให้รำคาญใจ
“คุณอย่าเกร็งดิ ผมเกร็งไปด้วยแล้วเนี่ย” สิงหราชโพล่งออกมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เพราะรู้สึกอึดอัดกับความเงียบที่เกิดขึ้นจนทนไม่ไหว
ร่างหนาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่หลังจากที่พูดจบ ราวกับว่าได้หายใจเต็มปอดสักทีหนึ่ง หลังจากที่ต้องกลั้นหายใจเอาไว้นาน ดวงตาคมปรายสายตาไปมองคนตัวเล็กที่นอนตัวแข็งอยู่ใกล้ ๆ
“ก็คุณสิงห์เกร็งนี่” นิรณาเอ่ยเถียงกลับไป เพราะเธอเองก็รับรู้ได้ถึงความเกร็งและประหม่าของอีกฝ่ายเช่นเดียวกัน
“ก็คุณเกร็งก่อน” สิงหราชเอ่ยพูดขึ้นอย่างไม่คิดยอมแพ้เช่นกัน
“คุณสิงห์ก็ผ่อนคลายก่อนสิ” นิรณาพูดสั่งด้วยน้ำเสียงที่ดังกว่าปกติ
“ให้ตายเถอะเอิงเอย”
“ให้ตายเถอะคุณสิงห์”
“เฮ้อ” หลังจากที่โยนความผิดให้กันไปมา หากแต่ก็ไม่มีใครยอมรับว่าเป็ฝ่ายที่เกร็งก่อน จนทำให้อีกคนเกร็งตามไปด้วย จบลงด้วยเสียงถอนหายใจของคนทั้งคู่ พร้อมกับบรรยากาศที่เริ่มผ่อนคลายมากขึ้นกว่าเดิม
“ฮัดชิ้ว” นิรณายกมือขึ้นปิดปากของตัวเองเอาไว้ ดวงตากลมโตปรายไปมองคนด้านข้างด้วยความเกรงใจ
“กินยาไปแล้ว ไม่ดีขึ้นหรือไง” สิงหราชเอ่ยถามขึ้นอย่างอดไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็คนใจดำ ถึงขั้นที่จะไม่คิดดูดำดูดีว่าที่ภรรยาของตัวเอง
“ดีขึ้นแล้วค่ะ เอิงนอนแล้วนะคะ ฝันดีค่ะคุณสิงห์” นิรณาเอ่ยตอบตัดบท ร่างเล็กขยับตัวนอนตะแคงข้างไปอีกด้าน ยอมหันหลังให้กับสิงหราชเพื่อยุติบทสนทนา
แม้ว่าความเป็จริงแล้ว อาการป่วยไข้ของตัวเองจะยังไม่ได้ดีขึ้นตามที่ปากพูดก็ตาม หากแต่นิรณาก็ไม่ได้อยากให้ตัวเอง ต้องตกเป็ภาระของสิงหราชไปมากกว่านี้อีกแล้ว แค่นี้ก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะรำคาญกันขนาดไหนแล้ว
คนตัวเล็กยังคงสูดน้ำมูกของตัวเองเป็จังหวะ และพยายามที่จะข่มตาของตัวเองให้หลับไป หวังเพียงว่าตื่นเช้ามาในวันพรุ่งนี้แล้ว ร่างกายจะกลับมาเป็ปกติ โดยที่ไม่ได้รับรู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่ง กำลังจ้องมองมาจากด้านหลังด้วยความเป็ห่วง
“ตัวร้อนจี๋เลยนี่หว่า” สิงหราชที่อดทนรอจนคนตัวเล็กหลับสนิท เอ่ยพูดขึ้นกับตัวเองเมื่อวางมือลงบนหน้าผากเล็ก
“เข้าตำราละครไทยฉิบหาย” ร่างหนาเอ่ยพูดขึ้นกับตัวเอง ก่อนจะผุดลุกขึ้นจากเตียง มือหนาคว้าตะเกียงมาถือเอาไว้
สิงหราชสาวเท้าเดินออกมาข้างนอก สาละวนอยู่กับการเตรียมน้ำใส่กะละมัง เพื่อเตรียมนำไปเช็ดตัวให้กับคนที่ไข้ขึ้นกลางดึก และไม่ลืมที่จะหยิบแผ่นเจลลดไข้ในตู้เย็น ที่มีติดบ้านเอาไว้อยู่ติดมือมาด้วย
“บอบบางขนาดนี้ กูคืนกลับให้แม่เขาไปทันไหมวะ” สิงหราชปรายตาไปมองคนตัวเล็กอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
ร่างหนาเดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาจากตู้เสื้อผ้า ก่อนจะสาวเท้าเดินกลับมาหา คนที่กำลังนอนกระสับกระส่ายเพราะฤทธิ์ของความไข้ มือหนากระตุกผ้าห่มผืนหนาออกจากร่างกายของอีกฝ่าย
สิงหราชใช้ผ้าขนหนูที่ชุบน้ำแล้วไล่เช็ดไปตามเรียวแขนนวลเนียนอย่างสะเปะสะปะ เพราะตัวเขาเองก็ค่อนข้างที่จะอ่อนด้อยในเื่พวกนี้ หากแต่ก็พยายามเป็อย่างยิ่งที่จะเช็ดตัวลดไข้ให้กับนิรณา
“ขอโทษนะยัยคุณหนู” สิงหราชเอ่ยพูดขึ้นกับคนที่ยังหลับตาพริ้ม มือหนาเลิกชายเสื้อ ที่บางจนแทบจะมองเห็นเนื้อจริงของอีกฝ่ายขึ้น ก่อนจะใช้ผ้าขนหนูเช็ดเบา ๆ เพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายให้ลดลง
ใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยหนวดเครา ผินใบหน้ามองไปทางอื่น เพื่อเป็การให้เกียรติคนที่นอนหลับใหลไม่รู้เื่รู้ราว สิงหราชเองก็มีความเป็ลูกผู้ชายมากพอ ที่จะไม่หาเศษหาเลยเอากับคนป่วย
“แล้วชุดแม่งจะสั้นไปไหนเนี่ย” สิงหราชเอ่ยบ่นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเบนมือมาเช็ดที่ต้นขาเรียวของอีกฝ่าย
กว่าที่จะเช็ดตัวให้นิรณาเสร็จ ก็ทำเอาสิงหราชบ่นเป็หมีกินผึ้ง เพราะรู้สึกขัดใจกับชุดนอนของเ้าตัวเสียเหลือเกิน จนอยากที่จะถอดออกแล้วเอาไปเผาทิ้งให้มันรู้แล้วรู้รอดไป
“หายไว ๆ” ร่างหนาเอ่ยพูดขึ้น หลังจากที่แปะแผ่นเจลลดไข้ลงบนหน้าผากเล็กเรียบร้อยแล้ว
เมื่อดูแลนิรณาจนมั่นใจแล้ว ว่าอีกฝ่ายน่าจะไข้ลดลงในอีกไม่ช้า ร่างหนาก็เดินกลับมาทางฝั่งที่นอนของตัวเอง ก่อนจะทิ้งตัวลงไปนอนเคียงข้างกับคนตัวเล็กอีกครั้ง ดวงตาคมปิดเปลือกตาลง เพื่อที่ตัวเองจะได้ใช้เวลาพักผ่อนบ้าง
“อื้อ” นิรณาขยับพลิกตัวไปมาด้วยความรู้สึกที่ไม่สบายตัว สุดท้ายก็พลิกตัวกลับมาหาสิงหราชโดยที่ไม่รู้ตัว
สิงหราชเองแม้จะรู้ถึงความเคลื่อนไหวของคนด้านข้าง หากแต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจ ก่อนจะต้องเบิกตากว้างด้วยความใ เมื่อคนตัวเล็กวาดวงแขนมากอดตัวเองเอาไว้ พร้อมกับขยับร่างกายเข้ามาใกล้จนแนบชิด
ดวงตาคมหลุบมองคนตัวเล็ก ที่พยายามจะซุกตัวเข้ามาในวงแขนของตัวเอง มุมปากหยักกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้าของตัวเองให้เป็ปกติ เมื่อรู้ตัวว่าหลุดยิ้มออกมา
“ตื่นมาก็อย่าโวยวายก็แล้วกัน” สิงหราชเอ่ยพูดขึ้นกับคนที่เอาใบหน้ามาซุกลงกับหน้าอกของตัวเอง ก่อนที่จะวาดวงแขนออกไปกอดกระชับคนที่อยู่ในอาการหนาวสั่นเอาไว้
‘เย็นไว้ไอ้สิงห์ เขาแค่ป่วย มึงอย่าพึ่งมีอาการ’ สิงหราชเอ่ยพูดกับตัวเองในใจ พยายามบอกกับตัวเองไม่ให้คิดเกินเลยไปมากกว่านั้น
ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าสิงหราชเองก็เป็เพียงผู้ชายคนหนึ่ง ที่อารมณ์ในเื่อย่างว่าก็ยังไม่ได้ขาดหายไปไหน การที่ต้องมานอนร่วมเตียงกับผู้หญิงสวย ๆ มันก็ต้องเป็ที่ให้รู้สึกว้าวุ่นใจเป็ธรรมดา
นอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จนในท้ายที่สุดสิงหราชก็ปล่อยให้ความง่วง ชนะทุกความว้าวุ่นภายในจิตใจ ลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอ บ่งบอกได้เป็อย่างดีว่าสิงหราช ได้จมหายเข้าไปในห้วงของนิทราเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
………………………………………………….
ปากก็คือร้ายไม่ต่างกัน ไม่มีใครยอมใคร แต่ก็เริ่มได้กลิ่นอะไรแปลก ๆ มาแล้วนะ // ยกมือปิดจมูก
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่ามันเป็แรงผลักดันในการอัปเดตนิยายมาก ๆ เลย
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ