ครั้นสบเข้ากับสายตาอันดุดันของหลี่ต้าจู้โดยมิได้ทันตั้งตัวบุรุษผู้นั้นก็ถึงกับหดคอลง ขาพลันขยับไวกว่าสมองสั่งการเผ่นหนีไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต
อีกสองคนที่เหลือเห็นเขาหนีเร็วปานนั้นก็รีบวิ่งตามไปติดๆ เพียงครู่เดียวเงาร่างทั้งสามก็อันตรธานหายไป
ครั้นเห็นคนทั้งสามจากไปอย่างหมดท่าหลี่ต้าจู้ก็แค่นเสียงเยาะ ยกมือขึ้นปาดจมูก "พวกเศษสวะคิดว่าตนเองเป็นผู้ยิ่งใหญ่ไปได้!"
บังอาจมาปล่อยวาจาข่มขู่ต่อหน้าเขาเขาจะคอยดู ว่าคนพวกนี้จะทำอะไรเขาได้!
ขณะที่การโต้เถียงปะทุขึ้นเมื่อครู่หลี่เหนียงจื่อก็หมุนตัวกลับเข้าครัว คว้ามีดติดมือออกมาเมื่อเห็นว่าสามีสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว นางจึงไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว
ครั้นเห็นคนจากไปแล้วนางจึงค่อยคลายกังวล และวางมีดทำครัวลงอย่างเบามือ หันไปมองสามีอย่างไม่สบายใจนัก"ฟังจากน้ำเสียงของคนพวกนั้นแล้วมิแน่ว่าอาจเป็นคนของตระกูลหลง แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดี?"
ทั่วทั้งเมืองอวิ๋นเฉิงเพียงเอ่ยถึงชื่อเสียงของตระกูลหลง ก็ไม่มีผู้ใดมิหวาดหวั่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งชนชั้นชาวบ้านตาดำๆ อย่างพวกเขาหากไปยุ่งเกี่ยวกับตระกูลเช่นนั้น ย่อมไม่มีทางที่จะได้ผลลัพธ์ที่ดี
หลี่เหนียงจื่อมิได้รู้สึกว่าสิ่งที่สามีทำนั้นผิดแต่อย่างใดท้ายที่สุด เงื่อนไขที่คนเหล่านั้นยื่นมา พวกเขาย่อมไม่มีทางยินยอมเพียงแต่ปัญหาก็คือ หากไปยั่วโมโหตระกูลหลงเกรงว่าพวกเขาคงมิอาจมีวันคืนที่สงบสุขได้อีก
เห็นสีหน้าท่าทางที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดของภรรยาหลี่ต้าจู้ก็ขมวดคิ้วตามไปด้วย "เจ้ามิต้องกังวลถึงคราวหน้าพวกมันจะพาคนมามากกว่านี้ ข้าก็รับมือได้"
เมื่อครั้งก่อนตอนที่เผชิญหน้ากับพยัคฆ์ในป่าลึก เขายังสามารถต่อสู้จนเอาชีวิตรอดกลับมาได้แค่พวกอันธพาลไม่กี่คน เหตุใดเขาต้องหวาดกลัวพวกมันด้วย
ได้ยินเขาเอ่ยเช่นนั้นแต่หลี่เหนียงจื่อกลับไม่อาจคลายความกังวลลงได้ นางถอนหายใจออกมาพลางกล่าว"เกรงว่าเรื่องราวคงมิได้ง่ายดายเช่นนั้น"
อำนาจของตระกูลหลงยิ่งใหญ่มากนักเหตุใดจึงมีลูกน้องเพียงหยิบมือ ครั้งนี้มากันแค่สามคนคงเป็นเพราะอีกฝ่ายไม่เห็นหัวพวกเขาเลยสักนิด
ทว่าคราวนี้พวกมันเสียหน้าไปแล้วคงไม่มีทางปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปง่ายๆ การจะรับมือพวกมันในคราวหน้าคงไม่ง่ายเหมือนครั้งนี้แน่!
ในขณะที่ครุ่นคิดหลี่เหนียงจื่อก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา "ข้าว่าเอาเช่นนี้ดีหรือไม่เดี๋ยวข้าจะไปบอกกล่าวแต่ละบ้าน ให้ทุกคนเตรียมพร้อมไว้ หากคราวหน้ามีคนร้ายมาอีกแล้วทุกคนช่วยเหลือกัน เราก็คงไม่ต้องกลัวสิ่งใด"
ที่หลี่เหนียงจื่อกล้าเอ่ยเช่นนี้มิใช่เพราะนางรู้สึกว่าครอบครัวของตนมีมนุษยสัมพันธ์ดีเลิศเพียงแต่ในใจของนางย่อมตระหนักว่าการค้าขายครั้งนี้มิได้สำคัญต่อพวกตนทั้งสองเท่านั้น ต่อชาวบ้านคนอื่นๆ ก็เช่นกัน
เมื่อก่อนชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านส่วนใหญ่ในหมู่บ้านล้วนยากลำบากสาเหตุก็คือการเพาะปลูกพืชผลมิมีรายได้มากนักทำงานหนักตลอดทั้งปีก็เพียงแค่พอประทังชีวิตไปวันๆ เท่านั้นแม้ว่าในยามว่างจะหารายได้เสริมบ้าง ก็ไม่อาจเข้าไปหางานทำในเมืองได้โดยง่าย
ทว่านับตั้งแต่ที่พวกเขาช่วยตระกูลซูรับซื้อผักในหมู่บ้านชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคนก็ดีขึ้นไม่น้อย
เดิมทีแต่ละครัวเรือนในหมู่บ้านต่างปลูกผักจำนวนมากส่วนใหญ่มักจะกินกันไม่หมด หากใครมีเวลาก็จะนำไปวางขายตามแผงลอยในเมืองส่วนผู้ที่ไม่มีเวลา สุดท้ายผักเหล่านั้นก็มักจะถูกนำไปเลี้ยงไก่เลี้ยงสุกร
แม้จะไปวางขายตามแผงลอยในเมืองก็ไม่อาจทำเงินได้สักเท่าไร หากโชคไม่ดีไปพบเจอกับพวกอันธพาลที่คอยเก็บค่าที่บางทีอาจต้องเสียเงินเพิ่มเข้าไปอีก นานวันเข้าก็ไม่มีผู้ใดอยากจะเสียแรงเปล่าอีก
ทว่าในตอนนี้กลับแตกต่างออกไปทุกคนแค่นำผักที่กินไม่หมดมาส่ง ก็สามารถคิดเงินตามปริมาณได้อีกทั้งราคาก็ยังถือว่ายุติธรรม มิได้แตกต่างจากการไปขายในเมืองด้วยตนเองมากนัก
มิใช่เพียงเท่านั้นพวกผักป่ารสเลิศตามภูเขา หรือกุ้งหอยปูปลาในแม่น้ำ พวกเขาก็รับซื้อเช่นกันขอแค่ชาวบ้านมีเวลา ก็จะไปขวนขวายหาสิ่งเหล่านี้ นำมาที่บ้านพวกตนก็สามารถแลกเป็นเงินได้
ตลอดหนึ่งถึงสองเดือนมานี้หลี่เหนียงจื่อสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าชีวิตความเป็นอยู่ของแต่ละครัวเรือนดีขึ้นหลายส่วนทุกครั้งที่เดินอยู่ในหมู่บ้าน มักจะได้กลิ่นหอมของเนื้อ
สิ่งเหล่านี้เมื่อก่อนแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
สิ่งนี้กลับพิสูจน์ให้เห็นว่าการรับซื้อผักได้นำพาผลประโยชน์มาสู่ชาวบ้านมากมายเพียงใดหากทุกคนทราบว่ามีผู้ใดคิดขัดขวางการค้าขายครั้งนี้ ย่อมมิอาจทนได้ต้องกระโดดออกมาต่อต้านพร้อมกับตนเองอย่างแน่นอน
ดั่งคำกล่าวที่ว่าตัดหนทางทำกินผู้อื่น เสมือนฆ่าบิดามารดาตระกูลหลงต้องการทำลายการรับซื้อผักของพวกเขา เรื่องนี้สำหรับสองสามีภรรยารวมถึงชาวบ้านใกล้เคียงทั้งหมด ล้วนเป็นเรื่องที่ไม่อาจทนได้
ขอเพียงพวกชาวบ้านยืนอยู่ข้างเดียวกับพวกเขาต่อให้เป็นตระกูลหลงก็ไม่หวั่น พวกเขาจักต้องหวาดกลัวอะไรอีก?
เมื่อคิดได้ดังนี้ความมั่นใจฉายชัดในแววตาของหลี่เหนียงจื่อ ความกังวลบนใบหน้ามลายหายไปในพริบตานางหมุนตัวเดินออกจากประตูไป มุ่งหน้าไปยังใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ซึ่งเหล่าสตรีในหมู่บ้านมักมารวมตัวกัน
ในขณะเดียวกันคนทั้งสามที่ถูกซ้อมจนบอบช้ำ กลับไม่ได้มุ่งหน้ากลับเมืองโดยทันทีแต่พวกเขากลับเลี่ยงไปที่บ้านผีสิงซึ่งเป็นที่พักอาศัยชั่วคราวของบ้านใหญ่ตระกูลซู
"ลูกพี่ นี่คือสถานที่ที่คนตระกูลซูพวกนั้นอาศัยอยู่หรือ?"
มองดูเรือนที่ทรุดโทรมและแผ่ซ่านกลิ่นอายอันน่าขนลุกตรงหน้าบุรุษร่างผอมสูงเอ่ยด้วยความสงสัย "อาศัยอยู่ในสถานที่เช่นนี้ต้องเป็นพวกผีไร้ญาติแน่นอนพวกขี้แพ้เช่นนี้จะมีปัญญาจัดการกับคนตระกูลซูพวกนั้นได้อย่างไร?"
บุรุษที่ถูกเรียกว่า‘ลูกพี่’ ก็ลังเลเช่นกันเพียงแต่นึกถึงตอนที่ตนเองให้คำมั่นสัญญากับหลี่จ่างกุ่ยอย่างหนักแน่นในตอนที่มาก็รู้สึกผิดอยู่ในใจ
วันนี้ไม่เพียงแต่ทำงานไม่สำเร็จคนทั้งสามยังถูกซ้อมจนปางตาย หากกลับไปละก็ เกรงว่าจะมิรู้ว่าจะอธิบายอย่างไรการถูกดุด่าสักคำสองคำ ถือว่ายังเบาไปด้วยซ้ำ
หากเขาไม่รีบหาทางแก้ไขสถานการณ์นี้เกรงว่าในภายภาคหน้า หากมีงานดีๆ อันใด ก็คงมิมีทางตกมาถึงตนเองอย่างแน่นอน
โชคดีที่ก่อนมาเขาได้สืบถามมาแล้วว่าสามแม่ลูกที่เปิดร้านอาหารนั้น เป็นคนบ้านรองตระกูลซูส่วนคนของบ้านใหญ่ในตอนนี้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านหลิวได้ยินมาว่าทั้งสองครอบครัวหนีภัยมาด้วยกัน
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดบ้านรองจึงสามารถเปิดร้านอาหารในเมือง ทำมาค้าขึ้นอย่างรวดเร็วทว่าบ้านใหญ่กลับใช้ชีวิตอย่างอัตคัดขัดสนเช่นนี้
แม้จะไม่ทราบถึงสาเหตุและเรื่องราวภายในทว่าเขาย่อมรู้ว่า หากคนของบ้านใหญ่ทราบว่าสามแม่ลูกใช้ชีวิตดีงามเพียงใดต้องบังเกิดความอิจฉาริษยาไม่ผิดแน่
เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าคนของบ้านใหญ่เหล่านี้ จะไม่กระหายอยากได้ผลประโยชน์
เมื่อถึงตอนนั้นเพียงสองบ้านนี้ทะเลาะเบาะแว้งกัน ก็จะเป็นเรื่องดีอย่างยิ่งสำหรับพวกเขา
ในแววตาปรากฏประกายแห่งความคิดบุรุษผู้นั้นก็วางแผนในใจ อีกครู่เขาจะต้องพยายามกล่าวถึงชีวิตของสามแม่ลูกให้ดูดีเกินจริงเขาเชื่อมั่นว่าคนของบ้านใหญ่จักต้องลุ่มหลงในความอยากได้!
เมื่อถึงตอนนั้นเขาจะยุยงให้พวกบ้านใหญ่แย่งชิงร้านอาหารมาความลำบากของโรงสุราประตูมังกรในตอนนี้ก็จะได้รับการแก้ไขโดยตรง
ท้ายที่สุดร้านอาหารแห่งนั้นล้วนทำมาค้าขายดีเลิศมิอาจขาดฝีมือในการปรุงอาหารของเด็กหญิงผู้นั้นได้เพียงแค่เจ้าของร้านอาหารเปลี่ยนมือไป ธุรกิจจะต้องได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากเมื่อถึงตอนนั้น กิจการโรงสุราของพวกเขาก็จะกลับไปรุ่งเรืองเฉกเช่นวันวาน