ตำนานแม่ทัพจักรพรรดิสยบใต้หล้า

    ตอนที่ 10 เพิ่มพลังเวทย์

    “บัดซบ บัดซบ นี่ข้าทำบ้าอะไรลงไป”โคกรู่ร้องออกมาในใจอย่างช่วยไม่ได้หลังจากที่เขาเดินมาถึงยังสถานที่ฝึกเมื่อวานแล้วคงเพราะตั้งแต่เกิดบิดามารดากลับไม่เคยมองเขาว่าเป็นเด็กและสามารถกระทำทุกอย่างได้โดยไม่ขออนุญาตเว้นไว้แต่เรื่องที่เกี่ยวพันธ์ถึงอันตรายเท่านั้นที่ถูกห้ามจึงเผลอเลอไป
    เมื่อสงบสติอารมได้พักใหญ่แล้วโคก็เริ่มที่จะจัดกล่าวกับหญ้าพวกนี้ที่ขึ้นรกสูงเพราะไม่เช่นนั้นแล้วเขาคงจะฝึกต่อไปไม่ได้หากพวกมันยังคงพลิ้วไปมาอย่างไร้ทิศทางเช่นนี้“มันช่างรบกวนสมาธิข้ายิ่งนัก”
    คิดได้เช่นนั้นโคก็เริ่มลงมือทันทีด้วยระดับความสามารถร่างกายของเขาในยามนี้ย่อมสามารถถอนรากถอนโคนพวกมันได้อย่างง่ายดายพลังทุกอย่างของโคถูกรีดใช้ออกมาอย่างเต็มที่จนในที่สุด 1 ชั่วโมงเขาก็สามารถทำลายต้นหญ้าได้จนหมดสิ้น
    ก่อเกิดเป็นสถานที่โล่งกว้างขนาดใหญ่ประมาณ 1 ไร้อันเต็มไปด้วยดินทรายอันแห้งแร้งอย่างถึงขีดสุดจะดีก็แต่ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ยังพอเป็นร่มเงาให้เขานั่งฝึกได้
    “เอาละ กำลังราชันหยดโลหิตที่ 1”เสียงคำรามของโคดังออกมาด้วยความเกรี้ยวกราดก่อนที่ลมปราณจำนวนหนึ่งในร่างกายจะถูกแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นพละกำลังอันมหาศาล
    พริบตาต่อมาแหวนมิติที่เปล่งประกายแสงของมันก่อเกิดเป็นทวนไม้เล่มหนึ่งที่โคใช้มันร่ายรำมันอย่างงดงามและน่าเกรงขามอย่างถึงขีดสุด
    “เบามาก มันเบาเกินไปแล้ว”โคสบถออกมาตำโคในแต่ก็ยังคงฝืนร่ายรำต่อไปซึ่งครั้งนี้ความรวดเร็วของโคเพิ่มขึ้นอย่างถึงขีดสุดด้วยน้ำหนังของทวนไม้ที่ไม่ต่างอะไรเลยกับอากาศธาตุซึ่งดูเหมือนว่าวิชาของตระกูลชาฮานจะสมคำล่ำลือจริงๆ“เอาเถอะอย่างไรเสียพรุ่งนี้ก็ได้ฝึกกับท่านพ่อแล้วและข้าคงต้องร้องขออะไรบางอย่างก่อนถึงตอนนั้น”
    กระทั้งเวลาได้ผ่านพ้นไปในที่สุดโคก็ไม่สามารถทนต่อการฝึกฝนที่อ่อนด้อยต่อสิทธิภาพนี้ได้หากฝึกต่อไปทักษะวิชาของเขาคงจะไม่ก้ามหน้าเป็นแน่แท้จึงหยุดไว้แต่เพียงเท่านี้
    “เช่นนั้นข้ากลับตำหนักก็ได้”คิดได้เช่นนั้นแล้วโคก็ลุกจากพื้นที่ของตนมุ่งเดินสู่ตำหนักไข่มุกโลหิตสวรรค์ทันทีแต่ในใจเขาก็อาจให้บิดาของเขาละการฝึกเพื่อพัฒนาของลุงทิมบาเพื่อฝึกสอนเขาได้หรอกซึ่งสิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้จริงๆก็คงหนีไม่พ้นการให้มารดาสั่งสอนเรื่องการบ่มพลังเวทย์
    แต่นั่นก็ไม่ใช่ว่าเขาบ่มพลังเวทย์ไม่เป็นแต่อย่างใดเพียงแค่เขาต้องการเม็ดยาเมื่อเพิ่มความรวดเร็วในการฝึกแต่เพียงเท่านั้น
    ตู้ม...
    เสียงการปะทะเดือดยังคงล่องลอยมาอยู่อย่างต่อเนื่องจากการปะละที่เน้นทักษะวิชาและใช้ลานฝึกในเพียงครึ่งเดียวบัดนี้ล้วนกินพื้นที่จนเต็มสนามและเป็นดังที่เขาคาดการไว้ที่บิดาของเขาเคแกนเป็นคนประลองการโจมตีอยู่ภายเดียวซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการโจมตีระยะกลางก็เถอะ
    ทำไมนะหรือบิดาของเขาจริงโจมตีระยะกลางด้วยวิชาทวนนั่นก็เพราะเมื่อใดที่เคแกนรุกล้ำเข้าสู่การโจมตีระยะใกล้แล้วละก็ดาบในมือของทิมบาก็พร้อมจะฟาดฟันใส่เคแกนอย่างสุดกำลัง
    ที่เขาบอกว่าทิมบาเน้นถนัดในด้านการป้องกันแต่เอาเข้าจริงๆแล้วการที่เขาบอกไปเช่นนั้นมันก็ไม่ใช่ว่ามันเป็นการรับการโจมตีหรืออะไรหรอกนะ...ใช่การป้องกันการโจมตีโดยโล่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทิมบาทำได้ดีแต่ก็ไม่ใช่ที่สุดเพราะทันทีที่มีศัตรูรุกล้ำเข้าสู่ระยะการโจมตีทิมบาก็พร้อมที่จะฟาดฟันนั่นในความคิดของโคมันคือการคุ้มกัน
    “โคลูกจงระวังการต่อสู้ครั้งนี้เขาพวกเขาย่อมเหนือร้ายกว่าที่ลูกเจอเป็นเท่าตัว”เป็นทาเนียที่ไม่รอช้ารีบเอ่ยเตือนบุตรของนางทันทีที่เห็น
    “แต่ละถ้าข้าจะไปหาท่านมันจำเป็นต้องเดินผ่าน”สิ้นเสียงของโคหยดโลหิตที่หนึ่งของวิชากำลังจักรพรรดิมันก็ถูกแสดงออกมาอย่างรวดเร็วซึ่งมันถูกแปรสภาพให้ในใช้ออกด้วยพลังกายเป็นเชื้อเพลิงหลักเพื่อได้มาซึ่งเกาะต้านทานแรงกดดันทุกชนิดก่อนจะเดินผ่านไป
    “บัดซับ โคทำเช่นนั้นได้อย่างไร”เคแกนที่เห็นถึงการกระทำของโคก็อดตกใจไม่ได้ก่อนที่จะรู้ตัวอีกทีหนึ่งว่าเขาเน้นได้รุกล้ำไปในระยะการโจมตีของทิมยาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    ตู้ม ร่างของเคแกนถูกหวดออกมาด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลที่ทิมบาส่งออกมาจนกระเด็นออกไปไกลหลายเมตรเรียกได้ว่าการปะทะถึงชี้ขาดด้วยระยะเวลาเพียงเสี้ยวเดียว
    เรื่องนี้มีหรือที่โคจะไม่รู้เขาได้แต่ยกมือกุมขมับในสิ่งที่เกิดขึ้น“ท่านพ่อท่านควรสู้ต่อไปโดยไม่ต้องมาสนใจข้านะ”โคคิดในใจ
    ว่าด้วยเรื่องวิชาราชันจักรพรรดิหมื่นสรภูมิรบมันคือวิชาที่ใช้ออกด้วยพลังกายและพลังจิตเป็นแกนหลักในการทำเป็นเชื้อเพลิงส่วนพลังเวทย์มีหน้าที่เพียงแต่ควรควบคุมกลายการสภาพเพราะโดยปกติแล้ววิชานี้จะถูกใช้ออกด้วยพลังกายและพลังจิตอย่างละ 5 ส่วนซึ่งมีพลังเวทย์เป็นตัวทำหน้าที่แปรเปลี่ยนเป็นพลังซึ่งมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับพลังเวทย์และพลังจิตที่จ่ายเป็นเชื้อเพลิง
    “ท่านแม่ข้าเหมือนรู้สึกว่าข้าสามารถดูดซับอะไรบางอย่างจากธรรมชาติได้”โคเอ่ยขึ้นมา
    “ลูกไม่รู้เรื่องนี้หรือ? แม่ก็คิดว่าลูกมานี่เพื่อขอเม็ดยาเสียอีก”ทาเนียยิ้มเพราะมีหรือที่เขาจะไม่รู้จักนิสัยบุตรชายของนางโคที่อ่านหนังสือเกี่ยวกับเวทมนตร์มาตั้งแต่เด็กเรื่องพื้นฐานอย่างการดูดซับพลังเวทย์จากธรรมชาติสมควรเป็นสิ่งที่เขาควรรู้เป็นอันดับแรก
    “ท่านแม่รู้”บัดนี้ใบหน้าของโคนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่แปลกประหลาดหากเป็นชาติก่อนที่เขาถูกมองออกเช่นนี้หัวใจของเขาคงจะหวาดเกรงอย่างถึงขีดสุดเพราะระวังภัยบุคคลเช่นนี้เป็นอย่างมากแต่เพราะเหตุใดที่ผู้หญิงคนนี้ที่มองเขาจนทะลุปรุโปร่งแต่จิตใจของเขาเก็บเต็มไปด้วยความอบอุ่นแบบแปลกประหลาด
    นางไม่กล่าวตอบเพียงพยักหน้าเพื่อให้โคเข้าใจก่อนที่นางจะหยิบขวดแก้วขนาดพอเหมาะที่บรรจุไปด้วยเม็ดยาพลังเวทย์ที่มีระดับ1 ความบริสุทธิ์ 9 ส่วนออกมาอย่างไม่เสียดาย
    “มานั่งนี่สิ แม่จะคอยเฝ้าดูให้เอง”
    จากนั้นการดูดซับเพื่อเพิ่มระดับของโคก็เริ่มต้นขึ้นเขาที่เป็นถึงมหาจักรพรรดิในอดีตแน่นอนว่าต้องเชี่ยวชาญการดูดซับพลังเวทย์เป็นอย่างยิ่งกับโดนดุอยู่หลายคราเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้หญิงคนนี้
    “เจ้าต้องค่อยๆควบคุมมันไม่ใช่เอาแต่ดูดซับมาและให้รู้สึกถึงการมีอยู่ของมัน”ทาเนียลูบหัวโคเอาๆก่อนที่นางจะโคจรพลังเวทย์ออกมาเพื่อช่วยในการดูดซับของบุตรชาย“เจ้าต้องรู้สึกให้ได้เช่นเดียวกับพลังเวทย์ของแม่”
    นี่ถึงกับทำให้โคต้องตกตะลึงกับความรู้ใหม่...ไม่ใช่ว่าการเพิ่มระดับจะต้องการแค่เพียงการดูดซับมันอย่างนั้นหรือ?...นี่ก็เท่ากับว่าเขาทำผิดมาตลอดทั้งชีวิต?...แต่ถึงอย่างนั้นเรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ใช่ว่าจะกลับไปแก้ไขได้โคจะละความคิดจากมันและมุ่งหน้าดูดซับมันอย่างตั้งใจ
    การดูดซับพลังเวทย์ก็เหมือนกับการเติมน้ำใส่ขวดถ้ามากไปก็จะล้นออกมามากกว่าเข้าไปแต่ถ้าน้อยเกินไปก็จะใช้เวลานานเพราะฉะนั้นแล้วต้องให้มันพอดีและแต่ละคนปากขวดก็ไม่เท่ากันจึงต้องกะแรงตามความเหมาะสมเฉพาะบุคคล
    และความรู้ใหม่ของโคคือการบีบอัดมันให้บริสุทธิ์ก่อนนำไปเข้าไปในจุดกักเก็บที่แม้จะทำได้อ่อนด้อยกว่าแต่ประสิทธิภาพนั้นสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด
    “เช่นนั้นละดี”ทาเนียเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ดูสั่นคลอนดูเหมือนว่าแม้แต่นางก็ยังประเมินฝีมือของบุตรชายตัวเองต่ำเกินไปเพียงไม่กี่ลมหายใจเขากลับสามารถทำได้ดีราวกับว่าโคฝึกทักษะมาอย่างยาวนานนับปี“อัจฉริยะจริงๆลูกของแม่”
    จากนั้นระยะเวลาก็ผ่านไปได้สักครู่ใหญ่ๆโคก็รู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังจะบรรลุขั้นต่อไปได้เรียบร้อยแล้วก็เตรียมที่จะบีบบัดพลังและทะลวงมันออกไปแต่เพียงพริบตาที่เขาก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นมาบนหัวอย่างช่วยไม่ได้ “ทำบ้าอะไรของเจ้ากัน”เคแกนเอ่ยออกมา