ข้าเป็นชายาของท่านอ๋องขนปุย (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 99 ขนมเปี๊ยะนี้หอมยิ่งนัก

            แผนการที่นางจะหนีออกจากจวนอ๋องเพื่อไปใช้ชีวิตใหม่มันชัดเจนขนาดนั้นเลยหรือ?

             เหยาเชียนเชียนรู้สึกร้อนรนอยู่ครู่หนึ่ง เป็นไปได้หรือไม่ว่านางอาจจะทำเกินกว่ายามปกติมากเกินไป หรือว่ามีคนพบเห็นเมื่อยามที่นางนำสมบัติไปขายเพื่อแลกเป็นเงินหรือ?

             ไม่ดีแล้ว เหยาเชียนเชียนลอบมองเขา

             เป็นหวังเฟยอยู่ดีๆ แต่กลับคิดอยากหนีไปอยู่เรื่อย หากนางเป็นชิงผิงอ๋องก็คงจะไม่พอใจเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาปฏิบัติต่อนางเป็นอย่างดี เป็นเช่นนี้แล้วยังคิดอยากหนีไปอยู่อีก เช่นนั้นนางจะไม่ไร้มโนธรรมเกินไปหน่อยหรือ

             “ท่านอ๋องทรงเข้าพระทัยอะไรผิดไปหรือไม่เพคะ” เหยาเชียนเชียนยิ้มแห้ง “หม่อมฉันไม่เคยคิดจะจากไปที่ใดเลย ท่านอ๋องได้ยินผู้ใดกล่าวถึงเรื่องนี้มา หรือว่าถ้อยคำใดของหม่อมฉันที่ทำให้ท่านอ๋องเกิดความหวาดระแวงในพระทัยหรือ ทว่าหม่อมฉันไม่เคยมีความคิดเช่นนั้นเลยนะเพคะ”

             ในยามนั้นเป่ยเหลียนโม่ถึงเพิ่งตอบสนองขึ้นมาได้ เขาเผอเรอไปชั่วครู่จึงเผลอพูดความในใจให้นางได้ยินเข้า ทว่าโชคดีที่สตรีน้อยผู้นี้ดูเหมือนจะไม่มีการตอบสนองใดๆ กลับมา นางไม่สงสัยว่าเขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร และยิ่งจะไม่มีทางสงสัยไปถึงตัวเจ้าแมวดำ 

             ยามนี้เขาควรตัดไฟตั้งแต่ต้นลมจึงจะถูก

             “ก่อนหน้านี้เปิ่นหวังต่อว่าหวังเฟยไว้มากมาย จึงกังวลว่าความขุ่นเคืองในใจของหวังเฟยคงยากจะสลายไป ดังนั้นจึงได้กล่าวไปเช่นนั้น” เขาหัวเราะน้อยๆ “หวังเฟยแค่ฟังไว้ก็พอแล้ว”

             พูดไปส่งเดชนี่เอง เหยาเชียนเชียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก เช่นนั้นก็ดีแล้ว ก็ยังดีกว่าการที่เขารู้ว่านางวางแผนจะหลบหนีเป็นไหนๆ ไม่เช่นนั้นหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปจะให้นางเผชิญหน้ากับความหวังดีของเขาได้อย่างไร นางคงละอายใจตายพอดี

             “หม่อมฉันเคยกล่าวไว้นานมากแล้วว่าจะไม่ตำหนิท่านอ๋อง มันเป็นความผิดของหม่อมฉันตั้งแต่แรก หากท่านอ๋องจะกริ้วก็สมควรแล้วเพคะ อีกอย่างท่านอ๋องเคยบอกว่าให้ลืมเรื่องเหล่านั้นไปเสีย หม่อมฉันจึงไม่อยากจดจำมันอีกต่อไปแล้ว”

             เป่ยเหลียนโม่แสร้งทำเป็นมองไปยังนางอย่างไม่จริงจังนัก เขาสัมผัสถึงความรู้สึกผิดของสตรีน้อยผู้นี้ไม่ได้เลย ถ้านางบอกว่านางไม่ได้เจ็บแค้นใจ เช่นนั้นเขาก็จะเชื่อ แต่นางกล้าบอกว่าไม่เคยคิดที่จะจากไป

             คำโกหกนี้นางกล่าวออกมาโดยไม่กะพริบตา ในยามนั้นที่เขาพาคนไปขนย้ายคลังสมบัติน้อยของนาง นางก็น้ำตาคลอเสียแล้ว นับตั้งแต่ที่แต่งเข้าจวนอ๋องมานางไม่เคยมองเขาด้วยแววตาเช่นนั้นมาก่อนเลย

             ยังจะกล้าพูดว่าไม่เคยคิด ไม่เคยเตรียมอะไรเพื่อการนี้ ช่างไม่ซื่อสัตย์เอาเสียเลย

             ทั้งคู่ต่างมีความกังวลในใจ ดังนั้นครึ่งหลังของมื้อเย็นนี้จึงสิ้นสุดลงด้วยความเงียบ

             เหยาเชียนเชียนนอนอยู่บนเตียง โดยรู้ว่าเป่ยเหลียนโม่นอนอยู่ห้องถัดไป และการได้รับรู้เช่นนี้ทำให้นางรู้สึกสบายใจไม่น้อย เมื่อได้เห็นว่าเป่ยเหลียนโม่ปลอดภัยดี ความรู้สึกกังวลของนางในช่วงหลายวันมานี้จึงสามารถปล่อยวางลงได้เสียที

             ไม่เช่นนั้นนางคงไม่สบายใจหากฟังจากแค่คำพูดของผู้อื่น นางจะต้องเห็นด้วยตาตัวเองจึงจะยืนยันได้

             วันนี้หน้าต่างถูกปิดโดยผู้ใดไม่อาจทราบ ทั้งยังปิดเสียแน่นหนา บางทีบ่าวไพร่อาจกลัวว่าจะมีลมเย็นพัดเข้ามาโดนตัวเหยาเชียนเชียน เพราะถึงอย่างไรวันนี้นางก็เพิ่งตกน้ำจนเสียขวัญมา หากโดนลมเย็นอีกนางจะต้องเป็นหวัดอย่างแน่นอน

             แมวดำเดินวนไปมาข้างนอกอยู่สองรอบก็ยังเปิดไม่ออก มันขยับอุ้งเท้าอย่างวุ่นวายใจ ลายฉลุหน้าต่างหักออกเสียงดัง ทำให้เหยาเชียนเชียนดีดตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจ เพียงชั่วครู่ในดวงตาอันสับสนของนางก็ปรากฏภาพแมวดำที่กำลังก้าวเดินเข้ามาอย่างเนิบช้า

             “เป็นเจ้านี่เอง” เหยาเชียนเชียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ทำเอาข้าตกใจแทบแย่ คิดว่าเป็นมือสังหารเสียอีก”

             แมวดำกระโดดขึ้นไปบนเตียงของนางในไม่กี่ก้าว อยากถามนางเหลือเกินว่าเหตุใดถึงต้องกังวลขนาดนั้น เรือนพักชิงหลิงแห่งนี้มีองครักษ์เฝ้าอยู่ ไม่จำเป็นต้องระแวดระวังตลอดเวลาเสียด้วยซ้ำ ผ่อนคลายสักหน่อยก็ได้

             “นับตั้งแต่วันที่มาถึงที่นี่ ข้าก็รู้สึกว่าชีวิตนี้ได้มาไม่ง่ายเลย แต่การรักษามันไว้นั้นยากยิ่งกว่า” เหยาเชียนเชียนลูบหัวแมวดำอย่างอ่อนโยน “และไม่รู้ว่าความกังวลนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด”

             สังคมที่ปกครองด้วยกฎหมายย่อมดีกว่าอยู่ดี ทั้งวิทยาการอันก้าวหน้า ทั้งความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของราษฎรล้วนมีหลักประกัน

             “วันนี้ท่านอ๋องกล่าวถึงเรื่องนั้นกับข้า หมายถึงเรื่องที่ข้าอยากจะออกจากจวนไปใช้ชีวิตใหม่น่ะ ข้าตกใจเสียจนหัวใจแทบจะหลุดออกมาเลย” เหยาเชียนเชียนกลืนน้ำลาย “หวังว่าเขาจะพูดขึ้นมาส่งเดชจริงๆ อย่าได้เก็บเอาไปใส่ใจเด็ดขาด”

             แมวดำมองนางเงียบๆ หากไม่ต้องการให้เขาเก็บเรื่องนั้นไปใส่ใจ ก็อย่าคิดแต่จะจากไปสิ เดิมทีเขาก็ไม่ได้อยากคิดถึงเรื่องนี้อยู่แล้วเหมือนกัน

             “เจ้าหิวหรือไม่?” เหยาเชียนเชียนอุ้มมันไว้ “ตอนมื้อเย็นเจ้าหนีไปที่ใดมา ไม่ง่ายเลยกว่าท่านอ๋องจะเสด็จมาที่นี่ได้ในวันนี้ สุดท้ายเจ้ากับอาเหยียนก็ไม่อยู่กันทั้งคู่ เราจึงไม่ได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัวเลย”

             แมวดำเลียอุ้งเท้า อาเหยียนไม่อยู่เพราะเด็กคนนั้นรู้ว่าควรทำอะไร แต่แมวไม่อยู่ก็ไม่อยู่ไปสิ เจ้าควรจะมองใบหน้าอันหล่อเหลาสง่างามของเปิ่นหวังให้มากๆ ต่างหาก

             ส่วนเรื่องพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัว ตราบใดที่ใจยังอยู่ด้วยกัน พลาดไปแค่มื้อเดียวก็ไม่ใช่ปัญหาอันใด

             เหยาเชียนเชียนกอดแมวดำและกลิ้งไปมาอย่างสบายใจ นางถือโอกาสลูบพุงเจ้าแมวดำไปด้วยเพื่อดูว่ามันหิวหรือไม่

             “ข้าเก็บกุ้งไว้ให้เจ้าอยู่ในห้องเครื่อง ข้าไปจับมาเองกับมือเลยนะ เจ้ามาไม่ทัน ข้าจึงสั่งให้ทางห้องเครื่องเก็บไว้ให้เจ้า หากทิ้งไว้จนถึงพรุ่งนี้ก็น่าจะสดอยู่ ไว้ข้าจะนึ่งให้เจ้ากินนะ”

             นางใส่ใจเจ้าแมวตัวนี้มากจริงๆ ชิงผิงอ๋องในร่างแมวดำสะบัดหางไปมา แต่ในอนาคตเขาจะอธิบายกับนางอย่างไรว่าเขาก็คือแมวดำตัวนี้?

             แล้วยังมีอาเหยียนอีก ชิงผิงอ๋องถอนหายใจ เขามีเรื่องปิดบังนางอยู่มากมาย และไม่รู้ว่าในอนาคตจะต้องรอไปถึงเมื่อไรจึงจะมีโอกาสเหมาะสมที่สามารถเปิดเผยต่อนางได้

             เหยาเชียนเชียนกอดแมวดำไว้พลางพร่ำบ่นเรื่อยเปื่อยไม่หยุดหย่อน นางพยายามจะพูดต่ออีกสองสามประโยค แต่ก็จนใจที่วันนี้ทั้งตกน้ำ ไหนจะไปจับกุ้งอีก จิตใจจึงอยู่ในสภาวะตื่นเต้นอยู่ตลอด ดังนั้นนางจึงฝืนทนอยู่ได้ไม่นานนักแล้วก็ผล็อยหลับไป

             “ในใจของเจ้า อย่างน้อยเปิ่นหวังกับแมวดำก็เสมอกันแล้วใช่หรือไม่?”

             ชิงผิงอ๋องเอ่ยถามด้วยเสียงอันแผ่วเบา แน่นอนว่าเขาไม่ได้คำตอบใดๆ กลับมา แต่เขาก็เบียดเข้าไปในอ้อมแขนของอีกฝ่าย และใช้หางเกี่ยวพันข้อมือนางไว้ เช่นนี้จึงจะหลับตาลงได้อย่างสบายใจ

             ก่อนหน้าเทียบไม่ได้ แต่ยามนี้นับว่าเสมอกันแล้ว เช่นนั้นก็หมายความว่าในอนาคตเขาจะสามารถเหนือกว่าเจ้าแมวดำได้แล้วน่ะสิ

             เมื่อนางให้ใจกับเขาได้อย่างสมบูรณ์แล้ว เช่นนั้นก็...ก็ค่อยสารภาพรักกับนางก็แล้วกัน อาจจะไม่ทำให้นางตกใจมากนัก

             วันรุ่งขึ้นเหยาเชียนเชียนตั้งใจทำขนมเปี๊ยะกุ้งสด แต่เมื่อนางยกมากลับเห็นเพียงเป่ยเหลียนโม่เท่านั้น

             แปลกจัง ตอนเช้าตื่นมาก็ไม่เห็นเสี่ยวไกวไกวแล้ว นางคิดว่าเจ้าแมวดำไปรออยู่ที่ห้องอาหารก่อนแล้วเสียอีก ไฉนที่นี่มันก็ไม่อยู่เล่า

             แน่นอนว่าชิงผิงอ๋องรู้ว่านางกําลังมองหาอะไร เขายกจอกน้ำชาขึ้นจิบเล็กน้อยอย่างใจเย็น เปิ่นหวังอยู่ที่นี่ แล้วเจ้ายังจะตามหาแมวตัวนั้นอีกนานเท่าใด?

             “ท่านอ๋อง พระองค์เห็นเสี่ยวไกวไกวบ้างหรือไม่เพคะ?”

             เหยาเชียนเชียนวางขนมเปี๊ยะกุ้งสดลงแล้วก้มตัวลงไปหาใต้โต๊ะ เมื่อวานตอนเย็นมันก็ไม่กินข้าว เช้าวันนี้หากไม่กินอีกจะต้องหิวตายแน่ แมวสมัยนี้เป็นอะไรกันไปหมด

             ชิงผิงอ๋องหยิบขนมเปี๊ยะชิ้นหนึ่งขึ้นมาอย่างเอื่อยเฉื่อย ทั้งยังเลือกเอากุ้งที่ตัวใหญ่เป็นพิเศษไปอีกสามตัว เขาใส่มันเข้าไปในปากและเคี้ยวช้าๆ ก่อนจะกล่าวอย่างใสซื่อว่า “ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”

             เหยาเชียนเชียนมัวแต่ก้มหาแมว ใต้ตู้ก็หาแล้ว แม้แต่ขนแมวสักเส้นก็ไม่พบ นางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกท้อแท้เล็กน้อยจึงบ่นพึมพำว่า

             “ก็บอกแล้วว่าจะทำกุ้งให้กิน ข้าอุตส่าห์ทำขนมเปี๊ยะกุ้งสดไว้ตั้งหลายชิ้น ยามนี้ยังร้อนๆ อยู่ก็ไม่มากิน หนีไปเที่ยวเล่นที่ไหนเสียแล้วเล่า?”

             กุ้งครึ่งตัวติดอยู่ในลำคอของชิงผิงอ๋อง ถึงว่าเล่าเหตุใดขนมเปี๊ยะนี้ถึงเหมือนกับไม่ได้ใส่เกลือ ที่แท้ก็ทำให้เจ้าแมวดำนี่เอง

             “ตายแล้ว ท่านอ๋อง” เหยาเชียนเชียนหันกลับมาเห็นใบหน้าแดงก่ำของเป่ยเหลียนโม่ก็อดตกใจไม่ได้ “พระองค์เป็นอะไรไป สำลักหรือ? รีบดื่มน้ำสิเพคะ”

             ช่วงเวลาที่น่าอับอายเช่นนี้กลับถูกนางเห็นเข้าเสียแล้ว ใบหน้าของชิงผิงอ๋องเปลี่ยนเป็นสีแดงและขาวสลับกัน หลังจากกลืนกุ้งครึ่งตัวนั้นลงไปก็ไม่พูดอะไรสักคำ เขาม้วนขนมเปี๊ยะแผ่นหนึ่งอีกครั้งและกินมันเข้าไปอีกหลายคำ

             ถึงอย่างไรก็ทำให้เขากินอยู่แล้ว เป็นอย่างไรเล่า มีแค่เขาที่กินได้!

             เหยาเชียนเชียนคิดว่าเขาคงไม่ได้ยินสิ่งที่นางเพิ่งพึมพำเมื่อครู่ แต่เมื่อเห็นว่าเป่ยเหลียนโม่ชอบมากขนาดนี้ เช่นนั้นก็ไม่ต้องบอกว่านี่เป็นอาหารแมวจะดีกว่า นางสั่งให้คนจัดเตรียมสำรับเช้าไว้แล้ว แต่ชิงผิงอ๋องถูกสยบด้วยขนมเปี๊ยะกุ้งสดซึ่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษไม่กี่ชิ้น กระทั่งจังหวะการก้าวออกจากเรือนก็ช้าลงไปหลายส่วน

             “ท่านอ๋องจะเสด็จกลับแล้วหรือเพคะ?”

             เหยาเชียนเชียนลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว ไหนเขาบอกว่าแจ้งลาไว้สองสามวันเลยไม่ใช่หรือ เช่นนั้นก็น่าจะอยู่ที่นี่ได้สักสองสามวันสิ

             “เปิ่นหวังต้องกลับไปแก้ไขเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นหากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป เมื่อต้องการยกเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้งก็จะยากยิ่งขึ้น”

             นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าเรือนพักแห่งนี้จะไม่ได้ห่างจากนครหลวงมากนัก แต่ถึงอย่างไรก็ไม่สะดวกสบายเท่าจวนอ๋อง เขาไม่อาจปล่อยให้เหยาเชียนเชียนอาศัยอยู่ที่นี่ไปตลอดได้ หวังเฟยควรจะอาศัยอยู่ที่จวนอ๋องอย่างสง่าผ่าเผย ไม่ใช่อาศัยอยู่ในเรือนพัก

             “เช่นนั้นท่านอ๋องโปรดรักษาพระองค์ด้วยนะเพคะ” เหยาเชียนเชียนก้าวออกมาจากข้างหลังอีกครั้งพร้อมกับอุ้มไหเล็กใบหนึ่งไว้ นางกล่าวด้วยความขลาดเขินเล็กน้อยว่า “นี่เป็นผักดองที่หม่อมฉันทำไว้ยามว่างเพคะ ตอนเช้าท่านอ๋องไม่ค่อยอยากอาหาร พระองค์สามารถลองทานคู่กับโจ๊กขาวได้เพคะ”

             เมื่อนึกถึงสิ่งที่ชิงผิงอ๋องมอบให้นางก่อนหน้านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นสมบัติที่ประเมินราคาไม่ได้ทั้งสิ้น ทว่าเวลานี้นางกลับอุ้มผักดองไหหนึ่งมาให้เขา เหยาเชียนเชียนกอดมันไว้แน่นด้วยเพิ่งมานึกเสียใจทีหลัง นางอยากย้อนเวลากลับไปถอนคำพูดเหล่านั้นเสียเหลือเกิน

             “หวังเฟยมีความตั้งใจเช่นนี้ เปิ่นหวังจะชิมอย่างดีแน่นอน”

             เป่ยเหลียนโม่สะกดกลั้นความขบขันไว้ในใจและรับของมาอย่างจริงจัง เขาไม่ได้คิดว่าการที่อีกฝ่ายให้ผักดองแก่เขามันน่าขัน แต่เขาเพียงแค่รู้สึกว่าเหยาเชียนเชียนที่เป็นแบบนี้น่ารักมากต่างหาก

             สิ่งที่เขาไม่ขาดแคลนมากที่สุดตั้งแต่เด็กคือเงินทองและเครื่องลายครามพวกนั้น ทว่าน้ำใจอันเรียบง่ายเช่นนี้เขาเพิ่งเคยได้รับมันเป็นครั้งแรก

             ดังนั้นเมื่อยามที่ชิงผิงอ๋องจากไป เขาจึงอุ้มไหเล็กๆ ใบนั้นไว้ในอ้อมแขนโดยไม่ยอมให้ผู้ใดแตะต้อง และอุ้มไว้เองตลอดทางกลับจวนอ๋อง

             “ในระหว่างที่เปิ่นหวังไม่อยู่ เรื่องนี้มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง?”

             เป่ยเหลียนโม่วางไหลงบนโต๊ะอย่างโดดเด่นเป็นสง่า และก้าวช้าๆ ไปข้างหลังโต๊ะพลางเอ่ยถามขึ้น องครักษ์เงาไม่สนใจไหอันโดดเด่นใบนั้น เขากล่าวตอบว่าสถานการณ์ในวังหลวงยังคงเป็นเช่นเดิม

             ในความคิดของทุกคน เรื่องนี้มีข้อสรุปเป็นที่แน่นอนแล้ว เหยาเชียนเชียนลอบทำร้ายอวี๋เฟย เป็นเหตุให้อวี๋เฟยสูญเสียบุตรและทำให้ฮ่องเต้กริ้ว ดังนั้นจึงถูกถอดยศและถูกเนรเทศออกจากนครหลวง

             นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการพลิกคดี และจะจงใจมากเกินไปไม่ได้ จะทำให้ฮ่องเต้เกิดความเอือมระอาจากการหยิบยกเรื่องเก่ามาเสนอใหม่ไม่ได้

             ดวงจันทร์สว่างลอยเด่น หนึ่งวันหลังจากที่คลื่นลมเงียบสงบ แม่นมหลี่กลับมาที่ห้องของนาง เดิมทีนางคิดว่าหลังจากล้างหน้าล้างตาแล้วจะพักผ่อนสักหน่อย แต่คาดไม่ถึงว่าจะมีเงาดำสองร่างปรากฏขึ้นตรงหน้า จากนั้นก็รู้สึกว่าภาพตรงหน้าหมุนคว้าง นางถูกโยนเข้าไปในสถานที่มืดสนิทแห่งหนึ่ง

             “ผู้ใด เป็นผู้ใดกัน?”

             นางถูกปิดปากและขังไว้ที่นี่ ชายผู้นั้นจากไปทันทีหลังจากพานางมาโยนไว้ นางไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำอะไรบ้าง

             “เจ้ากล้าลักพาตัวข้ามา รู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร ระวังเอาไว้เถิด อวี๋เฟยเหนียงเหนี่ยงจะต้องจัดการพวกเจ้า ยังไม่รีบปล่อยข้าไปอีก!”

             ประตูถูกถีบจากข้างนอก จากนั้นคนในอาภรณ์สีดำสองสามคนก็ถือคบเพลิงเดินเข้ามา ดวงตาทั้งสองข้างของแม่นมหลี่ค่อยๆ เบิกกว้าง คนที่เดินเข้ามาจะเป็นผู้ใดไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่เป่ยเหลียนโม่

             “ท่านอ๋อง ถวายบังคมท่านอ๋องเพคะ” แม่นมหลี่รีบคุกเข่าลง “ไม่ทราบว่าท่านอ๋องเรียกบ่าวมาที่นี่กลางดึก มีเรื่องอันใดจะรับสั่งหรือเพคะ?”

             คบเพลิงส่องสว่างจนสามารถมองเห็นได้ทั่วทั้งห้อง เครื่องมือทรมานที่แขวนอยู่บนผนังเพียงมองปราดเดียวก็ชวนให้รู้สึกหวาดผวา แม่นมหลี่ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าจึงทำได้เพียงหมอบอยู่กับพื้นไม่กล้าลุกขึ้น

             “หวังเฟยของเปิ่นหวังถูกใส่ความ เจ้าน่าจะรู้เรื่องนี้ดีกระมัง”

             หัวใจของแม่นมหลี่ราวกับตกลงไปในถ้ำน้ำแข็งอันหนาวเหน็บ เป็นเพราะเรื่องนี้จริงๆ ด้วย ชิงผิงอ๋องกำลังเตรียมแผนการให้นางกลับคำอย่างนั้นหรือ เมื่อกวาดสายตามองเครื่องมือทรมานทั่วทั้งห้องแห่งนี้ เกรงว่าเขาคงหมายจะเสาะหาวิธีช่วยเหยาเชียนเชียนจากตัวนางเสียแล้ว

             “ท่านอ๋อง พระชายาชิงผิงอ๋องทำร้ายองค์ชายของเจ้านายบ่าว เรื่องนี้ฝ่าบาททรงตรวจสอบจนชัดแจ้งแล้ว พระองค์จับตัวบ่าวไว้ก็ไม่มีประโยชน์อันใดหรอกเพคะ ความจริงเป็นเช่นนี้ ไม่สามารถแก้ไขได้แล้วเพคะ”

             “เช่นนั้นหรือ” เป่ยเหลียนโม่กล่าวเสียงเรียบ “ไฉนจึงด่วนสรุปเช่นนี้เล่า เปิ่นหวังยังมีเรื่องอยากสนทนากับเจ้าอยู่”

    คล้ายกับเรื่องข้าเป็นชายาของท่านอ๋องขนปุย (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592