่เช้าของการเรียนม.ปลายปี1 ถึงแม้จะได้นั่งข้างๆ โรสแต่ผมก็พยายามจะไม่ยุ่งกับเธอมากที่สุดและขีดเส้นกั้นเอาไว้แล้ว ่เที่ยงที่มีคนพุ่งเข้าหาเธอผมก็ใช้่นั้นปลีกตัวออกไป และตรงไปที่ห้องน้ำ ก่อนถึงห้องน้ำผมได้กลิ่นบุหรี่มาแต่กลายๆ แล้ว ผมนัดเจอคนคนหนึ่งไว้ที่หลังห้องน้ำ
“โอ๊ะ ว่าไงเลออน”
ภาพที่ผมเห็นคือนักเรียนชายปี1ห้อง10กำลังดูดบุหรี่อยู่ คนที่เป็แกนนำคือเวฟ เขาเริ่มดูดบุหรี่ั้แ่่ปิดเทอมตอนนี้เหมือนเขาจะเข้ากับเพื่อนร่วมห้องได้ดีตอนปฐมเทศ เพราะเขาถือเป็ดาวเด่นในปี1เลยเพราะมีสกิลแรงค์A
“เวฟ นายนี่เบาๆ ลงหน่อย ขอฉันตัวหนึ่งดิ”
“นี่แก ดูดบุหรี่เป็ด้วย? ”
“อะไรวะ ฉันดูดไม่ได้รึไง? ”
ผมเคยติดบุหรี่ก็่นี้เมื่อชาติก่อนสาเหตุเพราะถูกเวฟชวนผมแค่ลองตอนแรกๆ หลังๆ ผมก็ติดมัน กว่าจะเลิกได้ก็นานเลย
“เห้ยแก เอาบุหรี่ให้เพื่อนฉันตัวสิ”
เวฟหันไปบอกเพื่อนกลุ่มที่ติดตามเขามา เพื่อนคนนั้นโยนบุหรี่มาให้ผม
“อ่ะ ลืมแนะนำไอ้นี่เลออนอยู่ห้อง1มันไม่มีสกิลนะ น่าจะคนเดียวในโรงเรียนแต่อย่าไปรังแกมันนะมันเพื่อนของฉัน”
ผมหยิบบุหรี่และมีเพื่อนอีกคนของเวฟจุดไฟแช็กให้ ผมดูดมันและพ่นควันออกมาจากนั้นก็มีเพื่อนในกลุ่มของเวฟพูดออกมา
“ไอ้นี่มัน ไม่ธรรมดานี่หว่า”
“ฉันก็นึกว่าเป็พวกเด็กเนิร์ดที่เอาแต่เรียนสะอีก555”
เพื่อนๆ ของเวฟดูท่าชอบใจผม การได้ยอมรับจากกลุ่มเพื่อนน่ะ ต้องทำให้พวกเขาเห็นว่าเราเป็พวกเดียวกัน ว่าเราเองก็ทำได้เหมือนพวกเขา หลักการสำคัญคือการเลียนแบบทั้งพฤติกรรมและการกระทำถึงจะได้ความไว้เนื้อเชื่อใจอีกฝ่าย จากนั้นผมและกลุ่มเพื่อนของเวฟก็แนะนำตัวกันและดูดบุหรี่ไปพลาง
“เออนี่ เลออนนายโอเคไหมเื่ปฐมนิเทศเมื่อวาน ฉันอยู่ห่างจากห้องนายเลยช่วยอะไรไม่ได้ไอ้ผอ.นั่นอคติชะมัด”
“ช่างเถอะฉันไม่ได้แคร์อะไรขนาดนั้น”
พวกเราแลกเปลี่ยนความคิดกันพร้อมกับดูดบุหรี่ไปด้วย
“นี่ เวฟช่วยฉันอย่างสิ”
“หื้มว่าไง ได้ทุกเื่ละสำหรับเพื่อนสนิท”
“1ปีจากนี้เวลาเจอฉันอย่าเข้ามาคุยกับฉันต่อหน้าคนในโรงเรียน”
“หะ ทำไปเพื่อ??? ”
ผมยิ้มในมุมปาก
“แค่จะทำเื่สนุกๆ หน่อยนะ เอาหูมานี่สิฉันจะบอกแผนของฉันและสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตรับรองแกต้องสนุกกับแผนนี่แน่นอน”
ผมกระซิบแผนให้เวฟฟังถึงแผนที่ผมวางเอาไว้ เมื่อพูดเสร็จดวงตาของเวฟก็เบิกโพลง และทึ่งไปกับแผนนั่น
“เป็ไงจะร่วมมือไหม”
“กะ….แกนี่มันน่าสนุกมากไม่ใช่หรอ555”
เวฟพูดด้วยความตื่นเต้น
“โอเคฉันเอาด้วย1ปีต่อจากนี้ฉันจะทำตามที่นายขอ มันจะต้องสนุกมากๆ แน่ๆ 5555”
เพื่อนๆ ของเวฟต่างงุนงงกับสถานการณ์นี้ บุหรี่ผมใกล้หมดและธุระเองก็หมดแล้วผมดีดบุหรี่ทิ้งและกลับไปที่โรงอาหารเพื่อกินข้าว
เวฟเองก็ยังตื่นเต้นกับแผนของผม
“มีอะไรหรอเวฟดูท่าทางจะสนุก”
“ฮะ…ฮ่าๆๆๆ พวกแกไอ้หมอนั่นเลออน มันน่ากลัวมากเลยละ อย่าไปหาเื่มันละ เห็นแบบนี้แต่มันค่อนข้างที่จะจริงจังเกินคาดเลย ฮ่ะๆๆๆ ”
เวฟไม่ได้บอกแผนอะไรกับเพื่อน แต่เพียงแค่เตือนเพื่อนร่วมห้องเขาเองเท่านั้น…
ผมเดินมาที่โรงอาหารคนเดียวและเดินไปซื้ออาหารและกำลังมองหาโต๊ะ
เอ๊ะ…
ผมหันไปเจอโรสกำลังนั่งกินข้าวกับประธานสภานักเรียน ทุกสายตาในโรงอาหารก็มองที่พวกเขาเป็ระยะๆ
งั้นหรอ
ถ้าเป็ผู้ชายคนนี้อาจทำให้เธอมีความสุขได้ก็ได้นะ ดูเหมาะสมกันดีนะ ผมพูดไปด้วยความยินดีก็จริงแต่ภายในมันเ็ปที่ต้องเห็นเธออยู่กับผู้ชายคนอื่น แต่ก็นะปล่อยไว้แบบนี้นะดีแล้วละ
ผมนั่งกินข้าวที่โต๊ะคนเดียวเงียบๆ เสียงโรงอาหารค่อนข้างดังมากจึงไม่มีใครสนใจใครเท่าไหร่
แต่ไม่นานความเงียบก็มาเยือน
บรรยากาศของโรงอาหารได้เงียบลง มีแต่เสียงของกลุ่มนักเรียนปี2 กลุ่มนี้มีจำนวน10คนเดินมาเป็กลุ่ม พร้อมกับแผ่รังสีอำมหิตที่น่ากลัวออกมา
คนที่นำมาเป็ชายหัวโล้น และมีคนรอบตัวเขาอีก9คนคอยอำนวยความสะดวกให้
ทันใดนั้นคนที่อยู่โต๊ะข้างหลังผมก็พูดประโยค1ออกมาเบาๆ ภายใต้บรรยากาศโรงอาหารที่เงียบสงบ
“นะ…นั่นมันแก๊งone king!!!”
แก๊ง one king แก๊งนักเลงอันดับ2ของโรงเรียน
ระหว่างที่พวกเขาเดินก็มีกลุ่มชายอีกคนเดินมาเป็ขบวนจำนวน10คนเท่าๆ กัน
“อะ….อ่ะนั้นมันแก๊ง แบล็กเดย์ แก๊งอันดับ3!!!!”
ทั้ง2กลุ่มกำลังยืนขว้างทางกันและกันในที่ตรงนั้นไม่มีใครกล้าขยับตัวไปไหนเลยสักคน มีแต่บรรยากาศของความเงียบสงบไปชั่วครู่
และแล้วหัวหน้าแก๊งone kingที่อยู่ข้างหลังก็พูดออกมา
“พี่ปี3ช่วยหลบทางให้หน่อยได้ไหมครับมันเกะกะ”
“อ่า ไอ้เวรนี้กล้าพูดกับลูกพี่อย่างงี้หรอ!”
บรรยากาศเริ่มร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ ทันใดนั้นคนที่เข้ามาแทรกตรงกลางระหว่างทั้ง2ก็ปรากฏขึ้น
“พอแค่นั้นละ”
ประธานนักเรียนชายรูปร่างอย่างกับนายแบบที่นั่งกินข้าวกับโรสเมื่อกี้พุ่งเข้าไปแทรกตรงกลางั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ลูกน้องทั้ง2ฝ่านมีท่าทีที่ไม่พอใจ
“ ‘ชิ’ ”
แต่ตัวหัวหน้าของทั้ง2กลับไม่มีท่าทีอะไรเป็พิเศษและเดินจากไปอย่างสงบ บรรยากาศเริ่มกลับมาเป็เหมือนเดิม จู่ๆ ก็มีนักเรียนที่นั่งกินข้าวข้างหลังผมะโขึ้นมา
“สุดยอดเลยครับประธานนักเรียนของเรา!”
จากนั่นก็มีเสียงชมขึ้นมาเรื่อยๆ และประธานคนนั้นก็กลับไปนั่งกินข้าวกับโรสต่อ
แต่เสียงนินทายังไม่หยุด
“เฮ้ ดูนั่นสิประธานนักเรียนกับ….”
“เทพธิดาของปี1 อย่าบอกนะว่า…พวกเขากำลังเดตกัน!”
เริ่มมีเสียงลือกันไปทั่วโรงอาหารว่า โรสนักเรียนตัวอย่างกำลังเดตกับประธานในกลางโรงอาหาร
บอกตามตรงรสชาติอาหารของผมจืดไปเลย จนผมกินต่อไม่ไหวจนต้องรีบออกมาจากตั้งนั้น ผมตัดสินใจลุกออกมา และเหลียวมองไปที่นั่งพวกเขา พวกเขากำลังคุยอย่างสนุกสนาน ไม่นานเธอก็รู้สึกถึงสายตาของผม เธอหันมามองผมแต่ผมหันหน้าหนีทันที ผมเดินเอาจานไปเก็บ
“ทรมานชะมัด”
------------------------------------------------
ฉันมาถึงที่ห้องสภานักเรียนในตอนเที่ยง และเดินเข้าไปเจอประธานกำลังนั่งทำงานอยู่
“อ้าวโรส โทษทีนะพอดีงานเสร็จแล้วนะ”
“อ่อ งั้นฉันขอ—”
“ไหนๆ ก็มาแล้วเราไปกินข้าวด้วยกันเถอะ แป๊บนะฉันเก็บของก่อน”
นี่ไม่ใช่คำชวนนี่มันคำสั่งชัดๆ เอาเถอะเราเองก็จะไปกินข้าวอยู่แล้วนิไม่เป็ไรหรอก
ฉันกับประธานเดินมาที่โรงอาหารทันทีที่มาถึงก็มีสายตาจับจ้องมาที่เรา ถึงตอนนี้ฉันจะมีสีหน้าที่ไร้อารมณ์แต่ข้างในมันอึดอัดสุดๆ เพราะแค่เดินมาก็มีเสียงแว่วๆ ออกมาจากรอบข้างแล้วว่า
“นี่พวกเขาเดตกันหรอ”
“ประธานกับเทพธิปี1เข้ากันได้ดีที่สุด”
“คู่รักสุดเพอร์เฟค”
ฉันรู้สึกอึดอัดระหว่างที่ต่อแถวซื้ออาหาร จากนั้นประธานก็เปิดประเด็นเื่เมื่อกี้
“อึดอัดรึเปล่าโรส”
“ไม่เป็ไรค่ะฉันชินแล้ว”
ฉันตอบไปเพื่อรักษาน้ำใจแต่ภายในใจของฉันอึดอัดสุดๆ เมื่อซื้ออาหารเสร็จเราก็หาโต๊ะนั่งกินกันสายตายังมองที่พวกเราอย่างไม่หยุด ฉันเจอโต๊ะและนั่งกินกับประธาน2ต่อ2 ฉันกินไปได้สักพัก พลางกับมองรอบๆ โรงอาหาร จนฉันสะดุดตากับเพื่อนร่วมฉันคนหนึ่ง
เลออน อาเคออส เดินเข้ามาทางด้านหน้าโรงอาหาร ทำไมนะ ทำไมฉันถึงมองเห็นเขาในที่ ที่มีคนเยอะขนาดนี้ด้วย ฉันแอบมองเขาเป็ระยะๆ
“มองอะไรอยู่หรอ”
ประธานที่เห็นท่าทีของฉันที่ไม่มีสมาธิกับการกินข้าวก็เปิดปากถามประเด็น
“อ่อคือว่า เพื่อนร่วมห้องนะคะ เขามีปัญหาั้แ่วันแรก แต่เหมือนเขาไม่้าความช่วยเลยฉันควรทำไงกับเขาดีค่ะ”
ฉันไม่เก็บสงสัยของฉันไว้คนเดียวเลยตัดสินใจที่จะปรึกษาประธานสภานักเรียน
“เลออน เลออน เลออน”
ประธานวางซ้อมและใช้นิ้วซ้ายเคาะที่โต๊ะพร้อมกับเงยหน้าคิดเล็กน้อยพลางกำลังคิดชื่อนั้นในหัว เพราะเขาคุ้นๆ ชื่อนี้
“อ่อ เด็กที่ไร้เมล็ดพันธุ์นั่นนะหรอ อย่าใส่ใจเลยโรงเรียนนี้มีขนาดใหญ่เราไม่ต้องใส่ใจทุกคนหรอกแม้จะเป็สภานักเรียนเราดูแลไม่หมดหรอก หากเขาไม่้าความช่วยเหลือก็แปลว่าเขาไม่อยากให้ยุ่ง”
แม้แต่ประธานก็ไม่มีทางออกให้ ช่างเขาละกัน ฉันคิดแบบนั้นและตัดสินใจที่จะไม่สนใจเขาอีกแล้วละ ในเมื่อเขาไม่้า ฉันก็จะไม่ยุ่ง
ระหว่างที่เรากำลังกินข้าวก็มีกลุ่มแก๊งอันธพาลเดินมาที่โรงอาหาร แต่ประธานก็เข้าไปคลื่คลายปัญหาได้ ฉันกับเขาคุยกันเื่ที่เกิดขึ้น พอคุยไปได้สักพักฉันรู้สึกเหมือนมีคนมองมาที่ฉัน ฉันเลยเงยหน้ามอง ทันทีที่ฉันมองไปเขากลับหลบหน้า เลออน กำลังมองมาที่ฉัน ทำไมละ? เห้อพอทีฉันจะไม่สนใจเื่เขาแล้ว สมาธิฉันคงหลุดพอดีถ้าเอาแต่คิดเื่ของเขา
พักเที่ยงเสร็จฉันก็เดินกลับไปที่ห้องเรียน ตอนนี้ยังไม่มีใครมาเลยสินะ เพราะว่าพวกคนส่วนใหญ่มักใช้เวลาพักเที่ยงไปกับการเดินเล่นซะส่วนใหญ่ แต่คนประเภทรักสันโดษแบบฉันไม่ชอบอะไรแบบนั้นก็เลยมานั่งรอที่ห้อง นั่งไปได้สักก็เริ่มได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านนอกทางเดิน ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และคนนั้นปรากฏตัวไม่ใช่ใครที่ไหน เลออน
เขาเดินมาทางนี้ ที่นั่งข้างๆ ฉันและนั่งลง ต่อจากนั้นก็ฟุบหลับไปกับโต๊ะ โดยไม่สนใจอะไรฉันเลย แต่ว่าการนั่งครั้งนี้ต่างออกไป ฉันได้กลิ่นเหม็นๆ จากการเผาไหม้อะไรบางอย่างจากตัวเขา
“นี่ เลออนนายสูบบุหรี่หรอ!!”
ใช่นี่คือกลิ่นบุหรี่ ทำไมคนอย่างเขาถึงทำมันละ เขาไม่น่าจะใช่คนแบบนี้ ฉันคิดว่าฉันพอมองคนออกแต่คนคนนี้ฉันกลับไม่รู้อะไรเลย ทั้งการวางตัวที่เหมือนผู้ใหญ่ การนิ่งสงบ ความอดทน ความใจเย็นในตัวเขา
“อืม”
เขาตอบฉันกลับมา โดยไม่โกหก
“รู้ใช่ไหมฉันเป็สภานักเรียน”
ฉันเริ่มที่จะตะคอกใส่เขานี่เป็ครั้งแรกั้แ่มาที่นี่ หมอนี่เริ่มทำฉันอารมณ์เสียด้วยการพูดว่า ใช่แล้วครับผมสูบบุหรี่มาครับคุณสภานักเรียน ฉันเริ่มหงุดหงิดกับตัวเขานิดหน่อยแล้ว
“อืม เธอใช้ชีวิตของเธอไป ฉันก็จะใช้ชีวิตของฉันอย่าเข้ามายุ่งกับฉันก็พออย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ”
อีกแล้ว เขาเอาอีกแล้ว ฉันพยายามอดทนอย่างสุดความสามารถกับผู้ชายคนนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็มีจุดที่สบายใจแปลกๆ มันคืออะไรความรู้สึกนี้ ทันใดนั้นก็เริ่มมีเสียงฝีเท้าหลายคนกำลังมา เป็เพื่อนร่วมห้องที่ทยอยกันเข้ามา บทสนทนาของพวกเราได้จบลง ไม่มีอะไรต่อจากนี้อีกแล้ว
ชั่วโมงของการเรียนภาคบ่ายเริ่มต้นขึ้น เริ่มต้นด้วยการโฮมรูมก่อนตอนเช้าครูติดธุระเลยไม่ได้เข้ามาโฮมรูม
“เอาละนักเรียน เลือกเสนอชื่อคนที่อยากให้เป็หัวหน้าห้องขึ้นมา”
ทันทีที่ครูจบทุกสายตาก็จับจ้องมาที่ฉัน
“ ‘เอ๊ะ’ ”
ทันใดนั้นคนทั้งห้องต่างยกมือเสนอชื่อฉันกัน เฮ้อนี่ฉันต้องมาคอยดูแลพวกเขาอีกหรอเนี่ยแต่ว่าชายที่นั่งข้างๆ ฉันกลับไม่มีท่าทีแสดงความยินดียินร้ายอะไร ทำไมฉันถึงหงุดหงิดกับหมอนี่นะ
“งั้นก็สรุปว่า โรส อารีน่า โซโลเลฟคือหัวหน้าสินะ ฝากดูแลนักเรียนในห้องทุกคนด้วยนะ”
ครูพูดเสร็จก็เดินออกจากห้องไป ทุกคนต่างเข้ามาพูดคุยกับฉัน
“ฝากด้วยนะหัวหน้าห้อง”
“อ่ะอือ”
“ฝากดูแลหัวใจผมด้วยนะครับหัวหน้า”
“เห้ยไอ้หมอนี่มันม่ออย่างงี้เลยหรอ”
“ใครเร็วใครได้เว้ย!”
ทุกคนพูดและหัวเราะกันไปกับฉัน และแล้วจู่ๆ ก็มีนักเรียนจากหลังห้องคนหนึ่งปากระดาษใส่ชายที่นั่งข้างๆ ฉัน
“เห้ยมนุษย์ลิง แกนะไม่พูดอะไรหน่อยหรออุส่าได้นั่งข้างเทพธิดา แต่กลับทำตัวเหมือนตัวเองโชคร้าย”
ชายหลังห้องคนนั้นชื่อริว เข้ามาอันดับที่20พอดี ทันใดนั้นเลออนเองก็พูดสวนออกไป
ริว สกิล [อาณาเขตแห่งพิษ] แรงค์ B
สกิลนี้สามารถทำให้ สกิลของอีกฝ่ายไร้ผลเมื่ออยู่ใกล้เขา รู้สึกว่าสกิลเขามีอาณาเขตสูงถึง 50เมตรเลยทีเดียว นอกจากนี้เขายังเพิ่มพละกำลังของตัวเองเป็2เท่า-5เท่าในบริเวณอาณาเขตของเขาอีกด้วย เป็คู่ต่อสู้ที่สู้ได้ยากมานอกจากสกิลจะใช้กับเขาไม่ได้ผลในอาณาเขตของเขาแล้ว เขายังแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย แต่ข้อเสียคือสกิลนี้ก็ใช้พลังงานมากยิ่งการต่อสู้ที่ยาวนานเขาก็จะอ่อนแอลงตามเวลา
“งั้นแกมานั่งแทนฉันไหมล่ะ ฉันไม่มีปัญหานะ”
ทันทีที่เลออนพูดจบริวก็ลุกขึ้นยืน
“เห้ย พูดแบบนั้นมันไม่ให้เกียรติโรสที่แกนั่งอยู่ข้างๆ เลยนะ”
“ไม่เป็ไรริว ฉันไม่ถือ”
ฉันรีบออกตัวปัดไปว่าไม่ได้สนใจเื่นี้ แต่ว่ามันสายไปซะแล้วสิ่งที่เลออนพูดมันทำให้คนในห้องเกียจเขามากขึ้น เพราะการที่เขาพูดว่ามานั่งแทนฉันไหม ก็เหมือนกับการสละที่นั่งอันทรงเกียรติไป และปฏิเสธตัวฉันเอง
“เออ ไอ้เลออน แกเป็มนุษย์ลิงอย่าทำตัวให้ห้าวมาก”
ทุกคนเริ่มที่จะรุมต่อว่าเลออนแต่ทันใดนั้นเลออนก็หยิบหูฟังขึ้นมา ฟังเพลงอย่างหน้าไม่อาย
ริวที่เห็นปฏิกิริยานั่นก็ทนไม่ไหวเดินมาจากข้างหลังห้องและกระชากคอเสื้อเลออน
“ดะ…เดี๋ยว”
ฉันพยายามจะห้ามพวกเขาแต่ว่าคนในห้องกลับส่งเสียงเชียร์ซะงั้น
“ฉันจะเปลี่ยนใบหน้าที่เรียบเฉยของแกซะ ไอ้เล…”
พัวะ ฉันที่หมดความอดทนกับความวุ่นวาย ได้ใช้สกิล ปีกนกของฉันตบริวกระเด็นไปถึงหน้าห้อง
ต่อจากนั้นฉันก็ลุกขึ้นพูดต่อ
“ฟังนะ ในเมื่อเลือกฉันเป็หัวหน้าห้องแล้ว ก็ต้องฟังฉันสิฉันอุตส่าห์บอกให้หยุดก็ไม่มีใครหยุด มันใช่เื่หรอที่ต้องมาทะเลาะกันเพราะคนคนเดียวอย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ!”
จากนั้นฉันก็เก็บปีกหลัง แต่ทว่า
“ไม่ต้องสนใจฉัน”
เลออน ที่เมื่อกี้เกือบโดนต่อยก็ได้พูดคำนั้นออกมา คนในห้องเกือบจะเชื่อฟังฉันแล้วแต่ว่าเขาเลือกที่จะทำลายตัวเอง และความโกรธแค้นต่อตัวเขาก็ได้ก่อตัวขึ้น