บทที่ 153
เรื่องซุบซิบ
“ ข่าวของข้าอย่างนั้นหรือเจ้าพูดเรื่องอันใดน่ะ? ” ซูฉีสงสัย
นางคงยังไม่รู้ว่าตอนนี้ภายในเมือง กำลังพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องนางกันยกใหญ่
ลี่ถังได้เริ่มเล่าเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นให้กับคุณหนูของนาง นางเล่าทุกอย่างอย่างละเอียด
ซูฉีได้ฟังเรื่องทุกอย่างที่สาวใช้คนสนิทของตนเองนั้นเล่า หลังจากที่นางได้รับฟังเรื่องทั้งหมดแล้ว
ใบหน้าของนางเริ่มเปลี่ยนไป ดวงตาเบิกกว้างขึ้นบนใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกตกใจ
ก่อนที่เมื่อฟังจนจบจะส่งเสียงโวยวายขึ้นมายกใจ “ ว่าอย่างไรนะ!!! ”
“ เหตุใดจึงมีเรื่องเช่นนี้หลุดรอดออกมาได้ ”
“ ผู้ใดเป็นคนพูดกัน ” ซูฉียกมือกุมขมับ
“ ข้าเองก็ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เจ้าค่ะแต่ว่าในตอนนี้ผู้คนในเมืองพากันพูดเกี่ยวกับเรื่องของท่านและก็ท่านแม่ทัพใหญ่กันยกใหญ่แล้ว ”
“ จนตอนนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ผู้คนภายในเมืองพากันพูดถึง ”
“ เกรงว่าอีกไม่นานข่าวนี้คงจะไม่พ้นว่ากระจายไปตามเมืองต่างๆอย่างแน่นอน ” ลี่ถังใบหน้าของนางเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ
นางก็กังวลเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน ในตอนนี้ภายในเมืองแห่งนี้มีข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ของซูฉีและแม่ทัพหวง
ตอนนี้เรื่องนั้นมันถูกพูดถึงกันเป็นอย่างมาก ผู้คนมากมายพากันพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้พากันตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับตัวของนาง
แน่นอนว่าซูฉีมีชื่อเสียงภายในเมืองแห่งนี้อยู่แล้ว แต่นางก็ไม่ค่อยจะแสดงตัวสักเท่าไหร่
แต่สำหรับแม่ทัพหวงต่างกันออกไปเขาเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ไม่ใช่เพียงแค่ภายในเมืองแห่งนี้แม้แต่เมืองหลวงก็มีชื่อเสียงของเขากระจายไปทั่ว
ตัวตนอย่างหวงเจียวลู่พิเศษเกินไป ผู้คนมากมายรู้จักเขาไม่เพียงพอยังรู้ด้วยว่าตัวของเขานั้นมีอำนาจมากมาย
ลำพังเพียงแค่กองทัพที่กลุ่มอยู่ก็สามารถถล่มทั้งอาณาจักรได้แล้ว แต่ว่าก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีข่าวเกี่ยวกับเรื่องตัวตนของคนพวกนี้หลุดออกมาเลย
เรียกง่ายๆว่าเขานั้นแทบจะไม่มีผู้ใดรู้เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ครอบครัว หรือว่าคนรักไปด้วยซ้ำ
คนที่มีอำนาจมากมายอย่างหวงเจียวลู่ไม่เคยมีฮูหยิน ผู้คนภายในเมืองหลวงพากันคิดว่าที่เขาไม่ได้ตกแต่งสตรีนังใดเป็นเพราะว่าตัวของเขานั้นมีหน้าตาอัปลักษณ์
แต่ว่าสำหรับผู้คนที่อยู่ชายแดนรู้ดีอยู่แล้วว่าหวงเจียวลู่เป็นแม่ทัพผู้หล่อเหลา แต่ก็น่าประหลาดใจที่แม่ทัพผู้นี้ไม่ได้ตกแต่งสตรีนางใดเลยสัก
เกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นปริศนามาจนถึงปัจจุบัน แต่ในยามนี้อยู่ๆก็มีผู้คนพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องซูฉีแล้วก็แม่ทับหนุ่ม
จึงกลายเป็นว่าทั้งสองกลายเป็นที่พูดถึงของผู้คนภายในเมือง ลี่ถังแสดงแววตากังวล “ คุณหนูเจ้าคะ ”
“ ท่านแม่ทัพแน่นอนว่ามีทั้งอำนาจและก็มีทั้งกำลัง แน่นอนว่าถ้าคุณหนูตกแต่งกับท่านแม่ทัพท่านคงจะสุขสบาย ”
“ แต่ว่ามีสิ่งที่บ่าวนั้นกำลังกังวลอยู่ ”
“ นั่นก็คือศัตรูของท่านแม่ทัพเองก็มีมากมายเช่นเดียวกัน ”
“ ข้าเองก็เกรงว่าถ้าเกิดว่าคุณหนูแต่งงานออกไป แล้วศัตรูของท่านแม่ทัพจ้องเล่นงานคุณหนูขึ้นมามันจะเกิดกลายเป็นเรื่องใหญ่ ”
“ มันคือความปลอดภัยของคุณหนูเลยนะเจ้าคะ”
“ ในตอนนี้ผู้คนภายในเมืองจำนวนมากพากันพูดถึงเกี่ยวกับตัวของคุณหนู ข้าเองก็เกรงว่าคนที่ไม่ประสงค์ร้ายจะมุ่งเป้ามาที่คุณหนูด้วยเช่นเดียวกัน ” นางพูดพร้อมกับแสดงใบหน้ากังวล
ลี่ถังถึงแม้ว่าอยากจะให้คุณหนูของนางออกเรือนสักเท่าไหร่ แต่ว่าถ้าต้องออกเรือนกับแม่ทัพหนุ่มที่มีศัตรูมากมาย นางเองก็อดที่จะกังวลไม่ได้
“ เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว ”
“ เกี่ยวกับเรื่องคนที่มาเล่นงานข้าไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเรื่องนั้นหรอก ”
“ แต่สิ่งที่ข้ากำลังคิดอยู่ก็คือเหตุใดผู้คนภายในเมืองจึงรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้ใดเป็นคนเอาไปบอกผู้คนภายในเมืองกัน ”
“ แล้วเช่นนี้ถ้าข้าเดินไปไหนมาไหนไม่ใช่ว่าจะมีแต่ผู้คนจับตามองอย่างนั้นหรือ ” ซูฉีนางไม่ได้อยากทำตัวเป็นเป้าสายตา
อย่างที่รู้กันดีว่านางบริหารกิจการยอมรับทรัพย์อยู่เบื้องหลัง เพราะว่าตนเองนั้นไม่อยากทำตัวโดดเด่น
แต่ในยามนี้กลับกลายเป็นว่าผู้คนมากมายเริ่มให้ความสนใจกับนางมากขึ้น มันอาจจะทำให้นางกลายเป็นที่สนใจกับผู้คนภายในเมือง
“ ถือว่าเกี่ยวกับเรื่องนั้นรู้สึกว่าจะพูดกันในวงเหล้าเจ้าค่ะ”
“ วงเหล้าอย่างมันรึ ”
“ ใช่แล้วเจ้าค่ะวงเหล้า ก่อนหน้านี้คุณหนูก็เห็นมีเจ้าเขาว่ามีผู้คุ้มกันที่ยืนอารักขาท่านแม่ทัพอยู่ประมาณ 2-3 คน ”
“ คือว่าหลังจากเหตุการณ์ในตอนนั้นรู้สึกว่าทหารพวกนั้นจะไปดื่มสุราต่อ”
“ หลังจากที่ไปดื่มสุราและก็เลยทำให้พวกเขานั้นเมาแล้วก็เผลอพูดเกี่ยวกับเรื่องนั้นออกมาในวงเหล้า ”
“ กลายเป็นว่าเพียงแค่ชั่วข้ามคืนมันเลยกลายเป็นที่พูดถึงของผู้คนจำนวนมาก อย่างที่เห็นนั่นแหละเจ้าค่ะ ” ลี่ถังอธิบายเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมด
“ อ๊าก!!! ” ซูฉีส่งเสียงกรีดร้องออกมา
นางได้แต่กุมขมับเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น
“ นี่มันเรื่องอะไรกันข้าเพียงแค่อยากจะใช้ชีวิตภายในชายแดนอย่างสงบเท่านั้น ”
“ แล้วดูนี่สิเหตุใดจึงเป็นแบบนี้ไปได้ ”
“ ข้าเองก็ไม่รู้เช่นเดียวกันเจ้าค่ะคุณหนู ”
“ ไป!! ” ซูฉีลุกขึ้น
“ ไปไหนเจ้าคะ ”
“ ไปที่กองทัพกัน เรื่องนี้ข้าต้องพูดกับแม่ทัพใหญ่ให้รู้เรื่อง ”
“ จะไปดูด้วยว่าพวกเขานั้นคิดเช่นไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ”
“ แล้วอาหารพวกนี้ ”
“ ถ้ากินไม่ลงแล้วรีบไปก่อนในตอนนี้ยังไม่เช้ามากนัก คนออกมายังไม่มากพวกเราเดินทางคงจะมีผู้คนมองไม่มาก ”
“ แต่ว่าถ้าสายกว่านี้ถ้าเกิดเดินไปเราก็คงจะมีผู้คนมากมายจับจ้อง เอาเป็นว่ารีบเดินทางกัน ” ซูฉีเร่งฝีเท้าเดินทางไปยังกองทัพเกราะดำ
นางต้องการไปพบท่านแม่ทัพเพื่อที่จะถามเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น อย่างไรเสียคนที่เป็นที่พูดถึงมันก็ไม่ได้มีเพียงแค่นางคนเดียว
แม่ทัพหวงเจียวลู่เองก็เป็นอีกหนึ่งคนที่โดนผู้คนภายในเมืองพูดถึงเช่นเดียวกันเพราะแบบนั้นต้องเดินทางไปพบเขา
…
ในขณะเดียวกัน
ณ กองทัพเกราะดำ
กระโจมแม่ทัพที่มีหวงเจียวลู่กำลังนั่งทำงานอย่างใจจดใจจ่อ ภายในกระโจมแห่งนี้มีสือหยางที่ยืนอยู่ด้านหลัง
สือหยางที่กำลังยืนอยู่ด้านหลังเงียบสนิท แต่บนใบหน้าเต็มไปด้วยคำถามมากมาย จ้องมองแม่ทัพของตนเองอย่างไม่ละสายตา
หวงเจียวลู่ที่กำลังตรวจตางานของตนอยู่ถามขึ้น “ เจ้าดูเหมือนว่าจะมีเรื่องอะไรอยากจะพูด เป็นอะไรจ้องอยู่เช่นนั้นมาสักพักแล้ว ”
“ คือว่าท่านแม่ทัพ เรื่องของท่านกับคุณหนูซูไม่จริงใช่หรือไม่ขอรับ ” สือหยางได้เวลาถามในสิ่งที่ตนเองกำลังสงสัย
“ ก็เป็นอย่างที่เจ้ารู้นั่นแหละแล้วก็เป็นอย่างที่ผู้คนภายในเมืองกำลังพูดกัน ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นสือหยางถึงกับอ้าปากค้าง
“ นี่มัน… ”
จบบท