บทที่ 9 วิชากระบี่ตัดอารมณ์ไท่ซ่าง (รีไรต์)
ปราณกระบี่วิถีอาฆาตสายหนึ่งพุ่งออกจากกระบี่เฮยเฟิงเข้าใส่เมิ่งฝาน
ทันทีที่จิตอาฆาตกระบี่แทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย ร่างทั้งร่างของเมิ่งฝานก็สั่นสะท้าน
ความเ็ปที่ไม่เคยััมาก่อนแผ่ซ่านไปทั่วร่าง รุนแรงถึงขั้นทำให้รู้สึกเหมือนจะขาดใจตาย
จิตอาฆาตกระบี่ของกระบี่เฮยเฟิงเล่มนี้รุนแรงและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากระบี่หลายเล่มก่อนหน้านี้เสียอีก!
'วิถีกระบี่หยั่งรู้เทพ' ทำงาน เริ่มกลั่นกรองจิตอาฆาตกระบี่ของกระบี่เฮยเฟิง
ทว่าครั้งนี้กลับยากลำบากกว่าเดิมมาก
ร่างกายของเมิ่งฝานเ็ปราวกับถูกมดนับไม่ถ้วนรุมกัดกิน
ร่างกายของเขาจึงสั่นเทาและชักกระตุกอย่างห้ามไม่ได้
ในขณะเดียวกันภาพเหตุการณ์บางอย่างก็ผุดขึ้นในห้วงคำนึงของเมิ่งฝาน
บนหน้าผาสูงชัน ชายผู้หนึ่งสวมชุดสีเขียวถือกระบี่ชี้ไปยังหญิงสาวในชุดสีขาว
หญิงสาวมองชายผู้นั้นด้วยใบหน้าโศกเศร้า น้ำตานองหน้า
"หลี่ชิงอวิ๋น ท่านใจคอโเี้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ข้าเป็ภรรยาของท่านนะ และในท้องนี้ก็ยังมีลูกของท่านอยู่ด้วย"
สีหน้าของชายผู้นั้นดูสับสนมีความลังเลฉายชัดอยู่บ้าง แต่ไม่นานก็กลับมาเ็าดังเดิม
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า "ชิวเอ๋อร์ ข้าขอโทษ หวังว่าชาติหน้าเ้าจะไม่ต้องมาพบกับข้าอีก"
หญิงสาวที่ชื่อชิวเอ๋อร์ลูบท้องของตนเอง
"หลี่ชิงอวิ๋น ท่านลงมือเถิด ข้าไม่เชื่อว่าท่านจะใจดำอำมหิตไร้เยื่อใยถึงขั้นฆ่าลูกเมียตัวเองได้!"
"ข้าจำเป็ต้องทำ ข้าต้องฝึกวิชากระบี่ตัดอารมณ์ไท่ซ่างให้สำเร็จ เพื่อวิชากระบี่เล่มนี้ ข้าสูญเสียไปมากมายเหลือเกิน"
ชิวเอ๋อร์ะโด้วยความโกรธ "ท่านสูญเสียอะไร? วิชากระบี่เพียงวิชาเดียวมันสำคัญถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?"
"ชิวเอ๋อร์ ความจริงมีเื่หนึ่งที่ข้าหลอกเ้ามาตลอด คนร้ายที่ฆ่าล้างตระกูลหลี่ของข้า ไม่ใช่จอมมารโลหิตผู้ฉาวโฉ่แห่งยุทธภพ"
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้หลี่ชิงอวิ๋นถอนหายใจ สีหน้าดูซับซ้อนอย่างยิ่ง
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่ชิงอวิ๋น ในใจของชิวเอ๋อร์ก็ผุดความสงสัยที่น่าเหลือเชื่อขึ้นมา
นางมองหลี่ชิงอวิ๋นด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด ราวกับกำลังมองปีศาจร้ายที่คลานขึ้นมาจากขุมนรก
"ดูท่าเ้าคงเดาได้แล้ว ตระกูลหลี่ถูกข้าลงมือฆ่าล้างด้วยมือของข้าเอง
ที่ข้าฆ่าล้างตระกูลตนเอง ก็เพื่อให้ฝึกวิชากระบี่ตัดอารมณ์ไท่ซ่างจนสำเร็จ ด้วยวิธีนี้ข้าจึงจะมีพลังพอที่จะขึ้นเป็เ้าสำนักของสำนักกระบี่อู๋จี๋
น่าเสียดาย จนถึงตอนนี้ข้าก็ยังฝึกวิชากระบี่นี้ไม่สำเร็จ เพราะข้ายังไร้เยื่อใยไม่พอ
เพราะเ้า... ยังมีชีวิตอยู่!"
คำพูดของหลี่ชิงอวิ๋นทำให้ชิวเอ๋อร์สูญเสียศรัทธาสุดท้ายในชีวิตไป
วินาทีนั้นนางราวกับถูกพรากิญญาไปกลายเป็เพียงร่างที่ว่างเปล่า
ชายที่นางรักสุดหัวใจ กลับเป็ปีศาจที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ ความรักของนางช่างเป็เื่ตลกสิ้นดี
คนที่สามารถฆ่าล้างตระกูลตัวเองได้ ยังนับว่าเป็คนได้อีกหรือ?
ปีศาจที่น่ากลัวที่สุดในโลก ก็คงไม่เกินไปกว่านี้แล้ว!
นางค่อย ๆ หลับตาลง ยามนี้นางรู้สึกว่าความตายคือการปลดปล่อยและเป็ทางออกสุดท้ายของนาง
ต่อให้รอดชีวิตไปได้ จะมีความหมายอะไร?
เพียงแต่น่าสงสารลูกน้อยในท้องที่ยังไม่ได้ลืมตาดูโลก!
ไม่ว่าเด็กคนนี้จะเกิดมาหรือไม่ ก็ล้วนเป็โศกนาฏกรรมอย่างที่สุด
แสงกระบี่สายหนึ่งวาบขึ้นบนหน้าผา
นี่คือวิชากระบี่ตัดอารมณ์ไท่ซ่างที่หลี่ชิงอวิ๋นปรารถนาจะได้
ในตอนนี้ ใบหน้าของหลี่ชิงอวิ๋นปรากฏรอยยิ้มที่บ้าคลั่งและยโส
วิชากระบี่ตัดอารมณ์ไท่ซ่าง
เขาฝึกสำเร็จแล้ว
เมื่อเขาสามารถฟันกระบี่นี้ออกมาได้ นั่นหมายความว่าเขาทำสำเร็จ
คมกระบี่ปักเข้าที่หัวใจของชิวเอ๋อร์อย่างไร้ความปรานี
ดอกไม้เืเบ่งบานบนชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ของชิวเอ๋อร์
ช่างงดงามและเศร้าสร้อย!
ช่างตราตรึงใจ!
ราวกับดอกพลับพลึงสีแดง หรือดอกไม้แห่งความตายในตำนาน
"ข้าทำสำเร็จแล้ว" ใบหน้าของหลี่ชิงอวิ๋นฉายแววพึงพอใจอย่างบิดเบี้ยวและวิปริต
เขาผลักศพของชิวเอ๋อร์เบา ๆ ร่างไร้ิญญาร่วงหล่นลงจากหน้าผา
เขาทำสำเร็จแล้ว ชิวเอ๋อร์ตายแล้ว
ความรู้สึกสุดท้ายที่หลี่ชิงอวิ๋นมีในฐานะมนุษย์ถูกฝังกลบไปจนสิ้นซาก
หอคอยกระบี่ ชั้นหนึ่ง
เมิ่งฝานสะดุ้งสุดตัว
เขาทรุดตัวลงนั่งกับพื้น หอบหายใจอย่างรุนแรง ร่างกายสั่นเทาไปทั้งตัว
ความเ็ป ความเกรี้ยวกราด ความเ็า ความบ้าคลั่ง ความไร้เยื่อใย...
อารมณ์หลากหลายปะทะกันในหัว ทำให้เขาปวดศีรษะแทบะเิและรู้สึกพังทลายอย่างยิ่ง
ศิษย์พี่หลัวที่เพิ่งตื่นและเดินออกจากห้องมา เห็นเมิ่งฝานถือกระบี่เล่มหนึ่งแล้วทรุดนั่งกับพื้นก็ยิ้มขื่นพลางส่ายหน้า โดยไม่รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย
ศิษย์เฝ้ากระบี่ของหอคอยกระบี่มักประสบเหตุเช่นนี้บ่อยครั้งยามเช็ดถูกระบี่ธรรมดา
ในตอนนั้น เขาก็เคยผ่านจุดนี้มาเช่นกัน!
ยิ่งกว่านั้น อาการของเมิ่งฝานยังดูดีกว่าเขาในตอนนั้นมาก ตอนที่เขาเข้าหอคอยกระบี่มาใหม่ ๆ เขาถูกทรมานจนแทบขาดใจ
สิ่งที่เมิ่งฝานเป็อยู่ตอนนี้ถือเป็เื่เล็กน้อย เขาจึงไม่ได้ใส่ใจเลย
เมิ่งฝานที่นั่งทรุดอยู่บนพื้น ใช้เวลาครู่ใหญ่จึงเริ่มฟื้นตัว
เขาพยุงตัวลุกขึ้นอย่างโซเซ ชักกระบี่เฮยเฟิงออกมาเช็ดอีกครั้ง จากนั้นจึงวางกลับคืนบนชั้นไม้
ขณะชักกระบี่เป็ไปตามคาดมีกระแสพลังสายหนึ่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา
กระแสพลังเหล่านี้คือกระแสพลังอุ่นที่ปรากฏขึ้นยามเขาฝึกฝน ซึ่งมีประโยชน์ต่อการบำเพ็ญเพียรอย่างมหาศาล
ด้วยเหตุนี้เมิ่งฝานจึงขยันเช็ดถูกระบี่ธรรมดา จากวันละยี่สิบเล่ม เพิ่มเป็สี่สิบเล่ม!
ศิษย์พี่หลัวไม่ได้หันมามองเมิ่งฝานซ้ำอีกและตั้งใจไปล้างหน้าแปรงฟัน
เมิ่งฝานไม่ได้เช็ดถูกระบี่ธรรมดาต่อ แต่ยกม้านั่งมาตัวหนึ่งแล้วนั่งลงเพื่อพักผ่อน
จิตอาฆาตกระบี่ของกระบี่เฮยเฟิงเมื่อครู่ ส่งผลกระทบต่อเขามากเกินไป น่ากลัวยิ่งกว่ากระบี่ไป๋เยี่ยครั้งก่อนเสียอีก
ความจริงหากเป็ศิษย์สายงานจิปาถะทั่วไปที่มาเป็ศิษย์เฝ้ากระบี่ในหอคอยกระบี่ จิตอาฆาตกระบี่ใน่แรก ๆ อย่างมากก็แค่ทำให้พวกเขาาเ็
แต่จิตอาฆาตกระบี่ของกระบี่เฮยเฟิงในครั้งนี้ หากแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของศิษย์สายงานจิปาถะทั่วไปคงถึงแก่ความตาย!
หากเมิ่งฝานไม่มี 'วิถีกระบี่หยั่งรู้เทพ' ตอนนี้เขาคงกลายเป็ศพไปแล้ว
แม้จะมี 'วิถีกระบี่หยั่งรู้เทพ' แต่เมิ่งฝานก็สูญเสียพลังไปมากและได้รับาเ็ภายในเล็กน้อย
ต้องยอมรับว่ามันน่ากลัวจริง ๆ !
วิชากระบี่ตัดอารมณ์ไท่ซ่าง
ไม่ใช่กระบี่เฮยเฟิงที่น่ากลัว แต่เป็วิชากระบี่ตัดอารมณ์ไท่ซ่างต่างหากที่น่ากลัว
ตัดรักตัดสัมพันธ์ ฆ่าล้างตระกูลตนเอง ฆ่าลูกเมียด้วยมือตนเอง
โลกนี้มีวิชากระบี่ที่อำมหิตผิดมนุษย์เช่นนี้ได้อย่างไร?
ในความเป็จริงสิ่งที่อำมหิตที่สุดไม่ใช่วิชากระบี่ แต่เป็ใจคน!
ตัววิชากระบี่เองไม่น่ากลัว
แต่คนที่ใจเด็ดเดี่ยวพอจะฝึกวิชากระบี่นี้ต่างหากที่น่ากลัวของจริง!
เมิ่งฝานนั่งอยู่บนม้านั่ง หอบหายใจแรง ๆ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่สามารถสงบใจลงได้ทั้งหมด
หลี่ชิงอวิ๋น
สำนักกระบี่อู๋จี๋
ในภาพความทรงจำเมื่อครู่ ชิวเอ๋อร์เคยเอ่ยชื่อสองชื่อนี้ออกมา
และทั้งสองชื่อนี้ ล้วนเป็ตัวตนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วหล้า
สำนักกระบี่อู๋จี๋ เช่นเดียวกับสำนักกระบี่สู่ซาน ล้วนเป็สำนักวิถีกระบี่ที่มีชื่อเสียงในฝ่ายธรรมะ
และหลี่ชิงอวิ๋นก็คือเ้าสำนักของสำนักกระบี่อู๋จี๋
มีคนเสียสติอำมหิตเช่นนี้เป็เ้าสำนัก สำนักกระบี่อู๋จี๋ยังคู่ควรกับคำว่า 'ฝ่ายธรรมะ' อีกหรือ?
มุมปากของเมิ่งฝานยกขึ้นเล็กน้อย เป็การยิ้มเยาะและเสียดสีโดยสัญชาตญาณ
นี่สินะที่เขาเรียกว่าหน้ากากธรรมะแต่ภายในเน่าเฟะ
พูดตามตรงในความทรงจำปราณพิฆาตกระบี่เมื่อครู่ เมิ่งฝานรู้สึกโกรธแค้นอย่างยิ่ง
เขามีความปรารถนาที่จะฟันหลี่ชิงอวิ๋นให้ตายด้วยกระบี่เดียว
นี่ไม่ใช่การก้าวก่ายเื่ของผู้อื่นเพราะเขาได้ััถึงเหตุการณ์ในภาพนั้นอย่างแท้จริง
ความรู้สึกนั้นลึกซึ้งยิ่งนัก!
ราวกับได้ประสบด้วยตนเอง!
น่าเสียดายที่เขาไม่มีกำลังเพียงพอ
หลี่ชิงอวิ๋นเป็ถึงเ้าสำนักของสำนักกระบี่อู๋จี๋ พลังฝีมือไม่ด้อยไปกว่าเ้าสำนักของสำนักกระบี่สู่ซานเลย
ตัวเขาเมื่ออยู่ต่อหน้าหลี่ชิงอวิ๋น ก็เป็เพียงมดปลวกตัวหนึ่งเท่านั้น
แต่เพียงแค่ตอนนี้เท่านั้น!
ขอเวลาเมิ่งฝานสักหนึ่งรอบหกสิบปี เขามั่นใจว่าย่อมก้าวข้ามหลี่ชิงอวิ๋นไปได้
เมิ่งฝานที่นั่งอยู่บนม้านั่งมองไปยังกระบี่เฮยเฟิง ในใจรู้สึกทึ่งอยู่ไม่น้อย
หอคอยกระบี่ของสำนักกระบี่สู่ซาน สมกับที่เล่าลือกันว่าเป็สถานที่รวบรวมกระบี่ชื่อดังทั่วหล้า
เพียงแค่ชั้นหนึ่งที่แย่ที่สุดของหอคอยกระบี่ ก็ยังสามารถพบกระบี่คู่กายของยอดคนในอดีตได้
แม้จะเป็กระบี่คู่กายสมัยที่ยอดคนเ่าั้ยังอ่อนด้อย และเมื่อแข็งแกร่งขึ้นพวกเขาก็เปลี่ยนไปใช้กระบี่ระดับสูงกว่า แต่การที่สามารถรวบรวมกระบี่เหล่านี้ไว้ได้ ก็พิสูจน์ถึงความน่าสะพรึงกลัวของหอคอยกระบี่สู่ซาน!
"วิชากระบี่ตัดอารมณ์ไท่ซ่าง" เมิ่งฝานที่นั่งอยู่พึมพำกับตัวเอง
หลังจากกลั่นกรองจิตอาฆาตกระบี่ของเฮยเฟิงและได้รับชมความทรงจำนั้น เมิ่งฝานย่อมได้รับประโยชน์
เขาได้รับเจตจำนงกระบี่ไท่ซ่างไร้เยื่อใยมาเล็กน้อย
แม้จะเป็เพียงเศษเสี้ยว ไม่ใช่เจตจำนงกระบี่ที่สมบูรณ์ แต่นี่คือ 'เมล็ดพันธุ์' ที่สำคัญที่สุด
วิชากระบี่ตัดอารมณ์ไท่ซ่างไม่ใช่กระบวนท่ากระบี่แต่เป็เจตจำนงกระบี่
มันเป็วิชาที่ไร้กระบวนท่าและไร้รูปแบบ!
วิชากระบี่ที่ล้ำลึกอย่างแท้จริงจะไม่มีกระบวนท่า มีเพียงเจตจำนงกระบี่เท่านั้น
ผู้ที่สามารถฝึกฝนจนเกิดเจตจำนงกระบี่ได้ ล้วนเป็อัจฉริยะที่หาได้ยากยิ่งบนเส้นทางเต้าอีแห่งกระบี่
หากเมิ่งฝานฝึกวิชากระบี่ตัดอารมณ์ไท่ซ่าง เขาจะสามารถสร้างเจตจำนงกระบี่ไท่ซ่างไร้เยื่อใยได้อย่างแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์!
เมิ่งฝานเป็เด็กกำพร้า ไม่มีญาติพี่น้อง
เขาอยากจะไร้เยื่อใย แต่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะทำ
สำหรับเขามีเพียงวิธีเดียวที่จะฝึกเจตจำนงกระบี่ไท่ซ่างไร้เยื่อใยให้สำเร็จได้อย่างแท้จริง
นั่นคือการรักใครสักคน แล้วลงมือฆ่าคนรักผู้นั้นด้วยมือตนเอง
เมื่อทำเช่นนั้น เจตจำนงกระบี่จะก่อตัวขึ้นทันที!
แต่เมิ่งฝานจะทำเช่นนั้นหรือ?
ย่อมไม่มีทาง
ขนาดในงิ้วยังไม่กล้าแสดงเช่นนี้คนเขียนบทคงไม่กล้าเขียนเื่ที่บีบคั้นหัวใจถึงเพียงนี้แล้วเมิ่งฝานจะทำได้อย่างไร?
ทรมานตัวเองมันน่าสนุกตรงไหน?
เมื่อมี 'วิถีกระบี่หยั่งรู้เทพ' อยู่ ในอนาคตเมิ่งฝานย่อมไม่ขาดแคลนเจตจำนงกระบี่ ไม่มีความจำเป็ต้องทรมานตัวเองเช่นนี้เลย
"อย่างไรก็ตาม การที่ต้องทนทุกข์อย่างหนักในครั้งนี้ ก็ไม่ถือว่าสูญเปล่าเสียทีเดียว" เมิ่งฝานยิ้ม แววตาฉายความตื่นเต้น
เพราะเมล็ดพันธุ์ของเจตจำนงกระบี่ไท่ซ่างไร้เยื่อใยนี้ แม้เขาจะไม่คิดฝึกฝน ไม่คิดจะทำให้เมล็ดพันธุ์นี้ออกดอกออกผล
แต่!
เขาสามารถอาศัยเมล็ดพันธุ์นี้ปลดปล่อยเจตจำนงกระบี่ไท่ซ่างไร้เยื่อใยออกมาโจมตีได้หนึ่งครั้ง
หากเลือกใช้วิธีนี้ 'เมล็ดพันธุ์เจตจำนงกระบี่' ก็จะกลายเป็อาวุธที่ใช้โจมตีได้เพียงครั้งเดียว
แม้จะดูขาดทุนไปบ้าง แต่สำหรับเมิ่งฝานที่ไม่คิดจะฝึกวิชากระบี่ตัดอารมณ์ไท่ซ่าง นี่คือวิธีที่เหมาะสมที่สุด!
"ข้ามีกระบี่หนึ่งเล่ม ที่สามารถไร้เทียมทานในหมู่ศิษย์สายนอกได้" เมิ่งฝานคิดอย่างลำพองใจ
ยิ่งกว่านั้น หากะเิเจตจำนงกระบี่นี้ออกมา บางทีแม้แต่ศิษย์สายในของสำนักกระบี่สู่ซานก็อาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
"หอคอยกระบี่แห่งนี้ คือดินแดนแห่งโชคลาภของข้าจริง ๆ"
เมิ่งฝานมาที่หอคอยกระบี่ได้เพียงสามวัน แต่ใน่สามวันที่สั้น ๆ นี้ เขาได้เปลี่ยนตัวเองไปอย่างสิ้นเชิง
หลังจากพักผ่อนไปได้หนึ่งชั่วโมงเศษก็มีศิษย์คนหนึ่งเดินเข้ามาทางประตูหอคอยกระบี่
เมิ่งฝานฟื้นกำลังกลับมาได้บ้างแล้ว จึงลุกขึ้นและเอ่ยถามศิษย์ที่เดินเข้ามาว่า
"มาที่หอคอยกระบี่มีธุระอันใด?"
ศิษย์ผู้นั้นรีบประสานมือคำนับเมิ่งฝานแล้วกล่าวว่า "ศิษย์สายนอกหลิวเหว่ย ศิษย์สายนอกเข้าใหม่ อันดับที่ห้าสิบ มาเพื่อรับกระบี่ขอรับ"
ศิษย์ทั่วไปล้วนมีความเคารพต่อหอคอยกระบี่อย่างยิ่ง
ดังนั้นเมื่อมาถึงหอคอยกระบี่ ไม่ว่าจะเป็ใครพวกเขาก็จะสุภาพด้วยเสมอ แม้แต่ศิษย์เฝ้ากระบี่อย่างเมิ่งฝาน พวกเขาก็ไม่กล้าล่วงเกิน
เมิ่งฝานขมวดคิ้วถามว่า "การทดสอบศิษย์สายนอกยังไม่เริ่มขึ้น อันดับจะมีการปรับเปลี่ยนได้อย่างไร?"
ศิษย์ที่ชื่อหลิวเหว่ยกล่าวว่า "มีศิษย์พี่ท่านหนึ่งสิ้นชีพไปขอรับ ก่อนหน้านี้ข้าอยู่อันดับที่ห้าสิบเอ็ดจึงได้เลื่อนขึ้นมาอยู่อันดับที่ห้าสิบแทน"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น แววตาของเมิ่งฝานก็ปรากฏความประหลาดใจ ไม่นึกว่าจะมีวิธีการเช่นนี้ด้วย
แต่ก็นับว่าไม่ผิดอะไร สมเหตุสมผลดี
"ตกลง หอคอยกระบี่ชั้นหนึ่ง เ้าสามารถเลือกรับกระบี่ได้หนึ่งเล่มตามใจชอบ แต่กระบี่บางเล่มน่ากลัวยิ่งนัก หากเ้าโลภอยากได้กระบี่ที่ตนเองไม่มีความสามารถจะควบคุมได้ อาจถูกพลังสะท้อนกลับจนาเ็ได้!"
นี่เป็ขั้นตอนที่ต้องทำ ศิษย์ทุกคนที่มารับกระบี่จำเป็ต้องได้รับการเตือนเช่นนี้
"ข้าทราบแล้วขอรับ" หลิวเหว่ยพยักหน้า จากนั้นจึงเดินเข้าไปในหอคอยกระบี่เพื่อเลือกกระบี่