ดั่งหทัยภูผา

    ไปหาความสุข

    เช้าวันต่อมา

    "จะไปไหนคะ"   หลังจากทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้วผ้าแพรก็เห็นภูผาขึ้นห้องไปแต่งตัวใส่สูทเนี้ยบกำลังจะออกไปด้านนอกเธอจึงเอ่ยถามเขาขึ้นเพราะเขาไม่ได้บอกเธอล่วงหน้าว่าจะไปไหน

    "ไปหาความสุข"  คนตัวโตชะงักฝีเท้าหันกลับมาบอกหญิงสาวเสียงห้วนเขาจะดูซิว่าเธอจะห้ามเขาหรือไม่หากเขาบอกกับเธอแบบนี้

    "เดินทางปลอดภัยนะคะขอให้คุณภูมีความสุขมากๆนะคะ"  ใบหน้าหวานส่งยิ้มกว้างให้คนตรงหน้าอย่างไม่มีทีท่าว่าจะประชดหรือโกรธเคือง

    "อืม" ภูผาอมยิ้มอ่อนทั้งส่ายหัวเบาๆจบบทสนทนาเขาก็หันหลังออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็วเพราะจะไม่ทันเวลานัดหมายธุระของเขา


    "คุณแพรเธอน่าเอ็นดูนะคะคุณท่าน" ดวงใจที่นั่งอยู่กับสายทองและโสพิศไม่ใกล้ไม่ไกลเมื่อเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็อมยิ้มด้วยความเอ็นดูผ้าแพร

    "นั่นสิผัวจะไปหาความสุขนอกบ้านเมียก็อวยพรซะอย่างนั้น​ เฮ้อ..ฉันล่ะปวดหัว" สายทองถึงขั้นต้องยกมือกุมขมับแล้วเรียกหลานสะใภ้ของเธอมาอบรมอะไรสักหน่อย

    "หนูแพรมาหาย่าหน่อยสิลูก

    "ค่ะคุณย่า" ร่างบางได้ยินผู้ใหญ่เรียกก็รีบจ้ำอ้าวเข้ามาหาอย่างไม่รีรอ

    "ฟังย่านะถ้าอาหารในบ้านอร่อยตาภูก็ไม่อยากไปทานอาหารนอกบ้านหรอกนะ" สายทองพูดพรางอมยิ้มมือขาวที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นตามวัยยกขึ้นลูบหัวผ้าแพรเบาๆด้วยความเอ็นดู

    "หนูเข้าใจแล้วค่ะคุณย่าต่อไปนี้หนูจะทำให้เต็มที่ค่ะ" ดวงตากลมโตจับจ้องรับฟังสายทองอย่างตั้งใจเมื่อฟังจบริมฝีปากบางก็ฉีกยิ้มร่าพยักหน้าหงึกหงักด้วยความเข้าใจ

    "โอ้ว..ขนาดนั้นเลยหรอ" สายทองมองหน้ากับดวงใจด้วยความเขินอายเล็กน้อยกับคำพูดของผ้าแพร

    "ค่ะคุณย่าเ๹ื่๪๫พวกนี้หนูถนัดแล้วก็ชอบมากด้วยหนูขอตัวไปจัดเตรียม๻ั้๫แ๻่ตอนนี้เลยนะคะ" ผ้าแพรเอ่ยอีกครั้งด้วยน้ำเสียงมั่นใจให้สายทองได้เชื่อว่าจะไม่มีทางผิดหวังในตัวเธอแน่นอนว่าจบไม่นานผ้าแพรก็ไปจัดเตรียมสิ่งที่จะสร้างความสุขในบ้านนี้ให้ภูผาทันทีตามที่สายทองได้บอกกับเธอ

    "คุณแม่ว่าลูกสะใภ้โสเนี่ย​ เข้าใจที่คุณแม่บอกจริงๆใช่มั้ยคะ" หลังจากที่ลูกสะใภ้ของเธอเดินหน้าระรื่นออกไปแล้วโสพิศคิดว่าผ้าแพรจะต้องเข้าใจในสิ่งที่แม่สามีของเธอสื่อแน่นอน

    "แม่คิดว่าหนูแพรก็น่าจะเข้าใจนะ" สายทองขมวดคิ้วครุ่นคิดเล็กน้อยคิดว่าสิ่งที่เธอสื่อออกไปผ้าแพรน่าจะเข้าใจแต่ยังไงก็ยังไม่เชื่อใจผ้าแพรร้อยเปอร์เซ็นว่าหลานสะใภ้เธอนั้นเข้าใจอย่างถ่องแท้หรือป่าวครั้งจะเอ่ยพูดตรงๆก็ดูจะน่าเกลียดเกินไป


    18.00 น.

    โต๊ะอาหาร

    "ไป๻ั้๫แ๻่เช้ากลับมาซะเย็นวันหยุดแทนที่จะอยู่บ้านกับเมีย" สายทองตำหนิหลานชายของเธอในระหว่างที่ร่วมโต๊ะทานอาหารเย็น

    "ผมก็มีธุระนี่ครับวันนี้อาหารเยอะเลยมีแขกมาหรอครับ" ภูผารู้ดีว่าเขาต้องถูกตำหนิอยู่แล้วเมื่อออกนอกบ้านในวันหยุดโดยที่ไม่บอกย่าของเขาว่าไปทำอะไรแต่ที่เขาแปลกใจก็คือไม่รู้ว่าวันนี้จะมีแขกมาร่วมโต๊ะอาหารด้วยหรืออย่างไรถึงมีอาหารหลากหลายเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะ

    "ไม่มีหรอกค่ะแพรตั้งใจทำอาหารหลายๆอย่างให้คุณภูกับทุกคนลองชิมว่าจานไหนอร่อยแพรจะได้ทำบ่อยๆค่ะ" ผ้าแพรรีบเอ่ยขึ้นมาเพราะนี่เป็๞ฝีมือของเธอ

    "แต่ที่ย่าชิมก็อร่อยทุกอย่างนะ" 

    "ฉันก็เห็นด้วยกับคุณแม่นะเธอก็มีฝีมือปลายจวักดีเหมือนกันนี่"

    คำชมของสายทองและโสพิศทำคนลงมือยิ้มแก้มปริหายเหนื่อยเป็๲ปลิดทิ้งคราวนี้ก็เหลือแค่ภูผาเท่านั้นว่าจะโอเคกับฝีมือของเธอหรือป่าว

    "งั้นคุณภูลองชิมสิคะว่าชอบหรือป่าวเพราะคุณย่าบอกว่าถ้าอาหารในบ้านอร่อยคุณภูจะไม่ไปทานอาหารนอกบ้านทำให้มีความสุขในบ้านได้ค่ะ" พูดจบก็ยิ้มหวานดูภูผาว่าเขานั้นจะเลือกทานอะไรและจะชอบหรือไม่

    "อ๋อ..ผมเข้าใจแล้ว" จบคำพูดของผ้าแพรสายตาคมของภูผาก็มองไปที่ย่าของเขาพรางพยักหน้าเบาๆเข้าใจแล้วว่าทำไมวันนี้ผ้าแพรถึงได้ลงมือทำอาหารเองเยอะขนาดนี้คงจะมีคนสอนแต่ลูกศิษย์ก็น่าจะไม่เข้าใจ

    .....................

    อืมมมนะ