Chapter11
The Ancient Weapon Graveyard
ยามเช้าของป่ากรีมาเรียอากาศเย็นแผ่กระจายไปทั่วทั้งผืนป่าหมอกค่อนข้างหนาในยามเช้ากลิ่นหญ้าและต้นไม้ชื้นๆดอกลาเวนเดอร์ที่ขึ้นตามริมทะเลสาบหลายแห่งส่งกลิ่นหอมทำให้เหล่านักดาบฝึกหัดทั้งแปดคนรู้สึกสดชื่นพวกเขาเก็บของและออกเดินทางต่อมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออกของป่าจุดหมายคือที่ราบสูงสุสานดาบของบรรพบุรุษด่านที่สองของการทดสอบแห่งพลังซึ่งในบรรดาพวกเขา ณตอนนี้มีฟลอร่าและออกัสตินที่สามารถปลุกพรแห่งพละกำลังสายความเร็วของตนเองได้แล้วพวกเขาเดินกันมาได้สักชั่วโมงผ่านโพรงไม้เล็กใหญ่ เจอทั้งกระต่ายป่า กระรอกผีเสื้อสีแดง ม่วง และเหลืองบินตอมดอกไม้ในป่ากวางฝูงหนึ่งที่เดินผ่านพวกเขามุ่งหน้าไปยังทะเลสาบ
“พวกเราอาจจะเป็กลุ่มแรกก็ได้นะที่ไปถึงตลอดทางไม่มีวี่แววของเพื่อนๆ ทีมอื่นเลย” เซ็ดมอนด์กล่าวอย่างสบายใจ
“หรือไม่พวกเราก็เป็กลุ่มสุดท้าย”แอลเล็ตแกล้งแย้งเซ็ดมอนด์
“ข้าอยากรู้ใครปลุกพลังได้แล้วบ้าง?”เรเฟสกล่าวเขาอยากรู้ว่าทีมอื่นๆ เป็อย่างไรกันบ้าง
“นั่นสินะ”ฟลอร่ามองวิวซ้ายขวาที่มีแต่ป่าเขียวขจีสองข้างทางไม่มีวี่แววของมนุษย์คนอื่นๆ
“ข้าอยากปลุกพลังได้บ้าง!”บอริสโอดครวญ
“เดี๋ยวพวกเ้าก็ทำได้พลังเหล่านี้เป็ของอาณาจักรแดนเหนือพวกเราถูกฝึกให้ซึมซับพลังงานจากรอบตัวในการต่อสู้พวกเ้าจำได้ไหม?มาสเตอร์เดสกับมาสเตอร์มาเรียชอบให้พวกเราหลับตาฝึกกับหุ่นไม้”ออกัสตินกล่าว
“ใช่และมาสเตอร์เดสมักจะพูดว่ารู้สึกถึงไอความร้อนในร่างกายพวกเ้า ฟังเสียงรอบๆ เ้าได้ยินเสียงอะไรบ้างจำแนกเสียงเ่าั้รวบรวมสมาธิไปที่แขนและขาของพวกเ้าให้ไอความร้อนเ่าั้ไหลไปทั่วร่างกาย”โทมัสพูดเลียนแบบเสียงแหบๆ เย็นๆ ของมาสเตอร์เดส ทำให้ทุกคนขำโดยเฉพาะเซ็ดมอนด์
“เฮ้อ…เป็ห่วงพี่ชายตัวดีของข้าจัง”เซ็ดมอนด์กล่าวเมื่อเขาได้ยินชื่อมาสเตอร์เดส
“เดี๋ยวการทดสอบเสร็จสิ้นเ้าก็ได้กลับไปเจอเขาแล้ว”แอลเล็ตกล่าว เขาและเรเฟสแตะบ่าคนละข้างของเซ็ดมอนด์ฟลอร่ายิ้มอย่างเอ็นดูให้กับเด็กชายทั้งสาม
พวกเขาทั้งแปดคนเดินมาถึงเวิ้งที่เหมือนทางเดินที่ใหญ่ขึ้นคล้ายกับถนนสายหลักของป่าณ เวลานี้หมอกได้จางหายไปหมดแล้ว เสียงฝีเท้าหลายเสียงดังขึ้นจากด้านหลังของพวกเขาเหมือนเสียงวิ่งของสัตว์บางอย่างพวกเขาหันไปมองปรากฏร่างของสัตว์ชนิดหนึ่งมันคือลองแฮร์ชีพแกะขนยาวสีดำเงาตัวใหญ่เท่าม้าทั้งหมดสี่ตัวกำลังวิ่งด้วยความเร็วพวกมันมาพร้อมกับเด็กหญิงสี่คนที่ควบมันอยู่พวกนางคือนักดาบฝึกหัดรุ่นเดียวกันกับพวกเขา
“นั่น โรสแมรี่ ซินเธียไอรีน่าและดาช่า!” ลีโอนาร์ดจำเพื่อนๆ ของพวกเขาได้
“พวกนางกำลังควบลองแฮร์ชีพเป็ไปได้อย่างไรกัน?ปกติข้าเคยเห็นแต่เผ่าคนแคระจากเมืองคลิฟฟิ่งขี่พวกมัน”แอลเล็ตถามขึ้นมาอย่างประหลาดใจกับภาพที่เห็น
“หลีกทางให้พวกข้า!” เด็กหญิงผมสีบลอนด์สว่างยาวถึงกลางหลังมีเครื่องประดับผมสีทองรูปดอกไม้สามอันติดอยู่บนผมด้านหลังสีหน้าเรียบเฉยแววตาเ็าเข้ากับดวงตาสีฟ้าครามเหมือนน้ำแข็งสวมชุดคลุมนักดาบเบโดเลียสีแดงตัดดำะโขึ้นนางมีนามว่าโรสแมรี่ดินที่พื้นหญ้าถูกซัดขึ้นจากพื้นบริเวณที่ลองแฮร์ชีพของพวกนางวิ่งผ่านเรเฟสและออกัสตินพวกเขารีบหลบออกจากเส้นทางของพวกนางนักดาบฝึกหัดหญิงทั้งสี่คนควบลองแฮร์ชีพผ่านพวกเขาทั้งแปดคนอย่างรวดเร็ว
“เจอกันที่ราบสูงนะจ๊ะทุกคน!”เด็กหญิงผมสีน้ำตาลทองมัดแกะสองข้างผูกริบบิ้นสีน้ำเงิน ดวงตาสีน้ำเงินแก้มแดงระเรื่อนางมีนามว่าซินเธียหันมาะโบอกเรเฟส ออกัสติน แอลเล็ต บอริส ฟลอร่า โทมัสและลีโอนาร์ดที่ยืนประหลาดใจกับภาพที่เห็นตรงหน้านางเป่าแตรเขาสัตว์สีน้ำตาลตัดกับลวดลายทองคำในมือทำให้ลองแฮร์ชีพทั้งสี่ตัวร้องเสียงดังขึ้นและพวกมันยิ่งเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น
“คุณโรสแมรี่ช่างงดงามเหลือเกิน!”บอริสและโทมัสเหมือนตกอยู่ในภวังค์เมื่อเห็นเด็กหญิงคนแรกที่ควบผ่านพวกเขาไป
“นางคือหลานสาวของท่านโรทีอาร์สินะ”เซ็ดมอนด์กล่าวเขาจำได้ว่าเคยเห็นนางกับผู้าุโประจำหมู่บ้านเบโดเลียบ่อยครั้งเวลามีการประชุม
“เอาล่ะพวกนางต้องเป็ทีมแรกแน่ๆ ที่ไปถึงที่ราบสูง”แอลเล็ตอ้าปากค้างก่อนจะได้สติและพูดขึ้นพวกเขาทั้งแปดคนออกเดินทางต่ออีกประมาณชั่วโมงหนึ่งก่อนจะหยุดพักชั่วครู่ทันใดนั้นเสียงเอะอะจากที่ไหนสักแห่งบริเวณป่าไม่ไกลจากตรงจุดที่นั่งพักของพวกเขาดังแว่วมาฟลอร่า ออกัสติน เรเฟส และบอริสอาสาที่จะเดินไปสำรวจพวกเขาเดินออกจากเส้นทางเข้าไปในโพรงต้นไม้ใหญ่ก่อนจะพบเวิ้งทุ่งดอกเดซีสีขาวและเหลืองคล้ายกับทุ่งที่พวกเขาเจอก่อนหน้านี้เพียงแต่จุดนี้มีแค่เสาไม้แค่สองต้นเสาทั้งสองต้นหยุดนิ่งไร้ซึ่งลูกแก้วแห่งป่าบอริสเหลือบไปเห็นร่างของนักดาบฝึกหัดเด็กชายสามคนและเด็กหญิงอีกคนพึ่งได้สติและโวยวายด้วยถ้อยคำหยาบคายนั่งอยู่ที่พื้นหญ้าดวงตาของนางไม่สามารถมองเห็นชั่วคราวเพราะสปอร์ของกรีนฟังกัส
“ทีมของเอ็ดการ์!”บอริสพลิกตัวเด็กชายผมสั้นสีแดงเพลิง สวมชุดคลุมสีน้ำเงินตัดดำขึ้นมา
“พวกเขาโดนพิษจากสปอร์ของกรีนฟังกัส”ฟลอร่ารีบรุดเข้าไปช่วยเหลือเด็กหญิงที่นั่งอยู่ก่อนจะปัดปอยผมสีดำของนางออกจากใบหน้าและเอาผ้าชุบน้ำค่อยๆเช็ดใบหน้ารวมถึงบริเวณรอบๆ เปลือกตาของนางบอริสกับเรเฟสและออกัสตินช่วยกันทำเช่นเดียวกันกับนางพยายามช่วยเหลืออีกสามคนที่สลบอยู่มีเอ็ดการ์ เชียเรส และบริส
“มาริน่าเ้าได้ยินข้าหรือไม่?” ฟลอร่าเรียกชื่อเด็กหญิงพยายามทำให้นางได้สตินางค่อยๆ ลืมตาที่อ่อนร้าและรู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาดวงตาสีเทาอ่อนของนางมองใบหน้าของฟลอร่ายังไม่ค่อยชัดเจนอยู่สักครู่หนึ่ง
“โอ้ฟลอร่าเ้านั่นเอง” มาริน่าค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้น นางปัดชุดคลุมของนางและบนเส้นผมสีดำของนางที่เลอะไปด้วยเศษหญ้าและเศษดินนางคว้าดาบที่หล่นเก็บใส่ปลอกหนังที่เอวทั้งสองข้างพอนางได้สติถึงกับสบถคำหยาบคายออกมา
“เกิดอะไรขึ้นหรือมาริน่า?”ฟลอร่าถามอย่างเป็กังวล เอ็ดการ์เชียเรสและบริสเริ่มรู้สึกตัวหลังจากที่เรเฟส บอริสและออกัสตินเช็ดหน้าให้พวกเขามาริน่าพยายามตั้งสติก่อนจะเล่าเหตุการณ์ให้พวกเขาฟัง
“ทีมของข้ากับทีมของรูธ โอมิล่า บาทอสและลาคิในตอนแรกตกลงออกเดินทางร่วมกันต่อมาเอ็ดการ์ไขปริศนาของคำใบ้ได้จึงเลือกทะเลสาบที่ใกล้ทิศตะวันออกมากที่สุดพวกเราคลี่คลายคำใบ้จนไล่ตามกรีนฟังกัสมาถึงที่นี่และ่ชิงลูกแก้วแห่งป่ามาได้แต่ทว่า….” มาริน่าเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น นางรู้สึกเจ็บใจเอ็ดการ์ที่ได้สติเดินมากอดนางก่อนจะเล่าต่อ
“ทีมของรูธ ณตอนนั้นมีโอมิล่าและบาทอสที่ปลุกพรแห่งพละกำลังได้พวกเขาสามารถไต่ขึ้นไปชิงลูกแก้วอย่างรวดเร็วส่วนทีมของพวกข้ายังไม่มีใครสามารถปลุกพลังได้แต่ก็ใช้เวลาอยู่หลายชั่วโมงจึงไต่ขึ้นไปสำเร็จพอพวกเรากลับลงมาถึงที่พื้นทีมของรูธอยู่กับทีมของเดวอสพวกเขาวางแผนกันเอาไว้และต้อนฝูงกรีนฟังกัสแปดตัวมายังทุ่งแห่งนี้พวกมันรุมพ่นสปอร์จนทีมของพวกเราตั้งตัวไม่ทันลูกแก้วแห่งป่าที่พวกเราคว้ามาได้ถูกพวกนั้นชิงไป” เอ็ดการ์กล่าวทุกคนในบริเวณนั้นมองออกว่าเขาพยายามข่มอารมณ์มากแค่ไหน
“เดวอส!”เรเฟสรู้สึกโมโหเืขึ้นหน้าขึ้นมาทันทีเขารู้สึกเจ็บใจแทนทีมของเอ็ดการ์ที่ถูกเ้าพวกนั้นวางแผนตลบหลังฟลอร่าแอบมองเขาด้วยความกังวลเล็กน้อยเื่เกี่ยวกับเดวอสส่งผลต่ออารมณ์ของเขาเสมอ
“พวกเราคงต้องเข้าร่วมทดสอบใหม่ในรอบหน้าแล้วล่ะ”มาริน่ากล่าวอย่างเจ็บใจ
ฟลอร่าเดินมาตรงหน้ามาริน่ากับเอ็ดการ์นางเอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากระโปรงก่อนจะหยิบลูกแก้วสีเขียวออกมามันคือลูกแก้วแห่งป่าที่นางคว้ามาจากเสาต้นที่สาม มาริน่า เอ็ดการ์เชียเรสและบริสต่างพากันมองนางด้วยความประหลาดใจ
“รับไปสิ”ฟลอร่ายื่นลูกแก้วสีเขียวออกมาให้ทีมของเอ็ดการ์ มาริน่ามีสีหน้างุนงง
“เ้าจำเป็ต้องใช้นะฟลอร่า”มาริน่ากล่าว
“พวกข้ามีเหลืออีกหนึ่งลูกน่ะ”ฟลอร่ายิ้มให้กับมาริน่าและเอ็ดการ์
“พอดีฟลอร่ากับออกัสตินสามารถคว้ามาได้สามลูก”เรเฟสเสริมมาริน่าถึงกับน้ำตาซึมอีกรอบ เอ็ดการ์ เชียริสและบริสกล่าวขอบคุณฟลอร่าเรเฟส บอริสและออกัสตินกันยกใหญ่พวกเขาชักชวนทีมของเอ็ดการ์ให้ร่วมเดินทางด้วยกันไปจนถึงที่ราบสูงจะได้ช่วยคุ้มครองกันและกันหลังจากนั้นพวกเขาทั้งแปดคนเดินกลับออกมาจากเวิ้งทุ่งดอกเดซี่มาหาแอลเล็ตที่ถนนสายหลักของป่าแอลเล็ต เซ็ดมอนด์ โทมัสและลีโอนาร์ดมีท่าทีประหลาดใจที่พบเอ็ดการ์ มาริน่าเชียเรสและบริสอยู่กับพวกเรเฟส ออกัสตินเล่าทุกอย่างให้เพื่อนๆ อีกสี่คนฟัง
“ร้ายกาจจริงๆทีมของรูธและเดวอส” แอลเล็ตตำหนิ
“พวกเ้าสบายใจได้เลยนะพวกข้ามีลูกแก้วทีมละลูกครบแล้ว”ลีโอนาร์ดกล่าวกับทีมของเอ็ดการ์
“ฟลอร่ามอบให้พวกข้ามาหนึ่งลูกแล้วละ”มาริน่ากล่าว
“พวกเราออกเดินทางต่อกันเถิดข้าชักอยากจะรู้แล้วว่าใครถึงจุดหมายแล้วบ้าง” เรเฟสกล่าวกับเพื่อนๆที่มีกันตอนนี้รวมเขาด้วยเป็สิบสองคนทั้งหมดสามทีมมุ่งหน้าสู่ที่ราบสูงแห่งบรรพบุรุษเืในตัวของเขาสูบฉีดมากกว่าเดิมเขาพยายามข่มอารมณ์เอาไว้ภาพที่เขาเคยพ่ายแพ้เดวอสตอนฝึกซ้อมรวมถึงภาพของทีมเอ็ดการ์ที่นอนสลบบนพื้นหญ้าทำให้เขาอยากเอาชนะเด็กชายอีกคนให้ได้
ทั้งสิบสองคนเดินทางออกจากป่ากรีมาเรียสู่ที่ราบสูงสีเขียวอันกว้างใหญ่มองตรงไปคือสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่อาคารมีโดมครึ่งวงกลมถูกสร้างจากหินมีเสาค้ำรอบๆที่ใจกลางของโดมหินมีแท่นเสาตรงกลางขนาดใหญ่เต็มไปด้วยดาบและหอกมากมายมันคือสถานที่สำหรับเก็บรักษาอาวุธของเหล่านักดาบในอดีตที่จากโลกนี้ไปแล้วอาวุธของพวกเขาจะถูกส่งต่อให้กับนักดาบรุ่นหลังโดยผ่านการคัดเลือกที่กำลังจะเกิดขึ้นผู้คนในแดนเหนือเรียกโดมแห่งนี้ว่าสุสานดาบแห่งบรรพบุรุษนักดาบฝึกหัดทั้งสิบสองคนเดินตามทางที่คดเคี้ยวผ่านที่ราบสูงเพื่อมุ่งสู่อาคารโดมหินที่รวมพลของเหล่านักดาบฝึกหัดในด่านที่สองตามทางพวกเขาเริ่มมองเห็นทีมอื่นๆบ้างจากระยะไกล
“สุดยอดั้แ่เกิดมาข้าพึ่งเคยมาเยือนสถานที่แห่งนี้!”เซ็ดมอนด์กล่าวขณะที่คณะเดินทางของพวกเขาเข้าใกล้สุสานดาบแห่งบรรพบุรุษ
“ข้าชักสงสัยแล้วสิวิหารของเทพเลมอสจะอลังการขนาดไหน?” เรเฟสกล่าวเขามองเสาหินหลายร้อยต้นที่อยู่รอบๆอาคารโดมหิน
“ส่วนมากมีเพียงนักดาบที่ได้รับหน้าที่รักษาการณ์เท่านั้นและกองลาดตระเวนจะมาบริเวณนี้อาวุธล้ำค่ามากมายของนักดาบรุ่นก่อนๆ ที่เก็บกู้มาได้ถูกรวบรวมมาไว้ที่นี่”ฟลอร่ากล่าว
“มันจะมีผีไหม? ข้าละหวั่นจริงๆมันถูกเรียกว่าสุสานหากิญญานักดาบที่เคียดแค้นยังคงวนเวียนปรากฏออกมาทำร้ายเราละ”แอลเล็ตกล่าวมองอย่างหวาดระแวงไปทั่วบริเวณ
“มีแน่นอนแอลเล็ต!ข้างหลังเ้านี่ไง” บอริสะโมาจับไหล่แอลเล็ตจากด้านหลังให้เขาใแอลเล็ตถึงกับผงะเล็กน้อย
“พวกเ้านี่จริงๆเลยนะ” มาริน่าส่ายหัวให้กับเด็กชายทั้งสอง
พวกเขาเดินเข้ามาที่โถงทางเดินขนาดใหญ่สองฝั่งเป็เสาหินบนเสาหินมีตะเกียงมากมายถูกจุดไฟส่องสว่างไปทั่วบริเวณแสงสะท้อนจากอาวุธมีทั้งดาบโล่ และหอกมากมายติดอยู่เต็มฝาผนังบนเสาหินที่ใจกลางภายในโดมคือห้องวงกลมขนาดใหญ่เพดานสูงเกือบยี่สิบเมตรพวกเขาสังเกตเห็นนักดาบฝึกหัดหลายคนมารวมตัวกันอยู่ที่ใจกลางห้องแห่งนั้นที่ปลายสุดทางทิศเหนือของห้องมีรูปปั้นสูงใหญ่ชายหญิงถือดาบในมือข้างขวาชี้ขึ้นไปที่เพดานของโดมครึ่งวงกลมที่เพดานครึ่งวงกลมมีรูปวาดสีทองของเหล่านักดาบการล่าสัตว์การทำาการทำกสิกรรมต่างๆบุรุษวัยกลางคนอายุราวๆสี่สิบปีผมยาวสีทองมีแผลเป็ที่หน้าเป็รอยบากตรงจมูกที่หลังของเขามีดาบโค้งใหญ่สองเล่มยืนอยู่ที่กลางห้องรูปวงกลมนักดาบผู้นั้นคือมาสเตอร์อาสมันด์ผู้ดูแลการทดสอบที่สองทั้งสิบสองคนเดินมาสมทบกับกลุ่มนักดาบฝึกหัดที่มาถึงก่อนพวกเขาทีมแรกที่เดินทางมาถึงคือโรสแมรี่ ซินเธีย ไอรีน่า ดาช่า ตามด้วยทีมของ เดวอส กริมม์ ฮาเร็ค การ์ดาร์พร้อมกับทีมของรูธ โอมิล่า บาทอส ลาคิ นอกจากนั้นคือ เซ็ธ เบอร์ธ่า กอเรีย และไมอามีสี่ทีมที่มาถึงก่อนรวมพวกเขาเป็เจ็ดทีมจากทั้งหมดสิบสามทีมใน ตอนนี้เอ็ดการ์กับมาริน่ามองทีมของรูธและเดวอสด้วยความคับแค้นใจแต่กติกาก็คือกติกาพวกเขาพลาดท่าเองเดวอสมองทีมของเรเฟสและเอ็ดการ์ด้วยสายตาที่ดูถูก
“ภาพของพวกที่อ่อนแอรวมกลุ่มกันช่างน่าประทับใจจริงๆ”เดวอสกล่าวเด็กหญิงผมสีแดงเข้มยาวประบ่ามีผ้าคาดผมสีดำยืนขำคิกคักอยู่ด้านหลังกับเพื่อนๆในทีมของนางและทีมของเดวอส นางมีนามว่ารูธ
“พวกเ้าอยากมีเื่หรือ!?”เรเฟส ลีโอนาร์ดและเอ็ดการ์ได้ยินถึงกับโมโหควันออกหูฟลอร่ากับมาริน่าและคนอื่นๆ ต้องรีบเข้ามาห้ามเพื่อนๆ จนกระทั่งมาสเตอร์อาสมันด์เดินมาบอกให้แยกย้ายและประกาศให้ทุกคนรอเวลาจนถึงเที่ยงตรงไม่นานนักอีกสองทีมเดินเข้ามาคือทีมของ ฟิน คาร์ล โคเบน ไนแมน และ กิซาน่า อัฟกอร์ม สเตนน์มาสเตอร์แอคโนน่าเดินเข้ามาพร้อมกับนักดาบชายหญิงจากหน่วยของนางอีกสิบคนเป็เวลาเที่ยงตรงพอดีมาสเตอร์แอคโนน่าเดินปรายตามองสำรวจเหล่านักดาบเยาว์วัย
“เก้าทีมจากทั้งหมดสิบสามทีมทำได้ดีมากทุกคนและขอยินดีกับพวกเ้าบางคนที่สามารถปลุกพลังขึ้นมาได้แล้วพรของเทพเลมอสส์จะสถิตกับพวกเ้าจวบจนวาระสุดท้ายในภายภาคหน้าจงใช้พละกำลังที่พวกเ้ามีปกป้องคนสำคัญของพวกเ้าคนที่พวกเ้ารัก ก่อนจะทำการทดสอบต่อพวกเ้าจงนำลูกแก้วแห่งป่ามาให้ข้าเพื่อเป็หลักฐานในการผ่านด่านแรกส่งตัวแทนแต่ละทีมของพวกเ้ามา”มาสเตอร์แอคโนน่าประกาศและกล่าวยินดีกับทุกทีมที่ผ่านมายังด่านที่สอง เหล่านักดาบฝึกหัดส่งตัวแทนทีมละคนนำลูกแก้วแห่งป่ามอบให้นางทั้งเก้าลูกถูกเก็บใส่หีบเหล็กอย่างดีมาสเตอร์อาสมันด์เดินขึ้นมาด้านหน้าข้างๆ มาสเตอร์แอคโนน่า
“เอาล่ะสุสานแห่งดาบบรรพบุรุษนั้นเป็สถานที่เก็บอาวุธของนักดาบแห่งเบโดเลียรุ่นก่อนๆดาบของพวกเ้าเองก็เช่นกันจะถูกเก็บรักษาเอาไว้ที่นี่เมื่อพวกเ้าจากโลกนี้ไปธรรมเนียมของนักดาบแห่งเบโดเลียพวกเรามักจะพกดาบสองเล่มหรืออาวุธใดๆก็ตามที่พวกเ้าถนัดมากกว่าหนึ่งชิ้นพวกเ้าจะต้องเลือกอาวุธหนึ่งชนิดจากที่นี่รักษามันไว้อย่างดีมันจะเป็อาวุธของพวกเ้าตลอดไป”มาสเตอร์อาสมันด์อธิบายให้นักดาบฝึกหัดทั้งเก้าทีมฟัง
“ง่ายเลยสินะแค่เลือกอาวุธ” รูธพูดขึ้นมา
“ไม่หรอกเ้าจะต้องเอาชนะอาวุธที่พวกเ้าเลือก” มาสเตอร์อาสมันด์ยิ้มอย่างเ้าเล่ห์นักดาบฝึกหัดชายหญิงเริ่มพูดคุยกันมันหมายความว่าอย่างไรที่พวกเขาจะต้องต่อสู้กับอาวุธที่เลือก
“ทั้งเก้าทีมจะถูกแยกออกไปตามห้องต่างๆหลังจากที่พวกเ้าเลือกอาวุธแล้วนักดาบผู้ดูแลในแต่ละห้องของสุสานแห่งนี้จะอธิบายพวกเ้าเองจงเลือกอาวุธที่จะติดตัวพวกเ้าไปตลอดการทดสอบนี้เป็การทดสอบเดี่ยวใครก็ตามที่พ่ายแพ้ต่ออาวุธที่ตนเองเป็คนเลือกจะถูกคัดออกเพื่ออยู่ฝึกฝนที่นี่กับผู้เฝ้าสุสานแห่งดาบบรรพบุรุษจนกว่าจะผ่าน”มาสเตอร์แอคโนน่าชี้แจงเงื่อนไขใหม่ของด่านที่สองทำให้เหล่านักดาบฝึกหัดยิ่งตื่นเต้นเข้าไปอีก
“จงเชื่อมั่นในพลังของตัวพวกเ้าเองทุกอย่างที่ได้เรียนรู้มาในโรงฝึกดาบจะได้นำมาใช้ทั้งหมดในวันนี้ พรแห่งพละกำลังคือการดึงพลังงานจากพื้นที่รอบๆตัวของพวกเ้ามากักเก็บไว้ในร่างกายสมาธิคือสิ่งที่สำคัญหากเ้าสามารถควบคุมพลังงานเ่าั้ให้ไหลเวียนในตัวพวกเ้าได้อย่างสมดุลในส่วนของร่างกายที่พวกเ้าถนัดมันจะเพิ่มพละกำลังอย่างมหาศาลให้พวกเ้า”มาสเตอร์แอคโนน่ากล่าว นางอยากให้นักดาบฝึกหัดทุกคนสามารถผ่านทุกการทดสอบด้วยดีหลังจากที่นางได้รับคำสั่งจากแกรนด์มาสเตอร์เว็นเดลถึงเหตุการณ์ที่เกิดในป่านางสั่งการเพิ่มกำลังพลไปทั่วป่ากรีมาเรียจนถึงที่ราบสูงที่ตั้งของสุสานและลึกไปจนถึงวิหารของเทพเลมอสส์
“เอาล่ะได้เวลาแล้วพวกเ้าจงเลือกอาวุธที่ชอบหนึ่งชิ้นและแยกย้ายไปตามห้องต่างๆของแต่ละทีม” มาสเตอร์อาสมันด์กล่าวนักดาบฝึกหัดทั้งเก้าทีมเดินแยกย้ายกันตามแต่ละส่วนของโดมพวกเขาเดินดูอาวุธต่างๆบนเสาหินและกำแพงที่มีให้เลือกมากมายแอลเล็ตสะดุดตากับหอกด้ามจับสีน้ำเงินตัดกับทองที่ปลายหอกแหลมมีรูปสลักหมาป่าเขาถนัดใช้หอกมากกว่าดาบั้แ่เริ่มฝึกถึงแม้จะฝึกดาบมามากก็ตามเขาหยิบหอกลงมาจากแท่นที่ติดกับเสาหินก่อนจะลองจับและตั้งการ์ดต่อสู้เพื่อทดสอบน้ำหนักของอาวุธเซ็ดมอนด์เดินไปที่กำแพงอีกด้านของโดมเขามีโล่ประจำตัวอยู่แล้วกับดาบของโรงฝึกเด็กชายจึงพยายามมองหาดาบอีกเล่มที่จะเอาไว้พกเพื่อที่จะเปลี่ยนจากดาบกับโล่เป็ดาบคู่เวลาต่อสู้กับศัตรูที่้ากำแพงมีดาบใบมีดสีเทาเข้มสลักรูปสิงโตพ่นไฟเซ็ดมอนด์หยิบดาบเล่มนั้นลงมาก่อนจะตวัดดาบในมือเหมือนตอนฝึกซ้อมน้ำหนักพอดีกับมือขวาเขาข้างที่เขาถนัดฟลอร่าเดินสำรวจอยู่สักพักหนึ่งก่อนจะไปหยุดอยู่ตรงที่แท่นสลักหินรูปต้นไม้และดวงดาวบนแท่นมีดาบเลเปียร์เรียวยาวที่ปลายด้ามจับมีรูปสลักดอกลิลลี่สีเงินนางหยิบขึ้นมาดูและพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งพรแห่งพละกำลังของนางคือสายความเร็วนางจึงคิดว่าควรใช้ดาบที่มีน้ำหนักเบาสักเล่มคู่กับดาบที่หนักในมือขวาเพื่อให้เคลื่อนไหวข้อมือได้เร็วขึ้นที่มือซ้ายเรเฟสเดินไปตามโถงทางเดินใหญ่ผ่านเพื่อนๆ หลายคนที่กำลังเลือกอาวุธคบเพลิงลุกโชติ่ส่องสว่างไปตามทางเขาหยุดที่ดาบเล่มใหญ่ที่ปลายสุดของทางเดินขนาดของดาบต้องใช้สองมือประคองเพราะค่อนข้างหนักเอาการเด็กชายพยายามหยิบมึนขึ้นมาที่ใบดาบมีรูปสลักหัวของวัวกระทิงทั้งสี่คนเลือกอาวุธก่อนจะเดินมาพบกันที่ใจกลางโดม
“พร้อมไหมทุกคน?”ฟลอร่าถามเพื่อนทั้งสามคนเด็กชายทั้งสามพยักหน้าฟลอร่าเดินนำพวกเขาไปยังห้องด้านหนึ่งทางทิศตะวันออกของโดมเป็ห้องโถงเพดานสูงขนาดใหญ่มีระเบียงยาวและเสาหินสูงคบเพลิงตามเสาถูกจุดมองเห็นด้านนอกระเบียงสามารถมองเห็นวิวที่ราบสูงและหุบเขาโดยรอบกำแพงของห้องเป็รูปวาดสีทองของนักดาบต่อสู้กับสัตว์ประหลาด อสูรและมนุษย์ด้วยกันที่ใจกลางห้องมีนักดาบผู้เฝ้าสุสานสวมชุดคลุมสีดำผ้าคลุมหน้าสีดำตัดกับแดงยืนอยู่
“ขอต้อนรับพวกเ้าสู่การทดสอบที่สอง”เสียงของนักดาบผู้นั้นเอ่ยต้อนรับขึ้นมาเป็สตรีน่าจะสูงอายุนางเดินไปที่แท่นบูชาหินสีดำก่อนจะหันกลับมา
“การทดสอบนี้คือการประลองกับอาวุธที่พวกเ้าเลือกมาจงเอาชนะอาวุธนั้นให้ได้เพื่อที่จะมันอย่างสมบูรณ์และถือเป็การยอมรับจากบรรพชนของชาวเบโดเลีย”นักดาบหญิงกล่าว
“เราจะประลองอย่างไรหรือครับ?”แอลเล็ตถามนักดาบหญิงชราผู้นั้น
“เ้านำหอกเล่มนั้นมาวางบนแท่นนี้สิ”นักดาบหญิงกล่าวผายมือไปที่แท่นสีดำนักดาบฝึกหัดทั้งสี่คนมองหน้ากันเต็มไปด้วยความสงสัย แอลเล็ตเดินก้าวไปข้างหน้าที่หน้าแท่นบูชาก่อนจะนำหอกเล่มนั้นวางบนแท่นสีดำนักดาบหญิงชราเริ่มกล่าวบางอย่าง
“ผู้อาวุธรุ่นก่อนข้าขออัญเชิญเงาของท่านออกมาจากอาวุธชิ้นนี้”นักดาบหญิงกล่าวจบแท่นสีดำส่องแสงสีแดงออกมา แอลเล็ต ฟลอร่าเรเฟสและเซ็ดมอนด์เอามือขึ้นมาป้องตาจากแสงที่ปรากฏออกมาแสงนั้นไปรวมกันที่กลางห้องก่อนจะปรากฏร่างเงาสีดำเป็บุรุษถือหอกเงาสีดำแบบเดียวกันกับที่แอลเล็ตเลือกมา
“นามของข้าคือเนวิเลียส” เงานั้นกล่าวขึ้นก่อนจะตั้งการ์ดพร้อมต่อสู้
“จงก้าวไปด้านหน้าและเริ่มการประลอง”นักดาบหญิงชรากล่าวกับแอลเล็ตแอลเล็ตสีหน้าเป็กังวลและสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเขาหยิบหอกออกมาจาแท่นก่อนจะตั้งการ์ดพร้อมต่อสู้เช่นเดียวกันกับเงานั้น
“อาวุธจากบรรพชนจะถูกเรียกขานตามนามของผู้ถือครองรุ่นก่อนจงเอาชนะเนวิเลียสและหอกเล่มนั้นอย่างสมบูรณ์!” นักดาบหญิงชราะโขึ้นร่างเงาสีดำนามว่าเนวิเลียสพุ่งเข้าใส่แอลเล็ตการประลองได้เริ่มขึ้น