ตอนที่2 ช่วยชีวิต
มีคนป่วย?
โจวโจวชะงักไปเล็กน้อยหนูน้อยรีบวางสัมภาระของตนเองลงแล้วเดินแหวกฝูงชนเข้าไปอย่างคล่องแคล่วกระทั่งมาถึงกลางวง
หนูน้อยเห็นหญิงชราคนหนึ่งนอนอยู่ตรงนั้นโดยเอามือกุมบริเวณหัวใจเอาไว้ด้วยสีหน้าที่ดูเ็ปเหนือคณาสีหน้าของหญิงชราดูซีดเซียว ลมหายใจติดขัด ราวกับพร้อมจะหมดสติได้ทุกเมื่อ
เมื่อเห็นว่ามีเด็กน้อยคนหนึ่งเดินเข้ามาพ่อบ้านหลี่ไม่ได้สนใจเลยสักนิด เขายังคงร้องขอความช่วยเหลือจากผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมารอบด้านแต่น่าเสียดายเหลือเกินที่บริเวณนี้ไม่มีหมอทำให้แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
หากคุณนายของเขาเป็อะไรไปคุณผู้ชายและนายน้อยจะต้องสับร่างเขาเป็ชิ้น ๆ แน่นอน
โจวโจวมองดูหญิงชราและสลับไปมองกับเขาหนูน้อยกระพริบตาด้วยความไม่เข้าใจ มันก็แค่อาการของโรคหัวใจไม่ใช่หรือทำไมเขาถึงได้เป็กังวลเกินกว่าเหตุขนาดนี้
คนเมืองช่างขี้ขลาดใจปลาซิวจริงๆ
ระหว่างที่คิดหนูน้อยก็ส่ายหน้าด้วยความระอา แล้วก้มคงไปจับคางของเธอก่อนจะยัดเม็ดยาสีแดงใส่ปากของหญิงชรา แล้วกดเบา ๆ ที่จุดฝังเข็มหญิงชราถึงกลืนยาลงคอไป
พ่อบ้านหลี่หันมาเห็นฉากนี้พอดีเขาใจนสามจิตเจ็ดิญญากระเจิงะโขึ้นด้วยสีหน้าราวกับพ่อเสือที่พร้อมจะกัดหัวคน “ลูกหลานบ้านใด เ้าหนูเอาอะไรให้คุณนายของฉันกินรีบออกไปเดี๋ยวนี้นะ ! ”
ระหว่างที่พูดเขาก็ยื่นมือไปจะผลักตัวหนูน้อยทว่าโจวโจวกลับสามารถหลบมือของเขาได้อย่างคล่องแคล่ว
พ่อบ้านหลี่กำลังจะด่ากราดทว่าจู่ ๆ เขาก็ได้ยินชาวบ้านที่มามุงดูะโขึ้นว่า “ฟื้นแล้ว”
เขารีบหันไปดูก็พบว่าหญิงชราฉินกำลังค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา หญิงชราดูหายใจสะดวกกว่าเมื่อครู่มากเขาจึงะโขึ้นมาด้วยความดีใจ “คุณนาย คุณนายฟื้นแล้ว ! ”
หญิงชราฉินเห็นว่าเขานั่งบังตนเองอยู่จึงผลักเขาออกอย่างรำคาญ แต่เนื่องจากเพิ่งฟื้นขึ้นมา เรี่ยวแรงยังมีไม่มากด้วยความงุนงงหญิงชราเห็นเพียงบางสิ่งห้อยอยู่ที่เอวของผู้มีพระคุณตัวน้อยของตนเอง
คางคกอัปลักษณ์
ทำไมถึงได้มีคนจับคางคกมาห้อยติดตัวไว้ล่ะ
และเป็เพราะคางคกอัปลักษณ์นั่นมันแกว่งไปมาทำให้หญิงชราเริ่มตาลายและเป็ลมไปอีกครั้ง
“คุณนาย! ” พ่อบ้านอุทานออกมาด้วยความใ โชคดีที่รถฉุกเฉินมาถึงแล้ว หลังจากที่เ้าหน้าที่ช่วยกันยกหญิงชราขึ้นรถฉุกเฉินและออกรถไปอย่างรวดเร็วนั้นฝูงชนที่มามุงดูความตื่นเต้นต่างแยกย้ายกันกลับไปเผยให้เห็นเด็กหญิงตัวน้อยหัวโล้น
เมื่อมั่นใจว่าหญิงชราปลอดภัยแล้วโจวโจวจึงเดินกลับไปหยิบสัมภาระของตนเองขึ้นมา หนูน้อยหยิบเอาหลัวผาน[1]และถุงเท้าเน่าที่อาจารย์ลุงิทงเคยใส่ออกมาเช่นกัน
กลิ่นเหม็นนี้มันตลบอบอวลจริงๆ
โจวโจวทำหน้าอี๋เกือบจะอาเจียนออกมาหนูน้อยบีบจมูกพลางเหยียดถุงเท้าออกไปไกลหน้าตัวเองรอจนกระทั่งหลัวผานจำกลิ่นของมันได้แล้วหนูน้อยก็รีบโยนทิ้งแล้วเช็ดมืออย่างรังเกียจทันทีถึงขนาดที่หนูน้อยต้องใช้ยันต์ทำความสะอาดสองครั้งเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น
อาจารย์ลุงิทงเท้าเหม็นเหลือเกิน!
หลังจากเดินไปประมาณสี่ชั่วยามกว่าโจวโจวถึงได้เดินมาหยุดอยู่บริเวณหนึ่งหนูน้อยก้มลงไปมองยังทิศทางที่เข็มทิศชี้ในมือจากนั้นก็เอียงคอมองชายคนหนึ่งที่สวมชุดคลุมเต๋า ไว้เครายาวมวยผมขึ้นเหมือนพวกนักบวชเต๋า ให้ความรู้สึกสูงส่งและน่าเลื่อมใส ข้างกายเขามีแผ่นไม้ตั้งไว้แผ่นหนึ่ง้านั้นเขียนไว้ว่า “ดูดวงครั้งละ 2 หยวน”
โจวโจวทำจมูกฟุดฟิดเมื่อได้กลิ่นที่คุ้นเคย ในแววตาของหนูน้อยก็เต็มไปด้วยความแน่วแน่มั่นใจ
ไม่ผิดกลิ่นนี้มัน……ต้องเป็กลิ่นของอาจารย์ลุงิทงไม่ผิดแน่ !
เหม็นจัง!
โจวโจวรีบเดินเข้าไปเมื่อเห็นว่าเขากำลังดูดวงให้ลูกค้าอยู่ หนูน้อยจึงไม่ได้เข้าไปขัดจังหวะเขาแต่นั่งยอง ๆ รอพวกเขาสนทนาจบ
“นังหนูเธอและคนรักของเธอดวงสมพงษ์กัน เป็คู่ที่สมบูรณ์แบบมาก จงรักษากันและกันไว้ให้ดีหากภายหน้าได้แต่งงานกัน เธอและเขาจะกลายเป็คู่สามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียวมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง” ิทงมองดูลายมือของลูกค้าแล้วลอบสังเกตสีหน้าของเธออย่างเงียบๆ จากนั้นก็เปลี่ยนประเด็น “เพียงแต่ว่า……”
เขาส่ายหน้าด้วยความเสียดาย
หญิงสาวเห็นเช่นนั้นก็ร้อนใจจึงรีบถามว่า: “เพียงแต่ว่าอะไร ? อาจารย์ รีบพูดมาสิ ! ”
ิทงลูบเคราของตัวเองแล้วกล่าวอย่างเชื่องช้าว่า “เพียงแต่ว่า แม้จะมีดวงชะตาที่สมพงษ์กันแต่ก็ยังมีอุปสรรคใหญ่ที่หากไม่สามารถผ่านไปได้อย่างราบรื่นก็อาจเลิกราต่อกันได้เช่นกัน น่าเสียดาย น่าเสียดายเหลือเกิน”
เมื่อได้ยินแบบนี้หญิงสาวยิ่งร้อนใจเข้าไปใหญ่ เธอกำลังจะหมั้นหมายกับคนรักแล้วดังนั้นถึงได้มาดูดวง แต่กลับคาดไม่ถึงเลยว่าจะได้รับคำตอบเช่นนี้
“อาจารย์แล้วมีวิธีใดที่พอจะช่วยได้ไหม ? อาจารย์ช่วยฉันด้วยเถิด ประเดี๋ยวฉันจะให้เงิน ! ”
ิทงส่ายหน้า“นักบวชมิได้ทำเพื่อเงิน ช่างเถิด ในเมื่อเธอและอาจารย์มีวาสนาต่อกันฉะนั้นฉันจะช่วยเธอเอง” ระหว่างที่พูด เขาก็หยิบยันต์ออกมาหนึ่งแผ่น“นี่คือยันต์นำโชคเื่แต่งงาน มันช่วยแก้ไขดวงชะตาของเธอได้เพียงแค่เธอพกมันติดตัวเอาไว้”
เมื่อได้ยินแบบนั้นโจวโจวที่นั่งยองอยู่ด้านข้างขมวดคิ้วขึ้นมา หนูน้อยมองไปที่เขาด้วยความสงสัยแล้วสลับไปมองผู้หญิงคนนั้น เมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะหยิบเงินออกมา จึงรีบพูดว่า“ยันต์นี้เป็ยันต์ธรรมดาเท่านั้น ใช้ไม่ได้ผลหรอก”
เมื่อได้ยินเสียงของหนูน้อยทั้งสองก็หันขวับไปมองที่หนูน้อยทันที
เมื่อเห็นหนูน้อยหัวโล้นยืนอยู่ิทงก็รีบพูดขึ้นว่า “เด็กน้อยจากที่ไหนกัน อย่ามาก่อความวุ่นวายเลยเกิดงานแต่งงานของพวกเขาล่มขึ้นมา เธอจะรับผิดชอบไหม ? ”
โจวโจวส่ายหน้าแล้วพูดว่า:“พี่สาวท่านนี้หน้าตาผิวพรรณดี ใบหน้าอิ่มเอิบ ทั้งยังมีดวงด้านความรักเห็นได้ชัดว่าเป็โหงวเฮ้งของผู้ที่มีเกณฑ์จะได้แต่งงานในเร็ววันจะมีอุปสรรคครั้งใหญ่ได้อย่างไร”
ิทงถลึงตาใส่หนูน้อยทันที“ใบหูทั้งสองข้างของเธอหันไปด้านหน้าเห็นได้ชัดว่าเป็โหงวเฮ้งของผู้ที่จะได้คู่ครองไกลบ้านผู้ที่ได้คู่ครองไกลบ้านจะไม่มีอุปสรรรคมาขัดขวางได้อย่างไร ? ”
พอเห็นเขาเถียงมาแบบนี้โจวโจวไม่ได้รีบร้อนเถียงกลับ แต่กล่าวเสียงเนิบว่า:“พี่สาวมีดวงชะตาได้คู่ครองไกลบ้านจริงแต่ไม่ได้หมายความว่าการแต่งงานของเธอจะไม่ดีแค่ต้องปรับตัวเื่การใช้ชีวิตเท่านั้น ไม่นับว่าเป็อุปสรรค”
ระหว่างที่พูดหนูน้อยก็หันไปถามหญิงสาวว่า: “พี่สาว ……ของพี่”
หลังจากหยุดไปครู่หนึ่งหนูน้อยก็นึกคำที่ิทงเพิ่งพูดออกมาได้ ‘คนรัก’ น่าจะหมายถึงว่าที่สามีของเธอดังนั้นหนูน้อยจึงพูดต่อ “คนรักของพี่สาวคงเป็คนจากทางใต้สินะพี่สาวกับเขากำลังจะไปพบพ่อแม่ของแต่ละฝ่ายใช่ไหม ? ”
“ใช่ๆ ๆ ” หญิงสาวพยักหน้ารับ
ิทงเบ้ปากเื่นี้เขาเพิ่งจะถามไถ่เธอไปไม่ใช่หรือ หากแอบฟังก็รู้แล้วไม่นับว่าเป็การทำนาย
ทว่าโจวโจวกลับกล่าวต่อโดยไม่ได้แยแสต่อท่าทีของเขา“พี่สาวกังวลว่าจะเข้ากับพ่อแม่ของคนรักไม่ได้ แต่เื่นี้พี่ไม่ต้องคิดมากหรอกว่าที่พ่อแม่สามีของพี่เป็คนใจดี มีเมตตาและชอบพี่สาวมาก อ้อหากจะมีอะไรมากั้นกลางระหว่างพวกพี่จริง ๆ สิ่งนั้นก็คงเป็เื่ภาษาใช่ไหม ? ”
แววตาของหญิงสาวเป็ประกายยิ่งขึ้น“ไม่ผิด ! ”
เธอฟังภาษาถิ่นของครอบครัวคนรักไม่ออกจริงๆ แต่เธอไม่เคยเล่าเื่นี้ให้ใครฟังมาก่อน
เมื่อได้ยินแบบนั้นเธอก็มองไปยังโจวโจวด้วยความตื่นเต้น “หนูน้อย เธอยังเห็นอะไรอีกบ้าง ? ”
โจวโจวตรวจดูโหงวเฮ้งบนใบหน้าของเธอแล้วพูดอย่างจริงจังว่า: “โหงวเฮ้งของพี่สาวดีมาก แม้จะไม่ถึงขั้นร่ำรวยเป็เศรษฐีแต่ก็เป็ผู้ที่มีชีวิตราบรื่น ทว่าดูจากดวงชะตาของพี่สาวแล้ว เร็ว ๆนี้มีเกณฑ์จะล้มละลาย ดังนั้นพี่ต้องเลือกคู่ค้าให้ดีโดยเฉพาะญาติสนิทหรือเพื่อนฝูงที่เพิ่งได้เงินก้อนใหญ่มา”
เมื่อได้ยินแบบนี้หญิงสาวก็ทำสีหน้าจริงจังขึ้นมาหากบอกว่าคำพูดก่อนหน้านี้ของหนูน้อยเป็เื่ล้อเล่นฉะนั้นเื่ที่หนูน้อยพูดในตอนนี้ก็เป็อะไรที่แม่นจริง ๆ
สองวันมานี้เพื่อนคนหนึ่งของเธอเพิ่งได้เงินค่ารื้อถอนมาก้อนใหญ่และชวนเธอไปเปิดร้านด้วยกันเธอยังไม่ได้ตอบตกลงเพราะกำลังลังเล ตอนนี้พอได้ยินหนูน้อยพูดมาแบบนี้เธอก็ล้มเลิกความคิดของตนเองทันที
“ตกลงฉันเชื่ออาจารย์ตัวน้อย ขอบคุณมากนะ” หญิงสาวกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจถึงแม้หนูน้อยตรงหน้าจะยังอายุน้อยมาก แต่กลับทำนายได้อย่างแม่นยำจนเธออดไม่ได้ที่จะถามว่า “อาจารย์ตัวน้อยมียันต์ของดีอะไรไหม ? จะเป็ยันต์แต่งงานยันต์โชคลาภหรือยันต์ปลอดภัยอะไรก็ได้ ? ”
[1] 罗盘 เข็มทิศหลัวผานเครื่องมือสำคัญของวิชาฮวงจุ้ยในการตรวจับพลังงานที่เรามองไม่เห็น ใช้หลักการวัดตำแหน่งของเข็มทิศเพื่อหาทิศทางั(แก๊ะเล้ง) การหาตำแหน่งดินและวิเคราะห์ทิศทางน้ำ (เชี่ยวซาหนับจุ้ย)และการกำหนดทิศที่ตั้งของอาคาร สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ